Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Micron HBM4 เปลี่ยนโลกการทำงานบน Generative AI เร็วกว่าเดิม 2 เท่า คิดและตอบสนองไวกว่าเดิม ใกล้ตัวกว่าที่คิด

Micron HBM4

การจัดส่งตัวอย่างหน่วยความจำของ Micron HBM4 (High-Bandwidth Memory Generation 4) รุ่นแรก กับความจุ 36GB แบบ 12-Hi (12-Die Stack) ให้กับลูกค้า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงที่มีแบนด์วิดธ์มหาศาลและความจุที่มากขึ้น

ในด้านประสิทธิภาพและการใช้พลังงานของหน่วยความจำสำหรับแอปพลิเคชัน AI โดยเฉพาะ HBM4 นี้ อยู่บนเทคโนโลยีกระบวนการผลิต 1ß (1-beta) DRAM ด้วยเทคโนโลยีการแพ็กเกจขั้นสูงแบบ 12-Hi ที่พิสูจน์แล้ว, และฟีเจอร์ Memory Built-In Self-Test (MBIST) ที่มีความสามารถสูง ทำให้ลูกค้าและพันธมิตรสามารถนำ HBM4 ไปผสานรวมเข้ากับแพลตฟอร์ม AI เจเนอเรชันถัดไปได้อย่างราบรื่น

Advertisement

HBM4: ก้าวกระโดดครั้งสำคัญสำหรับยุค Generative AI

ในขณะที่การใช้งาน Generative AI AI ที่สามารถสร้างสรรค์เนื้อหาใหม่ๆ ได้ และมีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง ความสามารถในการจัดการกับการนำโมเดล AI ที่ฝึกฝนแล้วมาใช้งานจริงให้มีประสิทธิภาพสูงสุดจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง และ HBM4 ก็ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายนี้โดยเฉพาะ จุดเด่นสำคัญของ Micron HBM4 ที่จะมาปฏิวัติวงการก็คือ

Micron HBM4

อินเทอร์เฟซที่กว้างขึ้นและความเร็วที่ทะลุขีดจำกัด:

โดยอินเทอร์เฟซที่กว้างขึ้นนี้ช่วยให้การสื่อสารข้อมูลระหว่างหน่วยความจำและตัวประมวลผล (เช่น GPU หรือ AI Accelerator) เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง ดีไซน์ที่เน้น Throughput สูงนี้จะช่วยเร่งประสิทธิภาพการทำงานของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models – LLMs) และระบบการให้เหตุผลแบบ Chain-of-Thought (ระบบที่ AI คิดวิเคราะห์เป็นขั้นตอน) ได้อย่างมาก พูดง่ายๆ ก็คือ HBM4 จะช่วยให้ AI Accelerator ตอบสนองได้เร็วขึ้นและ “คิด” หรือให้เหตุผลได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่เหนือกว่า:

นอกเหนือจากความเร็วที่น่าทึ่งแล้ว Micron HBM4 ยังโดดเด่นในด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยมีการปรับปรุงให้ ประหยัดพลังงานมากขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ HBM3E รุ่นก่อนของ Micron เอง ซึ่ง HBM3E นั้นก็ได้สร้างมาตรฐานใหม่ในด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานของ HBM ในอุตสาหกรรมมาแล้ว

Micron HBM4

การปรับปรุงนี้หมายความว่า HBM4 สามารถให้ Throughput หรือปริมาณงานสูงสุดโดยที่ใช้พลังงานน้อยที่สุด ซึ่งจะช่วย เพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของศูนย์ข้อมูล (Data Center Efficiency) ได้อย่างมาก เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและการระบายความร้อนเป็นปัจจัยสำคัญในศูนย์ข้อมูลยุคใหม่


HBM4: ตัวขับเคลื่อนสำคัญสำหรับนวัตกรรม AI ในหลากหลายอุตสาหกรรม

กรณีการใช้งาน (Use Cases) ของ Generative AI ยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเทคโนโลยีที่พลิกโฉมวงการนี้ก็พร้อมที่จะมอบประโยชน์มหาศาลให้กับสังคม HBM4 จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะ “ตัวขับเคลื่อน” ที่จะช่วยให้เราได้มาซึ่งข้อมูลเชิงลึก และการค้นพบใหม่ๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมในหลากหลายสาขา เช่น:

  • การดูแลสุขภาพ (Healthcare): การวิเคราะห์ภาพถ่ายทางการแพทย์ที่แม่นยำและรวดเร็วขึ้น, การค้นพบยาใหม่ๆ, การพัฒนาระบบการแพทย์เฉพาะบุคคล (Personalized Medicine)
  • การเงิน (Finance): การพัฒนาระบบตรวจจับการฉ้อโกงที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น, การวิเคราะห์ความเสี่ยงแบบเรียลไทม์, การสร้างแบบจำลองทางการเงินที่แม่นยำ
  • การขนส่ง (Transportation): การพัฒนารถยนต์ไร้คนขับที่ปลอดภัยและชาญฉลาดยิ่งขึ้น, การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบโลจิสติกส์, การจัดการจราจรอัจฉริยะ

Intelligence Accelerated: บทบาทของ Micron ในการปฏิวัติ AI

Micron HBM4
wccftech

Micron HBM4 นี้ ออกแบบมาเพื่อความน่าเชื่อถือได้สำหรับโซลูชันที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดของลูกค้า การพัฒนา HBM4 ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงลำพัง แต่เป็นผลมาจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับลูกค้าคนสำคัญและพันธมิตรในระบบ AI เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีใหม่นี้จะตอบโจทย์ความต้องการของแพลตฟอร์ม AI เจเนอเรชันถัดไปได้อย่างแท้จริง


ไทม์ไลน์และอนาคตของ HBM4:

คาดว่า Micron จะเร่งการผลิต HBM4 ให้มากขึ้น ภายในปี 2026 ซึ่งสอดคล้องกับช่วงเวลาที่ลูกค้าและพันธมิตรจะเริ่มเปิดตัวแพลตฟอร์ม AI เจเนอเรชันใหม่ๆ ที่ต้องการพลังของ HBM4 ซึ่งการที่ Micron สามารถส่งมอบตัวอย่าง HBM4 แบบ 12-Hi (ซึ่งมีความซับซ้อนในการผลิตและแพ็กเกจสูงกว่าแบบ 8-Hi) เป็นรายแรกๆ ของอุตสาหกรรม ถือเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ มันแสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีของ Micron โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่าคู่แข่งรายอื่นๆ อาจจะเริ่มต้นด้วย HBM4 แบบ 8-Hi ก่อน

Micron HBM4

การมาถึงของหน่วยความจำ HBM4 ไม่เพียงส่งผลดีต่อ Micron เพียงรายเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และ AI โดยรวมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น

  • ความต้องการแบนด์วิดธ์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด: การเติบโตของโมเดล AI โดยเฉพาะ LLMs ทำให้ความต้องการแบนด์วิดธ์หน่วยความจำเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง HBM4 ที่มีแบนด์วิดธ์ทะลุ 2 TB/s ต่อ Stack จะช่วยลดคอขวด (Bottleneck) ในส่วนนี้ได้อย่างมาก
  • การแข่งขันที่ดุเดือดในตลาด HBM: นอกจาก Micron แล้ว ผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่อื่นๆ เช่น SK Hynix และ Samsung Electronics ก็กำลังพัฒนา HBM4 ของตนเองอย่างเข้มข้น การแข่งขันนี้จะช่วยผลักดันนวัตกรรมและอาจส่งผลดีต่อราคาในระยะยาว
  • ความสำคัญของเทคโนโลยีการแพ็กเกจขั้นสูง: การสร้าง HBM4 แบบ 12-Hi หรือสูงกว่านั้น ต้องอาศัยเทคโนโลยีการแพ็กเกจแบบ 2.5D หรือ 3D ที่ล้ำสมัย เช่น Hybrid Bonding เพื่อเชื่อมต่อ Die ต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพและลดความร้อนสะสม
  • ผลกระทบต่อการออกแบบ AI Accelerator: ผู้ออกแบบ GPU และ AI Accelerator รุ่นใหม่จะต้องคำนึงถึงอินเทอร์เฟซที่กว้างขึ้นและความเร็วที่สูงขึ้นของ HBM4 ในการออกแบบชิปของตน เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากศักยภาพของหน่วยความจำใหม่นี้ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมของตัวประมวลผลเอง
  • ความท้าทายด้านพลังงานและความร้อน: แม้ HBM4 จะมีประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีขึ้น แต่ด้วยแบนด์วิดธ์ที่สูงมาก การจัดการพลังงานโดยรวมและความร้อนที่เกิดขึ้นในระบบที่ใช้ HBM4 จำนวนหลายๆ Stack ยังคงเป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับผู้ออกแบบระบบ

จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้างกับการมาของ HBM4:

Micron Technology ได้ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการเริ่มจัดส่งตัวอย่างหน่วยความจำ HBM4 ขนาด 36GB แบบ 12-Hi ให้กับลูกค้าคนสำคัญแล้ว โดย HBM4 นี้สร้างบนเทคโนโลยีกระบวนการผลิต 1ß DRAM และเทคโนโลยีการแพ็กเกจขั้นสูง

Micron HBM4

จุดเด่นของ Micron HBM4 คือ อินเทอร์เฟซกว้าง 2048-bit ต่อ Stack ทำให้มี ความเร็วในการส่งข้อมูลมากกว่า 2.0 TB/s ต่อ Stack ซึ่งสูงกว่า HBM3E รุ่นก่อนหน้าถึง 60% นอกจากนี้ยังมี ประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับ HBM3E ของ Micron เอง

HBM4 ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของแอปพลิเคชัน AI ยุคหน้า โดยเฉพาะ Generative AI และ LLMs ช่วยให้ AI Accelerator ตอบสนองได้เร็วขึ้นและให้เหตุผลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญสำหรับนวัตกรรมในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การดูแลสุขภาพ, การเงิน, และการขนส่ง

Micron วางแผนที่จะ เริ่มการผลิตหน่วยความจำ HBM4 ในปริมาณมากภายในปี 2026 ซึ่งสอดคล้องกับการเปิดตัวแพลตฟอร์ม AI เจเนอเรชันใหม่ของลูกค้า การส่งมอบตัวอย่าง HBM4 แบบ 12-Hi ในครั้งนี้ ตอกย้ำความเป็นผู้นำของ Micron ในตลาดหน่วยความจำประสิทธิภาพสูง และแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการสนับสนุนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรม AI ในอนาคต การแข่งขันในตลาด HBM4 ที่กำลังจะมาถึงนี้ จะยิ่งผลักดันนวัตกรรมและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานและระบบนิเวศ AI โดยรวมอย่างแน่นอน

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Other News

Apple เคยชู “Private Cloud Compute” เป็นหัวใจของยุทธศาสตร์ AI ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวเป็นอันดับต้น ๆ แต่ช่วงต้นกุมภาพันธ์ 2026 ประเด็นนี้กลับถูกตั้งคำถามหนักขึ้น เมื่อ Google ออกมาพูดบนเวทีผลประกอบการว่า “กำลังทำงานร่วมกับ Apple ในฐานะผู้ให้บริการคลาวด์หลัก (preferred cloud provider)” พร้อมย้ำว่าทั้งสองบริษัทจะร่วมกันพัฒนา “Apple Foundation...

IT NEWS

WD นำเทคโนโลยีใหม่ High Bandwidth Drives (HBD) มาโชว์ในงาน Innovation Day 2026 เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านข้อมูลจำนวนมหาศาลจากงานด้าน AI ด้วยการเพิ่มแบนด์วิดธ์ในการอ่าน-เขียนข้อมูลสูงสุด 2 เท่า (และขยายได้ถึง 8 เท่าในอนาคต) ผ่านการใช้หัวอ่าน-เขียนหลายตัวพร้อมกันบนผิวแผ่นดิสก์หลายแผ่น แต่ไม่เพิ่มการใช้พลังงาน ด้วยเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้ฮาร์ดดิสก์นั้นมีช่องทางในการจัดเก็บข้อมูลที่กว้างขึ้น เพื่อข้ามพ้นข้อจำกัดเดิมๆ เหมาะสำหรับงานไฮเปอร์สเกลที่ต้องใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ในปัจจุบันและอนาคต เทคโนโลยี...

IT NEWS

ตลาด RAM ช่วงนี้หนักขึ้นจริง ทั้งฝั่งเกมเมอร์และคนประกอบพีซี เพราะราคาไต่ขึ้นแทบทุกทางเลือก จนหลายคนเริ่มมองหา “ทางรอด” จากผู้ผลิตหน่วยความจำจีนอย่าง CXMT โดยหวังว่า DDR5/DDR4 จากจีนจะถูกกว่าและมีของมากพอให้ตลาดหายตึง แต่ถ้ามองด้วยมุมซัพพลายเชนและข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี ความเป็นจริงอาจต่างจากที่คาดไว้พอสมควร ทำไม RAM ถึงขาดตลาดและแพงขึ้นในช่วงต้นปี 2026 จุดที่ทำให้คนรู้สึกว่า “RAM หายาก/แพงผิดปกติ” ไม่ได้มาจากปัจจัยเดียว แต่เป็นการซ้อนกันของดีมานด์ฝั่ง AI...

IT NEWS

เมื่อวานนี้ (4 กุมภาพันธ์ 2026) YouTube ประกาศ อัปเดตครั้งใหญ่ ของฟีเจอร์ Auto Dubbing หรือระบบพากย์เสียงอัตโนมัติด้วย AI โดย “เปิดให้ใช้งานได้กับทุกช่อง” และขยายภาษาที่รองรับเป็น 27 ภาษา เพื่อช่วยให้คอนเทนต์ข้ามกำแพงภาษาได้ง่ายขึ้น ทั้งฝั่งผู้ชม และฝั่งครีเอเตอร์ ที่อยากโตในต่างประเทศ. ประเด็นสำคัญ คือ YouTube...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก