Connect with us

Hi, what are you looking for?

Special Story

[Battle] ระหว่าง PC เทพประกอบ กับ iMac 5K ด้วยการโปรเซสผ่าน Lightroom ใครเจ๋งกว่ากัน !!!

คงต้องยอมรับจริงๆ แล้วหล่ะครับว่าในปัจจุบันนั้นไม่ว่าการทำงานในสาขาใดๆ ก็ตามคงจะหลีกหนีคอมพิวเตอร์ไปไม่พ้นเสียแล้ว(แม้กระทั่งหมอยังต้องเปลี่ยนระบบมาใช้คอมพิวเตอร์ในการบันทึกข้อมูลของคนไข้เลยครับ)

คงต้องยอมรับจริงๆ แล้วหล่ะครับว่าในปัจจุบันนั้นไม่ว่าการทำงานในสาขาใดๆ ก็ตามคงจะหลีกหนีคอมพิวเตอร์ไปไม่พ้นเสียแล้ว(แม้กระทั่งหมอยังต้องเปลี่ยนระบบมาใช้คอมพิวเตอร์ในการบันทึกข้อมูลของคนไข้เลยครับ) และแน่นอนหล่ะครับว่างานแต่ละชนิดแต่ละรูปแบบนั้นก็ย่อมต้องการคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรูปแบบของงาน

ในวันนี้นั้นเราจะมาเอาใจผู้ที่อยู่ในสายงานของการแก้ไขภาพหรือช่างถ่ายภาพที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการแก้ไขปรับปรุงรูปภาพด้วยโปรแกรมสุดดังอย่าง Adobe Lightroom ว่าถ้าหากจะซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่สักเครื่องสำหรับการใช้งาน Adobe Lightroom ในการแก้ไขภาพจะเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ PC แบบประกอบเองหรือเลือก iMac ดีด้วยผลทดสอบการใช้งานของ Adobe Lightroom บนเครื่องทั้ง 2 แบบดังกล่าวครับ

LIGHTROOM MAC VS PC SPEED TEST 600 01

ทั้งนี้ด้วยความที่ในปัจจุบันนั้นภาพต่างๆ ที่ได้จากเครื่องมือบันทึกไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนระดับเรือธงหรือกระทั่งกล้องระดับมืออาชีพที่สามารถบันทึกไฟล์ภาพแบบ RAW images ที่มีความละเอียดสูงได้และการแก้ไขภาพเพื่อการใช้งานในด้านต่างๆ นั้นปัจจุบันก็มักจะนิยมกันที่ความละเอียดระดับ 4K กันแล้ว ซึ่งแน่นอนครับว่าหากจะว่าไปเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่แรงมากนักอาจจะไม่สามารถทำงานแก้ไขภาพในลักษณะแบบนี้ได้เร็วมากพอ

ครั้นจะลงทุนซื้อเครื่องสเป็คแรงๆ แบบที่ใช้ในสตูดิโอใหญ่ๆ ก็อาจจะไม่คุ้มมากเท่าไรนัก(ถ้าจะซื้อมาเพื่อทำงานที่บ้าน แต่ถ้าบริษัทออกให้ก็ว่ากันไปครับ) เอาเป็นว่าถ้าจะต้องลงทุนเองแล้วหล่ะก็ลองมาดูกันครับว่าด้วยงบประมาณที่พอๆ กับเครื่องที่ในสตูดิโอใหญ่ๆ ใช้ในการซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการตัดต่อภาพโดยเฉพาะแบบไหนน่าจะเหมาะและคุ้มกับคุณมากที่สุด

คอมพิวเตอร์ PC แบบประกอบเอง

LIGHTROOM MAC VS PC SPEED TEST 600 02

สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ PC ที่ประกอบขึ้นมาเองในการทดสอบนี้นั้นจะมีสเปคดัวต่อไปนี้ครับ

  • หน้าจอ EIZO ขนาด 27 นิ้วรุ่น FlexScan IPS Display รองรับความละเอียดที่ระดับ 2560×1440 (ราคาต่างประเทศประมาณ $1000 และมีขาย By Order ที่ Synnex)
  • หน่วยประมวลผล Intel i7-5960X @ 3.00 Ghz overclocked ไปที่ 4.5 Ghz ($1025 ราคาในไทยประมาณ 39,990 บาท)
  • เมนบอร์ด ASUS ROG RAMPAGE V EXTREME($480 ราคาในไทยประมาณ 25,090 บาท)
  • หน่วยความจำ(RAM) แบบ DDR4 ขนาด 64 GB ($350 หรือประมาณ 12,600 บาทซึ่งในเว็บต้นฉบับไม่ได้บอกว่าเป็นของยี่ห้อใดและเป็นชุด Kit ไหน ทว่าตามสเปคของเมนบอร์ดแล้วนั้นจะใส่หน่วยความจำได้ทั้งหมด 4 แถว ดังนั้นจึงต้องใส่แถวละ 16 GB ซึ่งราคาชุด Kit ของหน่วยความจำขนาดแบบ DDR4 ในไทยขนาด 32 GB จะมีราคาอยู่ที่ 12,500 บาท ดังนั้นหากซื้อรวมทั้งหมด 64 GB ราคาในไทยน่าจะอยู่ที่ประมาณ 25,000 บาทซึ่งมากกว่าราคาของต้นฉบับถึงเท่าตัวครับ)
  • กราฟิกการ์ด EVGA NVIDIA GeForce GTX 980 Ti รุ่น 06G-P4-4995-KR($630 ราคาในไทยประมาณ 27,900 บาท)
  • แหล่งเก็บข้อมูลแบบ SSD ของ Samsung รุ่น 850 EVO ความจุ 1 TB ($300 ราคาในไทยประมาณ 14,200 บาท)
  • เคส Corsair Obsidian 450D ($125 ราคาในไทยประมาณ 4,220 บาท)
  • Power Supply ของ Corsair รุ่น AX860 สามารถจ่ายไฟได้สูงสุดที่ 860 W ($140 ราคาในไทยเป็นของรุ่น AX860i ประมาณ 8,820 บาท)
  • ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำของ Corsair รุ่น Hydro H110 ($120 ราคาในไทยเป็นของรุ่น Hydro H110i V2 ประมาณ 5,290 บาทเนื่องจากเท่าที่สำรวจในตลาดรุ่น Hydro H110 ไม่สามารถหาซื้อแบบมือ 1 ได้แล้ว)
  • ระบบปฎิบัติการ Windows 10 Pro ($100 – $200 ราคาในไทยเป็นของ Windows 10 Professional FPP USB ประมาณ 7,990 บาท)

รวมราคาหากคิดตามต้นฉบับต่างประเทศจะอยู่ที่ $4,370 หรือประมาณ 157,320 บาทซึ่งเป็นราคาที่ทางต้นฉบับอ้างอิงมาจากเมื่อครั้งตอนประกอบตัวเครื่องตามสเปคนี้ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว(สั่งผ่าน Amazon โดยราคาดังกล่าวยังไม่มีการรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ทั้งนี้สาเหตุที่ทางต้นฉบับเลือกใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ PC แบบประกอบเองที่ประกอบเอาไว้ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วนั้นก็เนื่องมาจากในส่วนของหน่วยประมวลผลทุกท่านจะเห็นได้ว่ามีการ overclocked ไปที่ 4.5 Ghz ในการทำงานตามปกติทุกวัน ซึ่งทางต้นฉบับชี้ให้เห็นว่าหากผ่านเวลามามากกว่า 1 ปีแล้วแสดงว่าตัวเครื่องดังกล่าวมีความเสถียรในตัวเองระดับหนึ่งแล้วครับ

หมายเหตุ 1 – ราคาในปัจจุบันของอุปกรณ์บางชิ้นนั้นมีราคาถูกลงกว่าราคาอ้างอิงของต่างประเทศครับ

หมายเหตุ 2 – สำหรับราคาในเมืองไทยนั้นเป็นราคาที่สูงที่สุดของร้านที่ยังสามารถหาซื้ออุปกรณ์นั้นๆ ได้ในปัจจุบัน ซึ่งราคาดังกล่าวในเมืองไทยได้รวมภาษีเข้าไปแล้วและราคารวมหากประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ PC ชุดดังกล่าวในไทยเองจะอยู่ที่ 188,490 บาทโดยทั้งนี้ต้องไม่ลืมนะครับว่าราคาในเมืองไทยที่เรานำมาอ้างอิงนั้นบางอุปกรณ์ก็เป็นรุ่นใหม่กว่าต้นฉบับและราคาที่นำมาแสดงรวมภาษีเรียบร้อยแล้วทำให้ราคาของเมืองไทยกับราคาของต่างประเทศต่างกันพอสมควรครับ

หมายเหตุ 3 – จากหมายเหตุ 2 ที่บอกไปว่าราคาเมืองไทยที่นำมาใช้อ้างอิงนั้นเป้นราคาที่สืบมาแล้วว่าสูงที่สุดในบรรดาร้านที่มีอุปกรณ์ชิ้นนั้นๆ วางจำหน่ายทั้งหมด ซึ่งหากคุณเดินสำรวจดีๆ หรือหาแหล่งที่ราคาดีๆ หรือร้านประจำได้ราคาของตัวเครื่องโดยรวมทั้งหมดอาจจะถูกกว่านี้ครับ

Apple 27-inch iMac with Retina 5K Display

LIGHTROOM MAC VS PC SPEED TEST 600 03

ในส่วนของ iMac ที่ทางต้นฉบับเลือกนำมาเป็นเครื่องสำหรับทดสอบเปรียบเทียบนั้นจะเป็น iMac รุ่นขนาดจอ 27 นิ้ว with Retina 5K Display ซึ่งมีสเปคดังต่อไปนี้ครับ

  • หน่วยประมวลผล Intel i7 Quad-Core 4.00Ghz
  • หน่วยความจำแบบ DDR3 SDRAM ความเร็ว 1,867 Mhz ขนาด 32 GB
  • แหล่งเก็บข้อมูลแบบ Flash Storage ความจุ 1 TB
  • กราฟิกการ์ด AMD Radeon R9 M395X พร้อม 4 GB Video Memory

ทั้งนี้ iMac รุ่นขนาดจอ 27 นิ้ว with Retina 5K Display นั้นมีตัวเลือกสเปคที่ค่อนข้างจะเยอะมากเลยทีเดียวตามประเทศที่วางจำหน่ายครับ โดยราคาของทางต่างประเทศที่ต้นฉบับอ้างอิงมาตามสเปคนี้จะอยู่ที่ $4,431 หรือประมาณ 159,516 บาท(ยังไม่รวมภาษีอีกต่างหาก) แต่ในเมืองไทยนั้นถ้าสั่งซื้อจาก Apple Online Store Thailand ตามสเปคแบบเดียวกันกับที่ต้นฉบับใช้ในการทดสอบจะมีราคาอยู่ที่ 162,800 บาทยังไม่รวมภาษีอีก 10,650.47 บาท โดยหากรวมภาษีแล้วก็จะมีราคาอยู่ที่ 173,450.47 บาทครับ)

ความแตกต่างระหว่างคอมพิวเตอร์ PC แบบประกอบเองและ iMac รุ่นขนาดจอ 27 นิ้ว with Retina 5K Display

หากดูที่ราคาซึ่งซื้อจากต่างประเทศ(อ้างอิงจากต้นฉบับ) จะเห็นได้ว่า iMac มีราคาแพงกว่าคอมพิวเตอร์ PC แบบประกอบเองอยู่เล็กน้อย ทว่าในทางกลับกันถ้ามองราคาที่สามารถซื้อได้ในเมืองไทยเป็นหลักนั้นคอมพิวเตอร์ PC แบบประกอบเองจะมีราคาสูงกว่า iMac อยู่เล็กน้อย แต่ทั้งนี้ใช่ว่าราคาที่แตกต่างกันเล็กน้อยนี้จะไม่ส่งผลในเรื่องของสเปคเลยนะครับ เพราะสเปคของเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 2 แบบนั้นจะแตกต่างกันดังต่อไปนี้ครับ

  • ถึงหน้าจอจะมีขนาดเท่ากันแต่คอมพิวเตอร์ PC แบบประกอบเองจะมีความละเอียดสูงสุดของหน้าจอที่สามารถรันได้ต่ำกว่า iMac(2K เทียบกับ 5K)
  • หน่วยประมวลผลของคอมพิวเตอร์ทั้ง 2 แบบเป็นคนละรุ่นกัน
  • หน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ทั้ง 2 แบบเป็นคนละรุ่นกันและขนาดของหน่วยความจำบนคอมพิวเตอร์แบบเลือกประกอบเองก็มากกว่า iMac ถึงเท่าตัว
  • กราฟิกชิปเป็นคนละตัวกันโดยหน่วยความจำของกราฟิกชิปก็แตกต่างกันด้วยอีกต่างหาก(คอมพิวเตอร์แบบประกอบเองกราฟิกการ์ดมาพร้อมกับหน่วยความจำขนาด 6 GB ส่วน iMac กราฟิกการ์ดมาพร้อมกับหน่วยความจำขนาด 4 GB)
  • iMac มีลักษณะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ All-in-one ที่ทุกอย่างรวมอยู่บนตัวจอหมดทำให้สะดวกมากกว่าหากวางทำงานในที่ๆ มีความกว้างจำกัด
  • คอมพิวเตอร์แบบประกอบเองเป็นแบบ PC Desktop ทำให้ต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้งมากกว่าไม่เหมาะเท่าไรนักหากผู้ใช้มีพื้นที่ในการทำงานแบบจำกัด

วิธีการทดสอบ

LIGHTROOM MAC VS PC SPEED TEST 600 04

ในส่วนของการทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 2 แบบในการใช้งานแก้ไขภาพผ่านโปรแกรม Lightroom นั้น ทางต้นฉบับเริ่มต้นกำหนดวิธีการจากการกำหนดแหล่งที่มาของภาพที่จะนำมาทดสอบก่อนครับ ทั้งนี้ภาพที่จะนำมาทำการใช้ในการทดสอบนั้นจะใช้ภาพแบบ RAW images ที่เหมือนๆ กันจำนวนทั้งสิ้น 1,121 ภาพ โดยทุกๆ ภายที่นำมาทดสอบนั้นจะถ่ายผ่านทางกล่อง Canon 5D Mark III และ Canon 5DS ซึ่งภาพที่ได้จากการถ่ายนั้นจะถูกตั้งค่าต่างๆ(อย่างเช่นการปรับแต่งเรื่องแสงผ่านตัวกล้อง, ขนาดภาพ ฯลฯ ที่เป็นฟีเจอร์ของกล้อง) ให้เหมือนกันมากที่สุด และในการทดสอบแต่ละอย่างนั้นจะทำ 3 ครั้งแล้วทำการหาค่าเฉลี่ยออกมาเพื่อให้ค่าที่ได้แม่นยำมากที่สุดครับ แต่ละการทดสอบจะมีอะไรบ้างนั้นไปชมกันเลยครับ

1. LIGHTROOM IMPORT

เริ่มต้นที่ฟีเจอร์แรกของ Lightroom ที่ถ้าไม่ทำก็คงไม่สามารถจะผ่านต่อไปทำอย่างอื่นได้เลยกับการนำเข้าไฟล์ภาพจากกล้องทั้งหมดจำนวน 1,121 ภาพเข้าสู่แหล่งเก็บข้อมูลแบบ SSD ของเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 2 โดยตรง ซึ่งผลของการทดสอบพบว่า

คอมพิวเตอร์ประกอบเองใช้เวลาเฉลี่ย 12.51 วินาที

iMac ใช้เวลาเฉลี่ย 26.81 วินาที

สรุป – คอมพิวเตอร์ประกอบเองสามารถนำเข้าภาพได้เร็วกว่า iMac มากถึง 144%

2. LIGHTROOM SMART PREVIEWS

ฟีเจอร์ที่ 2 ที่มีการจับเวลาทดสอบก็คือฟีเจอร์ Smart Previews ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่คล้ายๆ กับการสร้างภาพพรีวิวขนาดเล็กเพื่อให้ดูออกได้ว่าภาพที่นำเข้ามาบนโปรแกรม Lightroom นั้นเป็นภาพอะไรบ้าง ในที่นี้นั้นได้มีการกำหนดตั้งค่าของทั้ง 2 เครื่องให้ใช้ 2048px และคุณภาพของภาพพรีวิวแบบ “Medium” ซึ่งผลทดสอบพบว่า

คอมพิวเตอร์ประกอบเองใช้เวลาเฉลี่ย 19.22 นาที

iMac ใช้เวลาเฉลี่ย 26.01 นาที

สรุป – คอมพิวเตอร์ประกอบเองสามารถสร้างภาพพรีวิวได้เร็วกว่า iMac มากถึง 26%

3. LIGHTROOM DEVELOP MODULE IMAGE TO IMAGE TIME

ฟีเจอร์ต่อมานั้นเป็นการทดสอบเวลาที่ใช้ในการนำเข้าภาพต่อภาพเข้าสู่ Develop Module โดยที่ทำการลบภาพที่เคยนำเข้าในการทดสอบที่ 1 ทิ้งทั้งหมดรวมไปถึงรบภาพพรีวิวที่ทำในการทดสอบที่ 2 ทิ้งไปด้วยเสมือนกับว่าไม่เคยนำภาพนั้นๆ เข้าสู่ Lightroom มาก่อน ทั้งนี้ในการทดสอบที่ 3 นี้จะทดสอบนำเข้าภาพเข้าสู่ Develop Module และจับเวลาเพียงแค่ 114 ภาพเท่านั้นซึ่งผลทดสอบพบว่า

คอมพิวเตอร์ประกอบเองใช้เวลาเฉลี่ย 1 นาที 10.3 วินาที

iMac ใช้เวลาเฉลี่ย 1 นาที 58.1 วินาที

สรุป – คอมพิวเตอร์ประกอบเองสามารถนำเข้าภาพต่อภาพเข้าสู่ Develop Module ได้เร็วกว่า iMac มากถึง 81%

LIGHTROOM MAC VS PC SPEED TEST 600 05

4. LIGHTROOM PANORAMA MERGE

การทดสอบต่อมาเป็นการนำเข้าภาพ RAW images จำนวน 5 ภาพที่ถ่ายติดต่อกันผ่านทางกล้อง 5DS(ที่ความละเอียด 50 MP) โดยการนำเข้าภาพเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง 2 นั้นจะตั้งค่าการนำเข้าผ่านทาง LR Preset System > 11g. HDR Natural Color หลังจากนั้นเมื่อนำภาพทั้ง 5 เข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์เสร็จสิ้นก็จะทำการรวมภาพเข้าด้วยกันให้เป็นภาพแบบ single panorama DNG ผ่านทาง Lightroom โดยตรงเลยซึ่งผลทดสอบพบว่า

คอมพิวเตอร์ประกอบเองใช้เวลาเฉลี่ย 12 วินาทีเพื่อสร้างพรีวิวและ 59.32 วินาทีในการรวมภาพแบบ DNG เสร็จสมบูรณ์

iMac ใช้เวลาเฉลี่ย 28.5 วินาทีเพื่อสร้างพรีวิวและ 1 นาที 31 วินาทีในการรวมภาพแบบ DNG เสร็จสมบูรณ์

สรุป – คอมพิวเตอร์ประกอบเองสามารถสร้างภาพพรีวิวได้เร็วกว่า iMac มากถึง 57.9% และสามารถรวมภาพแบบ DNG ได้เร็วกว่า iMac 35%

สรุปผลประสิทธิภาพโดยรวม

LIGHTROOM MAC VS PC SPEED TEST 600 06

เราจะไม่พูดเกี่ยวกับเรื่องของดีไซน์ตัวเครื่อง iMac และคอมพิวเตอร์ประกอบเองที่ผมเชื่อเหลือเกินครับว่าหลายๆ ท่านคงยอมยกให้ iMac นั้นมีดีไซน์ที่สวยงามและน่าใช้งานมากกว่า ทว่าในการทดสอบครั้งนี้นั้นเราจะดูในส่วนของประสิทธิภาพในการทำงานจริงกับความคุ้มค่าของจำนวนเงินที่เราต้องสูญเสียไปว่าอย่างใดกันแน่ที่คุ้มค่ามากกว่ากัน

หากมองอย่างเป็นธรรมแล้วนั้นจะเห็นได้ว่าในทุกๆ การทดสอบนั้นคอมพิวเตอร์แบบประกอบเองจะมีประสิทธิภาพในการทำงานเหนือกว่า iMac ในทุกๆ ด้านที่ได้ทำการยกตัวอย่างมา ทีนี้เรามาลองดูกันว่าแล้วไอ้ความแตกต่างทางด้านประสิทธิภาพในเรื่องของความเร็วที่อยู่ที่ประมาณ 35% โดยรวมนั้นทำให้งานเราต่างกันมากขึ้นหรือไม่ เชื่อเหลือเกินครับว่าผู้ที่ทำงานในวงการโดยเฉพาะวงการการตัดต่อแก้ไขภาพนั้นน่าจะรู้ดีเลยครับว่าแค่ต่างกัน 10% นั่นก็หมายถึงจำนวนงานที่สามารถทำได้มากขึ้นอย่างมากมายแล้ว แต่นี่ผลลัพธ์นั้นมากกว่า 35% แบบเห็นๆ ก็คงไม่ต้องบอกกันแล้วครับว่าคุณจะสามารถทำงานได้เพิ่มขนาดไหน

อย่างไรก็ตามแต่อย่างที่บอกไปในตอนต้นครับว่าปัจจัยในการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์สำหรับทำงานทางด้านนี้นั้นงบประมาณถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่กำหนดประสิทธิภาพไปในตัว หากถามความเห็นส่วนตัวของผม(ผู้แปล) ใจหนึ่งก็เชียร์คอมพิวเตอร์ประกอบเองมากกว่าเพราะนอกเหนือไปจากประสิทธิภาพที่เห็นได้ชัดว่าเร็วกว่าแล้ว คอมพิวเตอร์แบบประกอบเองยังมีดีตรงที่คุณสามารถเลือกสเปคให้เป็นไปตามงบประมาณได้ตามที่ต้องการและสามารถที่จะอัพเกรดในตอนไหนก็ได้ที่มีงบถึง

กลับกันแล้ว iMac ของทาง Apple ไม่ค่อยจะเปิดช่องว่างในเรื่องของการอัพเกรดในภายหลังมากเท่าไรนัก แต่ก็แทนที่ด้วยความลงตัวมีสไตล์ที่ครบถ้วนมาตั้งแต่ต้นทำให้ผู้ใช้งานที่ไม่มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์มากนักไม่จำเป็นต้องศึกษาเรื่องฮาร์ดแวร์ก็สามารถหาซื้อเครื่องคอมแรงๆ มาใช้งานได้ เอาเป็นว่าอย่างไรก็ตามทางเราก็ได้แต่นำข้อมูลมาแนะนำใหเทุกท่านได้เห็นภาพเท่านั้นครับส่วนท่านจะเลือกซื้อเครื่องรุ่นใดชนิดไหนมาใช้นั้นก็เป็นสิทธิ์ของท่านแล้วหล่ะครับ

หมายเหตุ – ถ้าคุณอ่านบทความนี้แล้วคอมพิวเตอร์แบบประกอบเองเป็นสิ่งที่คุณต้องการนำมาใช้งานโดยอยากจะลองประกอบขึ้นมาเอง ขอให้คุณหาข้อมูลเรื่องของราคาฮาร์ดแวร์, ประกัน, ร้านจำหน่ายที่เชื่อถือได้รวมไปถึงซอฟต์แวร์ถูกลิขสิทธิ์ให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเครื่องหรืออุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่งมานะครับเนื่องจากการรับประกันและราคาซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของเครื่องคอมพิวเตอร์แบบประกอบเองของบ้านเรานั้นไม่เหมือนกับต่างประเทศครับ

ที่มา : slrlounge

Click to comment
 
Advertisement

บทความน่าสนใจ

PC Game

หลังจากงานที่ทีมงานได้รีวิวตัว Predator Orion 9000 ไปเมื่อประมาณสัปดาห์ก่อน ซึ่งเป็น PC Desktop แบบ Full Tower ขนาดใหญ่ ดีไซน์ออกมาอย่างล้ำเอาใจเกมเมอร์ พร้อมกับยัดสเปคแบบจัดเต็มสุดๆ เท่าที่คอมเครื่องๆ หนึ่งจะให้ได้ และแทบจะเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งใน PC แบรนด์ที่แรงที่สุดในโลกตอนนี้ก็ว่าได้ ด้วยค่าตัวถึง 239,900 บาท ทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่าอ้าวแบบนี้ประกอบ PC Desktop...

PC Buyer's Guide

วันที่ 27 มีนาคม 2018 ที่กำลังจะถึงนี้ก็น่าจะเป็นอีกวันหนึ่งที่เกมเมอร์หลายคนเฝ้ารอกันไม่น้อย เพราะว่าจะมีเกมของค่ายยักษ์ใหญ่จากค่าย Ubisoft วางจำหน่าย Far Cry 5 อย่างเป็นทางการนั่นเอง โดยทาง Ubisoft ก็ได้เปิดเผยถึงสเปคขั้นต่ำของการเล่นมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว บอกเลยครับว่าเกม Far Cry 5 นี่เป็นเกมที่กินสเปคเอาเรื่องเลยทีเดียว ซึ่งในบทความนี้เองมาดูกันว่าถ้าจะจัดสเปคพีซีเล่น Far Cry 5...

PC Buyer's Guide

ในช่วงนี้ก็เป็นช่วงเวลาปิดเทอมนี้ใครหลายๆ คนก็คงอยากจะซื้อคอม PC ประกอบเครื่องใหม่กัน แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหนดี ซึ่งมีงบประมาณ 15,000 บาท ประกอบคอมแบบไหนคุ้มสุด เอามาเล่นเกม Overwatch, DOTA 2, Fifa Online, BSO, PUBG หรือเกมออนไลน์อื่นๆ ก็ปรับได้ลื่นไหล ส่วนเกมออฟไลน์หนักๆ ก็ยังพอเล่นได้ (ปรับกลางๆ) มาดูกันว่าสเปคคอมประกอบในช่วงราคา 15,000 บาทบวกงบนิดหน่อยแบบไหนคุ้มสุดไปดูกันเลยครับ...

Other News

ในช่วงนี้นั้นทาง ASUS ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดพอสมควรครับ ล่าสุดที่เราจะนำมาแนะนำให้ทุกท่านในวันนี้ก็คือ Desktop สำหรับการเล่นเกมรุ่น STRIX GD30 Gaming ที่ผู้ใช้สามารถเลือกปรับสเปคได้หลายอย่างเพื่อการใช้งาน และตัวเคสนั้นมีความเป็นตัวของตัวเองสูงมากในแบบที่เท่ห์ตามสไตล์การออกแบบของซีรีส์ STRIX หล่ะครับ มาเริ่มที่ตัวเคสกันกอน โดยตัวเคสนั้นออกแบบมาได้อย่างสวยงามและด้านข้างของตัวเครื่องก็มีกระจกใสสำหรับมองเข้าไปในเครื่องเพื่อดูฮาร์ดแวร์ตามสมัยนิยม ด้านหน้าบนของตัวเครื่องจะมาพร้อมกับพอร์ตต่างๆ โดยมีช่องสำหรับเอาไว้ใส่ Optical Disk หรืออย่างอื่นได้ จำนวนหนึ่งช่อง นอกไปจากนั้นยังมีฝาปิดที่คุณสามารถปรับการวางตำแหน่งไปมาได้ถึง 6 แบบครับ...