Home » hp review

Review – HP ENVY 13 สเปก i5-10210U + MX250 เบา 1.17 โล ฟีเจอร์ความปลอดภัยจัดเต็ม เหนือชั้นกว่า ราคา 29,990 บาท

5 Apr 20 - By l

อีกหนึ่งโน้ตบุ๊คบางเบา หรือ Ultrabook ที่มีความน่าสนใจมากๆ กับ HP ENVY 13 สเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 ที่พร้อมความพรีเมียมหรูหรา และฟีเจอร์ความปลอดภัยจัดเต็ม ได้ความบางและเบามากๆ เพียง 14.7 มิลลิเมตรและน้ำหนักเพียง 1.17 กิโลกรัมเท่านั้น นับได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ ของ HP ที่เบาและบางที่สุดก็ว่าได้ ส่วนตัวคีย์บอร์ดนั้นก็ได้รับการปรับดีไซน์ใหม่ให้ส่วนลำโพงเป็น Bang & Olufsen ที่จัดว่าคุณภาพเสียงดีกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป ที่สำคัญคราวนี้ให้ลำโพงมาถึง 4 ตัว (เหนือแป้นคีย์บอร์ด 2 และใต้ตัวเครื่องอีก 2) แบบเดียวกับ Spectre ซึ่งเป็นรุ่นท็อปกว่า

HP ENVY 13 มี 2 สเปกให้เลือกคือรุ่น Core i5-10210U หรือ Core i7-10510U มาพร้อมกับชิปกราฟิก NVIDIA GeForce MX250 ที่มห้ประสิทธิภาพแรงพอๆ กับ GTX 950M ทำให้เล่นเกม 3 มิติออนไลน์ ได้ลื่นในระดับนึงทีเดียว สำหรับสเปกอื่นๆ ก็ยังติดตั้งแรมขนาด 8GB DDR4 และที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB เป็นมาตรฐาน โดยหน้าจอเป็นความละเอียด Full HD ที่ได้พาเนล IPS คุณภาพสูง แน่นอนว่ามี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที ส่วนการรับประกัน 2 ปีแบบ On-site Service ตามมาตรฐานของ HP ที่ทุกคนมั่นใจได้

VDO Review

NBS Verdict

HP ENVY 13 สมกับเป็น Ultrabook ระดับสูงนอกจากสเปกที่แรงลื่นและลำโพง 4 ตัว Quad speaker ที่สำคัญได้ฟีเจอร์ความปลอดภัยต่างๆ อย่าง การสแกนลายมือ Fingerprint พร้อม Webcam Kill ที่เป็นปุ่มเลื่อนไปมาสำหรับเปิดปิดการใช้งานกล้องเว็บแคม และ ฟีเจอร์ Privacy Screen นี้กับคุณสมบัติลดมุมมองหน้าจอลง อย่างที่หาในโน้ตบุ๊คบางเบารุ่นอื่นๆ ไม่ได้แน่นอนที่จะจัดเต็มขนาดนี้ เอาเป็นว่าใครกำลังมองหา Ultrabook ที่เน้นประสบการณ์ใช้งานที่เหนือระดับกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปในเรื่องของความบางเบา เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ และมีดีไซน์ที่หรูหราน่าใช้งานแล้วล่ะก็ HP ENVY 13 น่าจะตอบสนองความต้องการได้เป็นอย่างดีทีเดียว

สำหรับการรับประกันอย่าง HP On-site Service รับซ่อมเครื่องถึงหน้าบ้านเป็นระยะเวลา 2 ปี + Smart Friend (Plus) 1 ปี กู้ข้อมูลฟรี 1 ครั้ง , เช็คเครื่องฟรี 2 ครั้ง และ Call Center Support ตลอด 24 ชั่วโมงเพิ่มความคุ้มยิ่งเพิ่มเข้ามาอีกเยอะเลยละ เอาเป็นว่าใครกำลังมองหาโน้ตบุ๊คที่เน้นประสบการณ์ใช้งานที่ดีเหนือระดับกว่าโน้ตบุ๊คยุคก่อนๆ ในราคาที่จ่ายถูกกว่า ก็ตามไปจัด HP ENVY 13 กันได้เลย มีขายตามหน้าร้านทั่วไปแล้ว ถือว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรกๆ กับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คเน้นความบางเบาพรีเมียมได้สเปกเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 ไปใช้งาน

ข้อดี

  • สเปกแรงคุ้มประสิทธิภาพดีด้วย Core i Gen 10 + MX250 + RAM 8GB + SSD 512GB
  • เล่นเกม 3 มิติหรือตัดต่อวีดีโอพอได้ ใช้งานทั่วไปลื่นไหลสบายมาก
  • วัสดุทำจากพลาสติกเกรดสูงตลอดทั้งตัวเครื่องที่มีความแข็งแรง งานประกอบดูแน่นหนา
  • น้ำหนักเบา 1.17 กิโลกรัม ขอบจอบาง เหมาะสำหรับคนที่ชอบนำไปใช้งานนอกสถานที่บ่อยๆ
  • Webcam Kill ที่เป็นปุ่มเลื่อนไปมาสำหรับเปิดปิดการใช้งานกล้องเว็บแคม
  • ฟีเจอร์ Privacy Screen นี้กับคุณสมบัติลดมุมมองหน้าจอลง
  • สแกนลายมือ Fingerprint ผ่านทาง Windows Hello
  • หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพสูง สีสันสดใส
  • ลำโพง Bang & Olufsen แบบ Quad speaker พร้อมฟีเจอร์ HP Audio Boost
  • มีไฟ Backlit Keyboard สวยงาม รวมถึงใช้งานได้เป็นอย่างดี
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 8 ชั่วโมง
  • มี Windows 10 แท้ในตัวเครื่อง พร้อมซอฟต์แวร์ที่ดี
  • ประกัน 2 ปี แบบ On-site Service

ข้อสังเกต

  • อุณหภูมิค่อนข้างสูงเมื่อใช้งานหนักๆ แต่ไม่มีผลต่อการใช้งาน
  • จอกระจกทำให้เวลาใช้งานกลางแจ้งเจอแสงสะท้อน
  • เน้นเล่นเกมเลือกเป็น HP Pavilion Gaming 15 น่าจะเหมาะสมกว่า

Specification

ในชื่อรุ่นเต็มๆ ของ HP ENVY 13 จะแบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือ คือ Core i5/ Core i7 รุ่นที่ได้รับมารีวิวเป็นสเปกชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดระดับกลางอย่าง Intel Core i5-10210U (Comet Lake) ที่เป็นการทำงานแบบ 4 Core 8 Thread ความเร็ว 1.6GHz (เร่งไปได้สูงสุดที่ 4.2GHz) เทคโนโลยีการผลิตที่ 14 นาโนเมตร มีค่า TDP ที่ 25Watt ส่วนกราฟิกภายในชิปเป็น Intel HD Graphics 620 พร้อมการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX 250 (2GB GDDR5) ด้านสเปกอื่นๆ เหมือนกันรุ่น Core i7 คือได้แรมติดตั้งมาขนาด 8GB DDR4 และฮาร์ดดิสก์แบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่เพียงพอแน่นอน มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้ ใช้งานได้ทันทีพร้อม Restore ได้ตลอด

ได้หน้าจอแสดงผลขนาด 13.3″ ความละเอียด Full HD หรือ 1920×1080 พิกเซล แบบด้าน พาเนล IPS คุณภาพดี ความคมชัดสูง มีกล้องเว็บแคมและมีไมค์ดิจิตอลในตัว ทางด้านพอร์ตที่ติดตั้งมีมาให้จะใช้ถือว่าครบครันเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 2 ช่อง, USB 3.1 Type-C จำนวน 1 ช่อง และรูหูฟังกับไมค์แบบคอมโบ ซึ่งแน่นอนว่ารองรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย Intel Wireless-AC 9560 (2×2) กับ Bluetooth 5.0 และมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.17 กิโลกรัม พร้อมการรับประกัน 2 ปีแบบ On-site Service ตามมาตรฐานของ HP ที่ทุกคนไว้ใจได้

Hardware / Design

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ HP ENVY 13 จัดได้ว่าเป็น Ultrabook หน้าจอ 13.3″ ที่น่าสนใจอยู่พอสมควร จากการที่มีบางเบา ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา ส่วนของวัสดุทั้งหมดจะใช้เป็นอลูมิเนียมคุณภาพสูงเป็นส่วนประกอบหลัก ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา รวมไปถึงดูหรูหรามีราคา ที่สำคัญก็คือในส่วนของดีไซน์การเปิดตัวหน้าจอและคีย์บอร์ดที่จะทำมุมอย่างเหมาะสมเวลาเปิด ทำให้เวลาที่ใช้งานนั้นผู้ใช้จะรู้สึกว่าตัวเครื่องมีการระบายอากาศทางด้านล่างของโน๊ตบุ๊คออกไปอย่างรวดเร็วและให้ความรู้สึกสะดวกสบายมากขึ้นเวลาพิมพ์ ส่วนสีสันได้เป็นสีเงิน Natural Silver ที่ดูแล้วเหมาะกับทุกคนที่ต้องการแนวทางการหน่อย

ตัวเครื่องมีการออกแบบโดยรวมให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบเป็นเหลี่ยมเป็นสัน ให้ความรู้สึกที่ดูแล้วจริงจัง ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะลาดเอียงเล็กน้อยเมื่อเปิดฝาเครื่อง ตัวเครื่องจะถูกยกขึ้นมา ส่งให้เวลาที่เราเอามือมาวางจะรู้สึกว่าเป็นอะไรที่เหนือชั้นกว่าวัสดุทั่วๆ ไป โดยเป็นรอยนิ้วมือได้ยากในระดับนึงฉะนั้นใช้งานได้อย่างสบายใจ เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจน ว่านี่คือ Ultrabook ตัวเครื่องระดับบน ที่มีการออกแบบมาเป็นอย่างดีพร้อมใส่ในรายละเอียดอย่างที่สุด

อีกหนึ่งจุดเด่นของ HP ENVY 13 ที่เป็น Ultrabook ระดับสูงก็คือ มีน้ำหนักตัวที่เบามากๆ แถมตัวเครื่องยังบางสุดๆ โดยสามารถถือได้ด้วยมือเดียวอย่างสบายๆ ด้วยน้ำหนักเพียง 1.17  กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนความบางมีเพียง 14.7 มิลลิเมตร ซึ่งจากตรงนี้จะเห็นถึงขอบตัวเครื่องที่มีการปรับ USB 3.1 Type-A ติดตั้งมาเป็นแบบพับนั่นเอง เรียกได้ว่าเหมาะกับการพกพามากๆ ทีเดียว สำหรับการใช้งานนอกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นการไปเรียน ไปทำงาน ไปนำเสนองาน ตอบโจทย์นักเรียนนักศึกษาคนทำงานได้อย่างลงตัว

นอกจากนี้การออกแบบยางรองใต้เครื่องก็เรียกได้ว่าไม่เหมือนใคร โดยใช้เป็นแถบยางยาวขนานไปกับแนวยาวของตัวเครื่อง พร้อมกับมีช่องระบายอากาศอยู่เป็นแนวยาวอีก ที่สำคัญยังมีการในส่วนของดีไซน์การออกแบบ HP ENVY 13 เมื่อเปิดฝาจอใช้งานจะมียางรองขอบด้านหลังทำหน้าที่ยกเครื่องให้สูงขึ้นด้วย ที่จัดได้ว่าเป็นอะไรที่โดดเด่นกว่า Ultrabook รุ่นอื่นๆ ช่วยในการระบายความร้อนและเอียงรับเข้ากับการมือเมื่อใช้พิมพ์เอกสารเป็นอย่างดี

ส่วนระบบระบายความร้อนก็ได้ติดตั้งอยู่ใต้หน้าจอ โดยบานพับเป็นแบบแกนเดียวขนาดใหญ่ที่แลดูแข็งแรงทนทานเข้ากับเครื่อง อาศัยระบบระบายความร้อนด้วยพัดลมเพียงตัวเดียวก็เอาอยู่แบบสบายๆ นอกจากนี้ในส่วนของ HP ENVY 13 ยังมาพร้อมฟีเจอร์ความปลอดภัย Webcam Kill ที่เป็นปุ่มเลื่อนไปมาสำหรับเปิดปิดการใช้งานกล้องเว็บแคม และ ฟีเจอร์ Privacy Screen นี้กับคุณสมบัติลดมุมมองหน้าจอลง เพื่อไม่ให้คนอื่นมาส่องมาเผือกได้เวลาที่ใช้งานนอกสถานที่อีกด้วย โดยรวมแล้วถือว่าเป็น Ultrabook ที่ออกแบบมาได้เรียบง่ายแต่ดูดีเกินราคาไปมากจริงๆ เชื่อได้ว่าใครต้องการโน้ตบุ๊คบางเบาที่ดูดี HP ENVY 13 ต้องเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรกๆ แน่นอน

Keyboard / Touchpad

ชุดคีย์บอร์ดของ HP ENVY 13 นั้นตัวปุ่มเป็นพลาสติกสีขาวเงินเข้ากับตัวเครื่อง โดยสกรีนตัวอักษรเป็นเทา อีกทั้งได้รับการปรับดีไซน์ใหม่แบบ Island Style ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับคนที่นิ้วเล็กนิ้วใหญ่สามารถใช้งานได้สะดวกทั้งหมด อีกทั้งให้สัมผัสและการเด้งตอบสนองได้ดีในระดับหนึ่ง ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมซ้ายด้านบนของคีย์บอร์ดมีไฟ LED สีขาวแสดงสถานะการทำงาน แน่นอนว่ามีไฟ backlit ทำให้ใช้งานในที่มืดๆ หรือแสงน้อยได้ดีด้วย สำคัญคือเพิ่มความหรูหราเข้าไปอีก

ทางด้านทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่และยาวเมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าโดยตัวขอบมีสีเงินมันวาวเพิ่มความโดดเด่น ปุ่มคลิกซ้ายขวาเป็นแบบซ่อนปุ่ม การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ งานประกอบดี ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี ใช้งานมัลติทัชได้ลื่นไหล อีกทั้งมีฟีเจอร์อย่างสแกนลายนิ้วมือ Fingerprint ติดตั้งไว้มุมขวาล่างของคีย์บอร์ดไว้ให้ใช้งานกับ Windows Hello เพื่อที่จะเข้าใช้งานตัวเครื่องเพื่อความปลอดภัยแบบไม่ต้องใส่รหัสไปมาทุกครั้งด้วย

Screen / Speaker

หน้าจอบางเฉียบ Micro Edge display ของ HP ENVY 13 มีความละเอียดสูงตามมาตรฐานที่ 1920 x 1080 พิกเซล (Full HD) พาเนล IPS ที่มีคุณภาพระดับมืออาชีพ ส่งผลให้มีสีสันสวยสมจริง คมชัดในทุกมุมมอง ซึ่งให้ประสบการณ์การใช้งานที่ค่อนข้างน่าประทับใจ โดยการใช้หน้า Desktop ปกติที่ตัวหนังสือหรือปุ่มต่างๆ มีความเรียบเนียนตาทำให้ใช้งานได้สะดวก เรียกได้ว่ากำลังพอดีทีเดียว และด้วยความที่จอเป็นแบบกระจกที่ให้เรื่องสีสันสดใส แต่ก็ค่อนข้างสะท้อนแสงพอสมควร ส่งผลให้ในการใช้งานไม่ควรหันจอไปทางแหล่งกำเนิดแสงหรือในที่ที่สว่างมากๆ เพราะอาจจะรบกวนการทำงานของเราได้

ที่สำคัญคือ HP ENVY x360รองรับ HP Sure View ฟังก์ชันกันคนแอบมอง โดยกดปุ่ม F1 ซึ่งปกติจะมีเฉพาะรุ่นท็อปๆ เท่านั้น สำหรับฟีเจอร์ Privacy Screen นี้กับคุณสมบัติลดมุมมองหน้าจอลง เพื่อไม่ให้คนอื่นมาส่องมาเผือกได้เวลาที่ใช้งานนอกสถานที่  ที่ไม่ต้องเสียเวลาไปซื้อฟิล์มมาติดเพิ่ม ไม่ต้องลอกออกไปมา เพราะเราสามารถกดปุ่มปิดเปิดได้ตามความต้องการ ที่ปุ่ม F1 เรียกได้ว่าตอบโจทย์การทำงานสายมืออาชีพที่ต้องการความปลอดภัยขั้นสุดอีกด้วย รวมไปถึงอีกด้านยังมีสวิตช์ Webcam Kill ปุ่มเลื่อนไปมาสำหรับเปิดปิดการใช้งานกล้องเว็บแคม ที่ช่วยเราให้เรื่องของความปลอดภัย ไม่ต้องหากระดาษมาแปะที่กล้องเว็บแคมโดยตรงอีกต่อไปเหมือนโน้ตบุ๊คปกติ

ทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ HP ENVY 13 ที่เป็นโน้ตบุ๊กที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพดี แต่ดีแค่ไหนต้องทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรตหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด นอกจากนี้เรายังทำการ Display Analysis ดูประสิทธิภาพการแสดงผลแบบละเอียด อย่างที่ดูด้วยตาเปล่าไม่สามารถบอกได้ จึงต้องใช้เครื่องมือช่วย

โดยขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 88% และ AdobeRGB ที่ 68% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันแค่ระดับกลางๆ ค่อนไปทางบน เมื่อเทียบกับพาเนล IPS รุ่นอื่นๆ ที่ได้สูงกว่านี้ มีความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความสว่างที่ดี ของหน้าจอในโน้ตบุ๊กราคาระดับนี้ คือรองรับการใช้งานที่กลางแจ้งได้สบายๆ อย่างไรก็ตามถ้าจะเอาไปทำภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นสีตรงกับอุปกรณ์เกี่ยวพ่วงก็ควรคาลิเบรตเสียก่อน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องมุมซ้ายบนที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ไม่มีผิดเพี้ยน แต่สำหรับช่องกลางซ้ายและตรงกลางจะมีแสงสว่างที่ลดลงไปถึงระดับ 16% ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4.0

ด้านของลำโพงของ HP ENVY 13 นั้นจัดเต็มมีอยู่ 4 ตัว Quad speaker ด้วยกัน โดยอยู่บริเวณเหนือชุดแป้นคีย์บอร์ด และซ้ายขวาขอบบนของตัวเครื่องด้านล่าง เรื่องของความดังของเสียงเรียกว่าทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจทีเดียว ส่วนคุณภาพเสียงต้องบอกว่าเป็นของ Bang & Olufsen ที่ไว้ใจได้ คุณภาพเสียงที่ได้นั้น ก็ถือว่าดีเพียงพอแบบสบายๆ แล้ว และดีกว่าโน้ตบุ๊ค HP รุ่นอื่นๆ พอตัวรวมไปถึงยังมีเทคโนโลยี HP Audio Boost ช่วยเพิ่มเสียงให้ก้องกังวาล เต็มอิ่มกับประสบการณ์ความบันเทิงถึงขีดสุดจากเสียงคมชัด

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง HP ENVY 13 นี้จัดว่าเป็น Ultrabook ที่มีความครบครับระดับนึง แม้ว่าจะเป็นเครื่องที่มีการออกแบบมาให้เป็นเครื่องที่มีขนาดความบางและน้ำหนักเบาแต่เรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ นั้น ก็มีมาให้มากพอทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 2 พอร์ต, USB 3.1 Type-C จำนวน 1 พอร์ต (รองรับPower Delivery 3.0, DisplayPort™ 1.2, HP Sleep and Charge)) และ HDMI พร้อมช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร Card Reader จะเป็นมาตรฐาน micro-SD Card ที่สำคัญอีกหนึ่งฟีเจอร์เด็ดคือ HP Fast Charge ที่สามารถชาร์ตแบตถึง 90% ในเวลาเพียง 90 นาที ผ่านทางพอร์ต USB 3.0 และ USB 3.1 Type-C

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของ Ultrabook หน้าจอ 13.3″ ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กกว่าพอสมควร ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.17 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์เข้าไปด้วย ก็จะมีน้ำหนัก 1.5 กิโลกรัมนิดๆ ก็จัดว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามากๆ เลย แน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะใช้งานตามร้านกาแฟ ออฟฟิศ หรือทุกๆ ที่ที่เราต้องการหยิบออกมาใช้งาน สมกับเป็น Ultrabook ในยุคปัจจุบันทีเดียว

Performance / Software

   

HP ENVY 13 ที่ได้รับมารีวิวเป็นสเปกขายจริง ได้ชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดระดับกลางอย่าง Intel Core i5-10210U สถาปัตยกรรม Comet Lakeใหม่ล่าสุด ทำงานแบบ 4 Core / 8 Thread ความเร็ว 1.60 – 4.20 GHz เทคโนโลยีการผลิตที่ 14 นาโนเมตร มีค่า TDP ที่ 10 – 15 – 25Watt ที่รองรับการใช้งานทั่วไปได้สบายๆ ส่วนแรมก็ให้มาเป็นแบบ 8GB DDR4 Bus 2400MHz แบบฝังบอร์ด ที่เพียงพอต่อการใช้งานทันที อีกทั้งได้ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่ได้ทั้งขนาดที่ใหญ่ใส่ไฟล์ได้เยอะ

โดยมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home Single Language มาตั้งแต่แกะกล่อง ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงเรื่องลิขสิทธิ์ Windows เลยครับ ส่วนถ้าต้องการเคลียร์เครื่อง ก็สามารถใช้งานฟังก์ชัน Reset this PC ที่อยู่ใน Settings ของ Windows 10 ได้เลยโดยไม่ต้องฟอร์แมต SSD เพื่อลง Windows ใหม่

   

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 620 ไม่ต่างจาก Core i Gen 8 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่ก็รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงได้แบบไม่มีปัญหา และนอกจากนี้ยังมาพร้อมกับการ์ดจอน้องเล็กรุ่นล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce MX250 (2GB GDDR5) ที่ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับ GTX 950m แต่ก็พอเล่นเกมออนไลน์ได้บ้าง ซึ่งเดี๋ยวไปดูผลทดสอบกันอีกที

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรหัส U รุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่น่าเป็นห่วงนัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe ระดับกลางๆ แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 SATA 3 แบบทั่วไป ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 3193 MB/s และเขียนที่ 2506 MB/s เป็นระดับความเร็วในการเขียนอ่านทำงานโดยรวมที่น่าประทับใจ จัดว่าเป็น SSD M.2 NVMe ระดับบน แรงเกินราคาค่าตัวจริงๆ

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 3,747 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ  จากการที่เป็นโน้ตบุ๊คใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 มีการ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX250 ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน้ตบุ๊คในสเปกใกล้เคียงกันที่ไม่มีการ์ดจอแยกนั่นเอง

ทดสอบเกมสำหรับ HP ENVY 13 คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาได้ดีกว่า Ultrabook ทั่วไปที่ไม่มีการ์ดจอแยก โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 3 เกมออนไลน์ เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยค่อนข้างลื่นไหล น่าประทับใจทีเดียว เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คที่ไม่ได้เน้นเล่นเกมมาก ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i5-10210U ที่สามารถรีดพลัง NVIDIA GeForce MX250 ประกอบกับยังใช้แรม 8GB DDR4 รวมไปถึง SSD ก็ส่งผลช่วยด้วย

สำหรับเกมออนไลน์อย่าง DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมด ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่เฉลี่ยที่ 35 แต่ฉากตะลุมบอนกันก็เฟรมเรทลดลงไปที่ 15 (อยากลื่นกว่านี้ก็ปรับกลางๆ ได้) ในส่วนของเกมอื่นๆ อย่าง Overwatch / PUBG ที่ปรับ Low ทดสอบแล้วจะมีเฟรมเรทตกต่ำกว่า 44 / 11 ซึ่งร่วงหนักสุดจะอยู่ที่ 35/5 กันเลยทีเดียว นั่นก็เป็นเพราะเป็นเกมออนไลน์ที่กินทรัพยากรพอตัวเหมือนกัน จากการที่เครื่องมีอุณหภูมิสูงเกินปกติเวลาใช้งานหนักๆ ตัวชิปประมวลผลก็จะลดความเร็วลงมาเพื่อความปลอดภัยนั่นเอง

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ HP ENVY 13 รวมไปถึงโน้ตบุ๊ค HP ทุกรุ่น ก็คือมาพร้อมซอฟต์แวร์บันเดิลอย่าง HP Support Assistant โดยเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เราดูแลคอมพิวเตอร์ได้อย่างเหมาะสม ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โปรแกรมนี้ยังระบุข้อมูลที่สำคัญสำหรับแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งนั่นหมายรวมไปถึงการอัพเดทไดร์เวอร์ต่างๆ และ Windows ด้วย จัดได้ว่าดีและใช้งานได้จริง

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ HP ENVY 13 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน้ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่จากการทดสอบด้วยการเปิด Wi-Fi และปรับเป็น Power Saver Mode ทำงานต่อเนื่องยาวนานได้ราวๆ 8 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานอย่างการดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต คาดว่าจะทำได้นานยิ่งกว่านั้นปรับเปลี่ยนตามการใช้งานของแต่ละคน ดูแล้วถือว่าใช้งานได้ยาวนาน จนแทบไม่ต้องอแดปเตอร์ไปข้างนอกสถานที่ด้วยเลย ส่วนช่องระบายความร้อนจะอยู่ด้านบนบริเวณข้อพับจอ โดยออกแบบให้ซ่อนตัวเอาไว้ด้านหลังติดกับกรอบอลูมิเนียมของจอ ถึงพับจอก็ไม่เห็นช่องระบายความร้อนเลย

อุณหภูมิปกติของชิปประมวลผลจะอยู่ที่ 40 – 50 – 60 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าเครื่องจะร้อนที่สุดที่ 93 องศาเซลเซียส ส่วนการ์ดจอร้อนสุดจะอยู่ที่ 66 องศาเซลเซียส ถือว่าทำได้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ แต่ด้วยการที่ระบบระบายความร้อนของ HP ENVY 13 ไม่ได้ออกแบบมาให้ทำงานหนักๆ ตลอดเวลา เหมือน Gaming Notebook เครื่องอื่นๆ ซึ่งจากการทดสอบเป็นการนำไปเล่นเกมหลายชั่วโมง อย่างไรก็ตามตัวเครื่องไม่ได้เกิดอาการค้าง หน่วง หรือมีปัญหาแต่อย่างใด เว้นแต่กรณีเล่นเกมจะมีเฟรมเรทร่วงหรือกระตุกบ้าง จากการที่ชุดระบายความร้อนไม่ได้ใหญ่แถมตัวเครื่องยังบางเฉียบอีกด้วย

Conclusion / Award

เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับ Ultrabook รุ่นล่าสุดสุดพรีเมียมจากทาง HP ในรุ่น HP ENVY 13 รุ่นใหม่ปี 2020 ที่ต่อยอดความสำเร็จตระกูล ENVY รุ่นก่อนหน้า ได้เป็นอย่างดี โดยมาพร้อมความสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน โดยสนนเริ่มต้นที่ 29,990 บาท สำหรับรุ่น Core i5-10210U ส่วนรุ่น Core i7-10510U ราคาจะอยู่ที่ 32,990 บาท สเปกอื่นๆ เหมือนกันหมดด้วยแรม 8GB และที่เก็บข้อมูลแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่สำคัญได้การ์ดจอแยกรุ่นล่าสุดอย่าง NVIDIA GeForce MX150 จัดได้ว่ามีราคาที่ไม่แพงจนเกินไปนักเมื่อเทียบกับสเปกภายในที่ได้

อย่างไรก็ตามอาจจะมีข้อจำกัดอยู่บ้างในเรื่องของอุณหภูมิตัวเครื่องเมื่อทำงานหนักๆ อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงแม้จะมีการ์ดจอแยกที่แรงก็ถ้าความร้อนสูงกว่า 85 องศาเซลเซียส ก็จะโดนลดประสิทธิภาพลงมาอยู่ดี ฉะนั้นถ้าจะใช้งานเล่นเกม 3 มิติหรือประมวลผลงานจริงจัง แนะนำว่าต้องอยู่ในห้องแอร์เพื่อไม่ไห้อุณภูมิสูงจนเกินไปนัก สำหรับคนที่เน้นเล่นเกมจริงๆ จังๆ ให้มองเป็น HP Pavilion Gaming 15 หรือ OMEN 15 ไปเลยน่าจะตอบโจทย์ได้เยี่ยมยอดกว่าครับ

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง HP Envy 13 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ ENVY มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน HP ENVY 13 ปี 2020 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามโฉบเฉี่ยวเป็นเอกลักษณ์ ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์ครุ่นใหม่ ขอบจอก็บางเฉียบ ซึ่งในจุดของรูปร่างหน้าตาก็เป็นสิ่งที่หลายๆ คนยอมรับกันอยู่สำหรับคนนำไปทำงานเป็นทางการ โดยมีสีสันอย่างสีเงิน Natural Silver ที่ให้ความโดดเด่นภาพลักษณ์ดี อีกทั้งการออกแบบ HP ENVY 13 เมื่อเปิดฝาจอใช้งานจะมียางรองขอบด้านหลังทำหน้าที่ยกเครื่องให้สูงขึ้นด้วย ที่จัดได้ว่าเป็นอะไรที่โดดเด่นกว่า Ultrabook รุ่นอื่นๆ ช่วยในการระบายความร้อนและเอียงรับเข้ากับการมือเมื่อใช้พิมพ์เอกสารเป็นอย่างดี

Best Mobility

ส่วนของความสามารถในการพกพาก็ยังคงอยู่ในระดับที่ดีตามสไตล์ของ Ultrabook ทั้งในความบางเฉียบและน้ำหนักเบา ที่ทำให้สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก แถมไม่ต้องกลัวว่าเครื่องจะมีปัญหาอีกด้วย เพราะระบบไม่ได้ใช้ฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุน ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับถือมากนัก สามารถพับฝาจอลงแล้วเก็บเครื่องได้ทันที อแดปเตอร์ก็ทำออกมาให้มีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก พกพาสะดวก รวมน้ำหนักแล้วยังไม่ถึง 1.17 กิโลกรัม ที่สำคัญแบตเตอรี่ยังใช้งานได้ยาวนานสูงสุดกว่า 8 ชั่วโมง เหมาะมากๆ กับคนที่ทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ แทบไม่ต้องพกพาอแดปเตอร์ไปข้างนอกด้วยเลย

Best Ultrabook

HP ENVY 13 โดดเด่นด้วยระบบเสียงเลือกใช้ของ Bang & Olufsen พร้อมฟีเจอร์ HP Audio Boost ซึ่งวางส่วนของลำโพงไว้ด้านบนตัวเครื่อง 2 ตัว และด้านล่างอีก 2 ตัว รวมเป็น 4 ตัว แบบ Quad Speakers  พร้อมติดตั้ง HP Sure View ฟังก์ชันกันคนแอบมอง โดยกดปุ่ม F1 ซึ่งปกติจะมีเฉพาะรุ่นท็อปๆ เท่านั้น สำหรับฟีเจอร์ Privacy Screen นี้กับคุณสมบัติลดมุมมองหน้าจอลง เพื่อไม่ให้คนอื่นมาส่องมาเผือกได้เวลาที่ใช้งานนอกสถานที่ รวมไปถึงอีกด้านยังมีสวิตช์ Webcam Kill ปุ่มเลื่อนไปมาสำหรับเปิดปิดการใช้งานกล้องเว็บแคม ที่ช่วยเราให้เรื่องของความปลอดภัย ไม่ต้องหากระดาษมาแปะที่กล้องเว็บแคมโดยตรงอีกต่อไปเหมือนโน้ตบุ๊คปกติ จึงทำให้คว้ารางวัล Best Ultrabook ไปด้วย

 

© Copyright - Notebookspec.com All Rights