Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Special Story

How to – วิธีการตั้งค่า VSYNC ให้ถูกต้องที่สุด เพื่อการเล่นเกมลื่นไหล ทั้ง Notebook และ Monitor

สำหรับเทคโนโลยี VSYNC นั้น เชื่อเหลือเกินครับว่าหลายๆ ท่านน่าจะรู้จักกันแล้ว ทว่าด้วยความรู้จักนั้นตัวเทคโนโลยี VSYNC ในปัจจุบันนั้นก็มีหลายรูปแบบแตกต่างกันไป

สำหรับเทคโนโลยี VSYNC นั้น เชื่อเหลือเกินครับว่าหลายๆ ท่านน่าจะรู้จักกันแล้ว ทว่าด้วยความรู้จักนั้นตัวเทคโนโลยี VSYNC ในปัจจุบันนั้นก็มีหลายรูปแบบแตกต่างกันไปจนทำให้นักเล่นเกมบางคนอาจจะสับสนและไม่เข้าใจในส่วนวิธีของการตั้งค่า ซึ่งผลที่ออกมานั้นก็คือการที่เราๆ ท่านๆ อาจจะเซ็ทค่า VSYNC ผิดไปทำให้ไม่สามารถที่จะใช้เทคโนโลยีดังกล่าวได้อย่างเต็มที่ วันนี้นั้นเราจึงอยากจะขอมานำเสนอวิธีการเซ็ท VSYNC ที่ถูกวิธี ซึ่งจะต้องทำเช่นไรบ้างนั้นไปติดตามกันได้เลยครับ

maxresdefault 1

Advertisement

สำหรับตัวเทคโนโลยี vsync (vertical synchronization) นั้นจะเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ตัวมอนิเตอร์สามารถที่จะแสดงผลการเปลี่ยนเฟลมของหน้าจอให้เหมาะสมกับที่กราฟิกการ์ดสามารถที่จะทำออกมาได้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ผลของมันนั้นก็คือคุณจะสามารถได้รับประสบการณ์ในการเล่นเกมที่ราบลื่นมากขึ้นไม่เกิดปัญหาภาพแตกในตอนที่ทำการเล่นเกมครับ

ในการเซ็ท VSYNC นี้นั้นเราจะขอยึดหลักในส่วนของกราฟิกการ์ดที่มีใช้ในปัจจุบันมากกว่ากราฟิกการ์ดรุ่นใหม่อย่าง NVIDIA RTX 2000 ซีรีส์ เนื่องด้วยในปัจจุบันนั้นตัวกราฟิกการ์ก RTX นั้นยังคงเกป็นกราฟิกการ์ดที่ใหม่และคงจะยังมีนักเล่นเกมไม่มากนักที่จะใช้กราฟิกการ์ดดังกล่าวในการเล่นเกม แถมด้วยในการเซ็ท VSYNC ในครั้งนี้นั้นเราจะอิงการใช้งานกราฟิกการ์ดเพียงตัวเดียวเป็นหลักเนื่องจากว่าการใช้กราฟิกการ์ดเชื่อมต่อกันแบบ SLI หรือ CrossFire นั้นน่าจะมีผู้ใช้จำนวนไม่มากที่จะมีฮาร์ดแวร์ในระดับนี้ในการเล่นเกมครับ

หลักการทำงานของ VSYNC

ก่อนที่จะเข้าสู่การปรับแต่ง VSYNC ให้ถูกวิธีนั้นขอกล่าวเกี่ยวกับหลักการทำงานของ VSYNC กันก่อนครับ โดยหลักการของ VSYNC นั้นก็ไม่มีอะไรมากครับเพราะมันเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยในการประสานงานระหว่างตัวกราฟิกการ์ดและมอนิเตอร์ให้มีการแสดงผลเฟลมที่เท่ากันเพื่อที่จะลดปัญหาเรื่องของภาพแตกเป็นเส้นๆ เวลาที่คุณทำการเล่นเกมครับ

สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากที่สุดเลยนั้นก็คือคุณมีความจำเป็นที่จะต้องรู้จักกับ refresh rate ของหน้าจอ(หรือความถี่คงที่ของหน้าจอที่สามารถจะทำได้สูงสุดตามสเปคของตัวหน้าจอ) โดยทั่วไปแล้วนั้นหน้าจอที่เราๆ ท่านๆ ใช้งานกันนั้นจะมาพร้อมกับความถี่ในการแสดงผลแบบคงที่ตัวอย่างเช่น 60 Hz, 100 Hz, 120 Hz และ 144 Hz โดยที่ความถี่ยิ่งมากเท่าไรคุณก็มีโอกาสที่จะได้พบกับประสบการณ์ในการเล่นเกมที่ไร้รอยต่อเท่านั้น

แต่ครับแต่อีกสิ่งหนึ่งที่คาดไปไม่ได้เลยก็คือตัวการ์ดจอของคุณนั้นจำเป็นที่จะต้องทำ frame rate ให้เท่ากันกับความถี่ของหน้าจอด้วยและต้องทำ frame rate ให้เท่ากับความถี่ของหน้าจอตลอดเวลา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะเจอได้ยากมากเพราะในการเล่นเกมนั้น frame rate ที่การ์ดจอจะสามารถทำได้จะมีการแกว่งของ refresh rate อยู่ตลอดเวลาซึ่งนั่นเลยทำให้เกิดปัญหาการแสดงผลที่ไม่เสถียรจนทำให้การรอยแยกของการแสดงผลบนหน้าจอขึ้นมาครับ

หลายท่านอาจจะบอกว่าหากเราใช้กราฟิกการ์ดที่ไม่แรงมากนักก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อหน้าจอที่มาพร้อมกับความถี่สูงๆ ก็ได้ เพราะยังไงซะตัวกราฟิกการ์ดก็คงไม่สามารถที่จะขับ frame rate ได้ออกมาเท่ากับความถี่ของหน้าจออยู่ดี ทว่านั่นเป็นความเชื่อที่ถูกเพียงแค่ 50 % เท่านั้นเนื่องจากในการทำงานที่ไม่ใช่การเล่นเกมนั้นยิ่งหน้าจอของเรามีความสูงมากเท่าไร นั่นหมายความว่าในการใช้งานทั่วไปคุณจะพบกับความราบลื่นของการทำงานอย่างเห็นได้ชัดตัวอย่างเช่นการเลื่อนเมาส์ที่จะสังเกตได้อย่างชัดเจนครับว่ามันตอบสนองได้ดีกว่าบนหน้าจอที่มีความถี่มากๆ เมื่อเทียบกับหน้าจอที่มาพร้อมกับความถี่น้อยๆ ครับ

Tearing, Smoothness and Lag

ในการตั้งค่า VSYNC ที่ผิดวิธีนั้นจะก่อให้เกิดปัญหา 3 อย่างครับ ปัญหาอย่างแรกนั้นก็คือ Tearing ซึ่งเกิดมาจากการที่ตัวการ์ดจอวาดภาพแล้วส่งข้อมูลไปที่หน้าจอตาม refresh cycle โดยจะก่อให้เกิดปัญหาภาพที่เห็นนั้นไม่ต่อเนื่อง, เกิดการกระโดดของภาพและมีการแสดงผลภาพซ้อนกันเกิดขึ้น ปัญหาดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นเพราะการแสดงผลของภาพเกิดดีเลย์ขึ้นมา โดยจะเห็นได้อย่างชัดเจนมากขึ้นเมื่อคุณใช้หน้าจอที่มีความถี่ต่ำ โดยหน้าจอที่มาพร้อมกับความถี่ต่างๆ นั้นจะมีวงจรการเปลี่ยนภาพดังต่อไปนี้ครับ

  • หน้าจอที่มาพร้อมกับความถี่สูงสุดที่ 60 Hz จะมีอัตราเวลาในการแสดงผลภาพต่อรอบอยู่ที่ 16.7 ms
  • หน้าจอที่มาพร้อมกับความถี่สูงสุดที่ 120 Hz จะมีอัตราเวลาในการแสดงผลภาพต่อรอบอยู่ที่ 8.3 ms
  • หน้าจอที่มาพร้อมกับความถี่สูงสุดที่ 240 Hz จะมีอัตราเวลาในการแสดงผลภาพต่อรอบอยู่ที่ 4.2 ms

ด้วยเหตุผลของช่วงเวลาในการแสดงผลภาพต่อ 1 วงจรภาพนี่เองครับที่จะทำให้เกิดปัญหาต่อมาซึ่งนั่นก็คืออาการ lag ของภาพครับ การแก้ไขปัญหาดังกล่าวนั้นสามารถที่จะทำได้โดยการเลือกซื้อหน้าจอที่มาพร้อมกับความถี่สูงๆ เข้าไว้อย่างเช่นที่ 240 Hz แต่นั่นก็จะไปทำให้งบประมาณในการซื้อหน้าจอของคุณเพิ่มขึ้นไปอีกแถมหน้าจอที่มาพร้อมกับความถี่สูงที่สุดอย่าง 240 Hz ในปัจจุบันนั้นก็ค่อนข้างที่จะมีราคาแพงและตัวเลือกน้อยครับ

Batman Arkham Knight screen tearing demo

ในเว็บบอร์ดหลายๆ เว็บนั้นมีผู้ที่แนะนำวิธีการแก้ปัญหาดังกล่าวเอาไว้อย่างเช่นการเปิดฟีเจอร์ VSYNC ในเกมทิ้งไปแล้วเลือกโปรแกรมอื่นๆ อย่างเช่น RivaTuner เพื่อที่จะทำการเซ็ท frame rate ของตัวการ์ดจอให้เข้าใกล้กับความถี่ของหน้าจอมากที่สุด ซึ่งนั่นไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องมากนักแถมทาง wccftech เองนั้นก็ได้ทดสอบดูแล้วพบว่ามันไม่ได้ช่วยให้ปัญหาดังกล่าวนั้นหายไปอย่างถาวรเพราะถึงแม้ว่ามันจะสามารถแก้ปัญหาเรื่อง lag ได้แต่คุณก็ยังจะได้พบเห็นการกระโดดของภาพที่ไม่ต่อเนื่องกันอยู่ดีครับ

NVIDIA FastSync – Killer Feature

อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นดูเหมือนว่าทาง NVIDIA และ AMD มีความพยายามจะแก้ปัญหาดังกล่าวออกมาครับโดยทาง NVIDIA นั้นได้มีการเผยฟีเจอร์ใหม่อย่าง FastSync ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่ของ VSYNC ออกมา(ทาง AMD เองก็มีเช่นเดียวกันโดยจะเรียกว่า Enhanced Sync) โดยที่ผู้ใช้อาจจะไม่รู้ตัวเลยว่าทาง NVIDIA ได้เพิ่มฟีเจอร์ดังกล่าวนี้เข้ามาตั้งแต่ในกราฟิกชิปในซีรีส์ 900 c]h;8iy[

ฟีเจอร์ดังกล่าวนี้นั้นจะเข้ามาช่วยทำให้ VSYNC ทำงานได้ดีมากขึ้นแต่ว่าก็ต้องแลกมากับการใช้ประมาณของหน่วยความจำบนกราฟิกการ์ดที่สูงมากซึ่งนั่นทำให้ผู้ใช้อาจจะต้องซื้อกราฟิกการ์ดที่มาพร้อมกับหน่วยความจำขนาดใหญ่มากขึ้นถึง 8 GB อย่าง GTX 1080(หรือทางฝั่ง AMD ก็จะเป็น RX Vega 56/64) ซึ่งกราฟิกการ์ดที่จะสามารถใช้งานได้ดีนั้นก็ควรที่จะต้องสามารถทำ frame rate ได้มากกว่าความถี่ของหน้าจออย่างน้อยก็ 3 เท่าขึ้นไปถึงจะเห็นผลที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนครับ

FastSync

สาเหตที่ต้องใช้กราฟิกการ์ดที่สามารถสร้าง frame rate ได้สูงกว่าความถี่ของหน้าจอ 3 เท่านั้นก็เนื่องมาจากว่าตัวกราฟิกการ์ดจะมีการรันเฟรมล่วงหน้าเพื่อส่งข้อมูลไปที่หน้าจอก่อนที่วงจรการแสดงผลหน้าจอในแต่ละเฟรมจะหมดลงไปครับ ผลเสียที่จะตามมาก็คือในส่วนของกราฟิกการ์ดนั้นก็จะต้องทำงานหนักมากขึ้นตามมาด้วยการใช้พลังงานที่มากกว่าเดิมจนทำให้ความร้อนที่เกิดขึ้นกับตัวการ์ดจอนั้นสูงมากขึ้นกว่าเดิมด้วยครับ

อย่างไรก็ตามถึงจะเป็นเช่นนั้นทว่าผลการทดสอบของทาง wccftech นั้นก็พบว่าการเล่นเกมนั้นมีความราบรื่นมากขึ้นกว่าเดิมโดยที่จะยังคงมีอาการ lag ให้เห็นกันบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่มากเท่ากับการเปิดใช้ VSYNC แบบธรรมดาครับ นอกไปจากนั้นแล้วทาง NVIDIA ยังคงมีฟีเจอร์ VSYNC แบบใหม่ที่เรียกว่า AdaptiveSync อยู่ด้วยโดยมันจะทำงานในการเปิดปิด VSYNC ให้กับผู้ใช้โดยอัตโนมัติตาม frame rate ที่ตัวการ์ดสามารถสร้างออกมาได้และปิด VSYNC ลงไปเองหาก frame rate ได้ต่ำกว่าความถี่ของหน้าจอครับ

หมายเหตุ – ทาง NVIDIA ยังมีฟีเจอร์ AdaptiveSync (half refresh rate) มาให้เลือกอีกหนึ่งอย่างซึ่งมันจะทำหน้าที่ในการกำหนดให้การ์ดจอรัน frame rate ที่คึ่งหนึ่งของความถี่ของตัวหน้าจอซึ่งจะทำให้การทำงานของ GPU นั้นลดลงเมื่อเทียบกับ AdaptiveSync แต่ทว่าก็มีข้อเสียตามมาด้วยเช่นกันตัวอย่างเช่นหากคุณมีหน้าจอที่มีความถี่อยู่ที่ 240 Hz แล้วเปิดใช้ AdaptiveSync (half refresh rate) แล้วนั้น frame rate ที่ GPU จะทำได้จะอยู่ที่ 120 Hz ซึ่งคงมีกราฟิกการ์ดไม่กี่รุ่นนักที่จะสามารถขับ frame rate ของเกมออกมาได้สูงถึงขนาดนี้ได้ครับ

หมายเหตุ 2 – หลักการของ AdaptiveSync (half refresh rate) นั้นถูกใช้บนเครื่องเกมคอนโซลอย่าง PS4 หรือ Xbox One ด้วยดังจะเห็นได้ว่าเกมที่มีรายละเอียดสูงบางเกมนั้นผู้พัฒนาจะเลือกล๊อค frame rate เอาไว้ที่ 30 FPS เท่านั้นครับ

The VSYNC Holy Grail: Adaptive Sync

G SYNCFreeSync white background

อย่างไรก็ตามครับดูเหมือนว่าทั้ง NVIDIA และ AMD จะก้าวไปไกลกว่านั้นด้วยการนำสเนอแนวทางของ adaptive sync รุ่นใหม่อย่างของ NVIDIA เองก็จะเป็น G-Sync ส่วนของทาง AMD ก็จะเป็น FreeSync ซึ่งในจุดนี้นั้นถือได้ว่ามีการพัฒนาขึ้นมาเป็นอย่างมากเนื่องจากว่ามันสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดีกว่าเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ทว่าสิ่งที่คุณจะต้องมีอยู่ด้วยนั้นก็คือมอนิเตอร์ที่รองรับกับเทคโนโลยีดังกล่าวซึ่งในปัจจุบันนั้นมอนิเตอร์ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี G-Sync ค่อนข้างที่จะมีจำนวนน้อยและราคาค่อนข้างแพงในขณะที่มอนิเตอร์ที่รองรับ FreeSync นั้นมีราคาไม่แพงมากเท่าไรนักและมีตัวเลือกมากกว่าครับ

is g sync worth it header

ที่มา : wccftech

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

การเลือกซื้อจอทำงานสำหรับสายสร้างสรรค์คอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งรูป ตัดต่อวิดีโอ หรือโมเดล 3D ไม่ใช่เพียงแค่มองหาหน้าจอขนาดใหญ่เท่านั้น แต่เป็นการเลือกเครื่องมือสร้างงานที่มีศักยภาพ ประสิทธิภาพของจอ คือปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คุณส่งลูกค้าได้คุณภาพที่ดีมากน้อยเพียงใด ด้วยเทคโนโลยีจอภาพที่ก้าวกระโดดในเวลานี้ ทำให้เราสามารถหาจอคอมทำงานได้ตั้งแต่ระดับเริ่มต้น งบประมาณ 5,000 บาท แม้จะจำกัดอยู่บ้าง แต่ก็พอจะตอบโจทย์การทำงานโปรดักชัน ความบันเทิงและการเล่นเกมได้ บทความนี้จะเป็นแนวทางการเลือกใช้ พร้อมตัวอย่างจอคอมรุ่นที่โดดเด่นในงบจำกัด ที่สายครีเอเตอร์และเกมเมอร์จับต้องได้ง่าย เลือกจอทำงานภาพ กราฟิก ตัดต่อและเกมมิ่ง 27″...

รีวิว Asus

ASUS ROG Strix G18 G815LR โน้ตบุ๊คเกมมิ่งตัวแรง ใช้งานดีไม่แพ้เรือธงกับราคาเข้าถึงง่ายกว่า ฟีเจอร์มาครบพร้อมใช้อัพเกรดง่าย ใช้เป็นเครื่องหลักได้อีกหลายปี! เกมมิ่งโน้ตบุ๊คจาก ASUS ตระกูล ROG Strix ถ้ามี ROG Strix SCAR 18 G835LXG เป็นพี่ใหญ่เป็นหน้าตาของแผนกแล้ว ก็มี ASUS ROG...

รีวิว Asus

ASUS ROG Strix G16 G614FP ซีรีส์ขวัญใจมหาชน ควงคู่ NVIDIA GeForce RTX 5070 VRAM 12 GB กับ Ryzen 9 9955HX แล้วแรงเหลือเฟือ!! ASUS ROG Strix G16 G614FP...

รีวิว MSI

MSI Cyborg 15 Max C2W สเปคดีราคาคุ้มค่าตัว ซื้อไปต่อจอเล่นเกมลื่นไม่ต้องประกอบคอมก็ได้! MSI Cyborg 15 Max C2W เป็น Desktop replacement laptop รุ่นเริ่มต้นสำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการโน้ตบุ๊คเกมมิ่งสเปคแรงพอให้ใช้งานได้รอบด้านตั้งแต่เล่นเกมยอดนิยมปรับกราฟิคสูงสุดบนจอความละเอียดสูงหรือทำงานกราฟิคตัดต่อวิดีโอได้เป็นอย่างดี แถมใส่ RAM, SSD เพิ่มเพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้นได้อีกหลายปีไม่พอ ยังพกใส่กระเป๋าไปออฟฟิศเพื่อทำงานหรือประชุมกับลูกค้าก็สะดวกไม่แพ้กัน จุดน่าใช้ของ MSI...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก