Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Unity เดินหมาก “AI-driven authoring” ในปี 2026 หวังให้พิมพ์ prompt แล้วได้เกม casual ทั้งเกม

Unity AI

Unity AI กำลังถูกวางให้เป็น “เครื่องมือสร้างเกม” แบบใหม่ในปี 2026 โดยผู้บริหารของ Unity ระบุว่าเป้าหมายคือทำให้ผู้พัฒนาสามารถ “พิมพ์คำสั่งด้วยภาษาธรรมชาติ แล้วให้ระบบช่วยสร้างเกม casual ขึ้นมาได้” ตั้งแต่ต้นแบบไปจนถึงทำเป็นโปรเจกต์ที่พร้อมต่อยอด—ทั้งหมดทำงาน “ในแพลตฟอร์ม Unity” โดยตรง ไม่ใช่แค่ไปถามโมเดล AI ทั่วไปแล้วค่อยนำผลมาประกอบเองภายหลัง


Unity ประกาศอะไรในภาพใหญ่ของปี 2026

ประเด็น “AI-driven authoring” ถูกพูดถึงในช่วงการสื่อสารผลประกอบการไตรมาส 4 และทั้งปีงบประมาณ 2025 ของ Unity ซึ่งเป็นจังหวะที่บริษัทพยายามเล่าทิศทางใหม่หลังเหตุการณ์ดราม่าค่าธรรมเนียม runtime ในปี 2023 ที่กระทบความเชื่อมั่นอย่างหนัก (และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูง)

Advertisement

Unity ระบุชัดว่า “AI-driven authoring” เป็นหนึ่งใน “พื้นที่โฟกัสหลัก” ของปี 2026 และจะนำไปโชว์เป็นรูปธรรมที่งาน Game Developers Conference ช่วงเดือนมีนาคม 2026 โดยจะเปิดตัว เบต้า ของ AI รุ่นอัปเกรดที่ผูกเข้ากับแพลตฟอร์มของตัวเอง เพื่อให้ “เดินจาก prototype ไปสู่ผลงานที่พร้อมต่อยอด” ได้ง่ายขึ้น


“AI-driven authoring” คืออะไร และต่างจาก GenAI ทั่วไปยังไง

ถ้าอธิบายแบบภาษาคนทั่วไป “AI-driven authoring” คือแนวคิดที่ให้ AI เข้าไปอยู่ในขั้น “สร้างตัวงาน” ของเกมอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ช่วยตอบคำถามหรือช่วยเขียนสคริปต์บางส่วน

ในมุมของ Unity สิ่งที่ต่างจากการใช้โมเดล AI ทั่วไป (เช่น แชตบอตอเนกประสงค์) คือระบบจะพยายาม:

  • เข้าใจ บริบทของโปรเจกต์ (เช่น โครงสร้างฉาก, การตั้งค่า, สคริปต์เดิม, asset ที่ใช้อยู่)
  • รู้ข้อจำกัด/พฤติกรรมของ runtime ที่เกมจะรันจริง
  • และยัง “ไปเชื่อม” กับโมเดลชั้นนำ (frontier models) ที่มีอยู่ในตลาด เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมามีประสิทธิภาพกว่าใช้โมเดลทั่วไปแบบโดด ๆ

พูดง่าย ๆ คือ Unity อยากให้ Unity AI “ไม่ใช่ผู้ช่วยนอกเกมเอนจิน” แต่เป็น “ผู้ช่วยที่อยู่ในเอนจิน” และรู้จักโปรเจกต์ของคุณจริง ๆ


Unity AI (เบต้า) ที่จะโชว์ใน GDC 2026 น่าจะทำอะไรได้บ้าง

Unity บอกว่าจะโชว์เบต้าที่งาน GDC 2026 ซึ่งตามกำหนดจัด 9–13 มีนาคม 2026 ณ Moscone Center เมือง San Francisco

แม้บริษัทยังไม่ได้ลงรายละเอียดเป็น “รายการฟีเจอร์” แบบเต็ม ๆ แต่จากคำอธิบายในบทสนทนาเกี่ยวกับ AI และเป้าหมาย “prompt ให้เป็นเกม” ทำให้พอคาดกรอบความสามารถที่ “เป็นไปได้” ในระดับเกม casual ได้ดังนี้ (ส่วนนี้เป็นการตีความจากสิ่งที่ Unity เล่าว่าอยากทำ ไม่ใช่การยืนยันว่าเบต้าจะทำได้ครบทุกข้อ):

  • สร้างโครงเกมพื้นฐานจาก prompt เช่น loop การเล่น, ระบบคะแนน, เงื่อนไขชนะ/แพ้ (เหมาะกับเกม casual ที่กติกาไม่ซับซ้อนมาก)
  • สร้างฉาก/วัตถุ/คอมโพเนนต์ที่จำเป็นให้พร้อมเริ่มเล่นได้ (เช่น scene, UI, prefab พื้นฐาน)
  • สร้าง/แก้สคริปต์ตามบริบทของโปรเจกต์ (แทนที่จะเขียนโค้ดจากศูนย์)
  • ช่วย “เติมส่วนที่ทำให้เกมขายได้” เช่นแนวคิดการเชื่อม monetization/commerce เข้าไปใน flow การสร้างเกม (Unity พูดถึงแนวคิดนี้ในบริบท AI authoring)

จุดสำคัญคือ Unity เน้นคำว่า “native to our platform” ซึ่งสื่อว่า workflow ตั้งใจให้ไหลอยู่ใน Unity ตั้งแต่สร้างต้นแบบ ไปจนถึงการทำเป็นโปรเจกต์ที่ต่อยอดได้จริง ไม่ใช่เดโม AI ที่สร้างคลิปสั้น ๆ แล้วจบ


ทำไม Unity ถึงมั่นใจว่า “รู้บริบทโปรเจกต์” จะดีกว่าโมเดลอเนกประสงค์

Unity ให้เหตุผลว่า “ความเข้าใจบริบทโปรเจกต์ + ความเข้าใจ runtime” เป็นแต้มต่อ เพราะการทำเกมจริงไม่ใช่แค่ “เขียนโค้ดให้ทำงาน” แต่ต้องเข้ากับ:

  • โครงสร้างโปรเจกต์ที่มีอยู่
  • เวอร์ชันของเอนจิน/แพ็กเกจ
  • การตั้งค่าแพลตฟอร์ม (มือถือ/พีซี/คอนโซล)
  • ข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพ (performance) และการดีบัก

โมเดลอเนกประสงค์อาจเขียนโค้ดได้ แต่ถ้าไม่รู้ว่าโปรเจกต์คุณจัดโฟลเดอร์ยังไง ใช้ระบบอินพุตแบบไหน ใช้แพ็กเกจอะไรอยู่ ก็มีโอกาสสร้าง “โค้ดสวยแต่เอาไปเสียบแล้วพัง” หรือทำให้เกิดหนี้เทคนิค (technical debt) ตามมาได้

Unity จึงพยายามวางตำแหน่ง Unity AI เป็นผู้ช่วยที่ “รู้จักงานของคุณจริง ๆ” และลดแรงเสียดทานในกระบวนการสร้างสรรค์ให้มากที่สุด


กระแสตลาด: จาก Google “Project Genie” ถึงความกังวลต่อธุรกิจเครื่องมือทำเกม

เหตุผลที่ประโยค “prompt แล้วได้เกม” กลายเป็นประเด็นใหญ่ ไม่ได้มาจาก Unity เพียงรายเดียว ก่อนหน้านี้ Google DeepMind และ Project Genie ก็ถูกพูดถึงหนักในฐานะงานทดลองที่ทำให้ตลาดหุ้นบริษัทเกมหลายรายผันผวน โดยสื่อหลายสำนักรายงานว่าหลังการเปิดตัว Project Genie หุ้นของบางบริษัทเกมร่วงรุนแรง เพราะนักลงทุนกังวลว่าเครื่องมือแนวนี้อาจลดความจำเป็นของ “ซอฟต์แวร์ทำเกม” แบบเดิม ๆ

ในฝั่ง Unity เองก็มีรายงานเชิงตลาดว่าราคาหุ้นผันผวนหลังการประกาศผลประกอบการและการให้ภาพอนาคตที่มี AI เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนชี้เหมือนกันคือ “เดโม prompt-to-world” กับ “การทำเกมที่ขายได้จริง” ยังห่างกันมาก—เกมจริงต้องมีระบบ เป้าหมาย ความสมดุล เนื้อหา การทดสอบ การอัปเดต และงานบริการหลังบ้านอีกยาว ซึ่ง AI อาจช่วย “เร่งบางขั้น” แต่ยังไม่ใช่ปุ่มวิเศษที่ทำให้ทุกอย่างจบในคลิกเดียว


ตัวเลขประกอบ

เพื่อให้เห็นภาพว่าทำไม Unity ถึงใช้เวทีผลประกอบการในการเล่า “หมุดหมาย AI” บริษัทประกาศผลไตรมาส 4 ปีงบฯ 2025 พร้อมตัวเลขสำคัญ เช่น รายได้ไตรมาส (รายงานโดย Unity และสื่อการเงิน)

อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนคร่าว ๆ 1 ดอลลาร์ ≈ 31.28 บาท (วันที่ 17 ก.พ. 2026)

  • รายได้ไตรมาส 4: 503.1 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 15.74 พันล้านบาท)
  • กระแสเงินสดอิสระ (Free cash flow) ไตรมาส: 119 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.72 พันล้านบาท)
  • แนวโน้มรายได้ไตรมาสถัดไปที่บริษัทคาดการณ์ (ช่วงตัวเลข): 480–490 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 15.01–15.33 พันล้านบาท)

หมายเหตุ: ตัวเลขบาทเป็นการคำนวณแบบ “ประมาณ” จากเรตอ้างอิงวันเดียวกัน อาจต่างจากเรตซื้อขายจริงของแต่ละธนาคาร/ช่วงเวลา


มุมมองฝั่งนักพัฒนาและผู้เล่น: โอกาส vs ความเสี่ยง “AI slop”

แม้ Unity จะเล่าวิสัยทัศน์ว่า AI ช่วย “democratize” การทำเกม ทำให้คนที่ไม่ถนัดโค้ดก็เริ่มสร้างเกมได้ และลดแรงเสียดทานจากไอเดียไปสู่โปรเจกต์จริง
แต่ความกังวลก็มาเป็นแพ็กคู่ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเกมที่ GenAI เป็นหัวข้ออ่อนไหวอยู่แล้ว

โอกาสที่เป็นไปได้

  1. ทำต้นแบบเร็วขึ้นมาก: ทีมเล็กลองไอเดียได้ถี่ขึ้น ลดเวลาทำ prototype
  2. ลดงานซ้ำ ๆ: ช่วยทำ scaffolding, UI พื้นฐาน, ตัวอย่างโค้ด, หรือแก้บั๊กตามบริบท
  3. ช่วยข้ามกำแพงความรู้: ผู้สร้างหน้าใหม่เรียนรู้ผ่าน “การสั่งงาน + ดูผลลัพธ์ + ปรับแก้” แทนการอ่านคู่มือยาว ๆ

ความเสี่ยงที่คนในวงการพูดถึงบ่อย

  1. คุณภาพงานตกเป็น “งานสำเร็จรูปหน้าตาเหมือนกัน”: ถ้าทุกคนใช้ prompt แบบเดียวกัน ผลลัพธ์อาจกลายเป็นเกมที่คล้ายกันเต็มสโตร์
  2. ประเด็นข้อมูลฝึกสอน/ลิขสิทธิ์: นักพัฒนาหลายกลุ่มกังวลว่าโมเดล GenAI จะไปแตะข้อมูลที่มีปัญหาเรื่องสิทธิ์ (ประเด็นนี้ไม่ได้ถูกตอบครบในคำประกาศชุดนี้)
  3. ความโปร่งใสต่อผู้บริโภค: ผู้เล่นจำนวนมาก “แพ้ทาง” เกมที่ถูกมองว่าทำแบบลัด ๆ และไม่ผ่านการขัดเกลา

สรุปคือ ต่อให้ AI ทำให้ “สร้างได้ไว” จริง เกมที่จะยืนระยะได้ยังต้องพึ่ง “การออกแบบโดยมนุษย์” การทดสอบ และงาน craft อีกมาก ซึ่งเป็นเหตุผลที่คำว่า “prompt เกมทั้งเกม” ถึงทั้งน่าตื่นเต้นและน่ากังวลในเวลาเดียวกัน


ประเด็นที่ควรถามให้ชัด ก่อนเชื่อว่า “prompt แล้วได้เกมทั้งเกม”

เมื่อ Unity เปิดเดโมเบต้าที่ GDC 2026 คำถามที่น่าจับตา (และควรมีคำตอบที่ชัด) คือ:

  1. ขอบเขตคำว่า “casual games” ทำได้แค่ไหน?
    เกม casual มีตั้งแต่เกมเล็กมาก ไปจนถึงไฮบริดที่ระบบซับซ้อนพอสมควร (เช่น เกมไต่แรงก์ เกมเศรษฐกิจ เกมไฮเปอร์แคชชวลที่ต้อง A/B test หนัก ๆ)
  2. ได้ “เกมที่เล่นได้” หรือได้ “โปรเจกต์ที่ต้องมานั่งเกลาอีกยาว”?
    คำว่า prototype-to-finished product ฟังดูดี แต่ในทางปฏิบัติจะวัดจากอะไร—คุณภาพโค้ด? ความพร้อมทำคอนเทนต์? หรือความพร้อมปล่อยขึ้นสโตร์?
  3. AI จะทำงานกับ asset/ระบบที่มีอยู่ของนักพัฒนาได้ลึกแค่ไหน?
    ถ้า “รู้บริบทโปรเจกต์” จริง ต้องเห็นว่ามันอ่านโครงสร้างโปรเจกต์และช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีแค่ไหน ไม่ใช่แค่ generate โค้ดทั่วไป
  4. เรื่องสิทธิ์และความปลอดภัยของข้อมูลโปรเจกต์
    นักพัฒนาหลายราย (โดยเฉพาะสตูดิโอ) จะถามทันทีว่าโค้ด/asset/ไอเดียในโปรเจกต์ถูกส่งออกไปประมวลผลที่ไหน เก็บ log หรือไม่ และมีตัวเลือกอะไรบ้าง

บทสรุป: Unity AI กำลังพาเอนจินไปสู่ “ยุค prompt-first” จริงหรือไม่

สิ่งที่ “ยืนยันได้” จากคำกล่าวของผู้บริหาร Unity คือ บริษัทกำลังผลักดัน AI-driven authoring เป็นแกนสำคัญของปี 2026 และจะโชว์เบต้าของ AI รุ่นอัปเกรดในงาน GDC ช่วงมีนาคม 2026
แต่สิ่งที่ยังต้องรอดูของจริงคือ “ขอบเขต” และ “คุณภาพ” ว่าจะช่วยทำเกมได้ลึกแค่ไหน และช่วยยกระดับงาน craft ได้จริงหรือแค่ทำให้เกิดเกมสำเร็จรูปคุณภาพกลาง ๆ จำนวนมาก

สำหรับอุตสาหกรรมเกมที่เชื่อในพลังของงานทำมือ (handcrafted experience) และสำหรับผู้เล่นที่ไวต่อ “เกมที่ดูไม่ตั้งใจทำ” การเปิดเดโมของ AI ครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นแค่โชว์เทคโนโลยี แต่เป็นการทดสอบว่า “AI จะเป็นเครื่องมือเสริม” หรือจะถูกมองว่าเป็น “ทางลัดที่ลดคุณค่าความสร้างสรรค์” กันแน่

ที่มา: wccftech

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

Google ปล่อยอัปเดตฉุกเฉิน เพื่ออุดช่องโหว่ความปลอดภัยแบบ zero-day ใน Chrome รหัส CVE-2026-2441 หลังยืนยันว่า “มี exploit ถูกใช้งานจริงในวงกว้าง (in the wild)” และเริ่มทยอยปล่อยเวอร์ชันแก้ไขให้ผู้ใช้บน Stable Desktop แล้ว บทความนี้สรุปให้เข้าใจง่าย ว่าช่องโหว่นี้คืออะไร กระทบใคร เวอร์ชันไหนปลอดภัย และควรอัปเดตอย่างไร...

IT NEWS

Apple ส่งคำเชิญสื่อเข้าร่วม “special Apple Experience” ในวันที่ 4 มีนาคม 2026 เวลา 9:00 น. ตามเวลา ET ที่ นิวยอร์ก และมีการจัดกิจกรรมสื่อพร้อมกันที่ ลอนดอน และ เซี่ยงไฮ้ ด้วย ถ้าคิดเป็นเวลาไทย (โซนกรุงเทพฯ UTC+7)...

IT NEWS

กระแส “ต้นทุนชิปความจำ” ยังคงเป็นประเด็นใหญ่ของวงการสมาร์ตโฟน และรอบนี้ดูเหมือนว่า Apple กำลังเจอแรงกดดันด้าน storage หนักขึ้นอีกขั้น หลังมีข่าวลือว่า บริษัทอาจยอมรับเงื่อนไขจาก Kioxia ด้วยการ “จ่ายราคา NAND สูงขึ้นถึง 2 เท่า” ในบางช่วงสัญญา ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริง ก็มีโอกาสส่งผลต่อกลยุทธ์ราคาของ iPhone 18 โดยเฉพาะรุ่นที่อัปความจุภายในสูง ๆ...

IT NEWS

Weathr คือโปรแกรมเล็ก ๆ ที่ทำให้ terminal บน Linux (และใช้งานบน macOS ได้ด้วย) กลายเป็น “ฉากหลังพยากรณ์อากาศ” แบบ ASCII art ที่ขยับได้จริง โดยแอนิเมชันจะเปลี่ยนตามสภาพอากาศ ณ ตำแหน่งของคุณแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นฝน หิมะ พายุฟ้าคะนอง หมอก ไปจนถึงวงจรกลางวัน/กลางคืน...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก