Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

ผู้ใช้เดือดใส่ Microsoft หลังดันฟีเจอร์ Copilot สำหรับการทำงานบน Edge และ Windows 11

Microsoft Copilot Edge Windows 11

กระแสต่อต้าน Copilot ยังคงแรง หลัง Microsoft อ้างว่า “ได้ยินเสียงผู้ใช้” ว่าต้องการฟีเจอร์นี้

Microsoft โพสต์โปรโมตฟีเจอร์ Copilot Mode บน Edge และ Windows 11 โดยย้ำว่า “ได้ยินผู้ใช้ต้องการฟีเจอร์ Copilot สำหรับการทำงาน” แต่ผลตอบรับกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

ผู้ใช้จำนวนมากรุมคอมเมนต์แสดงความไม่พอใจ บางรายถึงขั้นบอกว่า Microsoft “แยกแยะความจริงไม่ออก” และ “ไม่มีใครอยากได้ฟีเจอร์นี้เลย แถมพยายามทุกทางเพื่อหาวิธีปิดมัน”

Advertisement

บทสนทนาในโพสต์บน X (Twitter เดิม) กลายเป็นพื้นที่ที่ผู้ใช้ Windows รุ่นเก่าและชุมชนไอทีจำนวนมากร่วมกันวิจารณ์อย่างหนักว่าการยัด Copilot ใส่ทุกส่วนของ Windows และ Edge เป็นสิ่งที่ “ไม่ได้ขอ” และ “ไม่ได้ต้องการให้มาขัดจังหวะการใช้งานปกติ”


Copilot Mode ใน Edge: ฟีเจอร์ที่ Microsoft ผลักดันหนัก แต่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่อิน

Microsoft ระบุว่า Copilot Mode เป็นเหมือน “ผู้ช่วยงานอัตโนมัติ” ที่ทำงานคล้าย Perplexity Comet หรือ ChatGPT Atlas สามารถจัดการงานหลายขั้นตอน เช่น จองตั๋ว เดินเรื่องต่าง ๆ หรือสรุปข้อมูลหลายแท็บ (multi-tab reasoning) ได้

image 65
เครดิตภาพ: Windows Latest

โดยค่าเริ่มต้น Edge จะเปิด Copilot Mode อยู่เสมอ แต่ผู้ใช้สามารถปิดได้จาก Settings

image 66
เครดิตภาพ: Windows Latest

อย่างไรก็ตาม เสียงวิจารณ์ส่วนใหญ่สะท้อนชัดเจนว่าผู้ใช้มองว่า Copilot ไม่ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเท่าที่ Microsoft กล่าวอ้าง และยังสร้างความรำคาญมากกว่าประโยชน์ เพราะการทำงานอัตโนมัติยังไม่แม่นยำพอ และยังมีความเสี่ยงเรื่อง “AI hallucination” หรือการตอบข้อมูลผิด ๆ อย่างมั่นใจ


ผู้ใช้วิจารณ์ยับ: ไม่มีใครในสายไอที “อยากได้ Copilot ใน Windows”

คอมเมนต์ส่วนใหญ่บอกไปในทิศทางเดียวกันคือ “Microsoft เข้าใจผิดอย่างหนักว่าผู้ใช้ต้องการอะไร”

คอมเมนต์เด่นจากผู้ดูแลระบบ Windows Server รายหนึ่งบอกว่า:

“ทำงานกับ Windows Server มาหลายสิบปี ไม่มีไอทีคนไหนอยากให้ Copilot มาอยู่ใน Windows เลยสักคน”

ขณะที่ผู้ใช้อีกจำนวนมากย้ำว่า Microsoft ควรหยุด “ยัดเยียด” AI ให้ผู้ใช้โดยไม่ได้ถามก่อน และควรโฟกัสที่การแก้บั๊ก ความเสถียร และการออกแบบ UI ให้เรียบร้อยมากกว่า

ที่น่าสังเกตคือ Microsoft เลือกตอบเฉพาะคอมเมนต์ที่ชื่นชม Copilot แต่หลีกเลี่ยงการตอบเสียงวิจารณ์ทั้งหมด ทำให้ชุมชนผู้ใช้ไม่พอใจยิ่งขึ้น


Microsoft ลุยเส้นทาง AI เต็มตัว แม้ผู้ใช้จะไม่ปลื้ม

แม้กระแสต่อต้านจะชัดเจน แต่ Microsoft ยังเดินหน้าประกาศวิสัยทัศน์ของ Windows 11 ในฐานะ “แพลตฟอร์ม AI รุ่นใหม่” โดยล่าสุดผู้บริหารสาย AI อย่าง Mustafa Suleyman ออกมาโพสต์ว่าเขาไม่เข้าใจว่าทำไมผู้คนถึง “มองว่า AI ไม่น่าประทับใจ” พร้อมยกตัวอย่างว่าตนเองโตมากับเกม Snake ในมือถือ Nokia การที่ AI สมัยนี้สนทนาได้คล่องและสร้างภาพหรือวิดีโอได้ “เป็นเรื่องที่น่าทึ่ง”

อย่างไรก็ตาม คอมเมนต์ดังกล่าวกลับยิ่งกระตุ้นให้เกิดกระแสโต้กลับ เพราะผู้ใช้จำนวนมากมองว่าการเปรียบเทียบดังกล่าว “ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้งานจริงของ Windows” และ “สะท้อนว่าผู้บริหาร Microsoft ไม่ฟังเสียงผู้ใช้เลย”


ผู้ใช้ตั้งคำถาม: Windows 11 กำลังเดินผิดทางหรือไม่?

ตลอดปี 2025 ชุมชน Windows มีเสียงวิจารณ์เรื่องการเปลี่ยน Windows ไปสู่ยุค “agentic computing” หรือระบบที่ขับเคลื่อนด้วย AI อัตโนมัติแทนการควบคุมแบบเดิม ผู้ใช้จำนวนมากกังวลว่า Windows จะเสียจุดเด่นดั้งเดิมไป เช่น ความเรียบง่าย ความเสถียร และการควบคุมที่ไว้ใจได้

ผู้ใช้บางรายถึงขั้นคอมเมนต์ว่า:

“ถ้า Microsoft ได้ยินว่าเราต้องการ Copilot นั่นแปลว่าพวกเขาอยู่ในห้อง echo chamber ของตัวเอง”

ถึงแม้ Microsoft จะเคยประกาศว่าจะยกระดับประสบการณ์พื้นฐานของ Windows ให้ดีขึ้น เช่น ความเร็ว ความเสถียร และความสม่ำเสมอของดีไซน์ แต่การเดินหน้าผลักดัน Copilot แบบเต็มแรงทำให้หลายคนมองว่าบริษัท “หลงทาง” จากสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการจริง


สรุป

กระแสที่เกิดขึ้นทำให้ชี้ชัดว่า ผู้ใช้จำนวนมากไม่ได้ต้องการให้ AI อย่าง Copilot กลายเป็นส่วนสำคัญของ Windows 11 หรือ Edge แบบที่ Microsoft กำลังผลักดันอยู่ เสียงส่วนใหญ่เรียกร้องให้บริษัทกลับไปให้ความสำคัญกับประสบการณ์ใช้งานพื้นฐาน ความเสถียร ความน่าเชื่อถือของระบบ และเปิดให้ผู้ใช้เลือกมากขึ้นว่าต้องการ AI หรือไม่

ที่มา: Windows Latest

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

ใครที่กำลังรอให้ Windows 11 เปิดใช้ Smart App Control ได้แบบไม่ต้องลงระบบใหม่ ตอนนี้คงต้องรอต่อไปอีกสักพัก เพราะ Microsoft ยืนยันแล้วว่าแนวทางดังกล่าวยังไม่ถูกปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วไปใช้งานจริงในตอนนี้ ประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องที่หลายคนสับสนพอสมควร เพราะก่อนหน้านี้ Microsoft เคยทดสอบการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ผู้ใช้สามารถเปิดหรือปิด Smart App Control ได้โดยไม่ต้องทำการติดตั้งระบบใหม่ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า clean install แต่ล่าสุดรายละเอียดดังกล่าวถูกถอดออกจากเอกสารอัปเดตอย่างเป็นทางการแล้ว...

IT NEWS

QuickLens กลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญของความเสี่ยงจากส่วนขยายเบราว์เซอร์ที่ตอนแรกดูเหมือนจะไม่มีพิษมีภัย แต่สุดท้ายกลับถูกใช้เป็นช่องทางปล่อยมัลแวร์ใส่ผู้ใช้จริง ข่าวนี้น่าจับตาเป็นพิเศษ เพราะ QuickLens ไม่ใช่ส่วนขยายเถื่อนที่เพิ่งโผล่มาแบบไร้ที่มา แต่เป็น extension ที่เคยใช้งานได้จริง มีผู้ใช้สะสมหลายพันราย และเคยได้รับความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่งมาก่อน ประเด็นสำคัญคือ หลังจากตัวส่วนขยายเปลี่ยนมือ มันถูกอัปเดตจนกลายเป็นเครื่องมือโจมตีผู้ใช้เต็มรูปแบบ ทั้งการแสดงหน้าหลอกให้อัปเดตปลอมแบบ ClickFix การขโมยข้อมูลล็อกอิน การดักข้อมูลแบบฟอร์ม และการพยายามเข้าถึงกระเป๋าคริปโตหลายบริการในเครื่องของเหยื่อ Advertisement QuickLens คืออะไร และเกิดอะไรขึ้นกับส่วนขยายตัวนี้...

IT NEWS

Windows 11 กำลังได้อัปเดตด้านเสียงที่มีประโยชน์มากขึ้นสำหรับคนที่ชอบดูหนัง ฟังเพลง หรือใช้งานร่วมกันบนเครื่องเดียว เพราะ Microsoft กำลังปรับปรุงฟีเจอร์ Shared Audio ให้ใช้งานสะดวกกว่าเดิม จุดสำคัญของรอบนี้คือผู้ใช้แต่ละคนสามารถปรับระดับเสียงของหูฟังตัวเองได้แยกกันแล้ว ไม่ต้องใช้ความดังเท่ากันทั้งสองฝั่งเหมือนช่วงแรกที่เริ่มเปิดทดสอบ ฟีเจอร์แบบนี้หลายคนน่าจะคุ้นจากฝั่งแท็บเล็ตหรืออุปกรณ์พกพาอยู่แล้ว แต่พอมาอยู่บน Windows 11 มันก็มีประโยชน์ในชีวิตจริงไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นการนั่งดูหนังกับเพื่อนบนโน้ตบุ๊กเครื่องเดียว ฟังเพลงด้วยกันโดยไม่ต้องเปิดลำโพง หรือใช้งานในที่ที่ไม่อยากรบกวนคนรอบข้าง จุดนี้ทำให้เห็นว่า Microsoft กำลังค่อย...

Buyer's Guide

สมรรถนะของโน้ตบุ๊กเล่นเกมในแต่ละปีจะยิ่งดีและมีฟีเจอร์เพิ่มขึ้นและใช้ทำงานหนักได้ดีกว่าเดิมมากและไม่ยุ่งยากเพราะทุกอย่างถูกรวมเอาไว้เป็นชิ้นเดียวกันแล้ว เจ้าของแค่เปิดเครื่องกับล็อคอินให้เสร็จก็ดาวน์โหลดเกมมาเล่นได้ทันที พอต่อหน้าจอแยกกับเกมมิ่งเกียร์เพิ่มเข้าไปก็ใช้เล่นเกมยอดนิยมในปัจจุบันได้ไม่ต่างจากเกมมิ่งพีซีเลย แต่ได้เปรียบตรงที่อยากพกไปไหนก็เก็บเครื่องกับอะแดปเตอร์ใส่กระเป๋าเป้แล้วหิ้วไปได้เลย แถมกินพื้นที่น้อยเหมาะกับหอพักหรือคอนโดมิเนียมอย่างมาก เรื่องสเปคของเกมมิ่งโน้ตบุ๊คในปัจจุบันถ้ามีงบประมาณราว 40,000~60,000 บาท พอกับงบประกอบเกมมิ่งพีซีสักเครื่องก็จะได้เครื่องสเปคแรงพอให้เล่นเกมบนความละเอียด 1440p แล้ว และใช้ Upscaling กับ Frame Generation เสริมเข้าไปก็เล่นบนความละเอียด 2160p ได้สบายมาก ถ้าสังเกตจะเห็นว่าโน้ตบุ๊กเล่นเกมระดับราคานี้มีเกินสเปคขั้นต่ำของเกมชั้นนำในปัจจุบันไปไกลมากแล้วและอาจจะแรงพอให้เล่นได้ไหลลื่นไปอีก 3~4 ปีได้ไม่ยากเลย Advertisement เลือกโน้ตบุ๊กเล่นเกมยังไงให้โดนใจ?...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก