Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Dell ส่งมอบซูเปอร์คอมพิวเตอร์ GB300 NVL72 รุ่นใหม่ล่าสุดให้ CoreWeave ใช้งานจริงเป็นครั้งแรก

Dell Nvidia GB300 NVL72

Dell ประกาศความสำเร็จในการส่งมอบระบบซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI รุ่นใหม่ล่าสุดที่ใช้ Nvidia GB300 NVL72 ให้กับ CoreWeave ซึ่งเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ด้าน AI ชั้นนำ โดยระบบนี้นับเป็นชุดแรกของอุตสาหกรรมที่มาพร้อมชิปประมวลผล Blackwell Ultra รุ่นท็อป พร้อมซีพียู Grace แบบ 72 คอร์และ DPU BlueField ที่ออกแบบมาเพื่อการประมวลผล AI ขนาดใหญ่โดยเฉพาะ

Advertisement

ความร่วมมือของ Dell, Nvidia และ CoreWeave

ระบบใหม่ดังกล่าวถูกติดตั้งร่วมกับศูนย์ข้อมูลของผู้ให้บริการโฮสต์อย่าง Switch และถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ Dell หลังจากที่เคยร่วมมือกับ CoreWeave ในการเปิดตัวระบบ GB200 NVL72 ไปก่อนหน้านี้เมื่อ 7 เดือนก่อน

รอบนี้ Dell ได้นำเสนอ Dell Integrated Racks ที่ติดตั้ง GPU Nvidia Blackwell Ultra จำนวน 72 ตัว ซีพียู Grace 72-core จำนวน 36 ตัว และ DPU BlueField อีก 36 ตัวต่อแร็ก ซึ่งถือว่าเป็นการรวมสุดยอดเทคโนโลยีด้านการฝึกและประมวลผลโมเดล AI ไว้ในแพลตฟอร์มเดียวอย่างสมบูรณ์


ประสิทธิภาพทะลุขีดจำกัด ด้วยขุมพลังระดับ ExaFLOPS

แต่ละแร็กของ GB300 NVL72 ให้ประสิทธิภาพการประมวลผลระดับ 1.1 ExaFLOPS (FP4 inference) และ 0.36 ExaFLOPS (FP8 training) ซึ่งสูงกว่าระบบ GB200 NVL เดิมถึง 50% พร้อมหน่วยความจำ HBM3E ขนาด 20TB และ RAM รวม 40TB ในหนึ่งแร็ก

ระบบนี้ยังมาพร้อมการเชื่อมต่อความเร็วสูงผ่าน Quantum-X800 InfiniBand และ ConnectX-8 SuperNIC ที่รองรับความเร็วได้ถึง 14.4GB/s ซึ่งมากกว่าเดิมถึงสองเท่า และยังมีระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบครบวงจร เพื่อรองรับการใช้พลังงานสูงถึง 1,400W ต่อ GPU


Dell ชูจุดเด่น “ติดตั้งไว ใช้งานเร็ว พร้อมลุยงาน AI ขนาดใหญ่”

Dell ระบุว่าระบบ GB300 NVL72 ที่ส่งมอบให้ CoreWeave เป็นระบบแบบ “ประกอบและทดสอบล่วงหน้า” ทำให้สามารถติดตั้งและนำไปใช้งานจริงได้อย่างรวดเร็ว โดยมีทั้งซอฟต์แวร์ โครงสร้างเครือข่าย และระบบจัดเก็บข้อมูลรวมไว้อย่างครบถ้วน

“นี่ไม่ใช่แค่ความสำเร็จในการส่งมอบฮาร์ดแวร์ แต่เป็นภาพสะท้อนของความไว้วางใจจากลูกค้า และความสามารถของ Dell ในการรวมทุกองค์ประกอบเพื่อรองรับการใช้งาน AI ระดับสูงแบบครบวงจร” — Dell กล่าวในแถลงการณ์


CoreWeave พร้อมขยายศักยภาพการให้บริการ AI บนคลาวด์

การเปิดตัวระบบนี้ จะช่วยให้ CoreWeave ขยายขีดความสามารถในการประมวลผล LLM (Large Language Model) และการทำงาน AI ระดับสูงอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการฝึกโมเดล การใช้เหตุผล (reasoning) และการ inferencing

ด้วยการทยอยเพิ่มแร็ก GB300 NVL72 เข้าไปในโครงสร้างพื้นฐาน CoreWeave จะสามารถให้บริการ AI ที่เร็ว แรง และรองรับปริมาณงานขนาดใหญ่มากขึ้นกว่าที่เคย


การเปลี่ยนผ่านจาก GB200 สู่ GB300 Ultra ที่รวดเร็ว

ที่น่าสนใจคือ การที่ Dell และ CoreWeaveสามารถเปิดตัว GB300 ได้ในระยะเวลาเพียง 7 เดือนหลังจาก GB200 NVL72 รุ่นก่อนหน้า อาจสะท้อนว่า ความต้องการในตลาด CSP (Cloud Service Provider) มีการเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่แพลตฟอร์มที่ทรงพลังยิ่งขึ้นอย่าง GB300 Ultra ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูงกว่าชัดเจน และอาจทำให้ GB200 ถูกลดบทบาทลงอย่างรวดเร็ว

ความร่วมมือของ Dell, Nvidia และ CoreWeave ครั้งนี้ จึงอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า ยุคของการประมวลผล AI ระดับ ExaFLOPS กำลังเริ่มต้นอย่างจริงจัง แล้ว

ที่มา: tomshardware

Click to comment

บทความน่าสนใจ

รีวิว Dell

DELL XPS 13 DX13260 บางเบาถูกใจสายเดินทาง สเปคพรีเมียมเพื่อสายธุรกิจตัวจริง! จุดเด่นของพรีเมียมโน้ตบุ๊ก Dell ตระกูล XPS “eXtreme Performance System” รุ่น DELL XPS 13 DX13260 จะเน้นเรื่องความแข็งแรงทนทานและสวยเรียบหรูเป็นประเด็นแรก จึงได้เห็นโน้ตบุ๊กทำงานเครื่องบางเฉียบเกือบเสมอกับแท็บเล็ตและเบาเพียง 1 กก. กับดีไซน์สวยเรียบง่ายดูมีระดับเพื่อเสริมบุคลิควัยทำงานที่ต้องพกโน้ตบุ๊กไปพบลูกค้าและเข้าประชุมเป็นประจำ ถ้าเกิดปัญหาก็มีบริการหลังการขายมาคอยดูแลถึงที่ให้งานยังเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบลื่น...

Special Story

ชิปเซ็ต NVIDIA RTX Spark ถูกสร้างมาเพื่อตอบโจทย์ยุคที่ผู้คนหันมาใช้ AI Model ต่างๆ เพื่อช่วยลดขั้นตอนงานยุ่งยากและเรื่งจิปาถะในชีวิตประจำวันลงไป ไม่ว่าจะเป็น Chatbot หรือ Agent Model ก็ตาม ให้ผู้ใช้ได้โฟกัสกับงานและไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ได้มากขึ้น แถมลดชั่วโมงการทำงานจากหลักร้อยหรือพันชั่วโมงให้เหลือไม่กี่สิบชั่วโมงโดยไม่ต้องรอรีเซ็ต Token ให้งานสะดุดอีกด้วย ซึ่งชิปเซ็ตตัวนี้ NVIDIA เคลมว่ามันรองรับโมเดลขนาดใหญ่ถึง 120B (120...

PR-News

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — ASUS (เอซุส) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอ ASUS Agent Computer ภายใต้แนวคิด “Powering Every AI Choice” ระบบนิเวศด้านฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊ก NUC และมินิพีซี เดสก์ท็อปพีซีที่ปรับแต่งได้ ไปจนถึงเวิร์กสเตชันระดับมืออาชีพและ AI...

PR-News

บทความโดย Steven Fong, Corporate Vice President, APJ Embedded Business ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งขยายขอบเขตจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัล ไปสู่การใช้งานจริงในโลกทางกายภาพ  ช่วงหลายปีที่ผ่านมา AI มักถูกตีกรอบอยู่แค่ระบบที่ทำความเข้าใจ สร้าง และแนะนำข้อมูลได้ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs), AI Assistant และ Copilot ได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานที่ใช้ความรู้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยช่วยให้เราค้นหา สรุปผล สร้างคอนเทนต์ และตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น คลื่นลูกแรกของ AI นี้ถือเป็นการปฏิวัติประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง Advertisement แต่ทว่า คลื่นลูกถัดไปของ AI จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ทำหน้าที่เพียงทำความเข้าใจข้อมูล ปัจจุบัน AI ถูกคาดหวังให้สามารถโต้ตอบกับโลกทางกายภาพได้มากขึ้น เราจะได้เห็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ในโรงงาน ยานยนต์อัตโนมัติที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ตลอดเวลา ระบบทางการแพทย์ที่ช่วยแพทย์วินิจฉัยและตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบ ปรับแต่ง และตอบสนองได้เองโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์คอยสั่งการตลอดเวลา การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มแอปพลิเคชัน AI รูปแบบใหม่ แต่คือการพลิกโฉมความคาดหวังพื้นฐานที่เรามีต่อขีดความสามารถของ AI  เมื่อ AI ขยายตัวจากคลาวด์และสภาพแวดล้อมดิจิทัลเข้าสู่ระบบทางกายภาพ ความอัจฉริยะจึงไม่สามารถหยุดอยู่แค่คำว่า “รู้” ได้อีกต่อไป ระบบ Physical AI (AI ทางกายภาพ) เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติ จะต้องรับรู้ข้อมูล ตัดสินใจ และลงมือทำได้แบบเรียลไทม์ โดยต้องมีความปลอดภัยในการใช้งาน (Functional safety) และสามารถทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งเรื่องพลังงาน ความร้อน และพื้นที่ ความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกด้วย  และนี่คือจุดเริ่มต้นของยุค Physical AI อย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้ามาพลิกโฉมหลากหลายอุตสาหกรรม และ AMD เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ AI ในทศวรรษหน้า นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่แค่ “รู้” ไปสู่ระบบที่ “ลงมือทำ”  “การลงมือทำ” พลิกโฉมโจทย์ด้านการประมวลผลขั้นพื้นฐาน เมื่อ AI เริ่มโต้ตอบกับโลกทางกายภาพ โจทย์ของการประมวลผลย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แตกต่างจาก Cloud AI ที่มักถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการขยายสเกล การรับส่งข้อมูลปริมาณมาก และการประมวลผลแบบรวมศูนย์ เพราะ Physical AI มาพร้อมกับข้อกำหนดใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง  แชตบอตอาจมีอาการหน่วงบ้างในบางครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นไม่สามารถเกิดความล่าช้าได้เลย ยานยนต์อัตโนมัติก็ไม่สามารถปล่อยให้ระบบทำงานไม่เสถียรได้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่สามารถใช้วิธี “ลองตัดสินใจใหม่” ได้เมื่อทุกวินาทีมีผลต่อชีวิต  ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ:  ในโลกทางกายภาพ ความอัจฉริยะจะมีความหมายก็ต่อเมื่อระบบสามารถตอบสนองและลงมือทำได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด ดังนั้น ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดกันที่ประสิทธิภาพของโมเดล AI เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป  ขอบเขตของ Physical AI ก้าวไปไกลกว่าแค่การรันโมเดล AI เพราะความอัจฉริยะจะต้องทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการประมวลผล (Inference) การวางแผน การควบคุม และนำไปสู่การลงมือทำในโลกจริง ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่การสร้างโมเดล AI ให้ฉลาดขึ้น แต่คือการสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถโต้ตอบกับโลกความเป็นจริงได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ต่างหาก  และนี่คือเหตุผลที่ AMD เชื่อมั่นว่า แท้จริงแล้ว Physical AI คือความท้าทายด้าน “วิศวกรรมระบบ” ไม่ใช่แค่ความท้าทายด้านการสร้าง “โมเดล AI”  ไม่มีโปรเซสเซอร์ใดเพียงชนิดเดียวที่ขับเคลื่อน Physical AI ได้ทั้งหมด เราจะเข้าใจแนวคิดของ Physical AI ได้ง่ายขึ้น หากลองเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์  สมองของเราทำหน้าที่คิด วิเคราะห์หาเหตุผล และตัดสินใจ ระบบประสาทช่วยให้เรารับรู้และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กล้ามเนื้อและข้อต่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทางกายภาพอย่างแม่นยำ  ระบบ Physical AI ก็ทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน การคิดวิเคราะห์และการรับรู้ที่ซับซ้อนต้องอาศัยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง การตอบสนองแบบเรียลไทม์ต้องใช้การประมวลผลที่มีความหน่วงต่ำ (Low-latency) ณ จุดที่ต้องทำการตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวที่แม่นยำก็ต้องการระบบควบคุมที่ถูกต้องและคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก