Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Wikipedia หยุดฟีเจอร์ AI summaries หลังถูกต่อต้านจากทีมผู้ดูแล

Wikipedia AI summaries

Wikimedia Foundation ต้องพักแผนทดสอบระบบ AI summaries บน Wikipedia หลังถูกคัดค้านอย่างหนักจากอาสาสมัครผู้ดูแลบทความ โดยหลายคนกังวลว่าฟีเจอร์นี้อาจทำลายความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ และกระทบต่อหลักการทำงานแบบเปิดที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน

Advertisement

แผนทดลอง Wikipedia AI summaries เจอแรงต้าน

Wikimedia Foundation เตรียมทดสอบระบบสรุปบทความอัตโนมัติที่ใช้โมเดล AI แบบเปิดชื่อว่า Aya ซึ่งพัฒนาโดย Cohere โดยจะเริ่มทดลองเฉพาะบน Wikipedia เวอร์ชันมือถือ และให้ผู้ใช้เลือกเปิดใช้งานเอง (opt-in) ในช่วงสองสัปดาห์

เป้าหมายของฟีเจอร์นี้คือช่วยให้ผู้อ่านเข้าถึงสาระสำคัญของบทความได้เร็วขึ้น แต่ทันทีที่แผนนี้ถูกเผยแพร่ ก็เจอกระแสต่อต้านจากอาสาสมัครทั่วโลกที่ดูแลและเขียนเนื้อหาให้ Wikipedia มาอย่างยาวนาน

คอมเมนต์ในหน้าพูดคุยของโครงการเต็มไปด้วยข้อความที่ปฏิเสธอย่างชัดเจน เช่น “Yuck”, “Absolutely not” และ “strongest possible oppose” สะท้อนถึงความไม่พอใจในวงกว้าง


ผู้ดูแล Wikipedia กังวลผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือ

หนึ่งในผู้ดูแลแสดงความเห็นว่า AI summaries อาจสร้าง “ความเสียหายแบบถาวร” ต่อภาพลักษณ์ของ Wikipedia ที่ผู้ใช้ทั่วโลกให้ความไว้วางใจว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่อ้างอิงได้จริง พร้อมเตือนว่า การให้ AI เข้ามาทำหน้าที่สรุปบทความเท่ากับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของชุมชนจาก “การร่วมกันเขียน” ไปเป็น “การควบคุมเนื้อหาโดยโมเดลเดียว”

มีการตั้งข้อสังเกตว่าฟีเจอร์นี้อาจขัดแย้งกับหลักการสำคัญของ Wikipedia ที่ยึดมั่นในแนวทาง “เป็นกลาง” (Neutral Point of View) และ “ต้องมีแหล่งอ้างอิง” ในทุกข้อความ


ตัวอย่างความผิดพลาดของ AI จากแพลตฟอร์มอื่น

ความกังวลของอาสาสมัคร Wikipedia ไม่ได้เป็นเรื่องเกินจริง เพราะในช่วงที่ผ่านมา AI จากหลายบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังเคยพลาดอย่างน่าอายมาแล้ว:

  • Google AI เคยแนะนำให้ “ใส่กาวบนพิซซ่า”
  • Apple เคยแสดงการแจ้งเตือนผิดพลาดว่า “ชายคนหนึ่งเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย” ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และถูกควบคุมตัว

เหตุการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าแม้ AI จะฉลาดเพียงใด ก็ยังเสี่ยงต่อความผิดพลาดที่อาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อชื่อเสียงของแพลตฟอร์ม


Wikimedia ยอมถอย พร้อมทบทวนแนวทาง

Marshall Miller ผู้บริหารระดับสูงของ Wikimedia Foundation ออกมาโพสต์อัปเดตในหน้าพูดคุยว่า “เราควรแนะนำไอเดียนี้ให้ดีกว่านี้” และประกาศชัดว่าการทดลองจะถูก หยุดทันที เพื่อทบทวนแนวทางให้เหมาะสม

เขายังย้ำว่า Wikimedia “ไม่มีแผนจะนำฟีเจอร์สรุปบทความมาใช้โดยไม่ผ่านความเห็นจากชุมชน” และระบุว่าเป้าหมายของการใช้ AI ยังอยู่ที่การเพิ่มการเข้าถึงข้อมูล โดยยังคงให้ “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” ในกระบวนการตรวจสอบ


บทเรียนสำคัญจากกรณี Wikipedia AI summaries

แม้การนำ AI มาใช้กับแพลตฟอร์มข้อมูลสาธารณะจะเป็นเรื่องที่หลายองค์กรเริ่มทดลอง แต่กรณีของ Wikipedia AI summaries ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่า “ความน่าเชื่อถือ” และ “การมีส่วนร่วมของมนุษย์” ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของเนื้อหาบนโลกออนไลน์

ในท้ายที่สุด ชุมชนของ Wikipedia ก็แสดงจุดยืนชัดเจนว่า เทคโนโลยีจะต้องทำงาน เคียงข้างมนุษย์ ไม่ใช่แทนที่พวกเขา

ที่มา: Neowin

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

ถ้าพูดถึง Keychron หลายคนอาจนึกถึงคีย์บอร์ด Mechanical คุณภาพสูง ดีไซน์เรียบหรู และเน้นความยืดหยุ่นในการปรับแต่งเป็นหลัก แต่ในงาน CES 2026 ที่ลาสเวกัส ปีนี้ Keychron ได้สร้างความแปลกใหม่ด้วยการเปิดตัวอุปกรณ์เสริมที่ไม่ใช่คีย์บอร์ด นั่นก็คือ Keychron Nape Pro แทร็กบอลดีไซน์แปลกตาที่ออกแบบมาให้ใช้งานชิดกับคีย์บอร์ดโดยเฉพาะ Nape Pro ถูกพัฒนาร่วมกับทีมงานจาก Gizmodo Japan...

IT NEWS

Qualcomm และ Google ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการผลักดันเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะ ผ่านการผสานแพลตฟอร์ม Snapdragon Digital Chassis เข้ากับ Android Automotive OS และระบบ AI ของ Google อย่าง Gemini เพื่อเร่งพัฒนารถยนต์ยุคใหม่ในรูปแบบ Software-Defined Vehicle อย่างเต็มรูปแบบ ความร่วมมือครั้งนี้ถูกยกระดับขึ้นจากการเป็นพาร์ตเนอร์ด้าน AI...

IT NEWS

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Apple และ NVIDIA แทบจะเดินกันคนละเส้นทางภายในโรงงานของ TSMC อย่างชัดเจน Apple เลือกใช้กระบวนการผลิตระดับล้ำสมัยของ TSMC สำหรับชิปตระกูล A และ M พร้อมแพ็กเกจแบบ InFO ที่เน้นความบางและประหยัดพลังงาน ขณะที่ NVIDIA โฟกัสไปที่แพ็กเกจแบบ CoWoS สำหรับ GPU และชิป...

IT NEWS

ตลาดหน่วยความจำกำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤตราคาสูงอีกครั้ง และรอบนี้ไม่ใช่แค่แพงธรรมดา แต่แพงในระดับที่หลายคนถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อโมดูล DDR5 ขนาด 256GB ในจีนถูกตั้งราคาขายปลีกสูงถึงเกือบ 50,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 250,000 บาทต่อแถว จนเกิดการเปรียบเทียบแบบประชดในแวดวงไอทีว่า หากคุณสะสม DDR5 ขนาด 256GB ประมาณ 100 โมดูล คุณอาจเอาไปแลก “บ้านหนึ่งหลังในเซี่ยงไฮ้” ได้จริง...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก