
งานอีเว้นท์ Computex 2026 เป็นครั้งที่พิเศษกว่าครั้งก่อนๆ เพราะแต่ละแบรนด์ก็ถึงคราวครบรอบการก่อตั้งบริษัทมากี่ปีแล้ว อย่าง MSI “Micro-Star International” ก็ถึงคราวครบรอบ 40 ปี ในปีนี้พอดีหลังจากก่อตั้งแบรนด์มาเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ค.ศ. 1986 จึงมีสินค้าใหม่เปิดตัวเพิ่มหลายอย่าง โดยเฉพาะหัวใจหลักอย่างเกมมิ่งโน้ตบุ๊ค, เกมมิ่งเกียร์รุ่นใหม่จนถึงหน้าจอและโน้ตบุ๊คทำงานของปีนี้ แต่ละรุ่นก็มีจุดเด่นเฉพาะตัวช่วยให้ผู้ใช้ทำงานสะดวกขึ้น จะต่อโน้ตบุ๊ค Windows ใช้งานตามปกติก็ง่าย ใช้ MacBook ก็สะดวกไม่แพ้กัน ซึ่งหลังจากเปิดตัวในอีเว้นท์นี้เสร็จแล้ว หลายๆ ชิ้นก็จะนำมาวางจำหน่ายในประเทศไทยต่อด้วยเช่นกัน
นอกจากอุปกรณ์ข้างต้นแล้ว MSI ก็ไม่ตกขบวน NVIDIA RTX Spark เช่นกัน ซึ่งทางบริษัทก็มีผลิตภัณฑ์ติดตั้งชิปเซ็ตดังกล่าวเปิดตัวใน Computex 2026 พร้อมกับ Gaming Handheld ชิป Intel Arc G-Series รุ่นใหม่ซึ่งใช้เล่นเกมชั้นนำในปัจจุบันได้ลื่นไหลมาก เรียกว่าเป็นเพื่อนแก้เหงาในหลายๆ โอกาสได้เป็นอย่างดี
บูธ MSI งาน Computex 2026 ครบรอบ 40 ปี มีอะไรน่าสนใจบ้าง?
- ซีพียู NVIDIA RTX Spark ของทางบริษัทจะติดตั้งมาในฮาร์ดแวร์ 2 แบบ คือ โน้ตบุ๊คอย่าง Prestige N16 Flip AI+ โดยใช้พื้นฐานจาก Prestige 16 Flip AI+ แต่ออกแบบภายในให้รองรับชิปเซ็ตใหม่จาก NVIDIA กับ EdgeMesa N AI+ เป็น Mini PC
- โน้ตบุ๊ค Artisan Collection ในปีนี้เปลี่ยนจาก Ukiyo-e Edition ลายคลื่นใหญ่คะนะงะวะ เป็นภาพโดย Vincent van Gogh โดยแยกเป็น 2 ลาย คือ Starry Night Over the Rhone (1888) กับ The Starry Night (1889) แทน พร้อมยิงเลเซอร์สลักคำนิยมบนบอดี้โลหะอโนไดซ์เพื่อความสวยงาม
- พาเนล OLED ของหน้าจอเกมมิ่งหรือโน้ตบุ๊คในปีนี้ถูกอัพเกรดเป็นแบบ Tandem OLED ให้เร่งแสงเพิ่มความสว่างได้มากขึ้น ได้สีสันสวยสดกว่าเดิมอย่างชัดเจน
- ซีพียูเพื่อเครื่องเกมพกพาอย่าง Intel Arc G3 Extreme ใน Claw 8 EX AI+ มีสมรรถนะสูงกว่าเดิมมาก ใช้เล่นเกมชั้นนำบนความละเอียด 1080p ตั้งค่ากราฟิคระดับ High ได้ไหลลื่นโดยไม่ต้องใช้ Intel XeSS เสริมก็ยังได้ ถ้าใช้ภาพก็จะลื่นไหลต่อเนื่องยิ่งขึ้น

ทัวร์บูธ MSI งาน Computex 2026 ของดีเพียบถูกใจสายทำงานและเกมมิ่ง

- เกมมิ่งโน้ตบุ๊คเรือธงใหม่ Titan 18 HX Dragon Edition Draco Epic
- Claw 8 EX AI+ เครื่องเกมพกพารุ่นใหม่ ยกเครื่องให้แรงเล่นเกมดีกว่าเดิม!
- Prestige 14 Flip AI+ Vincent van Gogh Edition
- Prestige N16 Flip AI+ และ EdgeMesa N AI+ พีซีและโน้ตบุ๊คพลัง NVIDIA RTX Spark ใหม่เพื่อยุค Agentic AI
- Cubi NUC WCG Mini PC อัพเกรดใหม่ ถูกใจชาวออฟฟิศ
- MPG OLED 322URDX36 จอเกมมิ่งตัวเด็ด 4K Tri-Mode
- MPG 271KRAW18 5K Mini-LED Glossy Dual Mode Gaming Monitor
- MSI PRO MAX จอทำงานตัวเทพเพื่อ Mac โดยเฉพาะ!
- Gaming Gear ซีรีส์ใหม่ประจำปี 2026
- MSI Intelligent Power Safeguard และ eFuse ระดับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ หัวใจหลักรักษาการ์ดจอเวลาไฟฟ้าลัดวงจร!
เกมมิ่งโน้ตบุ๊คเรือธงใหม่ Titan 18 HX Dragon Edition Draco Epic











Titan 18 HX Dragon Edition Draco Epic นับเป็นรุ่นปรับดีไซน์จาก Titan Series ปีก่อน ซึ่งเปลี่ยนจากดีไซน์ล้อไปกับตำนานนอร์สและไวกิ้งมาเป็นตำนานกรีกโรมันแทน แถมรุ่นพิเศษนี้ก็ได้ของสมนาคุณเฉพาะตัวแบบไม่มีขายแยกภายหลัง โดยลวดลายบนฝาหลังเครื่องใช้วิธีปั๊มบนฝาหลังให้พื้นผิวมีมิตินูนสูงต่ำแทนการยิงเลเซอร์ลงไป ลวดลายเป็นกลุ่มดาวหงษ์, หมีเล็ก, หมีใหญ่, คนเลี้ยงสัตว์, กลุ่มดาวพิณและกลุ่มดาวมงกุฎเหนือ ล้อมมังกร Ladon เฝ้าแอปเปิ้ลทองคำไว้ เสริมด้วยตัวอักษรภาษากรีกซึ่งแปลว่า “Dragon Edition” อยู่มุมล่างขวา
ความพิเศษของ Titan 18 HX Dragon Edition Draco Epic นอกจากเครื่องและอะแดปเตอร์ชาร์จเฉพาะตัว จะมีของสมนาคุณเพิ่มทั้งแผ่นรองเมาส์, เมาส์เกมมิ่ง, เหรียญ ฯลฯ ให้เจ้าของอีกด้วย โดยจุดเด่นสำคัญมีดังนี้
- ซีพียู Intel Core Ultra 200HX Series สถาปัตยกรรม Arrow Lake HX คู่กับจีพียู NVIDIA GeForce RTX 50 Series ใช้ชุดระบายความร้อน Cooler Boost แบบ Vapor Chamber ทำให้ใช้ฟีเจอร์ OverBoost ถ่ายเทกำลังไฟระหว่างซีพียูกับจีพียูได้ดีขึ้น รองรับกระแสไฟทั้งระบบได้ถึง 270W
- หน้าจอ 18″ ความละเอียด 4K พาเนล Mini-LED IPS ค่า Refresh Rate 240Hz ขอบเขตสีกว้าง
- มีอินเทอร์เฟส M.2 NVMe SSD เป็น PCIe 5.0*4 ช่อง รองรับ Super RAID 5 มีความเร็วอ่านข้อมูล (Sequential Read) สูงสุด 18,000 MB/s
- แป้นทัชแพดเป็น Haptic touchpad และคีย์บอร์ด Ultra-Low Profile (ULP) Mechanical Switch จาก CHERRY MX ให้สัมผัสตอนกดดีมาก ปรับเอฟเฟคไฟ Per-Key RGB ด้วยซอฟท์แวร์ของ SteelSeries
- พอร์ต USB-C รองรับมาตรฐาน Thunderbolt 5 ใช้ต่อหน้าจอแยกความละเอียดสูง, ชาร์จไฟกระแสสูงและโอนไฟล์ขนาดใหญ่ได้รวดเร็ว
Claw 8 EX AI+ เครื่องเกมพกพารุ่นใหม่ ยกเครื่องให้แรงเล่นเกมดีกว่าเดิม!






ถึงกระแสของเครื่องเกมพกพา (Gaming Handheld) จะซาลงไปบ้าง แต่แบรนด์อื่นรวมถึง MSI ก็ยังเปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ในงาน Computex ปีนี้เช่นกัน ซึ่ง “Claw 8 EX AI+“ ปรับปรุงจาก Claw 8 AI+ ตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกให้ปลายด้ามจับเครื่องโค้งรับมือเหมือนจอยเกมยิ่งขึ้นและคงขนาดหน้าจอ 8″ เท่าเดิม ใช้สีม่วง Void Purple ให้ความโดดเด่นสวยงามไม่เหมือนใคร
จุดเปลี่ยนแปลงใหม่ของ Gaming Handheld นี้ นั่นคือซีพียู Intel Arc G-Series ใหม่ ซึ่งต่างจาก Intel Core Ultra Series ในอดีตตรงชุดคำสั่งและฟีเจอร์ดีไซน์มาเน้นเล่นเกมโดยเฉพาะ ทำงานร่วมกับระบบ Xbox Full Screen Experience ได้ดีขึ้นและประหยัดพลังงานเป็นพิเศษ โดย Intel เคลมว่าใช้เล่นเกมต่อเนื่องได้นานถึง 11 ชม. ทีเดียว ซึ่งจุดเด่นเฉพาะตัวได้แก่
- ระบบคอมไพล์ Shaders สำเร็จรูปของแต่ละเกมล่วงหน้าจาก Intel Cloud ให้พร้อมเล่นเกมทันที
- ใช้สถาปัตยกรรม Intel 18A เพื่อสมรรถนะและการจัดการพลังงานดีขึ้น ช่วยให้เล่นเกมนานขึ้น
- เชื่อมต่อ Wi-Fi 7 (802.11be) และ Bluetooth 6 ได้ รองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อ Thunderbolt 4 แบนด์วิดท์กว้าง 40 Gbps ทำให้เชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมทำงานได้ดีขึ้น
- รองรับ Intel XeSS 3 Upscaling เร่งเฟรมเรทระหว่างเล่นเกมให้ลื่นไหลกว่าเดิม โดยมีจุดเด่นดังนี้
- XeSS Super Resolution ใช้ AI ช่วยเร่งเฟรมเรทให้สูงขึ้น ทำให้ปรับภาพกราฟิคในเกมได้ดีขึ้น
- XeSS Multi-Frame Generation สร้างเฟรมเรทเสริมระหว่างเล่นเกม ทำให้ภาพต่อเนื่องกว่าเดิม
- Xe Low Latency ทำให้ตอบสนองกับเมาส์, คีย์บอร์ดและคอนโทรลเลอร์ดีกว่าเดิม ลด Input Lag ลง
- ปรับแต่งให้ทำงานกับ Xbox Full Screen Experience (Xbox FSE) ดีขึ้น
- รองรับ DirectX 12 Ultimate และ Ray Tracing เพื่อให้เล่นเกมดีขึ้น
- ไดรเวอร์พร้อมใช้ตั้งแต่ต้น ไม่ต้องดาวน์โหลดแพทช์ไดรเวอร์เพิ่มเติมเมื่อเริ่มใช้งาน
- เคลมสมรรถนะในภาพรวมสูงกว่า AMD Ryzen Z2 Extreme ถึง 42% เหนือกว่า Intel Core Ultra 7 258V ถึง 44% ตามการทดสอบของ Intel
ชิปเซ็ต Intel Arc G-Series ณ ตอนนี้จะมี 2 รุ่นย่อย แบ่งเป็นรุ่นพื้นฐานกับ EXTREME ซึ่งสังเกตเห็นชัดเจนจาสติกเกอร์บนเครื่อง สำหรับสเปคจะเป็นดังนี้
| รุ่น / สเปค | Intel Arc G3 Processor | Intel Arc G3 EXTREME Processor |
| คอร์เธรดและความเร็ว | 14 คอร์ 14 เธรด แยกเป็น 2 Performance-Core 8 Efficient-Core 4 LPE-Core ความเร็วสูงสุด 4.6 GHz Intel Smart Cache 12 MB | 14 คอร์ 14 เธรด แยกเป็น 2 Performance-Core 8 Efficient-Core 4 LPE-Core ความเร็วสูงสุด 4.7 GHz Intel Smart Cache 12 MB |
| TDP | TDP ขั้นต่ำ 15W TDP พื้นฐาน 25W ค่า TDP สูงสุด 80W ค่า TDP ปรับตั้งเอง 8~30W | TDP ขั้นต่ำ 15W TDP พื้นฐาน 25W ค่า TDP สูงสุด 80W ค่า TDP ปรับตั้งเอง 8~35W |
| GPU | Intel Arc B370 สถาปัตยกรรม TSMC N3E ความเร็วสูงสุด 2.2 GHz GPU TOPS 90 TOPS รองรับความละเอียดหน้าจอ 7680*4320 @ 60 Hz 3840*2400 @ 120 Hz | Intel Arc B390 สถาปัตยกรรม TSMC N3E ความเร็วสูงสุด 2.3 GHz GPU TOPS 113 TOPS รองรับความละเอียดหน้าจอ 7680*4320 @ 60 Hz 3840*2400 @ 120 Hz |
| NPU | Intel NPU 46 TOPS (Int8) | Intel NPU 46 TOPS (Int8) |
| AI และ frameworks | Intel DL Boost OpenVINO WindowsML DirectML ONNX RT WebNN | Intel DL Boost OpenVINO WindowsML DirectML ONNX RT WebNN |
| รองรับหน่วยความจำสูงสุด | 96 GB LPDDR5X 8533 MT/s แบบ Dual-Channel | 96 GB LPDDR5X 8533 MT/s แบบ Dual-Channel |
สำหรับสเปคและจุดเด่นของ MSI Claw 8 EX AI+ จะเป็นดังนี้
- ซีพียู Intel Arc G3 EXTREME ประกบชุดระบายความร้อน Cooler Boost HyperFlow
- หน้าจอทัชสกรีนขนาด 8″ ความละเอียด Full HD ค่า Refresh Rate 120 Hz รองรับ VRR
- รองรับ Xbox FSE ให้การควบคุมตั้งค่าด้วยคอนโทรลเลอร์ดีขึ้น
- หน้า UI ของ MSI Center M ปรับปรุงใหม่หมดให้ใช้งานง่ายขึ้น ควบคุมด้วยคอนโทรลเลอร์ได้
- เพิ่มปริมาณแบตเตอรี่ขึ้นเป็น 80Whr ให้เล่นเกมได้นานกว่าเดิม
- รองรับ Wi-Fi 7 (802.11be) และ Bluetooth 6 ติดตั้งพอร์ต Thunderbolt 4 มา 2 ช่อง
- ติดตั้งปุ่มมาโครด้านหลังเครื่อง 2 ปุ่ม ไว้ตั้งค่าคีย์ลัดใช้งานได้สะดวก
Prestige 14 Flip AI+ Vincent van Gogh Edition










Prestige 14 Flip AI+ Vincent van Gogh Edition จัดเป็นกลุ่มพรีเมียมโน้ตบุ๊คกลุ่ม Artisan Series ซึ่งเปลี่ยนดีไซน์ทุกปี เช่นปีนี้ MSI นำภาพศิลปะ “ราตรีประดับดาว” จาก “ฟินเซนต์ ฟัน โคค” (วินเซนต์ แวนโก๊ะ) มาสกรีนลงบนฝาหลังหน้าจอ, แผ่นรองเมาส์ Deskmat กับซองใส่บัตรพนักงาน ให้ผู้ชื่นชอบงานศิลปะนี้ได้ซื้อมาเป็นเจ้าของแล้วใช้ทำงานได้ ด้านสเปคทุกส่วนจะเหมือนกับ Prestige 14 Flip AI+ ซึ่งได้ทำรีวิวไปก่อนหน้านี้
ภาพวาด “ราตรีประดับดาว” ของ Prestige 14 Flip AI+ จะมี 2 แบบ คือ Starry Night Over The Rhône ปี ค.ศ. 1888 กับ The Starry Night ปี ค.ศ. 1889 และยิงเลเซอร์คำนิยมบนแท่นวางข้อมือฝั่งซ้ายมือต่างกันตามแต่ละภาพ แถมแผ่นรองเมาส์ก็จะเป็นลายเดียวกันกับฝาหลังจอด้วย ส่วนอุปกรณ์เสริมแถมมาพร้อมกันจะมีดังนี้
- แผ่นรองเมาส์ Deskmat แบบเดียวกับฝาหลังโน้ตบุ๊ค
- ซองใส่บัตรพนักงานพร้อมสายหนังเพื่อคล้องกับสายห้อย
- เมาส์ Bluetooth สีน้ำเงินเข้ม สกรีนโลโก้ MSI Artisan
- ผ้าปิดคีย์บอร์ดกั้นหน้าจอ OLED พิมพ์ลาย MSI Artisan
- ซองใส่โน้ตบุ๊คพิมพ์ลาย MSI Artisan
จุดเด่นเฉพาะของ Prestige 14 Flip AI+ นอกจากอัพเกรดซีพียูเป็น Intel รุ่นล่าสุดและพับหน้าจอกลับ 360 องศา เป็นแท็บเล็ตแล้วใช้สไตลัสใต้เครื่องวาดเขียนสิ่งต่างๆ ลงไปบนหน้าจอได้ ก็มีจุดเด่นอีกมากมาย ถ้าใครสนใจสามารถชมรีวิวประกอบการตัดสินใจเพิ่มได้
Prestige N16 Flip AI+ และ EdgeMesa N AI+ พีซีและโน้ตบุ๊คพลัง NVIDIA RTX Spark ใหม่เพื่อยุค Agentic AI




หลังจากมีข่าวลือหนาหูมาระยะหนึ่งแล้ว NVIDIA ก็เปิดตัว RTX Spark Superchip อย่างเป็นทางการในงาน Computex ปีนี้ โดยเน้นให้มันทำงานร่วมกับ Agents และ AI โมเดลต่างๆ ได้ดี แถมรันแบบ Local Model ได้ นอกจากนี้ยังใช้งานทั่วไปตั้งแต่งานเอกสาร, งานครีเอเตอร์ตัดต่อกราฟิคและเล่นเกมก็ใช้ได้ดีไม่แพ้กัน แถมประหยัดไฟเป็นพิเศษใช้ได้ต่อเนื่องหลายชั่วโมง
หากเทียบกันแล้ว DGX Spark ถูกออกแบบมาเพื่อกลุ่มนักวิจัย, องค์กรและงานเฉพาะทาง แต่ RTX Spark จะเหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปซึ่งใช้ AI ในบริบททั่วไปในชีวิตประจำวันให้ทำงานสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งสเปคในภาพรวมเป็นดังนี้
- คอร์ประมวลผลหลักผลิตโดย MediaTek แบบ Ultra-Efficient CPU 20 คอร์
- MediaTek เคลมว่าคอร์ประมวลผลนี้ทำงานทั่วไปได้ดีมาก ออกแบบเป็น SoC เน้นการประหยัดพลังงานและรวมชิ้นส่วนสำคัญไว้ในชิปตัวเดียว
- ตัวชิปผลิตโดย TSMC และปรับแต่งการทำงาน IP block ทั้งหมดโดย MediaTek เพื่อให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานเป็นพิเศษ
- ใช้เทคโนโลยี PMIC (Power Management Integrated Circuit Technology) ใหม่ล่าสุดให้ประหยัดแบตเตอรี่ขึ้นแม้จะใช้โปรแกรมทำงานหนักก็ตาม
- การเชื่อมต่อไร้สายใหม่ ทำให้เชื่อมต่อระหว่าง Cloud และอุปกรณ์ปลายทาง (Cloud-to-Edge) เร็ว, ไม่หน่วงไม่ขาดการเชื่อมต่อ จึงรันโมเดลต่างๆ ได้ดีขึ้น
- จีพียู NVIDIA Blackwell RTX GPU มี CUDA 6,144 แกนประมวลผล เทียบเท่า NVIDIA GeForce RTX 5070 สำหรับพีซีและโน้ตบุ๊คเกมมิ่ง
- หน่วยความจำแบบ Unified Memory ความจุสูงสุด 128 GB
- แบนด์วิดท์หน่วยความจำสูงพิเศษให้ส่วนเสริม AI ของแต่ละโปรแกรมประมวลผลในอุปกรณ์ปลายทาง (Edge AI) ได้เร็วขึ้น
- สมรรถนะการคิดคำนวณ FP4 (Floating Point 4) สูงถึง 1 Petaflop
Cubi NUC WCG อัพเกรดใหม่ ถูกใจชาวออฟฟิศ


Mini PC ยอดนิยมประจำออฟฟิศหลายแห่งอย่าง MSI Cubi ก็มีรุ่นใหม่ชื่อ Cubi NUC WCG ซึ่งได้ใจคนทำงานทั้งขนาดกะทัดรัด จะวางบนโต๊ะคอมหรือยึดน็อตเข้าหลังจอคอมด้วย VESA Mount ก็ได้ แถมติดพอร์ตเสริมฟีเจอร์มาให้ทันสมัยยิ่งขึ้น เหมาะกับคนต้องการคอมทำงานติดออฟฟิศสักเครื่องแล้วไม่อยากได้คอมเครื่องใหญ่กินพื้นที่ ซึ่งจุดเด่นมีดังนี้
- ซีพียูรุ่นสูงสุดเป็น Intel Core Ultra 7 Series 3 ใหม่ อัพเกรด RAM, SSD ได้
- มีพอร์ต Gigabit LAN แบบ 1G+2.5G ไว้ให้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและเซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กร
- เชื่อมต่อหน้าจอแยกได้ถึง 3 บานพร้อมกัน เพิ่มพื้นที่ Desktop ให้ทำงานสะดวก
- ติดตั้งพอร์ต USB-C รองรับมาตรฐาน Thunderbolt มาพร้อมใช้
- เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 7 (802.11be) ได้เพื่อความสะดวก
MPG OLED 322URDX36 จอเกมมิ่งตัวเด็ด 4K Tri-Mode



จอเกมมิ่งรุ่นเด่นประจำบูธ MSI และเตรียมวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็วๆ นี้ ต้องยกให้ MPG OLED 322URDX36 เป็นจอเกมมิ่ง OLED แบบ Triple Mode ปรับความละเอียดได้ 3 ระดับ นั่นคือ 4K, 2K และ Full HD ได้ตามชอบแถมมีฟีเจอร์ใช้งานติดมาให้หลากหลายอย่างให้เล่นเกมและใช้งานด้านความบันเทิงได้ดีขึ้น ซึ่งจุดเด่นและสเปคมีดังนี้
- หน้าจอขนาด 32″ พาเนล QD-OLED Penta Tandem เพิ่มฟิล์ม DarkArmor ให้ภาพบนหน้าจอดำสนิทยิ่งขึ้น ไม่ติดเฉดม่วงเหมือนจอ OLED ทั่วไป
- ความละเอียดปรับได้ 3 แบบ (Triple Mode) คือ 4K 360 Hz / 2K 520 Hz / FHD 680 Hz
- พาเนล QD-OLED รุ่นที่ 5 ใช้ระบบ RGB Stripe Sub-pixel ให้แสดงผลดีขึ้น ตัวอักษรคมชัด
- ฟิล์ม DarkArmor ให้พาเนลแสดงสีดำสนิทกว่ารุ่นก่อน 40% ทนต่อการขีดข่วนกว่าเดิม 2.5 เท่า
- เร่งความสว่างหน้าจอได้สูงสุด 1,500 nits รองรับ HDR
- มี AI Care Sensor ทำ Pixel refresh เป็นระยะๆ ลดอาการหน้าจอเบิร์นเกิดความเสียหาย
- มีระบบ AI Navigator ให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น
- รองรับฟีเจอร์ป้องกันภาพฉีกขาด NVIDIA G-SYNC
- ได้การรับรอง VESA DisplayHDR True Black 600 และ VESA ClearMR 18000
- เช่ือมต่อด้วยพอร์ต DisplayPort 2.1a (UHBR20), USB-C รองรับ Power Delivery 98W
- มี Gaming Intelligence app เพื่อปรับแต่งการแสดงผลหน้าจอได้ละเอียดขึ้น แยกโปรไฟล์และการแสดงผลได้เฉพาะเกมให้ได้อรรถรสเวลาเล่นเกมดีขึ้น
MPG 271KRAW18 5K Mini-LED Glossy Dual Mode Gaming Monitor


ถ้าความละเอียด 4K ยังไม่ถึงใจก็มี MPG 271KRAW18 5K Mini-LED Glossy Dual Mode Gaming Monitor จอเกมมิ่งความละเอียด 5K ให้เลือก ข้อดีคือภาพจะคมชัดยิ่งขึ้น มีค่า PPI (Pixel Per Inch) มากกว่าเดิมและมีพื้นที่แสดงผลมากกว่าจอ 4K ขนาดเท่ากัน โดยสเปคเป็นดังนี้
- หน้าจอขนาด 27″ พาเนล Rapid IPS ค่า Response Time 0.5ms (GtG) แบบ Dual Mode กดเปลี่ยนความละเอียดด้วยปุ่มเดียว (One-Click Switch)
- ความละเอียด 5K (5120*2880) ค่า Refresh Rate 75 Hz
- ความละเอียด 2K (2560*1440) ค่า Refresh Rate 300 Hz
- ขอบเขตสีกว้าง 98% DCI-P3 ความเที่ยงตรงสี Delta-E <2 ได้การรับรอง VESA DisplayHDR 1400
- มีฟีเจอร์ป้องกันภาพฉีกขาด NVIDIA G-SYNC
- ระบบ M-Color Mode ปรับการแสดงผลสีบนหน้าจอให้เข้ากับจอ MacBook
- มีพอร์ต DisplayPort 2.1a (UHBR20) แบนด์วิดท์ 80 Gbps, USB-C Full Function รองรับ Power Delivery 98W, HDMI 2.1, USB-A 3.2*2, Audio combo
MSI PRO MAX จอทำงานตัวเทพเพื่อ Mac โดยเฉพาะ!



นอกจากหน้าจอเกมมิ่ง ในงาน Computex 2026 นี้ MSI ก็เปลี่ยนชื่อซีรีส์หน้าจอทำงานและ AIO เป็น PRO MAX Series ออกแบบมาทำงานโดยเฉพาะและยังเล่นเกมฆ่าเวลาได้ ถ้าต่อกับ MacBook ก็ดาวน์โหลดแอพฯ MSI M-Mate มาปรับโหมดการแสดงผลได้ โดยมีหน้าจอขนาด 34″ และรุ่นเรือธงขนาด 27″ รหัส PRO MAX 271UPXW12G ซึ่งมีจุดเด่นดังนี้
- หน้าจอ 27″ ความละเอียด 4K (3840*2160) พาเนล QD-OLED ค่า Refresh Rate 120 Hz
- ปิดด้วยฟิล์ม DarkArmor เพื่อความดำสนิทและทนต่อการขีดข่วน
- ระบบ OLED Care 3.0 และเซนเซอร์ AI Care ไว้ตรวจจับและทำ Pixel refresh ลดอาการเบิร์น
- ระบบถนอมสายตาผู้ใช้ EyesErgo ลดอาการตาล้า, ลดแสงสีฟ้าและให้ตัวอักษรคมชัด
- รองรับฟีเจอร์ป้องกันภาพฉีกขาด AMD FreeSync Premium Pro, NVIDIA G-SYNC Compatible
- ขอบเขตสีกว้าง ค่าความเที่ยงตรงสี Delta-E <2 ได้การรับรอง VESA DisplayHDR True Black 400
- พอร์ต USB-C Full Function รองรับ PD 98W กับ USB-C 15W
- รองรับ KVM ต่ออุปกรณ์ได้พร้อมกัน 3 เครื่อง ด้วย DisplayPort, USB-C*2
- ขาตั้งออกแบบให้หมุนใช้งานในแนวตั้ง 90 องศาได้ ไม่ต้องต่อ Monitor arm เพิ่ม
- ติดตั้งลำโพงกำลังขับ 2.5W*2 ดอกมาให้เพื่อใช้งานในโอกาสต่างๆ
นอกจากรุ่นตัวอย่างแล้ว ก็จะมีหน้าจอทำงานขนาดอื่นในซีรีส์นี้มาวางจำหน่ายในประเทศไทยให้ผู้ใช้ซื้อไปทำงานควบคู่กับ MacBook และ Mac mini ได้อีกด้วย หากใครต้องการอัพเกรดจอคอมให้ดีสีสันแม่นยำกว่าเดิมก็เตรียมเงินรอได้เลย
Gaming Gear ซีรีส์ใหม่ประจำปี 2026


ด้านเกมมิ่งเกียร์ของ MSI ณ ตอนนี้จะมี 3 อย่าง ได้แก่เมาส์ FORGE GM340 Wireless เลือกได้ทั้งหมด 5 สี คือ ดำ, ขาว, ม่วงไวโอเล็ต, สีฟ้า Sky และน้ำเงินกรมท่า Navy รูปทรง False Ambidextrous จับถนัดทั้งสองมือแต่เน้นมือขวามากกว่า โดยราคาตั้ง 19.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 650 บาท โดยมีสเปคดังนี้
- เชื่อมต่อ Tri-mode ด้วยสาย USB-C 2.0, USB RF 2.4 GHz หรือ Bluetooth 5.2
- เซนเซอร์ PixArt PAW3311 ปรับค่า DPI ไปได้ถึง 12,000 DPI ค่า Polling Rate 1,000 Hz
- น้ำหนักเมาส์ 57 กรัม เสริมแผ่น PTFE Skate ไว้ด้านใต้ให้ลากเมาส์ได้ลื่นไหลต่อเนื่อง

เกมมิ่งคีย์บอร์ดรุ่นใหม่จาก MSI รุ่น Strike Ally TMR 8K HE เป็นคีย์บอร์ด Magnetic Switch พร้อมเทคโนโลยีแม่เหล็ก TMR ทำให้ตอบสนองเร็วกว่า Hall Effect ทั่วไปมาก โครงแป้นพิมพ์เป็นอลูมิเนียมแข็งแรงทนทานและกางขาตั้งปรับองศาแป้นให้ใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งสเปคของคีย์บอร์ดเป็นดังนี้
- ดีไซน์ Tenkeyless ใช้คู่กับหน้าจอเสริม Strike Nexus เพื่อเรียกใช้ฟังก์ชั่นอื่น อย่างมาโคร, Numpad, ระบบมอนิเตอร์ตัวเครื่อง ฯลฯ เพิ่มได้ สามารถใส่ M.2 NVMe SSD เข้าไปเพื่อใช้งานได้ มีความเร็วรับส่งข้อมูล 10 Gbps
- ค่า Polling Rate 8,000 Hz รองรับฟีเจอร์ Rapid Trigger
- สวิตช์แบบ Hot-swappable ใช้ได้ทั้ง Magnetic switch หรือ Mechanical switch ก็ได้
- กันน้ำและฝุ่นเข้าถึงแผงวงจรภายในคีย์บอร์ด
- แบตเตอรี่ในตัวความจุ 8,000mAh ใช้งานแบบไร้สายได้ด้วย USB RF 2.4 GHz, Bluetooth

สุดท้ายหูฟังไร้สาย Maestro 500 Wireless จะเน้นดีไซน์เรียบง่ายเหมือนหูฟังไร้สายทั่วไป แต่ใช้เล่นเกมได้ดี เลือกได้ระหว่างสีดำ, ขาวครีมหรือน้ำเงินกรมท่าก็ได้ โดยสเปคเป็นดังนี้
- ไดรเวอร์หูฟังขนาด 40 มม. ตอบสนองความถี่ 20 Hz ~ 40 kHz ดีไซน์ให้พับหูฟังเก็บได้
- ระบบเสียงปรับแต่งโดย Nahimic ให้เสียงดียิ่งขึ้น มีระบบตัดเสียงรบกวน ANC
- เชื่อมต่อได้ 3 แบบ ด้วยสาย 3.5 มม., USB RF 2.4 GHz หรือ Bluetooth ใช้ได้นาน 90 ชม.
- ไมโครโฟนแบบพับเก็บได้แล้วปิดเสียงไมค์ (Mute) ทันที เป็นแบบ Beamforming พร้อม ENC
- ใช้งานกับพีซี, macOS, เครื่องเกมคอนโซลและสมาร์ทโฟนได้ทั้ง Android หรือ iPhone
MSI Intelligent Power Safeguard และ eFuse ระดับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ หัวใจหลักรักษาการ์ดจอเวลาไฟฟ้าลัดวงจร!

















นอกจากโน้ตบุ๊ค, เกมมิ่งเกียร์และอุปกรณ์เสริมต่างๆ แล้ว MSI ก็มีระบบป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรแล้วทำให้จีพียูตัวแพงเสียหายเสริมเข้ามาให้ด้วย โดยมีองค์ประกอบ 2 อย่าง คือ โปรแกรม MSI Intelligent Power Safeguard เพื่อตรวจจับการจ่ายไฟว่ายังทำงานได้ตามปกติอยู่หรือไม่ ถ้ากำลังไฟเริ่มสูงเกินไป ระบบจะแสดงการแจ้งเตือนบนหน้าโปรแกรมเป็นไอคอนสีเหลืองหรือแดงและลดกำลังการประมวลผลลง จากนั้นจะส่งเสียงเตือนจากลำโพงแม่เหล็กบัซเซอร์ของการ์ดจอและภายนอกซึ่งติดตั้งอยู่ในโมเดลมาสค็อต “Lucky” เพื่อร้องเตือนเจ้าของให้ตรวจสอบหรือหยุดใช้งานเพื่อความปลอดภัย
ด้านฮาร์ดแวร์ก็มีฟิวส์แบบใหม่เกรดเซิร์ฟเวอร์อย่าง eFuse ติดตั้งไว้บนแผงวงจรจีพียูเพื่อตัดการทำงานก่อนจะก่อความเสียหายให้ชิ้นส่วนอื่นอย่างชิปเซ็ต, ภาคจ่ายไฟ, สาย 12VHPWR ฯลฯ ได้ ข้อดีของฟิวส์ตัวนี้ทั้งใช้ตัดต่อวงจรได้หลายรอบและถ้าเสียก็ยกเปลี่ยนง่ายอีกด้วย ซึ่งการ์ดจอพร้อมระบบตัดต่อไฟฟ้าอัตโนมัติเช่นนี้จะมีคำว่า “Safeguard” เขียนตามหลังมาด้วย
จุดเด่นอื่นๆ ของระบบระบายความร้อนของการ์ดจอแยก MSI แบบใหม่ซึ่งจะนำมาใช้กับการ์ดจอรุ่นใหม่ในอนาคตจะมีจุดเด่นหลายอย่าง ได้แก่
- ใบพัดลมระบายความร้อนโลหะแผ่นบางลง ลดความหนาจาก 1.5 เหลือ 0.8 มม. ดีไซน์ใหม่ช่วยให้ดึงอากาศเข้าไปยังฮีตซิ้งค์ได้ดีขึ้น เคลมสมรรถนะการไหลเวียนอากาศดีขึ้น 16%
- ฮีตไปป์แบบพิเศษโดยเซาะร่องเกลียวเฉียง (Spiral-Groove) ไว้ภายในเพื่อให้ถ่ายเทอุณหภูมิดีขึ้น เคลมประสิทธิภาพการนำความร้อน 10% เพิ่มพื้นที่นำอากาศร้อนมากขึ้น 8%
- แผ่นนำความร้อน (Thermal Pad) ของจีพียูผสมองค์ประกอบเพชร (Diamond-composite) ช่วยระบายความร้อนได้ดีกว่าเดิม
- เพลตฐานประกบจีพียู (Baseplate) เป็นวัสดุทองแดงผสมองค์ประกอบเพชร (Diamond-composite) ให้นำความร้อนดีกว่าเดิม 2.8%




นอกจากประสิทธิภาพแล้ว ความสวยงามก็ไม่แพ้กันเพราะทางแบรนด์ก็มีการ์ดจอรวมไปจนถึงเกมมิ่งเกียร์จากซีรีส์หรือเกมดังให้เลือกซื้อเช่นกัน ตัวอย่างเช่นการ์ดจอลาย Frieren: Beyond Journey’s End ซึ่งจะมีคีย์บอร์ด, เมาส์และแผ่นรองเมาส์จากซีรีส์นี้มาวางขายเพิ่มเร็วๆ นี้ รวมถึงการ์ดจอลาย World of Warcraft MIDNIGHT LIGHT Edition สีเหลืองทองสลับขาวและสีน้ำเงินตามมาขายอีกด้วย





แต่น่าเสียดายว่าการ์ดจอแยกลาย Mandalorian and Grogu ทาง MSI ไม่มีแผนจำหน่ายในประเทศไทย จึงมีเฉพาะภาพการ์ดจอและ Bundle อย่างเสาค้ำการ์ดจอกับเพลตแม่เหล็กติดช่องระบายอากาศลาย Grogu, Din Djarin (The Mandalorian), พันธมิตรกบฏ (The Rebel Alliance) และจักรวรรดิกาแลกติก (Galactic Empire) ให้เลือกเปลี่ยนได้เท่านั้น

จะเห็นว่าบูธ MSI ในงาน Computex 2026 ปีนี้นอกจากมีผลิตภัณฑ์ใหม่มาสร้างสีสันให้สมกับการครบรอบ 40 ปีแล้ว ผลิตภัณฑ์หลายๆ ชิ้นก็เตรียมนำมาวางจำหน่ายในประเทศไทยในเร็วๆ นี้ให้ได้ซื้อมาเป็นเจ้าของได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะอยากได้โน้ตบุ๊คทำงานหรือเกมมิ่งเครื่องใหม่ จะประกอบพีซีแล้วอยากได้การ์ดจอแยกรุ่น Limited Edition ไปจนอุปกรณ์เสริมอย่างหน้าจอคอมหรือเกมมิ่งเกียร์ก็แค่เตรียมเงินให้พร้อมแล้วรับสินค้ากลับบ้านไปใช้งานได้เลย
บทความที่เกี่ยวข้อง





