ROG Xbox Ally ตอบโจทย์สายคุ้มด้วยค่าตัว 18,990 บาท ตอบโจทย์คนเล่นเกมอินดี้และเกมออนไลน์ มี Xbox Full Screen Experience ให้ใช้!!

Gaming Handheld จากความร่วมมือระหว่าง ASUS กับ Microsoft นอกจากรุ่นเรือธงอย่าง ROG Xbox Ally X ของฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ก็มีรุ่นรองอย่าง ROG Xbox Ally ราคาประหยัดเพียง 18,990 บาท ให้เกมเมอร์ทั่วไปได้ซื้อมาเล่นเกมได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะโดยสารยานพาหนะไหนอยู่หรือต้องค้างคืนต่างถิ่นแล้วไม่ได้อยู่หน้าเกมมิ่งพีซีคู่ใจ อย่างน้อยก็ยังเปิดเล่นเกมโปรดได้อย่างมีความสุขก็ช่วยให้มีความสุขขึ้นแล้ว แม้ภาพในเกมจะไม่ได้สวยงามอลังการจากจีพียูแยกราคาเท่ากับตัวเครื่องนี้ก็ยังทำให้เสพย์บรรยากาศและเนื้อเรื่องได้ดี
ในฐานะน้องรองก็จะถูกปรับสเปคลงมาเล็กน้อย จากชิปเซ็ตเรือธงอย่าง Ryzen AI Z2 Extreme กับ RAM 24 GB LPDDR5X เป็นชิปรุ่นเริ่มต้นอย่าง Ryzen Z2 A กับ RAM 16 GB LPDDR5 แต่ในเมื่อเป็น Ryzen Z Series เพื่อการเล่นเกมแล้ว ก็ยังเรียกใช้ฟีเจอร์ Upscaling ได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะ FidelityFX Super Resolution (FSR) ไว้เร่งเฟรมเรทภายในเกมคู่กับ Radeon Super Resolution (RSR) ไว้ทำ Upscaling ระดับไดรเวอร์ กับ AMD Fluid Motion Frame (AFMF) เพื่อเพิ่มเฟรมเรทและทำให้ภาพต่อเนื่องขึ้น แถมยังจัดการพลังงานได้ดีพอให้เดินเนื้อเรื่องทำภารกิจเล็กใหญ่ได้นานหลายชั่วโมงโดยไม่ต้องกลัวแบตหมดเครื่องดับก็ได้

ด้านฟีเจอร์ของ ROG Xbox Ally ยกมาจากรุ่นใหญ่หลายอย่าง ไม่ว่าจะใช้ Xbox Full Screen Experience จาก Microsoft เพื่อลดระบบเบื้องหลังเกินจำเป็นแล้วฉุดรั้งประสิทธิภาพตอนเล่นเกมของ Windows 11 ทั้งหมดออกไป, เรียกใช้ฟีเจอร์ร่วมกับเครื่องคอนโซล Xbox Series X|S ได้, ลำโพงเสริมระบบ Smart Amp แล้วรองรับ Dolby Atmos รวมถึงช่องใส่ SSD เปลี่ยนจากไดรฟ์ขนาดเล็กหาซื้อยากเป็น M.2 2280 แบบมาตรฐานทั่วไปแล้ว แถมบอดี้ภายนอกก็เป็นทรงจอย Xbox ผ่าครึ่งเหมือนกันจึงจับถนัดไม่หลุดมือแน่นอน
นอกจากใช้เล่นเกม ASUS ก็มีอุปกรณ์เสริมจำหน่ายเพื่อแปลงร่าง ROG Xbox Ally ให้เป็นคอมตั้งโต๊ะได้ ทั้ง ROG Bluwark Dock DG300 พร้อมสาย USB-C ไว้ต่อพ่วงเพิ่มพอร์ตต่างๆ , อะแดปเตอร์ชาร์จไฟมีพอร์ต HDMI, USB 2.0 อย่าง ROG Gaming Charger Dock ให้พกไปใช้งานนอกสถานที่ได้ง่าย ส่วนกระเป๋าตรงรุ่นก็มี ROG Slash Sling Bag 4.0 ให้เอาไว้ใส่เพื่อปกป้องเครื่องได้ไม่ต้องกลัวตกเสียหาย แถมเอาไปใช้กับ ROG Ally ตัวอื่นได้ด้วย
NBS Verdicts

Gaming Handheld หลายรุ่นมีสมรรถนะดีขึ้นมากพอให้เล่นได้แทบทุกเกม แต่ราคาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบหรือเกิน 30,000 บาท ไล่เลี่ยกับโน๊ตบุ๊คระดับพรีเมียมแล้ว แต่ก็ยังมี ROG Xbox Ally ราคา 18,990 บาท ไว้เล่นเกมโปรดตอนต้องเดินทางไปไหนมาไหน สามารถเล่นเกมโปรดได้เพียงตั้งค่าสักนิด เปิดใช้ระบบ Upscaling สักหน่อย ก็เล่นเกมชั้นนำได้หมดแถมภาพยังลื่นไหล ประกอบกับระบบ Xbox Full Screen Experience ทำให้ระบบเบื้องหลังของ Windows 11 ไม่เข้ามารบกวนและเป็น UI เพื่อเครื่องเกมพกพาโดยเฉพาะ จึงได้เฟรมเรทเพิ่มประกอบกับการจัดการพลังงานได้ดีทำให้เล่นเกมได้ร่วม 3 ชม. เสมอ เป็นจุดแข็งของ Gaming Handheld ตัวนี้ แถมได้ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ร่วมกันทำให้ถือใช้งานได้ถนัดมือขึ้นมาก
ภายในเครื่องก็ใช้ฮาร์ดแวร์หลายส่วนร่วมกับ ROG Xbox Ally X จึงแชร์ข้อดีหลายส่วนร่วมกัน ทั้งย้ายช่อง MicroSD card reader หลบฮีตซิ้งค์ให้การ์ดไม่โดนความร้อนเสียหาย, USB-C คู่บนตัวเครื่อง ถึงจะเป็นเวอร์ชั่น 3.2 หมด ไม่ได้เป็น 4.0+3.2 ก็ใช้งานได้แบบ Full Function และได้เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือรวมกับปุ่ม Power เช่นเดียวกัน จึงปลดล็อคเครื่องได้ง่ายและเป็นส่วนตัวกว่าเดิม ด้านปุ่มทริกเกอร์ LT / RT ถูกอัพเกรดเป็น Hall Effect รับแรงกดของเกมเมอร์ได้ดีขึ้นมากและคาดหวังว่าในรุ่นถัดไปก้านอนาล็อคเป็น Hall Effect ด้วยก็จะดีมาก
อย่างไรก็ตาม สมรรถนะของ Ryzen Z2 A นั้นจำเป็นต้องพึ่ง AMD FSR กับ Upscaling อื่นๆ ให้ภาพลื่นไหลขึ้นจนอาจจะไปถึงการปรับความละเอียดหน้าจอลงเล็กน้อยด้วยซ้ำ จึงไม่อยากให้คาดหวัง “พลังดิบ” จากจีพียูมากนัก หรือไม่ก็ขยับไป ROG Xbox Ally X จะตรงโจทย์กว่า หากเข้าใจและไม่ได้ติดใจประเด็นเหล่านี้นัก แค่อยากได้เครื่องเกมพกพาไว้พกไปเล่นเกมโปรดได้ทุกเวลาและเคลียร์ภารกิจประจำวันของเกมออนไลน์กับเกมมือถือได้ก็นับว่าเหมาะมาก
แต่นอกจากเรื่องสมรรถนะของชิปเซ็ตอยากให้ ASUS เปลี่ยนอินเทอร์เฟส SSD จาก PCIe 3.0 x4 เป็น 4.0 เหมือนกับ ROG Xbox Ally X จะดีกว่า เพราะปัจจุบันนี้ M.2 NVMe ในตลาดใช้เวอร์ชั่น 4.0 เป็นมาตรฐานแล้วและเวอร์ชั่น 5.0 ก็กำลังวางขายอยู่ด้วย แม้อินเทอร์เฟสเวอร์ชั่นเก่าจะยังเร็วพอให้เล่นเกมต่างๆ ได้ดี แต่ถ้าได้เวอร์ชั่นใหม่ก็จะทำให้ SSD ทำงานได้ดีขึ้นด้วยและแชร์อะไหล่ร่วมกันได้อีก
ข้อดีของ ROG Xbox Ally
- ชิปเซ็ต AMD Ryzen Z2 A ใช้ Upscaling ได้หลากหลาย ช่วยเร่งเฟรมเรทให้ภาพลื่นไหล
- มีระบบ Xbox Full Screen Experience ช่วยตัดฟีเจอร์เกินจำเป็นทำให้เล่นเกมได้ไหลลื่น
- ชิปเซ็ตและระบบจัดการพลังงานของ ROG Xbox Ally ทำงานได้ดี เล่นเกมได้ร่วม 3 ชม.
- หน้าจอทัชสกรีน 7″ รองรับ FreeSync Premium ป้องกันภาพฉีกขาด มีค่า Refresh Rate สูง
- ดีไซน์ตัวเครื่องมีก้านจับเสริมเหมือนจอย Xbox ช่วยให้จับถนัดมือยิ่งขึ้น
- M.2 NVMe SSD ในเครื่องเป็นขนาด M.2 2280 สามารถซื้อไดรฟ์ขนาดเดียวกันมาเปลี่ยนได้
- ติดพอร์ต USB-C 3.2 Full Function มาให้ 2 ช่อง ไว้ต่อหน้าจอแยก, ชาร์จไฟและโอนไฟล์ได้
- ช่อง MicroSD card reader ย้ายตำแหน่งจากใต้ฮีตซิ้งค์ไปอยู่อีกด้านของเมนบอร์ดแล้ว
- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้รวดเร็วและต่อเนื่องด้วย Wi-Fi 6E (802.11ax)
- ก้านทริกเกอร์ LT / RT ถูกอัพเกรดเป็นแบบ Hall Effect แล้ว ใช้งานได้ทนทานยิ่งขึ้น
- ปุ่ม Power มีระบบสแกนลายนิ้วมือติดมาให้ยืนยันตัวเจ้าของก่อนปลดล็อคเครื่อง
- ลำโพงมีระบบ Smart Amp รองรับ Dolby Atmos ให้เสียงดังมีมิติ
ข้อสังเกตของ ROG Xbox Ally
- ตัวเครื่องสีขาวมักมีคราบสกปรกติดได้ง่าย ควรให้ใช้ทิชชู่เปียกทำความสะอาดเป็นระยะๆ
- ชิปเซ็ตถึงใช้เล่นเกมได้แต่ต้องใช้ระบบ Upscaling เสริมเสมอเพื่อให้ภาพลื่นไหลต่อเนื่อง
- ควรเปลี่ยนอินเทอร์เฟส SSD จาก PCIe 3.0 x4 เป็น 4.0 x4 จะได้ดึงศักยภาพออกมาได้เต็มที่
รีวิว ROG Xbox Ally
- Specification
- Hardware & Design
- Screen & Speaker
- Gamepad & Control
- Connector, Thin & Weight
- Inside & Upgrade
- Performance & Software
- Battery & Heat & Noise
- User Experience
- Conclusion & Award
- Gallery
Specification

ROG Xbox Ally เป็น Gaming Handheld จากความร่วมมือของ Microsoft และ ASUS จนเกิดเป็นเครื่องเกมพกพาดีไซน์แปลกแหวกแนวแต่จับถือถนัดมือเครื่องนี้ แชร์ดีไซน์กับฟีเจอร์หลายส่วนร่วมกับกับ ROG Xbox Ally X ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์จนถึงซอฟท์แวร์ภายในกับ Xbox Full Screen Experience อีกด้วย
ด้านสเปคเทียบแล้วชิปเซ็ต, หน่วยความจำ กับพอร์ตเชื่อมต่อจะถูกลดทอนลงมาบ้าง แต่ในแง่การใช้งานจริงรวมถึงระบบ Upscaling ก็เรียกใช้ได้ไม่แพ้กัน เทียบแล้วจะเป็นดังนี้
| รุ่น / สเปค | ROG Xbox Ally (เครื่องรีวิว) | ROG Xbox Ally X |
| CPU | AMD Ryzen Z2 A แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.8~3.8 GHz TDP 15W | AMD Ryzen AI Z2 Extreme แบบ 8 คอร์ 16 เธรด (Zen 5*3 / Zen 5c*5) ความเร็วสูงสุด 5 GHz TDP 28W |
| NPU & Technologies | Radeon Super Resolution Radeon Boost Radeon Anti-Lag FreeSync Radeon Chill HYPR-RX FSR Fluid Motion Frames | AMD Ryzen AI 50 TOPS Radeon Super Resolution Radeon Boost Radeon Anti-Lag FreeSync Radeon Chill HYPR-RX FSR Fluid Motion Frames |
| GPU | AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์ ความเร็ว 1,800 MHz สถาปัตยกรรม RDNA 2 | AMD Radeon 890M แบบ 16 คอร์ ความเร็ว 2,900 MHz สถาปัตยกรรม RDNA 3.5 |
| Storage | M.2 NVMe SSD 512 GB PCIe 3.0 x4 | M.2 NVMe SSD 1 TB PCIe 4.0 x4 |
| Memory | 16 GB LPDDR5X บัส 6,400 MHz | 24 GB LPDDR5X บัส 8,000 MHz |
| Software | Windows 11 Home Xbox Full Screen Experience | Windows 11 Home Xbox Full Screen Experience |
| Display | Touchscreen Gorilla Glass Victus 7″ Full HD พาเนล IPS Refresh Rate 120 Hz AMD FreeSync Premium 100% sRGB | Touchscreen Gorilla Glass Victus 7″ Full HD พาเนล IPS Refresh Rate 120 Hz AMD FreeSync Premium 100% sRGB |
| Connectivity & Security | USB-C 3.2 Full Function*2 MicroSD card reader*1 Audio combo*1 Wi-Fi 6E (802.11ax) Bluetooth 5.2 | USB-C 4.0 Full Function*1 USB-C 3.2 Full Function*1 MicroSD card reader*1 Audio combo*1 Wi-Fi 6E (802.11ax) Bluetooth 5.2 |
| Control | View button Menu button L & R Hall Effect analog triggers L & R bumpers D-pad Command Center button Armoury Crate button A B X Y buttons 2 x assignable grip buttons Thumbsticks: 2 x full-size analog sticks Haptics: HD haptics Gyro: 6-Axis IMU | View button Menu button L & R Hall Effect analog triggers L & R bumpers D-pad Command Center button Armoury Crate button A B X Y buttons 2 x assignable grip buttons Thumbsticks: 2 x full-size analog sticks Haptics: HD haptics Gyro: 6-Axis IMU |
| Battery | 60Whr แบบ Li-ion 4-Cell | 80Whr แบบ Li-ion 4-Cell |
| Weight & Colors | 670 กรัม สีขาวเท่านั้น | 715 กรัม สีดำเท่านั้น |
| Price | 18,990 บาท | 29,990 บาท |
Hardware & Design



รูปลักษณ์ภายนอกของ ROG Xbox Ally เทียบกับ ROG Xbox Ally X ก็เป็นฝาแฝดกันตั้งแต่รูปทรงภายนอกไปจนภายในซึ่งคล้ายกันหลายส่วน โครงเครื่องภายนอกแทบจะไม่ต่างกันโดยใช้บอดี้เหมือนจอย Xbox ผ่าครึ่งติดเข้าด้านข้างจอ 7″ สองฝั่ง, มีลำโพงคู่หน้าใต้ชุดปุ่มและก้านอนาล็อคล้อมด้วยวงไฟ RGB ต่างตรงแฝดน้องจะใช้สีขาวสวยเรียบร้อยถูกใจใครหลายคน ในทางกลับกันก็จะเก็บคราบสกปรกและขี้ไคลจากมือเจ้าของได้ง่าย จึงควรใช้ทิชชู่เปียกเช็ดทำความสะอาดเสมอประมาณสัปดาห์ละครั้งก็ช่วยรักษาความสะอาดได้แล้ว


ลวดลาย ROG ถูกแทรกไว้ตามส่วนต่างๆ บนตัวเครื่อง ทั้งปั๊มติดเอาไว้ข้างปุ่ม ABXY ฝั่งขวา บนตัวยิงเลเซอร์เป็นคำว่า ‘ROG Xbox’ ขนาดเล็กจิ๋วเป็นแถบยาวพาดจากปุ่ม Y ลงมาจนปุ่ม A เช่นเดียวกันทั้งสองด้าน เอฟเฟคแสงไฟ RGB ของก้านอนาล็อคทั้งสองด้านสามารถปิดหรือเปลี่ยนเอฟเฟคแสงไฟได้ในโปรแกรม Armoury Crate
ตัวก้านอนาล็อคคู่นี้หลายคนอาจหวังให้เปลี่ยนจากระบบกลไกเป็น Hall Effect แต่ก็ยังไม่ใช่ เป็นกลไกเช่นเดิมแต่ปรับปรุงเสริมความแข็งแรงเข้าไปให้ทนต่อแรงกระทำจากแม่โป้งของเกมเมอร์ได้มากขึ้น แต่ถ้าเป็นไปได้ยังอยากให้ ASUS เปลี่ยนเป็นระบบแม่เหล็กเหนี่ยวนำแบบปุ่มทริกเกอร์ LT / RT ไปเลยก็จะดีมาก





ฝาหลังของ ROG Xbox Ally เจาะช่องนำอากาศเข้าสองฝั่งตรงกับพัดลมระบายความร้อนในตัว คั่นตรงกลางด้วยเส้นพาดแบบเกมมิ่งโน้ตบุ๊ค ROG พอสะท้อนแสงจะเป็นสีรุ้งมีคำว่า ‘Republic of Gamers’ เขียนตามแนวยาวของเส้นดูสวยงาม ริมเครื่องสองฝั่งมีปุ่มมาโคร M1, M2 ไว้ให้ตั้งค่าปุ่มลัดแล้วกดใช้งานได้ ฝาหลังขันล็อคน็อตแบบแฉกบวก Philips Head เอาไว้ 8 ดอก ให้ประกอบเป็นเนื้อเดียวแข็งแรงทนทานมาก








ถ้าซื้อ ROG Xbox Ally หรือรุ่น X มาแล้ว อยากแนะนำให้ซื้อกระเป๋า ROG Slash Sling Bag 4.0 มาใส่เครื่องด้วย ตัวกระเป๋าเป็นหนัง PU กับผ้าโพลีเอสเตอร์กันน้ำติดตะขอแม่เหล็ก FIDLOCK ไว้ เพียงดึงติ่งเชือกขึ้นก็เปิดกระเป๋าได้ทันที ในกระเป๋าแยกเป็น 2 ช่อง เป็นส่วนหน้าไว้ใส่ ROG Xbox Ally ภายในเสริมด้วยผ้านุ่มไว้ซับเครื่องและกรอบด้านนอกเป็นเนื้อแข็ง ช่องใหญ่ด้านหลังไว้ใส่อุปกรณ์เสริมกับของใช้ได้ ราคาของกระเป๋าใบนี้ 2,290 บาท จัดว่าไม่ถูกไม่แพงเกินไปนัก คุ้มจะจ่ายมาใส่ปกป้องเครื่องเกมนี้มาก
Screen & Speaker




หน้าจอขนาด 7″ มีความละเอียด Full HD (1920*1080) พาเนล IPS ค่า Refresh Rate 120Hz รองรับ FreeSync Premium ไว้ป้องกันภาพฉีกขาดเวลาเล่นเกม สามารถเปิดฟีเจอร์ Dynamic refresh rate ของ Windows 11 ให้ระบบปรับอัตราความถี่ของภาพบนหน้าจอโดยอัตโนมัติ พอเร่งความสว่างหน้าจอแล้ววัดได้ 452.82 cd/m2 สว่างมากจนสู้แสงแดดได้ทุกสถานการณ์ แต่ถ้าอยู่ในอาคารแนะนำให้ลดเหลือ 50% ก็มองเห็นชัดเจนแล้ว
ASUS เคลมขอบเขตสีหน้าจอของ ROG Xbox Ally เอาไว้ 100% sRGB ซึ่งผลจากการทดสอบกับโปรแกรม DisplayCal 3 ร่วมกับเครื่อง Calibrite Display Pro HL ได้ขอบเขตสีจริง (Gamut coverage) 96.1% sRGB, 67.3% Adobe RGB, 69.2% DCI-P3 มีขอบเขตสีองค์รวม (Gamut volume) ได้ 98% sRGB, 67.5% Adobe RGB, 69.4% DCI-P3 ค่าความเที่ยงตรงสี Delta-E 0.03~0.83 ถือว่าตรงตามการเคลมสเปคจากโรงงานและได้สีสันแม่นยำ เวลาเล่นเกมก็ได้สีสันสวยงามสมจริง



ลำโพงคู่ด้านหน้าข้างจอเป็นลำโพงกำลังขับต่อดอก 2W รวมแล้ว 4W เสริมด้วยระบบ Smart Amp และรองรับ Dolby Atmos เวลาเร่งเสียงดังสุดแล้ววัดได้ 88dB บางครั้งอาจดังเกิน 90dB ได้ โทนเสียงเน้นเครื่องดนตรีกับนักร้องนำเป็นหลัก มีเสียงเบสเสริมให้พอฟังเพลงได้อรรถรสขึ้นแต่แรงปะทะไม่เยอะ อาจจะต่อลำโพงแยกไปเพื่อให้เสียงถูกใจยิ่งขึ้นก็เหมาะเช่นกัน
กลับกันเสียงลำโพงตอนเล่นเกมกลับดีมากเพราะโทนเสียงดังชัดเจนและมิติเสียงกว้างเหมือนอยู่ในสถานการณ์นั้น ได้ยินแล้วรู้ทันทีว่าในเกมตอนนี้เกิดอะไรขึ้นและศัตรูจะมาจากมุมไหน แต่แนะนำให้เปิดเสียงดังราว 50~70% ก็ได้ยินชัดเจนแล้ว ไม่ต้องเร่งจนดังสุดก็ได้
Gamepad & Control




เลย์เอ้าท์จอยเกมทั้งสองฝั่งของ ROG Xbox Ally จะเหมือนของจอย Xbox และเสริมปุ่มของ ASUS เข้ามา ไม่ว่าจะเรียกคลังเกมหรือโปรแกรม Armoury Crate ออกมาตั้งค่าเครื่องได้ ส่วนปุ่ม Xbox ฝั่งซ้ายมือ ตั้งต้นกดแล้วจะใช้เรียก Quick settings ขึ้นมาตั้งค่าเครื่อง ถ้าอยากให้เป็นคำสั่งอื่นก็เปลี่ยนได้โดยใช้ Armoury Crate เช่นกัน
ชุดวงจรของก้านอนาล็อคทั้งสองฝั่งจะเป็นแผ่นวงจรแยกชิ้นและล็อคน็อตเข้ากับบอดี้เครื่องส่วนบนให้ติดเป็นชิ้นเดียวกันแล้วเดินสายแพลงไปเมนบอร์ดชุดรองด้านใต้ให้ทำงานได้ ติดตั้งไว้อยู่ด้านข้างพัดลมระบายความร้อนและฮีตซิ้งค์ก็จริง แต่อุณหภูมิไม่ได้แผ่มาจนร้อนมือแม้แต่น้อยจึงถือเล่นเกมได้สบายมาก




ปุ่ม Shoulder buttons (LB / RB) กับ Trigger buttons (LT / RT) มีขนาดใหญ่และยาวรับนิ้วชี้ของผู้ใช้ได้พอดี กดใช้งานได้ง่ายแถมชุดปุ่ม Trigger ก็ได้อัพเกรดเป็น Hall Effect เหนี่ยวนำด้วยแม่เหล็กแทนแบบกลไกแล้ว จึงใช้งานได้ทนทานยิ่งขึ้นและต่อไปถ้า ASUS จะใส่ฟีเจอร์สำหรับเล่นกับระยะกดของทั้งสองก้านนี้เข้ามาก็ได้





ปุ่มมาโคร M1, M2 ด้านหลัง ROG Xbox Ally ถูกติดตั้งไว้ส่วนริมใกล้กับด้ามจับทั้งสองฝั่ง ใช้นิ้วกลางกดคีย์ลัดได้ง่าย ถ้าเปิดดูข้างในจะเห็นว่ามันเชื่อมกับเมนบอร์ดด้วยสายแพยาวเส้นเดียวและต่อระหว่างทั้งสองปุ่มมาโครทั้งสองอันด้วย ดังนั้นเวลาเปิดฝาเปลี่ยน SSD หรือซิลิโคนระบายความร้อนให้ระวังอย่ากระชากฝาหลังออกทันที ไม่อย่างนั้นจะเกิดความเสียหายแล้วต้องส่งซ่อมในที่สุด






ปุ่มโลโก้ Xbox หรือโลโก้ Armoury Crate หากกดในโหมด Xbox Full Screen Experience จะเปิดหน้า Quick Settings ขึ้นมาให้ตั้งค่าเครื่องและเรียกใช้คีย์ลัดได้ และมีแท็บต่างๆ ให้ใช้งาน ไม่ว่าจะตั้งค่าเครื่อง, เปิดเกมที่เล่นบ่อยๆ ขึ้นมาอย่างรวดเร็วไปจนใช้ Microsoft Edge Game Assist ช่วยหาวิธีผ่านด่านหรือเก็บ Achievement ภายในเกมก็ได้
Connector, Thin & Weight



พอร์ตของ ROG Xbox Ally ยังติดตั้งเรียงเอาไว้ขอบบนเครื่องเช่นเดียวกับเครื่องเกมพกพารุ่นอื่นของ ASUS สามารถต่อใช้งานได้ง่ายไม่ยุ่งยาก แต่เวลาใช้งานจริงต้องม้วนสายกลับไปด้านหลังเครื่องไมให้บังหน้าจอ ทั้งหมดจะเป็นดังนี้
- จากซ้ายไปขวา : ปุ่ม Power พร้อมเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, Audio combo, MicroSD card reader, ปุ่มเพิ่มลดเสียง, USB-C 3.2 Full Function*2
- การเชื่อมต่อไร้สาย : Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.2









นอกจากนี้ ASUS ก็มีอุปกรณ์เสริมอย่าง ROG Bulwark DG300 เป็น Docking Station ไว้ต่อให้เครื่องเกมพกพากลายเป็นคอมตั้งโต๊ะใช้งานได้ ในกล่องของ Docking station มีแท่นและสาย USB-C เส้นสั้นแถมมาคู่กัน แท่นวางเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำ พอดึงแผ่นอะครีลิคใสขึ้นมาตั้งฉากแล้ววางเครื่องลงไปจะเข้ามุมพอดี พอต่อสาย USB-C ตรงแถบโลโก้ด้านหน้าจะมีไฟ RGB ติดขึ้นมาสวยงาม
พอร์ตด้านหลังจากซ้ายมือไปจะมี USB-A 3.2 Gen2*3, LAN RJ45, HDMI 2.1, USB-C 3.2 Gen2 Full Function รองรับการจ่ายไฟ 140W, USB-C 3.2 Gen2 Full Function ไว้จ่ายกระแสไฟชาร์จ ROG Xbox Ally ได้ 100W สังเกตโลโก้จะเป็นรูปกรอบสี่เหลี่ยมมีสายฟ้าให้เอาสาย USB-C เส้นสั้นต่อแล้วเชื่อมกับเครื่องใช้งานได้เลย ถ้ามองจากด้านหน้าแล้วฝั่งขวามือจะมีช่อง Audio combo ไว้ต่อหูฟังเพิ่มได้









อุปกรณ์อีกชิ้นเป็นอะแดปเตอร์ GaN 65W มีพอร์ต HDMI 2.1 ไว้ต่อหน้าจอ 4K 60 Hz หรือ 1080p 120 Hz ได้ เสริมด้วย USB 2.0 เผื่อต่อจอยเกมไร้สายได้สะดวก ถ้าอยากให้ ROG Xbox Ally เป็นแค่เครื่องเกมพกพาก็ซื้อแค่อะแดปเตอร์ตัวนี้ก็เพียงพอแล้ว
ในกล่องนอกจากอะแดปเตอร์จะมีสาย USB-C to C ความยาว 2 เมตร ใช้ชาร์จไฟแบบ Power Delivery แล้วยังรองรับการต่อหน้าจอความละเอียด 4K 60 Hz แบบ DisplayPort alternate mode ในตัว เป็นสายถักแข็งแรงทนทาน คุ้มกับราคาเต็ม 1,590 บาท




น้ำหนักตัวเครื่องกับกระดาษฐานขาตั้งเมื่อชั่งรวมกันแล้วมีน้ำหนัก 674 กรัม ถ้าลบน้ำหนักฐานกระดาษไป 10 กรัม จะเหลือ 664 กรัม ไล่เลี่ยกับน้ำหนัก 670 กรัม ในหน้าสเปค รวมน้ำหนักอะแดปเตอร์ AC 65W เข้าไปอีก 299 กรัม ได้ 973 กรัม ก็พอกับโน๊ตบุ๊คบางเบาเท่ากับเครื่องเกมพกพารุ่นอื่น สามารถพกไปเล่นเกมได้ทุกเมื่อและแนะนำให้ซื้อกระเป๋า ROG Slash Sling Bag 4.0 มาใช้ร่วมกันจะป้องกันเครื่องได้ดีแถมอุ่นใจเวลานำติดตัวไปไหนมาไหนs
Inside & Upgrade

วิธีเปลี่ยน M.2 NVMe SSD ความจุ 512 GB ใน ROG Xbox Ally ไปใส่ SSD 1 TB ก็ไม่ยาก ให้เริ่มขันน็อต Philips Head 8 ดอกก่อน จะมีน็อตตรงกลางส่วนขอบบนเป็นแบบมีบ่าล็อคอยู่ ให้ขันพอหลวมแล้วไปขันตัวอื่นต่อได้เลย แล้วกดปุ่มทริกเกอร์ฝั่งใดฝั่งหนึ่งค้างไว้แล้วเอาก้านพลาสติกงัดให้ตัวเครื่องกับฝาหลังแยกจากกันเล็กน้อยค่อยแซะตามร่องขอบเครื่องจนหมดก็ดึงเปิดได้ทันที แต่ให้ระวังอย่ากระชากออกเพราะสายแพเชื่อมปุ่ม M1, M2 จะขาดเสียหาย พอฝาหลังเริ่มแยกจากตัวเครื่องให้ลองขยับมันเบาๆ ก่อนแล้วค่อยดึงออก จากนั้นปลดสายแพฝั่งปุ่มมาโครจะได้นำฝาหลังแยกออกไปก่อนได้





ภายในเครื่องจะเห็นว่าจุดติดตั้ง M.2 2280 SSD ก็อยู่ด้านใต้ชิป AMD Ryzen Z2 A เหมือนกับ ROG Xbox Ally X วางตัวยาวเสมอกับพัดลมโบลวเวอร์ทั้งสองตัว แต่มีสายไฟแบตเตอรี่พาดทับเอาไว้ วิธีแกะให้ทำตามสติกเกอร์แนะนำบนแบตเตอรี่จะดึงออกได้ง่ายขึ้น
กลับกันถ้าเอาสะดวกก็ซื้อ MicroSD card มาใส่แทนก็ได้แถมง่ายกว่ามาก ส่วนใครกลัวจะเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยก็ไม่ต้องห่วงเพราะ ASUS ย้ายช่องนี้จากใต้ฮีตซิ้งค์ไปอยู่อีกฝั่งของเมนบอร์ดแทนแล้ว ดังนั้นความร้อนจากชิปเซ็ตจะไม่ทำให้การ์ดหน่วยความจำอายุสั้นอย่างแน่นอน
Performance & Software





AMD ผลิตชิปเซ็ต Ryzen Z Series มาเพื่อใช้กับเครื่อง Gaming Handheld โดยเฉพาะ เน้นให้ใช้เล่นเกมได้ดีแล้วประสิทธิภาพไม่ลดมาก รวมถึงจัดการพลังงานแบตเตอรี่ให้เล่นเกมได้หลายชั่วโมง โดย Ryzen Z2 Series จะมี 6 รุ่นดังนี้
| ชิปเซ็ต / สเปค | คอร์เธรด | จีพียู | ค่า TDP | NPU TOPS |
| Ryzen AI Z2 Extreme | 8 คอร์ 16 เธรด สถาปัตยกรรม Zen 5 | AMD RDNA 3.5 แบบ 16 คอร์ | 15~35W | สูงสุด 50 TOPS |
| Ryzen Z2 Extreme | 8 คอร์ 16 เธรด สถาปัตยกรรม Zen 5 | AMD RDNA 3.5 แบบ 16 คอร์ | 15~35W | – |
| Ryzen Z2 | 8 คอร์ 16 เธรด สถาปัตยกรรม Zen 4 | AMD RDNA 3 แบบ 12 คอร์ | 15~30W | – |
| Ryzen Z2 Go | 4 คอร์ 8 เธรด สถาปัตยกรรม Zen 3+ | AMD RDNA 2 แบบ 12 คอร์ | 15~30W | – |
| Ryzen Z2 A | 4 คอร์ 8 เธรด สถาปัตยกรรม Zen 2 | AMD RDNA 2 แบบ 8 คอร์ | 6~20W | – |
จากตารางจะเห็นว่า Ryzen Z2 A ถึงจะเป็นรุ่นเริ่มต้นแต่ก็ประหยัดพลังงานมาก ลดโหลดไฟลงไปได้ต่ำสุด 6W เพื่อยืดระยะเวลาเล่นเกมให้นานขึ้น ด้านสถาปัตยกรรม AMD RDNA 2 จะเป็นแบบเดียวกันกับการ์ดจอแยก Radeon RX 6000 Series จึงยังใช้เล่นเกมได้ดีไม่มีปัญหา และใช้ฟีเจอร์ Upscaling เช่น AMD FidelityFX Super Resolution, Radeon Super Resolution, AMD Fluid Motion Frames ฯลฯ ได้เช่นกัน
RAM 16 GB LPDDR5 มีค่า CL18 ทำงานได้รวดเร็วมีความจุสูงพอให้เล่นเกมต่างๆ ได้ดีและถ้าเปิดในโปรแกรมตั้งค่าเครื่องจะปรับเพิ่มลดปริมาณการแชร์ RAM ให้จีพียูได้ด้วย ผลคะแนน Benchmark ของ Ryzen Z2 A จะเห็นว่าคะแนน Single หรือ Multi Thread จะเหนือกว่าชิปเซ็ตยุคเก่าอย่าง AMD FX-Series อย่างมากและพอสูสีกับ Ryzen 1000 Series อยู่บ้าง

การ์ดจอ AMD Radeon Graphics ในชิปเซ็ตเป็นสถาปัตยกรรม RDNA 2 แบบ 8 คอร์ แชร์ RAM ของเครื่องมา 4 GB เพื่อใช้เล่นเกมได้ รองรับชุดคำสั่ง DirectX 12, DirectCompute, DirectML, Vulkan, Ray Tracing และ OpenGL 4.6 จึงใช้เล่นเกมในปัจจุบันได้แน่นอน

ฮาร์ดแวร์หลังจากตรวจสอบด้วย Device Manager จะเห็นว่ามีชิป TPM 2.0 ติดตั้งมาเป็นพื้นฐานคู่กับ AMD PSP 11.0 ไว้ทำงานกับระบบรักษาความปลอดภัย Windows Hello ร่วมกับเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือของ EgisTec แนะนำให้เจ้าของเครื่องสแกนลายนิ้วชี้มือขวาเก็บไว้จะปลดล็อคมาเล่นเกมได้เร็วขึ้น

Wi-Fi 6E PCIe card ของ ROG Xbox Ally จะใช้การ์ดรุ่น MediaTek Filogic 330 โดยสเปคจะเชื่อมต่อ Wi-Fi คลื่น 2.4 GHz / 5 GHz / 6 GHz ได้ มีความเร็วรับส่งข้อมูลสูงสุด 1.9Gbps พอเชื่อมต่อกับเราเตอร์ Wi-Fi 6 ตั้งเครื่องห่างจากจุดกระจายสัญญาณราว 10 เมตร มีประตูไม้กั้นไว้หนึ่งชั้น จะมีความเร็ว Download และ Upload สูงพอให้ดาวน์โหลดและเล่นเกมออนไลน์รวมถึงบรรดาเกมมือถือได้สบายมาก แม้มีค่า Ping เล็กน้อยก็ไม่ใช่ปัญหา

M.2 NVMe SSD รหัส FORESEE FSB0C512G มีชื่อทางการตลาดว่า Longsys XP2000 ความจุ 512 GB เป็น OEM SSD อินเทอร์เฟส PCIe 4.0 x4 แบบ DRAM-less ใช้ชิป NAND Flash แบบ 3D TLC ให้อายุการใช้งานยาวนานขึ้น จากการทดสอบกับ CrystalDiskMark เทียบกับสเปคได้ผลดังนี้
| ความเร็ว / สเปค | Read (MB/s) | Write (MB/) |
| สเปคจากโรงงาน | 5,200 | 3,000 |
| CrystalDiskMark 8.0.6 | 3,291.24 | 2,969.8 |
จากผลทดสอบเชื่อว่าหลายคนจะคิดว่า SSD ตัวนี้ทำงานได้ไม่ดีไม่เต็มความเร็วเคลมหน้าสเปค แต่ความจริงคืออินเทอร์เฟส SSD ของ ROG Xbox Ally เป็น PCIe 3.0 x4 จึงจำกัดความเร็วเอาไว้ให้ไม่ถึงขีดสูงสุด ถึงจะเร็วพอให้เล่นเกมต่างๆ ได้สบาย แต่ถ้าเป็น 4.0 แบบเดียวกับ M.2 NVMe ในท้องตลาดก็จะดี อย่างไรก็ตามสังเกตส่วนของอุณหภูมิจะเห็นว่าไดรฟ์มีอุณหภูมิต่ำมากแม้จะรัน Benchmark มาหลายรอบแล้วก็ยังต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส







ผลการทดสอบกับโปรแกรมทดสอบการเล่นเกมตระกูล 3DMark จะเห็นว่าชิปเซ็ต Ryzen Z2 A มีประสิทธิภาพระดับหนึ่ง อิงจากผลคะแนนพอสรุปได้ว่าเหมาะกับการเล่นเกมบนความละเอียดไม่เกิน 1080p และควรเปิดระบบ Upscaling เสริมเพื่อให้เล่นเกมได้ดีขึ้น ในแต่ละเวอร์ชั่นจะได้คะแนนดังนี้
- Fire Strike (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด Full HD ใช้ DirectX 11 API) – คะแนนเฉลี่ย 4,886 คะแนน แยกเป็น Graphics score 5,433 คะแนน, Physics score 12,391 คะแนน, Combined score 1,835 คะแนน
- Fire Strike Extreme (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด QHD ใช้ DirectX 11 API) – คะแนนเฉลี่ย 2,476 คะแนน แยกเป็น Graphics score 2,545 คะแนน, Physics score 12,443 คะแนน, Combined score 1,031 คะแนน
- Fire Strike Ultra (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด UHD ใช้ DirectX 11 API) – คะแนนเฉลี่ย 1,302 คะแนน แยกเป็น Graphics score 1,285 คะแนน, Physics score 12,374 คะแนน, Combined score 582 คะแนน
- Time Spy (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด QHD ใช้ DirectX 12 API) – คะแนนเฉลี่ย 1,939 คะแนน แยกเป็น CPU score 1,774 คะแนน Graphics score 4,120 คะแนน
- Time Spy Extreme (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด UHD ใช้ DirectX 12 API) – คะแนนเฉลี่ย 886 คะแนน แยกเป็น CPU score 807 คะแนน Graphics score 1,996 คะแนน
- Solar Bay (ทดสอบการเรนเดอร์ Ray Tracing ว่ารันได้ดีต่อเนื่องหรือไม่ แต่ละ section การทดสอบจะเพิ่มรายละเอียดให้ใช้กำลังจีพียูมากขึ้น) – คะแนนเฉลี่ย 7,839 คะแนน, Graphics test 29.81 FPS / Section 1 ได้ 32.27 FPS / Section 2 ได้ 30.04 FPS / Section 3 ได้ 26.75 FPS
- Steel Nomad (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด UHD ใช้ DirectX 12 API) – คะแนนเฉลี่ย 310 คะแนน ได้ Graphics test 3.1 FPS




ประสิทธิภาพของ AMD Ryzen Z2 A จากการทดสอบโดยใช้ระบบ Upscaling เพียงแค่ AMD FSR อย่างเดียว ไม่ใช้ RSR, AFMF เสริม ถ้าเล่นแบบ Desktop mode บนความละเอียด 1080p และไม่พึ่งระบบ Upscaling จะทำเฟรมเรทได้ไม่สูงมาก เฉลี่ยแล้วอยู่ในระดับ 30~50 FPS แทบทุกเกม กรณีใช้ AMD FSR เสริมจะได้เฟรมเรทขั้นต่ำเพิ่มขึ้นเล็กน้อยให้เฟรมเรทเฉลี่ยเพิ่มขึ้น จะทำให้เฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ในระดับ 30 FPS ขึ้นไปและเล่นได้ดีขึ้น
ในเงื่อนไขเดียวกันถ้าเป็น Xbox Full Screen Experience mode จะเห็นว่าเฟรมเรทเฉลี่ยของแต่ละเกมแม้จะไม่เปิด Upscaling ก็ได้เฟรมเรทสูงขึ้นมากเพราะระบบเบื้องหลังของ Windows 11 ถูกปิดทิ้งไม่ให้ดึงศักยภาพของชิปเซ็ตนี้แล้ว หลายเกมได้เฟรมเรทเกิน 30 FPS และถ้าใช้ AMD FSR ตั้งค่าแบบ Quality ภาพจะต่อเนื่องขึ้นมาก อาจจะลดไปใช้ FSR Balanced หรือ Performance และเสริมด้วย AMD RSR กับ AFMF ก็จะเล่นได้แทบทุกเกมแน่นอน ส่วนจุดสังเกตอื่นๆ ในแต่ละเกมที่นำมาทดสอบจะเป็นดังนี้
- Red Dead Redemption II – ถึงจะควรตั้งค่ากราฟิคเอาไว้ในระดับ Low~Medium และใช้ AMD FSR เสริมเสมอ เพราะฉากแบบ Open world ใช้กำลังประมวลผลของชิปเซ็ตพอสมควร ยิ่งถ้าเจอฉากมีฝุ่นมากหรือหิมะตก เฟรมเรทจะลดไปเยอะมากจนเกิดอาการหน่วงอย่างเห็นได้ชัด
- Shadow of the Tomb Raider – ในหน้าตั้งค่าไม่ว่าจะนอกหรือในเกมก็ไม่มีฟังก์ชั่น Upscaling ของ AMD ให้ใช้ แต่ยังเล่นเกมได้ดีโดยตั้งค่ากราฟิคระดับ Medium ถ้าอยากให้เฟรมเรทเพิ่มขึ้นจะลดมาเหลือ Low และเล่นใน Xbox FSE mode ก็จะช่วยได้มาก จุดน่าสนใจคือเฟรมเรทเสถียรพอควรไม่มีการลดวูบระหว่างเล่นให้เห็น
- Forza Horizon 5 – ตัวเกมผ่านการ Optimization มาอย่างต่อเนื่องจนเฟรมเรทสูงในระดับเล่นได้ดี ยิ่งถ้าใช้ Xbox FSE mode ก็เล่นได้ไหลลื่นแม้จะไม่ใช้ AMD FSR ช่วยก็ตาม หากใช้ระบบ Upscaling เสริมอีกหน่อยก็จะยิ่งเล่นได้ดีขึ้นมาก
- Black Myth: Wukong – ตัวเกมกินทรัพยากรหนักเป็นพิเศษและยัง Optimization มาไม่ดีนัก เวลาเล่นเกมบนความละเอียด 1080p แม้จะเปิด AMD FSR และใช้ Xbox FSE mode แล้วก็ยังได้เฟรมเรทต่ำจนทำให้ควบคุมตัวละครได้ลำบาก อาจจะลดความละเอียดหน้าจอให้เหลือ HD จะยังพอเล่นได้บ้างแต่ก็ไม่แนะนำนัก
- Call of Duty: Modern Warfare II – กรณีเดียวกันกับ Forza Horizon 5 ตัวเกมถูก Optimize มาอย่างดีจนเล่นได้ไหลลื่น ยิ่งถ้าเล่นในโหมด Xbox FSE แล้วภาพจะต่อเนื่องขึ้น อาจจะเสริมด้วยระบบ Upscaling สักหน่อยก็จะเล่นได้ดี อย่างไรก็ตามเฟรมเรทอาจลดลงบ้างเวลาเจอเอฟเฟคระเบิดหรืออยู่ในน้ำ แต่ก็ไม่ถึงกับเล่นไม่ได้

กลับกันถ้านำไปใช้ทำงานเป็น Mini PC จะเห็นว่าคะแนนเฉลี่ยของ PCMark 10 ทำได้ 3,866 คะแนน เหมาะกับงานออฟฟิศทั่วไปอย่างประชุมงานออนไลน์, เปิดเบราเซอร์ทำงานผ่านเว็บแอพฯ ต่างๆ และพอทำงานเอกสารและเปิดไฟล์ Excel ทำตารางเก็บผลต่างๆ ได้ แต่อาจจะไม่ถึงกับเร็วทันใจแบบ AMD Ryzen รุ่นสมรรถนะสูงนัก



ด้านผลการทดสอบกับโปรแกรมตระกูล CINEBENCH ทั้งสามเวอร์ชั่น จะเห็นว่ากำลังประมวลผลของซีพียู Ryzen Z2 A ยังไม่เหมาะกับการทำงานกราฟิคแต่งภาพหรือปั้น 3D CG เท่าไหร่ โดยแต่ละการทดสอบได้ผลคะแนนดังนี้
- 2024 – ใช้ทดสอบประสิทธิภาพของซีพียูกับจีพียูอย่างหนักพร้อมกันโดยใช้เอนจิ้น Redshift สำหรับอุตสาหกรรมภาพยนต์ ได้ CPU (Multi-Core) 300 pts และ CPU (Single Core) 62 pts
- R23 – ใช้ทดสอบพลังประมวลผลของซีพียูเป็นหลัก มีความละเอียดและแม่นยำสูง ได้คะแนน Multi Core 4,980 pts และ Single Core อีก 1,018 pts
- R20 – ใช้ทดสอบกำลังประมวลผลของซีพียูเป็นหลัก ได้คะแนน CPU 1,964 pts




ผลการทดสอบกับโปรแกรมตระกูล Geekbench เริ่มจากชุดคอร์ซีพียูจะได้คะแนนในแต่ละการทดสอบดังนี้
- Geekbench 6 – ใช้ทดสอบว่าซีพียูสามารถประสานงานกับหน่วยความจำในเครื่องได้ดีหรือไม่ โดยจำลอง workloads งานประเภทการบีบอัดข้อมูล (data compression), การประมวลผลภาพ (image processing), Machine Learning และ Compile code มาทดสอบ
- Windows AVX2 (Advanced Vector Extension 2) ชุดคำสั่งเสริมจาก AVX พื้นฐาน ใช้ทดสอบคำนวน vector integer ได้รวดเร็วหรือไม่ ถ้าเป็น Single-Core ทำได้ 1,414 คะแนน และ Multi-Core ได้ 4,881 คะแนน
- Geekbench ML ทดสอบด้วย ONNX CPU – ใช้ทดสอบว่าฮาร์ดแวร์ชิ้นนั้นสามารถใช้งานโปรแกรม Machine Learning ได้ดีหรือไม่ ในส่วนนี้ทำได้ 1,451 คะแนน
- Geekbench AI – คำนวณว่าซีพียูสามารถรันการทำงานกับโปรแกรม AI ต่างๆ ได้แม่นยำหรือรวดเร็วหรือไม่ แบ่งเป็น Single Precision เน้นความเที่ยงตรง, Half precision เน้นความเร็วมากขึ้นและลดความแม่นยำลง และ Quantized Score เน้นความเร็วแต่ไม่แม่นยำนัก
- ONNX ได้คะแนน Single Precision 1,659 คะแนน, Half precision 838 คะแนน และ Quantized Score 1,954 คะแนน
- OpenVINO ได้ Single Precision 1,953 คะแนน, Half precision 1,961 คะแนน และ Quantized Score 2,320 คะแนน



ถัดมาเป็นผลคะแนนของ AMD Radeon Graphics จะได้ผลดังนี้
- Geekbench 6 – ใช้ทดสอบว่าจีพียูสามารถประสานงานกับหน่วยความจำในเครื่องได้ดีหรือไม่ โดยจำลอง workloads งานประเภทการบีบอัดข้อมูล (data compression), การประมวลผลภาพ (image processing), Machine Learning และ Compile code มาทดสอบ
- Vulkan, Windows AVX2 (Advanced Vector Extension 2) ชุดคำสั่งเสริมจาก AVX พื้นฐาน ใช้ทดสอบคำนวน vector integer ด้วย Vulkan framework ทำได้ 18,615 คะแนน
- Geekbench ML ทดสอบด้วย ONNX DirectML – ใช้ทดสอบว่าฮาร์ดแวร์ชิ้นนั้นสามารถใช้งานโปรแกรม Machine Learning ได้ดีหรือไม่ ในส่วนนี้ทำได้ 2,380 คะแนน
- Geekbench AI ทดสอบว่าสามารัน AI ได้ดีหรือไม่
- ONNX DirectML – Single Precision 3,365 คะแนน, Half precision 3,616 คะแนน และ Quantized Score 2,575 คะแนน





ด้านโปรแกรมตั้งค่าและอัพเดตเฟิร์มแวร์ของ ASUS อย่าง Armoury Crate แม้จะมี Xbox Full Screen Experience เป็น UI หลักตั้งแต่เปิดเครื่องก็ตาม แต่ก็เรียกขึ้นมาใช้อัพเดตเฟิร์มแวร์และตั้งค่าเครื่องได้โดยมันจะแยกเป็นหน้าต่างเสริมในตัว UI ไปในตัว หากต้องการเปลี่ยนสีไฟ RGB, ทำปุ่มมาโคร, อัพเดตเฟิร์มแวร์ ฯลฯ สามารถทำในโปรแกรมนี้ได้เลยและแนะนำให้เปิดเช็คเดือนละครั้งจะช่วยให้เฟิร์มแวร์ทันสมัยและเล่นเกมได้ดีขึ้น
Battery & Heat & Noise


แบตเตอรี่ความจุ 60Whr ใน ROG Xbox Ally เป็นแบบลิเธียมโพลีเมอร์ ซึ่งข้อดีของแบตเตอรี่ประเภทนี้จะเก็บและคลายประจุไฟฟ้าได้ทนทานกว่าลิเธียมไอออนมาก อย่างไรก็ตามถ้าเทียบกับแบตเตอรี่ 80Whr ของ Gaming Handheld รุ่นเรือธงก็จะน้อยกว่าระดับหนึ่งแต่มากกว่าเครื่องรุ่นแรกราว 1~2 ปีก่อน อย่างชัดเจน
ถ้าใช้ดูหนังฟังเพลงโดยตั้งค่าตามมาตรฐานการทดสอบ คือลดความสว่างหน้าจอเหลือ 50% เปิดเสียงลำโพง 10% เปิด Microsoft Edge ดูคลิป YouTube นาน 30 นาที ใช้โหมดจัดการพลังงานแบบ Windows mode (15W) จะใช้ได้นานถึง 10 ชม. แต่ถ้าใช้โหมดนี้แล้วเล่นเกมออนไลน์อย่าง Arknights: Endfield ในโหมด Xbox Full Screen Experience จับเวลาจากแบตเตอรี่ 100% เหลือเพียง 20% จะใช้ได้ไม่เกิน 2 ชม. 30 นาที แต่ถ้าใช้โหมดประหยัดพลังงานแลกกับเฟรมเรทจะลดลงเล็กน้อยก็จะเล่นได้เกิน 3 ชม. อย่างแน่นอน นับว่าชิปเซ็ต Ryzen Z2 A จัดการพลังงานได้ดีพอควร







ชุดระบายความร้อนของ ROG Xbox Ally จะเป็นแบบฮีตไปป์เดี่ยวต่อตรงไปยังฮีตซิ้งค์คู่หน้าพัดลมโบลวเวอร์เพื่อระบายความร้อนจากซีพียู AMD ได้ สังเกตว่าซีพียูตัวนี้เทียบกับชิปเซ็ตอื่นในปัจจุบันจะมีขนาดเล็กไม่เกินเหรียญ 10 บาท จึงสร้างความร้อนไม่สูงมากและพอได้ฮีตไปป์เส้นใหญ่ประกอบกับชุดพัดลมคู่ก็จัดการความร้อนได้อยู่หมัด แถมเสียงพัดลมเวลาเล่นเกมก็ไม่ดังมากเป็นผลพลอยได้ด้วย





เมื่อรันโปรแกรมเร่งอุณหภูมิตัวเครื่องแล้ววัดด้วยเลเซอร์วัดอุณหภูมิกับกล้องอินฟาเรดเพื่อดูคลื่นความร้อนจาก ROG Xbox Ally จะเห็นว่าด้ามจับจอยทั้งสองฝั่งมีอุณหภูมิราว 28~33 องศาเซลเซียสเท่านั้น เทียบกับอุณหภูมิร่างกายมนุษย์ปกติราว 37 องศาเซลเซียสแล้วถือว่าเย็นมาก พอให้จับเล่นเกมได้โดยไม่รู้สึกร้อนอย่างแน่นอน ยกเว้นส่วนหน้าจอซึ่งด้านใต้เป็นชิปเซ็ตซีพียูและชิ้นส่วนต่างๆ ในเครื่องจะขึ้นไปได้จน 40 องศาเซลเซียสก็ถือว่าสมเหตุผล
ถ้าดูในกล้องอินฟาเรดจะเห็นว่าคลื่นความร้อนก็ไม่ต่างกัน ส่วนของด้ามจับจอยเกมก็มีอุณหภูมิต่ำแถมด้านหลังเครื่องก็อยู่ราว 30 องศาเซลเซียสเท่านั้น ส่วนร้อนสุดจะไปอยู่ตรงช่องระบายความร้อนส่วนขอบบนซึ่งขึ้นไปได้เกือบ 50 องศาเซลเซียส แต่ก็ไม่มีผลต่อผู้ใช้อย่างแน่นอน


เสียงพัดลมระบายความร้อนจากเครื่องวัดระดับเสียงก็เบาจนแทบไม่ได้ยิน ด้านหน้าเพียง 47dB และถึงจะเอาตัววัดเสียงไปจ่อหน้าช่องระบายความร้อนก็ยังไม่เกิน 50dB เทียบแล้วเวลาทำงานเต็มกำลังก็ยังพอกับเสียงสภาพแวดล้อมในห้องนอนเท่านั้น จึงหยิบออกมาเล่นในพื้นที่ส่วนรวมได้โดยไม่ส่งเสียงรบกวนผู้อื่น ยิ่งถ้าต่อหูฟังเพิ่มก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงรบกวนแม้แต่น้อย
User Experience

ROG Xbox Ally มักถูกเกมเมอร์หลายคนมองข้ามทั้งที่มันก็มีข้อดีในตัว ไม่ว่าจะราคาเข้าถึงง่ายเพียง 18,990 บาท และใช้สเปคร่วมกันหลายอย่าง ตั้งแต่บอดี้ภายนอกมีด้ามจับแบบจอยเกมเหมือนกัน, หน้าจอขอบเขตสีกว้างค่า Refresh Rate สูงเพื่อเกมเมอร์ รวมถึง UI สำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะอย่าง Xbox Full Screen Experience ก็มีให้ใช้งานเหมือนกัน ทำให้เวลาเล่นเกมจะไม่โดนระบบเบื้องหลังของ Windows 11 ดึงสมรรถนะจนเครื่องทำงานช้าลงและดึงคลังเกมจาก Store ต่างๆ โดยเฉพาะ Steam และ Xbox เข้ามาให้เปิดเล่นได้ทันที ถ้าจะสลับไปใช้ระบบ Windows Desktop เหมือนเดิมก็เพียงปัดหน้าจอจากขอบล่างขึ้นมาแล้วเปลี่ยนได้ด้วย
เรื่องชิปเซ็ต AMD Ryzen Z2 A แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ก็ถูกปรับแต่งมาเพื่อเล่นเกมโดยเฉพาะและเรียกใช้ฟีเจอร์ Upscaling ของ AMD ได้ทุกแบบ ประกอบกับเกมในปัจจุบันก็มีหัวข้อให้เปิดใช้ AMD FidelityFX Super Resolution ได้ ถ้าตั้งค่ามันสักนิดก็เล่นได้แทบทุกเกม แถมหน้าจอขนาด 7″ ถึงลดความละเอียดลงไปเหลือ 1600*900 หรือ 1280*720 พิกเซล ภาพก็ยังคมชัด ถ้าเทียบกับสเปคของ ROG Xbox Ally กับ Steam Deck ที่ใครหลายคนคิดจะซื้อมาเล่นเกมแล้ว สเปคแทบไม่ต่างกันเลย เพราะชิปเซ็ตสั่งทำพิเศษโดย Valve เป็น AMD แบบ 4 คอร์ 8 เธรด สถาปัตยกรรม Zen 2 จีพียู RDNA 2 เหมือนกับ Ryzen Z2 A ไม่มีผิด จึงเทียบกันโดยตรงได้

เพื่อให้ยุติธรรมต่อ ROG Xbox Ally ผู้เขียนได้ทดลองลดความละเอียดหน้าจอเหลือ 1280*720 พิกเซล เท่ากัน แล้วเล่นเกมใน Steam กับเกมมือถืออย่าง Arknights: Endfield พบว่าเฟรมเรทของแต่ละเกมเพิ่มขึ้นพอสมควร ภาพในเกมลื่นไหลต่อเนื่องขึ้นอย่างชัดเจน เกมชั้นนำได้เฟรมเรทช่วง 30~40 FPS ไม่ยากและบางจังหวะอาจจะสูงกว่านั้น ส่วนเกมออนไลน์เพิ่มขึ้นพอควรจนเล่นได้ไหลลื่น อาจพูดได้ว่า ROG Xbox Ally เหมือน Steam Deck แบบมีประกันศูนย์ไทยหาซื้อได้ง่าย แถมรัน Windows 11 จึงติดตั้ง Epic Games, GOG GALAXY แม้แต่ Game Launcher เกมออนไลน์อื่นๆ ได้ ไม่ถูกล็อคเอาไว้ให้เล่นเฉพาะเกมในคลัง Steam เท่านั้น
ส่วนจุดสังเกตอยากให้ ASUS นำไปพิจารณาเพื่ออัพเกรดเพิ่มเติมมีอยู่บ้าง ทั้งอินเทอร์เฟสของ SSD ซึ่งน่าเป็น PCIe 4.0 เช่นเดียวกับเครื่องเกมพกพาหรือโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นให้ไดรฟ์ทำงานได้เร็วเต็มที่ อัพเกรดก้านอนาล็อคให้เป็น Hall Effect เพื่อความแข็งแรงทนทานยิ่งขึ้นก็จะดีมาก ส่วนจุดจำเป็นต้องปรับตัวก็มีอยู่บ้างทั้งตัวเครื่องสีขาวจึงต้องหมั่นเช็ดทำความสะอาดเป็นระยะๆ ยังพอทำความเข้าใจได้อยู่
ส่วนวิธีปรับตั้งค่ากราฟิคจากการทดสอบส่วนตัวจะมี 2 แบบ หากต้องการเล่นบนความละเอียด 1080p ให้ปรับกราฟิคในเกมอยู่ระดับ Low ใช้ AMD FSR ระดับ Balanced หรือ Performance เป็นหลัก ถ้าลดมาเหลือ 720p ค่อยเลือกกราฟิคระดับ Medium เสริมด้วย FSR Quality ภาพในเกมจะคมชัดลื่นไหลยิ่งขึ้น
Conclusion & Award

ROG Xbox Ally ดีไซน์มาเพื่อเกมเมอร์ที่เอาราคาความคุ้มค่าเป็นที่ตั้งเสริมด้วยระยะเวลาเล่นเกมยาวนานยิ่งขึ้นเป็นประเด็นเสริม ด้วยราคาไม่เกิน 20,000 บาท ก็เป็นตัวเลือกน่าสนใจเมื่อราคาของเครื่อง Gaming Handheld หลายรุ่นไปแตะหรือเกิน 30,000 บาท จนหมดแล้ว แม้จะต้องปรับตั้งค่ากราฟิคสักนิด ใช้ AMD FSR เสริมสักหน่อยก็เข้าใจได้ เพราะกราฟิคภายในเกมยุคนี้ก็พัฒนาไปมากจนกำลังประมวลผลของจีพียูอย่างเดียวก็เกือบจะเอาไม่อยู่แล้ว จึงต้องใช้ระบบ Upscaling เสริมหรือลดความละเอียดหน้าจอลงสักเล็กน้อยบนกรอบหน้าจอ 7″ ก็ยังทำความเข้าใจได้
สุดท้ายแล้วแม้จะเป็น Gaming Handheld สเปคทั่วไป เน้นพึ่งตัวช่วยอยู่บ้างแลกกับการได้เล่นเกมโปรดได้ทุกเมื่อเคลียร์ภารกิจประจำวันของเกมออนไลน์ได้ทุกเมื่อก็ถือว่าน่าสนใจ เป็นเพื่อนให้พีซีเกมเมอร์มีความสุขกับเกมโปรดได้ทุกเมื่อไม่เกี่ยงสถานที่และเวลาเท่านี้ก็คุ้มค่าแล้ว
Award


Best Value
ราคาของ ROG Xbox Ally ไว้ 18,990 บาท ห่างจากรุ่นเรือธงหลักหมื่นบาทให้เกมเมอร์ตัดสินใจซื้อมาเล่นเกมได้ไม่ยากนัก เป็นทางเลือกเพื่อคนมีงบประมาณจำกัดไม่อยากทุ่มเงินก้อนใหญ่ก็จัดว่าน่าสนใจทีเดียว
Best Battery Life
แม้จะมีแบตเตอรี่เพียง 60Whr ก็จริง แต่ถ้าตั้งค่ากราฟิคสักนิด ROG Xbox Ally ก็ใช้เล่นเกมได้นานพอควร อาจจะมีร่วม 3 ชม. จึงเล่นเกมได้นานพอจะจบภารกิจใหญ่ได้ไม่ยากนัก
Gallery

















