Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Mac Corner

มาแงะแกะชำแหละ Apple MacBook Air 2011 ตัวใหม่ ดูไส้ในกันเถอะ

วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตามร้าน iStudio ในเมืองไทย

วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตามร้าน iStudio ในเมืองไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ กับ MacBook Air รุ่นล่าสุดปี 2011 ที่มาพร้อมด้วยหน่วยประมวลผล Intel ตระกูล Core i อย่างที่มันควรจะเป็น ที่สำคัญในการมาครั้งนี้ยังมาทำหน้าที่แทน MacBook White (เลิกผลิตแล้ว) ที่ถือได้ว่า MacBook ที่มีราคาประหยัดที่สุด โดยแบ่งออกเป็น 4 รุ่นด้วยกัน คือ

– MacBook Air 11inch i5 1.6GHz 64GB ราคา 32,900 บาท
– MacBook Air 11inch i5 1.6GHz 128GB ราคา 39,900 บาท
– MacBook Air-13inch i7 1.7GHz 128GB ราคา 42,900 บาท
– MacBook Air-13inch i7 1.7GHz 256GB ราคา 52,900 บาท

Advertisement

overview hero gallery lion

ซึ่งตามธรรมเนียมหรือมารยาทก็ไม่ทราบได้ เว็บไซต์ลูกอีช่างแงะอย่าง iFixit ก็ได้ทำการแง่ฝาผ่าเครื่อง แกะชำแหละใส้ในเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เอาเป็นว่าเราไปติดตามกันดีกว่าว่าแต่ละส่วนของ MacBook Air รุ่นใหม่นี้มีความน่าสนใจอะไรกันบ้าง

เริ่มด้วยมาดูกันก่อนว่า MacBook Air ที่จะมาแงะนั้นเป็นรุ่นไหนกัน ซึ่งก็ได้คำตอบว่าเป็นรุ่นขนาด 13″ นะครับ

Screen Shot 2554 08 07 at 9.25.07 PM

ง่ายๆ เพียงพลิกใต้เครื่องจากนั้นก็ใช้ไขควงขันน็อตออกมาให้หมด จำนวน 10 ตัวด้วยกัน

Screen Shot 2554 08 07 at 9.26.26 PM

จากนั้นยกฝาใต้เครื่องขึ้นมาตรงๆ ก็จะเห็นกับแผงวงจรเมนบอร์ดและแบตเตอรี่ Lithium Polymer ขนาดใหญ่จำนวน 4 ก้อน ที่เรียกได้ว่างานประกอบเนียบมากๆ และยังใกล้เคียงกับ MacBook Air ตัวก่อน อีกทั้งงานประกอบภายในก็สวยไม่แพ้ภายนอก

Screen Shot 2554 08 07 at 9.27.44 PM

แล้วก็ทำการถอดหน่วยความจำ SSD ยี่ห้อ Samsung ที่มีลักษณะเป็นแผ่นวงจรออกก่อน ด้วยการไขน๊อตออก ซึ่งในรุ่นก่อนๆ จะไม่สามารถถอดออกมาอย่างนี้ได้ด้วยตนเอง แต่ในส่วนของแรมนั้นเราไม่สามารถถอดออกเองได้ เพราะมันได้ยึดติดกับแผงวงจรมาเลย

Screen Shot 2554 08 07 at 9.28.46 PM

ถัดมาจะเป็นการถอดแบตเตอรี่โดยต้องทำการไขน๊อต และถอดสายแพรที่ติดกับแผงวงจรซะก่อน โดยแบตเตอรี่ของ MacBook Air ขนาด 13″ นั้นสามารถใช้ต่อเนื่องยาวนานถึง 7 ชั่วโมง และ Standby ได้นานถึง 30 วัน ด้วยกัน

Screen Shot 2554 08 07 at 9.29.44 PM

มาต่อกันที่แผงวงจร โดยเราจะเริ่มถอดในส่วนของ การ์ด Wi-Fi 802.11n และ Bluetooth เวอร์ชั่น 4.0 ที่มีชิปอยู่บนแผงเดียวกัน

Screen Shot 2554 08 07 at 9.30.31 PM

แล้วก็มาถอดพ้ดลมระบายความร้อนที่ติดอยู่กับฮีตซิงค์กันง่ายๆ ด้วยการไขน็อตและยกออกตรงๆ แน่นอนว่าอย่าลืมถอดสายแพรออกด้วย

Screen Shot 2554 08 07 at 9.31.23 PM

ถึงในส่วนของ แผงวงจรควบคุมอุปกรณ์ I/O ที่เราต้องทำการแกะกัน โดยเพียงแค่ดึงสายสัญญาณออก

Screen Shot 2554 08 07 at 9.32.15 PM

ตามด้วยกันถอดสายสัญญาณคีย์บอร์ดและสายไฟ Backlit เพื่อที่ต่อไปเราจะได้ยกแผงวงจรเมนบอร์ดออกมาได้ โดยก่อนหน้านี้ที่ยังจำกันได้คือ MacBook Air จะไม่มีคีย์บอร์ดไฟ Backlit มาให้ อย่างรุ่นใหม่นี้

Screen Shot 2554 08 07 at 9.33.20 PM

จากนั้นเราก็ไขน๊อตส่วนที่เหลือของแผงเมนบอร์ดและถอดฮีตซิงค์ออก

Screen Shot 2554 08 07 at 9.35.05 PM

คราวนี้ถึงเวลาที่เราจะมาดูในแต่ละส่วนของเมนบอร์ด MacBook Air กัน ว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง
– สีแดง : ซีพียู Intel Core i5 Processor-2557M ที่มีการ์ดจอ Intel HD 3000 อยู่ภายใน
– สีส้ม : ชิปวงจร Controller Hub ของ Intel ที่ภายในเป็นส่วนควบคุมของ Thunderbolt
– สีเหลือง : ชิปวงจรของช่องเสียบ SD Card
– สีเขียว : ชิปวงจร Thunderbolt ชื่อว่า Eagle Ridge ทำหน้าที่ไว้ต่อเชื่อมต่อจอนอกที่รองรับได้เพียงจอเดียว
– สีน้ำเงิน :ชิปวงจร Linear Technology 3857 (Voltage Regulator)

Screen Shot 2554 08 07 at 9.39.00 PM

อีกด้านหนึ่งของตัวเมนบอร์ดหลักๆ เลยที่เราเห็นคือ สีแดง : แรมที่เป็นชิปตัวดำๆ ของ Hynix ขนาด 4GB เรียงกันอยู่ 2 แถว ซึ่งขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าเราไม่สามารถที่จะอีพเกรดแรมเองได้ ต้องให้ช่างเฉพาะของ Apple เป็นคนติดตั้งเพิ่มเติมไปให้ ฉะนั้นแล้วแนะนำว่าให้ซื้อตัวที่เป็นแรมขนาด 4GB หรือ 8GB เอาไว้ก่อน นอกเหนือจากนั้นก็ประกอบไปด้วย

– สีส้ม : F2117LP 20H RVP
– สีเหลือง : TPS51980
– สีฟ้า : ชิปวงจร USB 2.0 Hub Controller
– สีน้ำเงิน : Parade PS8301
– สีชมพู : MAXIM 15092G

Screen Shot 2554 08 07 at 9.39.51 PM

โดยใต้ของ Trackpad ยังมีในส่วนของแผงวงจรอยู่นิดหน่อย พร้อมกันนั้นยังเห็นถึงแผงไฟ LED ของคีย์บอร์ด Backlit ที่ทำหน้าที่นำแสงเพื่อให้สว่างทั่วถึงกันทั้งพื้นที่คีย์บอร์ด

Screen Shot 2554 08 07 at 9.42.44 PM

ถัดมาเป็นลำโพงแบบสเตอริโอที่มีลักษณะซ่อนอยู่ใต้คีย์บอร์ดอีกทีหนึ่ง (MacBook Air ก่อนหน้านี้เป็นแบบโมโน) ซึ่งถ้าเรามองจากภายนอกจะไม่เห็นช่องลำโพงเลย เพราะ Apple ได้ตั้งใจให้เสียงนั้นดังลอดออกมาจากแป้นคีย์บอร์ดที่ยกตัวขึ้น เรียกได้ว่าเป็นการใช้เนื้อที่ทีมีอย่างจำกัดได้อย่างสวยงามและคุ้มค่าทีเดียว

Screen Shot 2554 08 07 at 9.46.18 PM

สุดท้ายในส่วนของหน้าจอฝาหลังที่ยึดติดกับเครื่องอยู่ โดยการที่จะถอดออกจากกันนั้นก็ทำได้ไม่ยากเพียงไขน๊อตยึดที่ติดกันระหว่าง 2 ชิ้นนี้ออกเท่านั้น เพียงเท่านี่ก็เป็นอันเสร็จสิ้นในการแงะ MacBook Air 13″ รุ่นใหม่ล่ะครับ

Screen Shot 2554 08 07 at 9.47.01 PM

สรุปในการถอดชิ้นส่วนของ MacBook Air 13″ ในครั้งนี้จะเห็นได้ว่ารูปแบบการจัดวางอุปกรณ์ภายในเมื่อนำมาเทียบกับ MacBook Air รุ่นก่อนหน้าก็ไม่ได้มีความต่างกันมากมาย ซึ่งจะต่างกันก็เพียง อาทิเช่น ขนาดของซีพียูมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น แรงขึ้น พร้อมเพิ่มส่วนควบคุม Thunderbolt รวมไปถึงระบบเสียงแบบสเตอริโอและไฟ LED ใต้คีย์บอร์ด แล้วก็อีกอย่างคือหน้าจอ LED รุ่น 13 นิ้วมีความละเอียดมากยิ่งขึ้ นจากเดิม คือ 1366×768 พิกเซลเ เป็น 1440×900 พิกเซล ส่วนที่เหลืออื่นๆ ก็แทบจะเหมือนเดิมทั้งหมดครับ

Screen Shot 2554 08 07 at 9.48.47 PM

แต่อย่างน้อยๆ ในการที่แงะ MacBook Pro ครั้งนี้ ก็แสดงให้เห็นว่า Apple นั้น ได้ลงมือออกแบบผลิตภัณฑ์ของตนได้อย่างยอดเยี่ยมในเรื่องของการจัดวางและประโยชน์ใช้สอย รวมไปถึงความประณีตทั้งในส่วนของภายนอกที่เราเห็นกันด้วยตาเปล่าอยู่แล้ว และภายในอย่างที่เราต้องแงะดูกันอยู่ตอนนี้ครับ

ว่าแล้วก็พานให้นึกถึงข่าว อาจจะไม่รุ่งกับ Ultrabook จาก Intel หากยังหั่นราคาไม่ได้เท่า Apple MacBook Air ที่พูดถึงต้นทุนในการออกแบบและดีไซน์ที่มีค่าใช้จ่ายสูงจนราคาขายจริงนั้นแพงเกิน 1,000 เหรียญสหรัฐ จนขณะนี้กำลังเป็นปัญหาของ Intel และผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คอยู่ครับ

Lion Installed Thunderbolt Macbook Air 2011

ที่มา : ifixit

Click to comment
Advertisement

Trending Post

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

iPad และเคสไอแพดเป็นของคู่กันเสมอ โดยพื้นฐานแล้วก็จะเป็นแบบ Folio เป็นเคสติดปกไว้ปิดจอพร้อมระบบ Auto Sleep / Wake ให้ใช้งานและแบบ Magic Keyboard เป็นแบบติดแป้นพิมพ์มาให้ใช้ทำงานทดแทน MacBook ในบางโอกาสได้สะดวก ซึ่ง Apple ออกแบบและผลิตจำหน่ายด้วยตัวเองแต่ราคาก็จะสูงอยู่บ้างจึงมีรุ่นทางเลือกจากผู้ผลิตรายย่อยเจ้าอื่นซึ่งทำราคาดีกว่าเป็นเท่าตัวและได้ฟังก์ชั่นใกล้เคียงกันมากและบางตัวก็ออกแบบมาแก้ปัญหาการดีไซน์จากผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม อย่างการเพิ่มช่องเก็บ Apple Pencil เข้ามาป้องกันไม่ให้สไตลัสตกหายหรือโดนของใช้ชิ้นอื่นเบียดกดเข้ามาแล้วเกิดการเสียหายได้ นอกจากนี้ผู้ผลิตเคสหลายเจ้าก็เลือกเสริมยางกันกระแทกเข้ามาตามขอบมุมเพื่อลดความเสียหายตอนเกิดเหตุสุดวิสัยอีกด้วย วิธีการดีไซน์เคส...

Buyer's Guide

เมื่อได้ iPhone 18 Pro พร้อมเคสใหม่มาป้องกันเครื่องแล้ว ก็ต้องซื้อฟิล์มกันรอย iPhone มาติดเพิ่มเพื่อป้องกันไม่ให้จอเป็นรอยขนแมวและรอยนิ้วมือ โดยปกติก็จะมีฟิล์มใส, ด้านและแบบป้องกันการแอบมองเพื่อกันคนอื่นดูหน้าจอให้มีความเป็นส่วนตัวขึ้น ในตอนนี้ก็จะมีทั้งแบรนด์ทั่วไปราคาหลักร้อยถึงหลักพันบาท ขึ้นอยู่กับวัสดุของฟิล์มว่าเป็นกระจก Tempered Glass ธรรมดาหรือแบบไฮโดรเจลที่หลายคนนิยมเลือกใช้กัน ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีจุดเด่นเฉพาะตัว ซึ่งถ้าสรุปจุดเด่นแบบง่ายๆ จะเป็นเช่นนี้ เลือกฟิล์มกันรอย iPhone 18 Pro ใหม่ให้ปกป้องตัวเครื่องได้ดีต้องดูอย่างไร? 6...

Buyer's Guide

เพาเวอร์แบงก์เป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญติดกระเป๋าของใครหลายคนโดยเฉพาะเวลาไปเที่ยวต่างประเทศแล้วแบตเตอรี่มือถือหรืออุปกรณ์ทำงานเริ่มน้อยลงจนแทบจะหมดก็ต้องพึ่งชองชิ้นนี้อย่างแน่นอน ซึ่งปกติแล้วพาวเวอร์แบงค์ในท้องตลาดก็สามารถนำไปใช้ได้ทุกแห่งหากถูกต้องตามกฏการพกพาขึ้นเครื่องบิน แต่ถ้าปลายทางเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อไหร่ นอกจากความจุต้องไม่เกินจากที่กำหนดไว้แล้ว ก็ต้องมีเครื่องหมาย CCC “China Compulsory Certificate” (หรือ 3C) เป็นเครื่องหมายยืนยันเพิ่มเติมเวลาจะนำเข้ามาใช้งานโดยเฉพาะการนำขึ้นเที่ยวบินในประเทศและอาจขยายความรวมถึงการเดินทางด้วยยานพาหนะบางประเภทอีกด้วย ระบบรับรองมาตรฐาน CCC นั้นจะนับรวมถึงอุปกรณ์ของใช้มากถึง 20 ประเภท ตั้งแต่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า, ของตกแต่งบ้านรวมถึงอุปกรณ์ใช้งานด้วย เพื่อรับประกันสินค้าที่นำเข้ามาจำหน่ายหรือส่งออกจากประเทศจีนก็ตาม ซึ่งถ้าใครต้องการไปเที่ยวในประเทศจีนได้อย่างสบายใจและไม่ต้องเสี่ยงถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและยึดแบตสำรองล่ะก็ แนะนำให้ซื้อติดกระเป๋าไว้รับรองว่าอุ่นใจแน่นอนAdvertisement เรื่องควรทราบเกี่ยวกับเพาเวอร์แบงก์มาตรฐาน CCC...

Buyer's Guide

MacBook ไม่ว่าจะ Neo, Air หรือ Pro ถึงจะเหมาะกับการทำงานทุกแบบแถมฮาร์ดแวร์ก็ทรงพลังทั้งชิปเซ็ต, หน้าจอ, พอร์ตเชื่อมต่อ ฯลฯ ก็มีคุณภาพสูงพอให้ใช้งานได้นานหลายปี ยิ่งถ้ามีอุปกรณ์เสริมสักหน่อยยิ่งช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น ไม่ว่าจะตอนนั่งประจำโต๊ะแล้วต่อหน้าจอแยกใช้เป็นพีซีหรือพกไปทำงานนอกสถานที่หรือพบลูกค้าก็ตาม แถมราคาอุปกรณ์เสริมจากผู้ผลิตรายย่อยในตอนนี้ก็มีให้เลือกหลากหลายสเปคและดีไซน์แถมให้ฟีเจอร์ใหม่ๆ มาใช้อีกเพียบ ดังนั้นถ้าอุปกรณ์ชิ้นไหนเริ่มเก่าแล้วอยากจะเปลี่ยนชิ้นใหม่ก็จ่ายได้ไม่แพงอีกด้วย ถึงจะชื่อว่าเป็นอุปกรณ์เสริม MacBook แต่มันก็ใช้งานกับอุปกรณ์อื่นอย่าง iPad, iPhone, สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต Android รวมถึงโน้ตบุ๊ก...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก