Connect with us

Hi, what are you looking for?

Other News

[USB Type-C] เพิ่มระบบเสียงสำหรับใช้งานแบบหูฟังและลำโพง เพื่อตัดมาตรฐาน 3.5 ม.ม. ทิ้งในอนาคต

ก่อนหน้านี้นั้นมีข่าวว่าทาง Intel ได้ออกมาบอกว่าทางบริษัทนั้นส่งเสริมให้ผู้ผลิตหันมาทิ้งช่องเชื่อมต่อแบบ 3.5 audio jack ในการเสียบหูฟังแล้วให้ผู้ผลิตหันมาใช้ USB Type-C เป็นช่องเชื่อมต่อสำหรับเสียง(หูฟังหรือลำโพง)

ก่อนหน้านี้นั้นมีข่าวว่าทาง Intel ได้ออกมาบอกว่าทางบริษัทนั้นส่งเสริมให้ผู้ผลิตหันมาทิ้งช่องเชื่อมต่อแบบ 3.5 audio jack ในการเสียบหูฟังแล้วให้ผู้ผลิตหันมาใช้ USB Type-C เป็นช่องเชื่อมต่อสำหรับเสียง(หูฟังหรือลำโพง) แทน โดยล่าสุดนั้นแนวคิดดังกล่าวได้มีเสียงตอบรับจากทาง USB-IF หรือ USB Implementers Forum ออกมาเป็นที่เรียบร้อยด้วยการแถลงเปิดตัวสเปคของ USB Type-C ที่รองรับการส่งสัญญาณเสียงแล้วครับ

Advertisement

usb-if-publishes-audio-over-usb-type-c-specifications-600-01

อย่างไรก็ตามแต่ครับไม่ต้องสงสัยว่าทำไม USB-IF ออกมาตอบรับกับ Intel เร็วขนาดนี้เนื่องจากว่า Intel เป็นผู้นำขององค์กรนี้ร่วมกับบริษัทใหญ่ๆ อีกหลายบริษัทนั่นเองครับ การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้นั้นจะทำให้ผู้ใช้งานได้ก้าวเข้าสู่โลกของเสียงแบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบโดยทาง USB-IF นั้นได้นำเสนอชื่อของมาตรฐานนี้ว่า  USB Type-C Audio Technology หรือ USB Audio Device Class 3.0 specification ที่ไม่เพียงแค่จะเปลี่ยนระบบเสียงมาเป็นดิจิทัลเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่จะมีการเพิ่มฟีเจอร์อัจฉริยะอื่นๆ เข้ามาให้ผู้ใช้ได้ใช้งานอีกด้วยครับ

usb-if-publishes-audio-over-usb-type-c-specifications-600-02

ตามรายงานนั้น USB Audio Device Class 3.0 specification จะยังคงรองรับกับมาตรฐานทั้งระบบเสียงแบบอนาล๊อกและดิจิทัลทั้งคู่ โดยในส่วนของระบบเสียงอนาล๊อกนั้นจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมายนักเพียงแต่จะถูกนำมาจัดรวมไว้ภายในแผงวงเดียวกันกับระบบเสียงดิจิทัลเท่านั้นเอง(โดยตามสเปคบอกว่าจะไม่มีการไปกวนอัตราการโอนถ่ายข้อมูลของระบบเสียงดิจิทัลด้วยเพราะมันใช้ระบบการเชื่อมต่อแบบ two secondary bus (SBU) pins เท่านั้น)

สำหรับในส่วนของระบบเสียงดิจิทัลบน USB Type-C นั้น ตามสเปคจะต้องมีการแก้ไขในส่วนของวงจรเสียงที่อยู่บนภาคเชื่อมต่อ USB Type-C รวมไปถึงสายส่งสัญญาณไปยังลำโพงทั้งของหูฟังหรือลำโพงเองก็จะต้องใช้รูปแบบใหม่ ซึ่งตรงจุดนี้นั้นทาง USB-IF ได้อธิบายเอาไว้ว่ามันอาจจะไม่ได้มีประโยชน์อะไรเท่าไรนักบนอุปกรณ์ที่ตั้งอยู่กับที่(หมายถึงไม่ใช่อุปกรณ์จำพวกสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต) เนื่องจากว่าอุปกรณ์พวกนี้จะมีพื้นที่ในการติดตั้งแผงวงจรสัญญาณดิจิทัลอยู่แล้วครับ

ระบบภาพสัญญาณเสียงดิจิทัลนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ซึ่งในที่นี้หมายรวมถึงอุปกรณ์จำพวกสวมศรีษะสำหรับการสร้างภาพเสมือนจริงด้วย ทั้งนี้ทาง USB-IF ให้เหตุผลเอาไว้ว่าสาเหตุที่สเปคของ USB ADC 3.0 ถูกออกแบบมาให้รองรับทั้งภาคสัญญาณเสียงดิจิทัลและอนาล๊อกอยู่นั้นก็เพื่อที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานหูฟังหรือลำโพงแบบเก่าผ่านทางการใช้ adapter ได้(คล้ายๆ กับของ iPhone) ซึ่งจุดนี้จะช่วยให้ในช่วงแรกของเทคโนโลยีไม่มีปัญหาเรื่องการเปลี่ยนผ่านครับ

usb-if-publishes-audio-over-usb-type-c-specifications-600-03

อ้างอิงจากมาตรฐาน USB ADC 3.0 นั้นพบว่าหูฟังแบบ USB-C แบบดิจิทัลจะมาพร้อมกับฟีเจอร์พิเศษที่เรียกว่า multi-function processing units (MPUs) ซึ่งฟีเจอร์ดังกล่าวนี้จะมีอยู่มากมายหลายฟังก์ชันซึ่งผู้ผลิตสามารถที่จะทำการเลือกได้ว่าต้องการใส่ฟีเจอร์ไหนเข้าไปในหูฟังแบบ USB-C ดิจิทัลของตัวเองบ้าง โดยทาง USB-IF ให้เหตุผลเอาไว้ว่าที่เป็นเช่นนี้นั้นก็เพื่อที่จะให้ผู้ผลิตสามารถที่จะเลือกผลิตตัวหูฟังได้ในหลายระดับครับ

ตัวอย่างฟีเจอร์ที่จะอยู่ในตัว MPUs นั้นก็ได้แก่ digital-to-analog conversion, low-latency active noise cancellation, acoustic echo canceling, equalization, microphone automatic gain control, volume control และอื่นๆ อีกมากมาย นอกไปจากนั้นแล้วมาตรฐาน USB ADC 3.0 ยังรองรับ USB Audio Type-III และ Type-IV formats พร้อมกับรองรับระบบเสียง USB formats เก่าที่มีในมาตรฐาน ADC 1.0 และ 2.0 ด้วยครับ

usb-if-publishes-audio-over-usb-type-c-specifications-600-04

ในช่วง 2 – 3 เดือนที่ผ่านมานี้นั้นจริงๆ ทาง Conexant ได้มีการเปิดตัวหูฟังแบบ USB-C ตามมาตรฐาน ADC 1.0 และ 2.0 ออกมาแล้วครับ(รวมไปถึง docking stations ด้วย) ในส่วนของหูฟังแบบ USB-C ตามมาตรฐาน ADC 3.0 นั้น น่าจะเริ่มผลิตโดยผู้ผลิตหลายเจ้าและน่าจะเริ่มเปิดตัวในช่วงเร็วๆ นี้ ทว่าในส่วนของราคานั้นยังไม่มีการคาดเดาออกมาครับว่าจะอยู่ที่เท่าไร(เพราะน่าจะต้องดูฟีเจอร์ของตัวหูฟังและผู้ผลิตเป็นตัวประกอบครับ)

ที่มา : anandtech

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

ปลั๊กไฟคอม ของสำคัญที่ถูกมองข้ามแต่ควรใส่ใจเลือกให้ดี! ปลั๊กไฟคอมเป็นอุปกรณ์สำคัญซึ่งโดนมองข้ามบ่อยๆ คิดว่าแค่มีเอาไว้เสียบแล้วจ่ายไฟได้ก็พอแล้วไม่ต้องซื้อแพงมากก็ได้ ซึ่งความคิดนั้นผิดมหันต์เพราะมันคือจุดจ่ายไฟให้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ หากซื้อแบบราคาถูกๆ ไม่มี มอก. แค่พอจ่ายไฟได้ พอเจอกระแสสูงโหลดเยอะจนความร้อนสูงขึ้นจนตัวปลั๊กละลายเกิดอัคคีภัยและปัญหาอื่นๆ ตามมาในภายหลังซึ่งไม่มีผลดีต่อชีวิตอย่างแน่นอน เรื่องการเลือกปลั๊กไฟคอมใหม่สักอันก็ไม่ได้ยากอะไรมาก ถ้าเอาแบบง่ายๆ ก็ซื้อจากแบรนด์ชั้นนำมีตรา มอก. ติดอยู่เท่านี้ก็ได้ สำคัญคือห้ามซื้อปลั๊กพ่วงแบบไม่มีฟิวส์เพราะผิดกฏหมาย แล้วเลือกแบบเป็นเบรกเกอร์ให้ระบบตัดไฟแทนจะปลอดภัยเวลาโหลดไฟเกิน แต่ถ้าลงรายละเอียดว่าควรดูเรื่องอะไร ให้เช็คตามนี้Advertisement ดูสเปคว่าตัวปลั๊กรับวัตต์และแอมป์ได้เท่าไหร่ ถ้าใช้กับพีซีควรเป็น 2300W 10A...

Buyer's Guide

ปลั๊กไฟ USB เพื่อสายไอที มีเอาไว้ชาร์จเหมาหมดทั้งโน้ตบุ๊ค, แท็บเล็ต, สมาร์ทโฟน สะดวกงี้ต้องมีเอาไว้จริงๆ นะ! ปลั๊กไฟ USB นอกจากติดมาเป็นช่องเสริมของปลั๊กรางที่หาซื้อได้ทั่วไปแล้ว ถ้าใช้อุปกรณ์ไอทีหลายชิ้น ไม่ว่าจะแท็บเล็ต, สมาร์ทโฟน, หูฟัง TWS, โน๊ตบุ๊คแล้ว ถ้ามีปลั๊กไฟ USB ดีๆ สักตัวเอาไว้ก็ประหยัดช่องเสียบปลั๊กไปได้หลายช่อง แค่หาสาย USB-C, USB-A...

CONTENT

ในปัจจุบัน เวลาจะลง Windows ใหม่ รวมถึงระบบปฏิบัติการ (OS) ใด ๆ วิธีที่ทำได้ง่ายและแทบทุกเครื่องรองรับก็คือการใช้แฟลชไดรฟ์ USB ในการติดตั้ง ซึ่งก่อนที่จะใช้ได้นั้น ก็ต้องมีการนำไฟล์ ISO สำหรับติดตั้งระบบปฏิบัติการมาผ่านกระบวนการด้วยโปรแกรมบางตัวก่อน เพื่อทำให้สามารถบูทเครื่องจากไฟล์ที่อยู่ในแฟลชไดรฟ์ได้ และกลายเป็น USB ลง Windows ที่ใช้งานได้กับแทบทุกเครื่อง ตัวอย่างโปรแกรมยอดนิยมก็เช่น Media Creation...

Buyer's Guide

มีพาวเวอร์แบงค์ชาร์จเร็วติดกระเป๋าเอาไว้สักอัน ชีวิตสะดวกไม่ต้องห่วงแบตฯ จะหมด! ถ้าหยิบอุปกรณ์ไอทีในกระเป๋าออกมาวางเรียงกัน จะสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตต่างก็มีแบตเตอรี่ในตัว พอใช้ใกล้หมดแต่งานไม่เสร็จก็ต้องมีพาวเวอร์แบงค์ชาร์จเร็วเอาไว้ชาร์จไฟคืนให้มันยังใช้งานต่อได้อีกสัก 1-2 รอบเป็นอย่างน้อยและเป็นของติดกระเป๋าเวลาไปไหนมาไหนของใครหลายๆ คน ให้ชาร์จอุปกรณ์ใช้งานได้ไม่ขาดตอนไม่ต้องง้อปลั๊กไม่ต้องวิ่งหาที่เสียบชาร์จให้เสียเวลาเลยแถมบางรุ่นก็ชาร์จโน๊ตบุ๊คที่มีพอร์ต Thunderbolt หรือ USB-C Full Function ให้ทำงานต่อได้อีก พอจะพกพาวเวอร์แบงค์ชาร์จเร็วไปใช้ตอนออกเที่ยว ถ้าภายในประเทศก็ไม่มีปัญหาสามารถพกได้ตามสะดวก แต่ถ้าบินไปต่างประเทศก็จะมีเงื่อนไขเพื่อความปลอดภัยของผู้ร่วมเดินทางท่านอื่นด้วยว่าผู้โดยสารท่านหนึ่งๆ จะพกอย่างไร ความจุเท่าไหร่และนำติดตัวได้กี่ก้อน? ซึ่งถ้าใครอยากซื้อพาวเวอร์แบงค์ชาร์จเร็วมาเผื่อเอาไว้พกไปเที่ยวทั้งในและนอกประเทศได้แบบไม่ต้องกลุ้มเวลาตรวจกระเป๋าเดินทางแต่ชาร์จอุปกรณ์ในกระเป๋าได้สบายหลายรอบด้วยAdvertisement พาวเวอร์แบงค์ชาร์จเร็ว แล้วเท่าไหร่ถึงชาร์จเร็ว?...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก