Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Special Story

[Battle] หน้าจอพาเนลแบบ OLED ปะทะ IPS บนโน๊ตบุ๊ค … ถึงเวลาเสียตังเพิ่มกันแล้วหรือยัง?

ในช่วงที่ผ่านมานี้นั้นเราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของหน้าจอบนโน๊ตบุ๊คครั้งใหญ่ของผู้ผลิตครับ การเปลี่ยนแปลงนั้นก็คือผู้ผลิตเริ่มที่จะหันมาใช้หน้าจอแบบ OLED กันมากขึ้นแล้ว(แต่กระนั้นก็ยังจำเพาะอยู่ในกลุ่มโน๊ตบุ๊คราคาสูง

ในช่วงที่ผ่านมานี้นั้นเราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของหน้าจอบนโน๊ตบุ๊คครั้งใหญ่ของผู้ผลิตครับ การเปลี่ยนแปลงนั้นก็คือผู้ผลิตเริ่มที่จะหันมาใช้หน้าจอแบบ OLED กันมากขึ้นแล้ว(แต่กระนั้นก็ยังจำเพาะอยู่ในกลุ่มโน๊ตบุ๊คราคาสูงหรือไม่ก็โน๊ตบุ๊คสำหรับการเล่นเกมที่มีราคาค่อนข้างแพง) ด้วยความที่หน้าจอแบบ OLED เริ่มที่จะตีตลาดเข้ามาเรื่องๆ แถมในเมืองไทยบ้านเรานั้นก็เริ่มที่จะหาซื้อโน๊ตบุ๊คหน้าจอแบบ OLED มาใช้งานกันได้แล้ววันนี้ทาง NBS จึงขอนำบนความเปรียบเทียบหน้าจอแบบ OLED กับ IPS มาให้ทุกท่านได้ศึกษากันครับ

big_thinkpad-x1-yoga-oled-comparo3-jpg

Advertisement

ซ้าย IPS – ขวา OLED

จะว่าไปแล้วนั้นเทคโนโลยีหน้าจอแบบ OLED นั้นไม่ใช่ของใหม่แต่อย่างใดครับเนื่องจากว่า OLED นั้นถูกใช้บนหน้าจอโทรทัศน์ขนาดให
ญ่มาก่อนหน้านี้แล้ว(ทั้งของทาง LG และ Samsung) ทว่าด้วยราคาของโทรทัศน์หน้าจอแบบ OLED ที่แพงแสนแพงนั้นทำให้มันได้รับความนิยมในหมู่ผู้ใช้กลุ่มเล็กๆ เท่านั้น จนในที่สุดแล้วนั้นทางผู้ผลิตเองก็ต้องยอมถอยด้วยเหตุผลที่ว่ามันยังไม่ถึงเวลาของ OLED ในตลาดซึ่งตอนนี้นั้นก็นับได้ 2 ปีแล้วหล่ะครับ

อย่างไรก็ตามต้นเหตุของโทรทัศน์ที่ใช้หน้าจอ OLED มีราคาแพงนั้นก็เนื่องมาจาก 2 กรณีได้แก่มันเป็นเทคโนโลยีใหม่และแน่นอนว่าโทรทัศน์ที่ใช้หน้าจอแบบ OLED นั้นก็จะมีหน้าจอขนาดใหญ่ด้วย(โดยปกติจะอยู่ที่ 55 นิ้ว – 65 นิ้ว) สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เนื่องมาจากในช่วยแรกๆ ผู้ผลิตผลิตหน้าจอ OLED ขนาดใหญ่เท่านั้นครับ แน่นอนว่าเมื่อเวลาผ่านไป เทคโนโลยีก็พัฒนามากขึ้นจนผู้ผลิตสามารถที่จะผลิตหน้าจอแบบ OLED ที่มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมมากได้ดังนั้นเราจึงได้เห็นว่ามีบางบริษัทเอาหน้าจอแบบ OLED ไปใช้กับสมาร์ทวอทช์ครับ

หมายเหตุ – จริงๆ แล้วมีการใช้งานในสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ตมาก่อนแล้วด้วยเหมือนกันครับ

csm_intro_f9d95fd416

ด้วยข้อจำกัดบางอย่างทำให้ที่ผ่านมานั้นผู้ผลิตไม่สามารถที่จะนำเอาหน้าจอแบบ OLED มาใช้งานบนโน๊ตบุ๊คได้ ทว่าจากนั้นไม่นานมากนักในช่วงปี 2016 ที่ผ่านมานี้ข้อจำกัดเหล่านั้นก็ได้ถูกพังทลายลงไปและทำให้ผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คนำหน้าจอ OLED มาใช้งานบนโน๊ตบุ๊คของตนไม่ว่าจะเป็น Lenovo ที่เปิดตัวออกมาเจ้าแรกกับรุ่น Lenovo ThinkPad X1 Yoga หลังจากนั้นก็ตามมาด้วย Alienware และ HP

โดยหากพูดกันตามจริงแล้วราคาของโน๊ตบุ๊คที่มาพร้อมกับหน้าจอ OLED นั้นคุณต้องเพิ่มค่าจอเข้าไปอีกถึง $330 หรือประมาณ 11,880 บาทเพื่อที่จะได้หน้าจอ OLED ความละเอียด WQHD หรือ 2560 x 1440 pixels มาใช้งานซึ่งจะว่าไปก็ยังแพงอยู่ ดังนั้นมาดูกันดีกว่าครับว่ามันคุ้มแล้วหรือยังกับเงินเรือนหมื่นสำหรับหน้าจอ OLED

ทำไมถึงต้องเป็นหน้าจอแบบ OLED

lg-display-oled-640x353

หน้าจอ OLED แบบพับได้ของ LG Display

ก่อนที่จะไปดูการประทะกันระหว่าง IPS กับ OLED นั้นเรามาดูกันก่อนดีกว่าครับว่า OLED นั้นได้รับการพัฒนาให้มีข้อดีมากขึ้นในด้านบ้าง โดยเริ่มต้นนั้น OLED เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจาก LED ซึ่งเจ้า LED นี้นั้นจะใช้หลักการเปล่งของแสงผ่านทางฟิลเตอร์ที่แสงนั้นจะเป็นแสงที่มีการฉายแสงอยู่ตลอดเวลาของแต่ละจุด pixel(ซึ่งในจุถด pixel นี้นั้นก็จะมีตัวฟิลเตอร์เม็ดสีสำหรับแสดงสีอยู่) กลับกันแล้วใน OLED นั้นในแต่ละจุด pixel นั้นจะมีแหล่งกำเนิดแสงเป็นของตัวเองโดยตรงทำให้เกิดข้อดีดังนี้ครับ

  • ส่วนที่ต้องการสีดำก็จะดำสนิทเพราะไม่มีการฉายแสดงขึ้นมาเลย
  • ยิ่งหน้าจอมีส่วนที่มืดมากเท่าไรนั่นหมายความว่าหน้าจอนั้นๆ จะประหยัดไปมากขึ้น
  • มุมมองในแต่ละองศานั้นจะมีความมั่นคงมากที่สุดในบรรดาเทคโนโลยีหน้าจอทุกชนิด
  • รองรับช่วงกว้างของสีได้กว้างมากๆ
  • เวลาในการตอบสนองของจุด pixel หรือ response time นั้นต่ำมากๆ
  • การที่ไม่ต้องใช้แสงไฟจากแหล่งกำเนิดแสงหมายความว่าตัวหน้าจอจะมีความบางมากขึ้นกว่าเดิม

แน่นอนครับเมื่อมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสียด้วยเช่นเดียวกัน สำหรับข้อเสียของหน้าจอ OLED มีดังต่อไปนี้ครับ

  • ความสว่างของหน้าจอมีขีดจำกัด
  • ผลิตภัณฑ์ที่ใช้หน้าจอแบบ OLED มีราคาแพง(มาก)
  • ยังคงสามารถเกิดปรากฎการณ์หน้าจอ Burn-in ขึ้นได้(หน้าจอบางส่วนแสดงภาพเดิมตลอดบนบางส่วนของหน้าจอ ซึ่งปัญหานี้ส่วนใหญ่จะเกิดมาจากการเปิดภาพนิ่งทิ้งไว้นานๆ)
  • มีการทิ้งริ้วรอยอยู่บนหน้าจอเมื่อใช้ไปได้ระยะหนึ่ง

ข้อเสียทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นกับหน้าจอแบบ OLED ทุกชนิดไม่ว่าจะสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, สมาร์ทวอทช์หรือแม้กระทั่งโทรทัศน์และโน๊ตบุ๊คที่เราจะกล่าวถึงนี่แหละครับ สำหรับข้อเสียแต่ละอย่างนั้นจะมีลักษณะดังต่อไปนี้ครับ

Brightness and Distribution

csm_brightness_adfe2b8b7a

จากที่ได้บอกไปแล้วครับว่าเทคโนโลยี OLED นั้นจะใช้วิธีการฉายไฟในแต่ละจุด pixel โดยตรงไม่ได้ฉายไฟทั้งหน้าจอแบบเทคโนโลยี LCD แบบเก่า นั่นทำให้มันเป็นข้อด้อยของ OLED ไปด้วยในตัวในเรื่องของความสว่างของหน้าจอเนื่องจากว่าหน้าจอแบบ LCD, LED หรือในที่นี้คือ IPS ที่เรานำมาเปรียบเทียบนั้นจะมีความสว่างของหน้าจอเท่ากันตลอดเวลา ทว่าหน้าจอแบบ OLED นั้นจะมีความสว่างของหน้าจอไม่เท่ากันตลอดเวลาเนื่องจากมันขึ้นอยู่กับภาพที่แสดง ณ เวลานั้น(อย่างที่บอกครับว่าจุดไหนเป็นสีดำ OLED จะไม่ฉายไฟที่จุดนั้น)

อีกจุดหนึ่งที่เป็นข้อเสียของเรื่องการฉายไฟในจุด pixel ของหน้าจอ OLED ก็คือเรื่องของการใช้พลังงานที่ถ้าหากเนื้อหาที่แสดงบนหน้าจอเปลี่ยนจากเนื้อหาที่มีโทรสีดำมากไปเป็นโทรสว่างแบบทันทีทันใดจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของการใช้พลังงานแบบก้าวกระโดดซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้เกิดความร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว ตรงนี้นั้นแก้ได้ด้วยการที่ผู้ผลิตนั้นจะต้องทำการใช้วัสดุที่รองรับต่อการเปลี่ยนของความร้อนอย่างรวดเร็วและต้องมีแผงวงจรไฟฟ้าที่ดีเพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยครับ

oled-display-brightness-test-600

อย่างไรก็ตามในการทดสอบการแสดงผลเรื่องของความสว่างของหน้าจอนั้น สำหรับหน้าจอ OLED บน ThinkPad X1 Yoga ซึ่งใช้ panel ของทาง Samsung ในรุ่น ATNA40JU01 สามารถที่จะทำผลคะแนนจากซอฟต์แวร์วัดความสว่างของหน้าจอ i1Profiler ได้ออกมาไม่ดีเท่าไรโดยจะแกว่งอยู่ในช่วงสูงสุดอยู่ที่ 305 cd/m2 และต่ำสุดอยู่ที่ 198 cd/m2 ครับ

ips-display-brightness-test-600

ในทางกลับกันแล้วการทดสอบการแสดงผลเรื่องของความสว่างของหน้าจอสำหรับหน้าจอ IPS บน ThinkPad X1 Yoga ที่ใช้ panel ของทาง LG รุ่น LP140QH1 สามารถที่จะทำผลคะแนนจากซอฟต์แวร์วัดความสว่างของหน้าจอ i1Profiler ได้ออกมาค่อนข้างดีคือคงที่อยู่ตลอดเวลาที่ 250 cd/m2

PWM and Response Times

pwm_oled

ด้วยความที่ OLED นั้นใช้การส่องสว่างของแต่ละช่อง pixel ทำให้มันไม่สามารถที่จะทำความสว่างให้ถึงจุดมากสุดตามทฤษฎีของหน้าจอนั้นๆ ได้ครับ วิธีการแก้ไขปัญหาดังกว่าวต้องใช้ PWM หรือ Pulse-Width Modulation เข้ามาช่วยในการทำให้ความสว่างสามารถเป็นไปตามทฤษฎีได้ โดยสำหรับหน้าจอ OLED ที่นำมาทดสอบนี้จะต้องปรับ PWM ไปสูงถึง 240 Hz ซึ่งถือว่าสูง และที่ความถี่ระดับนี้พบว่ามีอาการสั่นไหว(Screen Flickering) ของหน้าจอเริ่มปรากฎให้เห็นครับ

หมายเหตุ – อย่างไรก็ตามที่ความถี่ระดับ 240 Hz นั้นถือว่าอ่อนไหวมากๆ กับผู้ใช้บางคน ดังนั้นแล้วผู้ใช้บางคนอาจจะพบกับประสบการณ์ภาพสั่นไหวหรือไม่ก็เกิดอาการเมื่อล้าที่ดวงตาได้ครับ แต่ถ้าปรับต่ำกว่านี้จะไม่พบการสั่นไหวแต่ก็ไม่สามารถปรับความสว่างไปที่ 100% ได้ครับสำหรับหน้าจอแบบ OLED

Display Response Times

response-time-test-600

ในการทดสอบเวลาตอบสนองในการเปลี่ยนสีของหน้าจอ OLED หรือ Response Times ทั้งแบบ B-to-W และ G-toG นั้นถือว่าหน้าจอแบบ OLED นั้นสามารถทำได้ดีมากๆ อย่างที่ควรจะเป็นครับ โดยทั้ง 2 รูปแบบการทดสอบนั้นใช้เวลาเพียง 1 ms เท่านั้นดังนั้นบอกได้เลยครับว่าหน้าจอแบบ OLED นั้นเหมาะสมกับการแสดงผลสื่อที่มีการเปลี่ยนแปลงของหน้าจอไวๆ เป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมหรือการใช้งานเพื่อดูภาพยนตร์ก็ถือว่าใช้งานได้ดีทั้งนั้นครับ

Contrast and Viewing Angles

contrast-test-600

ซ้าย IPS : ขวา OLED

ในส่วนของการทดสอบ Contrast ของหน้าจอทั้ง 2 แบบนั้นพบว่าหากทดสอบในห้องมืดสนิทแล้วหน้าจอแบบ OLED ที่แสดงผลหน้าจอโทรสีดำจะสามารถแสดงผลได้ดีกว่าหน้าจอ IPS เป็นอย่างมากเพราะหน้าจอแบบ IPS นั้นจะยังสามารถเห็นแสงไฟที่ใช้ส่องจุด pixel ได้เล็กน้อยไม่ได้มืดสนิทจริงๆ และถึงแม้จะทดสอบสื่อที่เป็นสีสันสดใส(ภาพสดสอบอันกลาง) ก็พบว่าหน้าจอแบบ OLED นั้นสามารถที่จะแสดงสีสันได้ดีกว่าหน้าจอแบบ OLED ครับ ส่วนเมื่อแสดงหน้าจอแบบต้องใช้ในชีวิตประจำวันเช่นการท่องเว็บนั้นก็พบว่าหน้าจอ OLED แสดงผลได้ดีกว่าครับ

viewing-angles-test-600

ซ้าย IPS : ขวา OLED

ในการทดสอบมุมมององศาของการมองนั้นพบว่าผลที่ได้ยังคงเหมือนเดิมครับ โดยจะสังเกตได้ว่า OLED สามารถให้สีสันในมุมมอง 45 องศาในการทดสอบได้ดีกว่า ส่วน IPS นั้นจากเข้าองศาที่ 45 แล้วนั้นพบว่ามีการให้สีของหน้าจอเปลี่ยนไปโดยหากเป็นหน้าจอที่แสดงสื่อที่เป็นสีโทนมืดจะเห็นแสงไฟชัดเจนขึ้น กลับกันแล้วถ้าเป็นสื่อบนหน้าจอที่มีสีสันจัดจ้านจะพบว่าหน้าจอแบบ IPS นั้นมีความสดใสของสีสื่อที่โชว์ลดลงไปจากเดิม(ซึ่ง ณ ตรงนี้หมายรวมถึงหน้าจอการใช้งานปกติอย่างเช่นการเข้าเว็บไซต์ด้วยครับ)

หมายเหตุ – ถึงแม้ว่ามุมมององศาการมองเห็นของหน้าจอ IPS จะเปลี่ยนเร็วไปหน่วยคือที่ 45 องศาทว่าตัวหน้าจอ IPS นั้นก็ยังสามารถที่จะมองเห็นสื่อได้ตามปกติเพียงแต่สีเปลี่ยนไปจากการมองตรงเท่านั้นเองครับ

Outdoor Use

outdoor-usage-test-600

ซ้าย IPS : ขวา OLED

ไม่เพียงแค่ในสภาพแวดล้อมมืดเท่านั้นนะครับ ในสภาพแวดล้อมที่มีแสงมากหน้าจอแบบ OLED ก็สามารถที่จะใช้งานได้ดีเช่นเดียวกัน ทั้งนี้พบว่าถึงแม่เมื่อวัดความสว่างของหน้าจอ OLED จะได้อยู่ที่ 240 cd/m² เท่าๆ กันทั้ง IPS และ OLED ก็ตาม จะมีข้อเสียอยู่อย่างก็คือประเภทการเคลือบหน้าจอที่หน้าจอแบบ OLED นั้นจะเป็นแบบ “glare-type” ในขณะที่หน้าจอแบบ IPS จะเป็นแบบ “semi-matte” ทำให้เมื่อใช้งานในสภาพแสงมากแล้วนั้นหน้าจอแบบ OLED จะมีการสะท้อนมากกว่าหน้าจอแบบ IPS ครับ(แต่ก็ไม่ใช่เพราะตัวเทคโนโลยีจอนะครับเป็นที่เทคโนโลยีการเคลือบมากกว่าครับ)

Color Reproduction

color-reproduction-test-600

ในการแสดงสีสันของหน้าจอแบบ OLED นั้นบอกได้คำเดียวครับว่าไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาบอกได้อีกนอกเหนือไปจากว่าหน้าจอแบบ OLED นั้นสามารถแสดงสีสันได้ดีกว่าหน้าจอแบบ IPS มาก ระดับความอิ่มตัวของสีสันนั้นก็อยู่ในระดับที่สูงเอามากๆ ค่อตั้งแต่ 80% – 100๔ ขึ้นอยู่กับรูปแบบสี โดยหากเป็นรูปแบบความกว้างของสี AdobeRGB ที่ผู้ใช้งานทางด้านการตกแต่งภาพระดับสูงจะต้องใส่ใจเป็นพิเศษนั้นหน้าจอแบบ OLED สามารถแสดงผลช่วงกว้างของสีได้เป็นไปตามมาตรฐานโดยคะแนนเฉลี่ยของการแสดงช่วงกว้างของสีแบบ AdobeRGB และ SRGB ของหน้าจอ OLED จาก 2 โปรแกรมทดสอบเป็นดังต่อไปนี้ครับ

  • ColorChecker sRGB ได้ 3.1
  • ColorChecker AdobeRGB ได้ 3.8

หมายเหตุ – ในการปรับค่าการแสดงสีสันของหน้าจอที่ทาง Lenovo มีมาให้นั้นจะมีอยู่ 2 รูปแบบคือ “Standard” กับ “Photo Pro” ซึ่งผลที่ได้นั้นพบว่ามีแความแตกต่างกันพอผมควร(ตามภาพด้านบน) สำหรับหน้าจอแบบ IPS นั้นก็ได้ผลตามมาห่างๆ โดยถือว่าไม่ได้ดีมากถ้าเทียบกับ OLED แต่ถ้านับว่าเป็นเทคโนโลยี LCD ด้วยกันแล้วนั้น IPS ถือว่าทำได้ดีครับ

Power Consumption and Efficiency

powerconsumption-test-600

มาพูดถึงเรื่องที่ผู้ใช้งานทั่วไปอยากรู้กันเป็นอันดับแรกๆ ดีกว่าครับกับเรื่องของอัตราการใช้พลังงานและก็ประสิทธิภาพของตัวหน้าจอแบบ OLED โดยรวม โยอย่างแรกนั้นเป็นเรื่องของอัตราการใช้พลังงานซึ่งจากการทดสอบนั้นพบว่าหน้าจอแบบ OLED นั้นมีอัตราการใช้พลังงานแปรผันโดยตรงกับการแสดงสีขาวของหน้าจอครับ ความหมายของมันก็คือหน้าจอแบบ OLED นั้นถ้าเปิดแสดงผลสื่อที่มีสีขาวไม่มาก(เน้นโทนดำเป็นหลัก) มันจะประหยัดพลังงานเป็นอย่างมาก มากจนน่าใจหาย ในทางกลับกันถ้าสื่อมีการแสดงสีสันมากขึ้นเท่าไรหรือสว่างมากยิ่งขึ้นเท่าไรอัตราการใช้พลังงานก็จะสูงขึ้นตามไปด้วยครับ

สำหรับหน้าจอแบบ IPS นั้นค่อนข้างมีอัตราการใช้พลังงานที่คงที่ครับคือมันจะแรผันโดยตรงกับความสว่างของหน้าจอเลย นั่นหมายความยิ่งคุณเปิดหน้าจอสว่างมากขึ้นเท่าไรหน้าจอแบบ IPS ก็จะมีอัตราการใช้พลังงานมากขึ้นเท่านั้น อย่างหนึ่งที่หน้าจอแบบ IPS ดีกว่าหน้าจอแบบ OLED ก็คือไม่ว่าสื่อจะมีการแสดงสีสดใสมากเพียงใดหรือว่ามืดมากเพียงใดก็ไม่เกี่ยวข้องกับอัตราของการใช้พลังงานเลยเนื่องจากว่ามันขึ้นกับความสว่างที่คุณเปิดเพียงอย่างเดียวเท่านั้นครับ ทั้งนี้จากการทดสอบอัตราการใช้พลังงานของหน้าจอทั้ง 2 นั้นได้ผลดังต่อไปนี้ครับ

หมายเหตุ – ในช่วงแรกๆ ที่มีการใช้หน้าจอ OLED กับสมาร์ทโฟนอย่าง Galaxy S นั้นมีการให้ข้อมูลว่าหากใช้หน้าจอเป็นสีโทนมืดแล้วจะประหยัดแบตเตอรี่ได้มากกว่าหน้าจอสีโทนสว่าง เรื่องนี้นั้นเป็นความจริงและเป็นผลต่อเนื่องมาถึงหน้าจอโน๊ตบุ๊คที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกันนี้ครับ

csm_efficiency3_4339dd0768

ส่วนด้านของประสิทธิภาพโดยรวมของการให้แสงต่อวัตต์(กำลังไฟฟ้านั้น) หน้าจอแบบ OLED เกือบที่จะให้ประสิทธิภาพได้คงที่ แต่เมื่อเทียบกับหน้าจอแบบ IPS แล้วนั้นถือว่าประสิทธิภาพการให้แสงต่อวัตต์นั้น OLED ยังแพ้หน้าจอแบบ IPS ที่มีเทคโนโลยีอยู่บนฐาน LCD ที่ให้แสงทั้งหน้าจออยู่ ซึ่งตรงนี้หากจะพูดไปแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกครับเพราะในตอนต้นนั้นได้บอกไปแล้วว่านี่เป็นข้อจำกัดของตัวหน้าจอแบบ OLED เองในกรณีที่เล่นสื่อที่มีสีสันมากเป็นพิเศษ แต่ทั้งนี้ก็แลกมาจากการที่สีสันที่ได้สดกว่าหน้าจอแบบ IPS มากหล่ะครับ

Burn-in and Aging

burn-in-and-aging-600

มาถึงเรื่องสุดท้ายแล้วครับกับเรื่องที่หลายๆ คนโดยเฉพาะคนที่เปลี่ยนโทรทัศน์บ่อยๆ กลัวกันมากที่สุดกับปัญหาเรื่องของการ Burn-in ที่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าหน้าจอแบบ OLED นั้นกลับมามีปัญหานี้อีกครั้งตามรุ่นทวดอย่างหน้าจอแบบ Plasma ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องแปลกครับที่หน้าจอแบบ OLED นั้นกลับมามีปัญหานี้อีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามแต่ปัญหาดังกล่าวนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายนักหากคุณไม่ได้เปิดให้หน้าจอแสดงภาพเดิมๆ อยู่เป็นเวลานานๆ (ซึ่งคำว่านานที่ว่านี้ก็มีระยะเป็นปีขึ้นไปหล่ะครับ ตัวของผู้แปลเองเคยเจอปัญหานี้กับหน้าจอของ Galaxy S2 บอกตรงๆ ว่าเซ็งครับ)

อีกหนึ่งปัญหาที่ผู้ใช้หน้าจอแบบ OLED เผชิญกับปัญหานี้อย่างแน่นอนก็คือเรื่องของอายุการใช้งานของหน้าจอที่หน้าจอแบบ OLED นั้นจะมีอายุการใช้งานของจุด pixels น้อยกว่าหน้าจอประเภท IPS เนื่องจากว่าจุด pixels ของหน้าจอแบบ OLED นั้นมีจุด pixels ของสีทั้ง 3 สีไม่เท่ากันดังรูปที่แสดงด้านบนนี้ ซึ่งนั่นทำให้เมื่อใช้ไปนานๆ แล้วนั้นหน้าจอจะเริ่มมีปัญหาในการแสดงสีแดงจากนั้นก็จะตามมาด้วยสีเขียวและสีน้ำเงินตามกลำดับครับ ยังครับยังไม่หมดและด้วยการมีจุดสี pixels ไม่เท่ากันนี่เองทำให้หน้าจอแบบ OLED นั้นจะมีปัญหาสีอมฟ้ามากกว่าหน้าจอแบบ IPS ซึ่งหลายๆ คนอาจจะไม่ชอบเนื่องจากว่าสีสันที่ได้จะสดเกินจริงครับ

สรุป

ThinkPad_X1_Yoga

ถึงจะมีปัญหาให้ต้องกลุ้มใจแถมปัญหาดังกล่าวนั้นก็เป็นปัญหาเก่าที่ไม่น่าเกิดขึ้นกับเทคโนโลยีใหม่ๆ แต่ทว่าหน้าจอแบบ OLED นั้นก็ถือว่ามีประสิทธิภาพในการแสดงสีสันมากกว่าหน้าจอแบบ IPS อย่างเห็นได้ชัด สีดำเป็นดำ สีขาวเป็นขาว อัตราการตอบสนองของหน้าจอเร็วหว่าเหมาะกับการเล่นสื่อที่มีการเปลี่ยนแปลงของภาพหน้าจอบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเกมหรือภาพยนตร์

ทั้งนี้ทั้งนั้นถามว่าปัจจุบันนี้เทคโนโลยี OLED เหมาะที่จะใช้รึยังคำตอบคือขึ้นอยู่กับงบประมาณของท่านครับ ถ้าท่านสามารถที่จะเพิ่มเงินเรือนหมื่นเพื่อเพิ่มสเปคของ panel หน้าจอได้โดยที่ไม่มีปัญหาอะไร OLED ก็สามารถตอบสนองได้ตามที่คุณต้องเสียเงินไปแต่ถ้ารอได้อีกสัก 2 – 3 ปีค่อยมาดูเทคโนโลยีหน้าจอแบบ OLED ใหม่ก็ยังไม่สายเพราะตอนนี้ IPS เองก็สามารถใช้งานได้ดีครับ

ที่มา : notebookcheck

Click to comment

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

เกมมิ่งโน้ตบุ๊กพร้อมจีพียู NVIDIA GeForce RTX 50 series หากเล่นเกมออนไลน์ทั่วไปหรือใช้หน้าจอความละเอียด 1080p ก็ยังเลือกซื้อรุ่นเริ่มต้นราคาไม่แพงมากซึ่งเคยแนะนำไปก่อนหน้านี้ได้แล้ว แต่ถ้าพร้อมทุ่มงบสักหน่อยให้ได้รุ่นสเปคดีขึ้นจนใช้แทนพีซีได้ก็มีตัวเลือกอีกมากและลดความยุ่งยากเวลาต้องจัดสเปคหรือประกอบเครื่องไปได้มาก ยิ่งถ้าต่อหน้าจอแยก, เมาส์และคีย์บอร์ดเพิ่มอีกหน่อยก็ใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน ซึ่งเกมมิ่งโน้ตบุ๊กราคาเกิน 50,000 บาทขึ้นไปในตอนนี้ดีพอให้ใช้เล่นเกมยอดนิยมในปัจจุบันได้หมดบนความละเอียด QHD ไม่ว่าจะใช้เพียง NVIDIA DLSS Upscaling หรือใช้ Frame generation เสริมก็เล่นบนความละเอียด...

รีวิว Lenovo

Lenovo Legion 7a 15ASH11 เกมมิ่งโน้ตบุ๊คตัวแรงโดนใจ ฟีเจอร์แน่นเล่นเกมลื่นหมดแถมบางเบาพกง่ายแค่ 1.55 กก. กับราคา 67,990 บาท! เกมมิ่งโน้ตบุ๊คตระกูล Lenovo Legion ถ้าไม่พกสเปคแรงทรงพลังและฟีเจอร์มาเต็มตัว ก็จะมีจุดเด่นแปลกใหม่ให้เกมเมอร์ได้แปลกใจเสมอ เช่น Lenovo Legion 7a 15ASH11 นี้เป็นอย่างหลังที่เติมรหัส “a” ไว้หลังเลขรุ่นเพื่อบอกว่าชิปเซ็ตในเครื่องมาจากบริษัท...

Buyer's Guide

ปัจจุบัน MacBook ราคาเข้าถึงง่ายขึ้นและแบ่งซีรีส์กับกลุ่มผู้ใช้กันชัดเจน อย่าง Neo ก็ราคาไม่แพงใช้ทำงานทั่วไปได้ดี ส่วนรุ่นยอดนิยมอย่าง Air ก็มีสมรรถนะสูงขึ้นจนใช้ทำงานแต่งภาพตัดต่อคลิปได้ ด้านมืออาชีพและงานโปรดักชั่นก็มีรุ่น Pro ให้เลือกใช้งาน ทำให้ผู้ใช้ตัดสินใจได้ว่าควรซื้อ MacBook ราคาเท่าไหร่รุ่นไหนมาใช้งานดีจนบางคนกลับคิดว่าโน้ตบุ๊ค Windows จากบริษัทชั้นนำเจ้าต่างๆ คงจะหารุ่นมาเทียบกันยากและชิงส่วนแบ่งการตลาดมาได้แน่นอน ในความเป็นจริงไม่ใช่ว่าทุกคนจะชอบหรือถนัดระบบปฏิบัติการ macOS เสมอไป แถมบริษัทผู้ผลิตโน้ตบุ๊คแต่ละเจ้าก็มีโน้ตบุ๊คขายหลากหลายซีรีส์แถมสเปคเทียบกับ MacBook ราคาต่างๆ...

Special Story

งานอีเว้นท์ Computex 2026 เป็นครั้งที่พิเศษกว่าครั้งก่อนๆ เพราะแต่ละแบรนด์ก็ถึงคราวครบรอบการก่อตั้งบริษัทมากี่ปีแล้ว อย่าง MSI “Micro-Star International” ก็ถึงคราวครบรอบ 40 ปี ในปีนี้พอดีหลังจากก่อตั้งแบรนด์มาเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ. 1986 จึงมีสินค้าใหม่เปิดตัวเพิ่มหลายอย่าง โดยเฉพาะหัวใจหลักอย่างเกมมิ่งโน้ตบุ๊ค, เกมมิ่งเกียร์รุ่นใหม่จนถึงหน้าจอและโน้ตบุ๊คทำงานของปีนี้ แต่ละรุ่นก็มีจุดเด่นเฉพาะตัวช่วยให้ผู้ใช้ทำงานสะดวกขึ้น จะต่อโน้ตบุ๊ค Windows ใช้งานตามปกติก็ง่าย...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก