Connect with us

Hi, what are you looking for?

How to

Battery Notebook อุปกรณ์ที่ไม่ควรมองข้าม

สวัสดี ครับ วันนี้มาดูอะไรดีๆเกี่ยวกับ Battery Notebook กันดีกว่านะครับ ผมขอเกริ่นก่อนละกันนะครับ ผมก็เหมือนทุกๆท่านที่ใช้ Notebook

แต่แล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่าจะทำยังไงถึงจะทำให้ใช้แบตเตอรี่ของเราให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีอายุการใช้งานที่สูงสุดเช่นกัน บทความนี้ก็จะกล่าวถึงชนิดต่างๆของแบตเตอรี่ วิธีการใช้งานแบตเตอรี่ วิธีการเก็บรักษา ข้อความระวังและอันตรายต่างๆ รวมไปถึงวิธีการตรวจสอบความจุของแบตเตอรี่ ผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่ได้ผ่านเข้ามาอ่านบทความนี้นะ ครับ


ผมว่าทุกๆท่านที่ได้อ่านบทความนี้ก็น่าจะมี Notebook หรือไม่ก็เคยใช้ผ่านมือมาบ้างรวมไปถึงอุปกรณ์ไอทีประเภทต่างๆด้วยนะครับ แต่ในที่นี้ผมจะขอกล่าวถึงแบตเตอรี่ของ Notebook เป็นหลักนะครับ ซึ่งโดยปกติแล้วแบตเตอรี่ Notebook จะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลักๆ คือ
1. แบตเตอรี่ Ni-Cd
2. แบตเตอรี่ NiMH
3. แบตเตอรี่ Li-Ion
4. แบตเตอรี่ Li-Polymer
ซึ่งในปัจจุบัน Notebook ของเราส่วนใหญ่ก็จะใช้แบตเตอรี่ที่เป็นชนิดของ Lithium Ion (Li-Ion) ซึ่งข้อดีของตัว Li-Ion นั้นก็คือสามารถชาร์จไฟค้างไว้ได้ตลอดและสามารถชาร์จไฟเมื่อไหร่ก็ได้ไม่ว่า แบตเตอรี่จะเหลือมากหรือน้อยแค่ไหนนั่นเอง โดยจะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับ Memory Effect* (ซึ่งมีผลกับแบตเตอรี่รุ่น Ni-Cd และรุ่น NiMH) แต่ Notebook บางรุ่นหรือบางยี่ห้อก็ได้นำแบตเตอรี่รุ่นใหม่มาใช้ก็คือแบตเตอรี่ชนิด Li-Polymer ซึ่งข้อดีของตัว Li-Polymer นั้นก็จะเป็นด้านการใช้งานทางด้านการพกพาเป็นหลัก และได้ปรับปรุงแก้ไขข้อเสียของแบตเตอรี่รุ่น Li-Ion อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้ยาวนานกว่า มีน้ำหนักที่เบากว่ามากและมีประสิทธิภาพสูงกว่า Notebook ที่ได้นำมาทดลองใช้ก็มี Lenovo ThinkPad X300 เป็นต้น

มาชมรูปแบบของ Battery Notebook ทั้งสองชนิดกันดีกว่า


Li-Polymer


Li-Ion


Memory Effect

คือ ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับแบตเตอรี่ทุกๆชนิด คือถ้าหากมีการใช้พลังงานไฟฟ้าของแบตเตอรี่ไม่หมด แล้วนำไปชาร์จไฟใหม่ ทำแบบนี้หลายๆครั้ง ก็จะเกิดภาวะที่เรียกว่า Memory Effect ขึ้นมา เนื่องจากประจุไฟฟ้าในไส้แบตเตอรี่ยังถูกใช้หมด แต่ถูกสะสมอยู่ในการชาร์จไฟเข้าไปใหม่ ในขณะที่ยังมีประจุไฟฟ้าเดิมค้างอยู่ย่อมทำให้ตัวแบตเตอรี่ไม่สามารถเก็บ ประจุไฟฟ้าในค่าเดิมได้ และหากเกิดขึ้นบ่อยๆ เข้า แบตเตอรี่ก็จะเสื่อมสภาพลงเรื่อยๆ ซึ่งมักเกิดขึ้นกับแบตเตอรี่ชนิด Ni-Cd ส่วนแบตเตอรี่ Li-Ion และ Li-Polymer ก็จะไม่ได้รับผลกระทบเพราะได้ถูกพัฒนาและใช้วงจรในการตรวจสอบแก้ไขจนหลีก เลี่ยงปัญหาดังกล่าวได้


ชาร์จแบตเตอรี่อย่างไรถึงจะดี?
สำหรับปัจจุบันนั้น Notebook ทั่วไปจะเลือกใช้งานแบตเตอรี่เป็นแบบ Li-Ion และ Li-Polymer แทบจะทั้งหมดครับ ซึ่งแบตเตอรี่ทั้ง 2 แบบนี้มีข้อดีคือ สามารถชาร์ทอย่างไรก้ได้ตามใจฉัน เพราะเงื่อนไขของการเสื่อมนั้น จะมาจากอย่างอื่นแทน ซึ่งปัจจัยที่เราเกี่ยวข้องด้วยจะมีเพียงแค่ในเรื่องของความร้อนเท่านั้น เพราะความร้อนจากตัวเครื่องของตัวเครื่อง Notebook นั้นจะสามารถส่งผลกระทบทำให้แบตเตอรี่เสื่อมได้เช่นกัน ส่วนปัจจัยอื่นๆนั้นอยู่นอกเหนือการควบคุมครับ เช่น เรื่องการเสื่อมสภาพลงนับตั้งแต่วันที่ถูกผลิตแล้ว หรือจะเป็นเรื่องของการชาร์ทด้วยกระแสมากน้อยต่างกัน เพราะ Adapter ที่เราได้รับมาจากทางผู้ผลิตนั้นเป็นแบบปรับค่าไม่ได้ จึงไม่ต้องไปกังวลในจุด… แต่


ภาพที่ 1 แสดงลักษณะการชาร์ทของแบตเตอรี่แบบ Li-on


ลักษณะการชาร์ทโดยทั่วไปของแบตเตอรี่แบบ Li-on นั้นจะมีการชาร์ที่แบ่งออกเป็น 3 Stage ดังภาพ คือ Stage ที่ 1,2 และ 3 โดย Stage ที่ 1 นั้นจะมีการอัดประจุเข้าไปโดยใช้กระแสที่ค่อนข้างสูงกว่า Stage ที่ 2 และ 3 ถัดจากนั้นก็จะลดหลั่นลงมาเรื่อยๆ จนถึง Stage ที่ 3 จะมีการใช้กระแสน้อยที่สุด ซึ่งใครที่ชาร์ทแบตเตอรี่บ่อยๆคงจะสังเกตเห็นกันว่าที่ระดับ 90% ขึ้นไปนั้นทำไมมันช่างชาร์ทนานซะเหลือเกิน – – แตกต่างจากกาชาร์ทที่ระดับต่ำๆมาถึงระดับ 70-80% ซึ่งเหตุผลนี้เป็นเพราะว่าใน Stage ที่ 1 นั้น ผู้ผลิตแบตเตอรี่ต้องการที่จะลดเวลาในการชาร์ทลงให้ได้มากที่สุด(ขืนใช้งาน 2 ชั่วโมง ชาร์ทกัน 10 ชั่วโมงมีหวังได้โดนผู้ใช้ด่ากันขรมแน่ๆ ^^) จึงออกแบบมาให้ Stage ที่ 1 นั้นชาร์ทโดยใช้กระแสสูงๆเพื่อประหยัดเวลา ส่วนStage ที่ 2 และ 3 นั้นก็จะค่อยหันกลับมาชาร์ทแบบถนอมอายุการใช้งาน ถนอมอย่างไรนั้นเราไปชมภาพกันเลยดีกว่าครับ


ภาพที่ 2 แสดงอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ที่ชาร์ทด้วยกระแสระดับต่างๆ


อธิบายกันก่อน การชาร์ทที่ระดับ 1C นั้นหมายถึง ถ้าสมมติว่าแบตเตอรี่มีขนาด 20Ah แล้วเราทำการชาร์ทด้วยกระแส 2A เท่ากับว่าเราต้องใช้เวลาในการชาร์ท 10 ชั่วโมง หรือนั่นก็คือ C/10 ได้เท่ากับ 0.1C นั่นเองครับ แต่หากว่า เป็น 1C นั่นก็หมายความว่าเราชาร์ทด้วยกระแส 20A เป็นเวลา 1 ชั่วโมงครับ ซึ่งก็จะเช่นเดียวกันกับ 2C และ 3C คือการเพิ่มระดับกระแสเข้าไปมากขึ้นให้ใช้เวลาในการชาร์ทที่น้อยลง

แต่จากภาพจะเห็นได้ว่าเมื่อชาร์ที่ระดับ 2C และ 3C นั้น จะมีอายุการใช้งานที่สั้นกว่าแบบ 1C ดังนั้นเมื่อเรานำภาพที่ 1 และ 2 มาพิจารณาร่วมกัน ก็จะเห็นได้ว่า หากเราใช้งาน Notebook โดยเริ่มชาร์ทกันที่ Stage 2 ขึ้นไป(จากภาพที่ 1)ก็น่าจะยืดอายุการใช้งานของ แบตเตอรี่ออกไปได้นานกว่าการชาร์ที่ระดับ 1 เสมอๆครับๆ เพราะมีการใช้กระแสในการชาร์ทที่ต่ำกว่า ซึ่งแบตเตอรี่แต่ละยี่ห้อก็จะมีการแบ่งระดับการชาร์ทที่แตกต่างออกไป แต่ผมแนะนำว่าควรจะชาร์ทเมื่อแบตเตอรี่มีระดับพลังงาน 60% ขึ้นไป น่าจะอยู่ใน Stage 2 หรือ Stage 3 ในบางยี่ห้อครับ

สำหรับทฤษฏี นี้อาจจะยังไม่มีการยืนยันโดยตรงแต่ก็ไม่เสียหายอะไรที่จะดูแลโดยขั้นตอนนี้ ครับ เพราะตัวแบตเตอรี่แบบ Li-on นั้นไม่มี Memory Effect อยู่แล้ว ฉะนั้นจะชาร์ทกันซักกี่พันรอบก็ไม่มีปัญหาอะไร นอกจากนี้ยังมีคำเตือนในเรื่องของการอย่าใช้แบตเตอรี่จนหมดในแบตเตอรี่ชนิด Li-on ซึ่งผมว่ามันก็น่าจะสมเหตุสมผลกันอยู่ ใครว่างๆอยากจะลองทดสอบกันดูก็ได้นะครับ ^^ แต่ถ้าแบตเตอรี่เสื่อมแล้วจะหาว่าไม่เตือน หุหุ

This Sector Edited by: mnssp04

การนับรอบการชาร์จ (Cycle)
การนับรอบการชาร์จของแบตเตอรี่รุ่น Li-Ion และ Li-Polymer จะนับจากการชาร์จไฟรวมที่ประมาณ 85 ? 95 %(ขึ้นอยู่กับสถานะสูงสุดของแบตเตอรี่ที่สามารถรับไฟได้) ของแบตเตอรี่ โดยจะเริ่มนับเป็น 1 รอบ ยกตัวอย่างเช่น ที่แบตเตอรี่ประสิทธิภาพ 100% ท่านใช้เหลือ 80% ก็คือใช้ไปแล้ว 20% คุณก็สามารถที่จะทำแบบนี้ได้อีก 5 ครั้ง ถึงจะเป็น 100% ของการชาร์จรวมทั้งหมด นี่คือการนับเป็น 1 รอบของการชาร์จแบตเตอรี่นั่นเอง ซึ่งสองรุ่นนี้จะต่างจากรุ่น Ni-Cd และรุ่น NiMH ซึ่งนับรอบการชาร์จจากจำนวนครั้งในการชาร์จไฟ ซึ่งให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานที่สั้นมาก
แล้วเราควรจะใส่หรือถอดแบตเตอรี่ดีเอ่ย?

โดยทั่วไปแล้ว เราส่วนใหญ่ก็คงรู้กันดีว่าถ้าหากไม่ได้มีการใช้ Notebook เป็นเวลานานก็ควรถอดแบตเตอรี่ออกจาก Notebook เนื่องจากเมื่ออุปกรณ์ไฟฟ้าครบวงจรยังไงก็ต้องมีกระแสไฟฟ้าไหลอย่างแน่นอน ซึ่งอาจทำให้แบตเตอรี่สูญเสียพลังงานโดยใช่เหตุ และอาจเป็นการลดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ไปในตัว แต่ท่านเคยคิดหรือไม่ว่าถ้าถอดแบตเตอรี่ออกมาแล้วเราควรจะเอามันไปเก็บไว้ ที่ไหนดี หรือเก็บยังไงดี? ถึงจะปลอดภัยและมีอายุการใช้งานสูงสุด


ตารางแสดงการสูญเสียพลังงานอัตราการชาร์จของแบตเตอรี่ต่อระดับอุณหภูมิ


โดยจากตารางผมสรุปได้ว่าหากทำการเก็บแบตเตอรี่ที่อุณหภูมิปกติ (ประมาณ 25 องศา) แบตเตอรี่ที่มีความจุ 40% จะคลายประจุออกมา 4% ในระยะเวลาผ่านไป 1 ปี และยิ่งถ้าเก็บแบตเตอรี่ในที่ๆมีอุณหภูมิสูง อัตราการคลายประจุก็จะเพิ่มมากขึ้น
ในขณะที่แบตเตอรี่ที่มีความจุเต็ม 100% ก็จะคลายประจุออกมาถึง 20% หลังจากผ่านไป 1 ปี และหากอุณหภูมิ การเก็บสูงขึ้นอัตราการคลายประจุก็จะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกัน จึงสรุปได้ว่าหากต้องการถอดและเก็บแบตเตอรี่นั้นควรให้แบตเตอรี่มีพลังงาน ที่ 40% และควรเก็บในสถานที่ๆมีอากาศเย็น โดยปราศจากความชื้น (40% Charge นี้เป็นค่าที่เหมาะสมที่สุดจากผลการทดลองทางแบตเตอรี่)
แต่ในกรณีที่มีการใช้งาน Notebook แบบปกติแล้ว ก็ควรชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มความจุทุกครั้ง โดยประมาณ 4 ? 8 ชั่วโมง

Pages: 1 2

Click to comment
 
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Special Story

อัพเกรดโน๊ตบุ๊คสักเครื่องไม่ยากเลย แค่เข้าใจว่าทำส่วนไหนได้ ทำยังไงก็ลองเริ่มต้นด้วยตัวเองได้เลย คอมพิวเตอร์และการอัพเกรดนั้นถือเป็นของคู่กันเสมอ ยิ่งตอนนี้ผู้ใช้หลาย ๆ คนก็มีโน๊ตบุ๊คไม่ว่าจะซื้อมาใหม่หรือเป็นเครื่องเก่าสภาพดีอยู่ ก็คงมีแผนอัพเกรดโน๊ตบุ๊คให้ทำงานได้เร็วขึ้น จะได้ไม่ต้องเสียเงินหลักหมื่นซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่มาใช้ จะได้ไม่ต้องย้ายข้อมูลไปมาแล้วตั้งค่าเครื่องกันใหม่ จะได้เสียเวลาน้อยลงแล้วทำงานได้ต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น แต่เชื่อว่าผู้ใช้หลายคนอาจจะสงสัยว่าโน๊ตบุ๊คสักเครื่องหนึ่งนอกจาก RAM และ SSD สองอันนี้แล้ว เราสามารถอัพเกรดส่วนไหนได้อีก? ซึ่งในส่วนนี้ นอกจากซีพียู, การ์ดจอ, คีย์บอร์ดกับโครงของตัวเครื่องแล้ว ผู้ใช้ที่มีทักษะช่างระดับหนึ่งก็สามารถแกะชิ้นส่วนมาอัพเกรดได้มากมาย แม้แต่หน้าจอก็สามารถถอดมาอัพเกรดได้เช่นกัน ถ้าหาชิ้นส่วนรุ่นที่เข้ากับเครื่องของเรามาใช้ได้...

Tips & Tricks

ไม่ว่าจะเป็นโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าหรือใหม่ก็จำเป็นต้องรู้เรื่องวิธียืดอายุแบตโน๊ตบุ๊คเอาไว้ เพื่อให้แบตเตอรี่โน๊ตบุ๊คของเราเสื่อมช้าลง จะได้ไม่ต้องนำเครื่องเข้าศูนย์ไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้เสียเงินและความต่อเนื่องของงานอีกด้วย สำหรับวิธียืดอายุแบตโน๊ตบุ๊คให้นานยิ่งขึ้นนั้นแบ่งเป็นวิธีการใช้งานส่วนตัวของผู้ใช้เองและวิธีการปรับแต่งในส่วนของซอฟท์แวร์ในตัวเครื่อง ซึ่งทำได้ไม่ยากและสามารถเปิดคอมพิวเตอร์ทำตามขั้นตอนที่ผู้เขียนนำเสนอในบทความนี้ได้ทีละขั้นตอนเลย หลักการและวิธียืดอายุแบตโน๊ตบุ๊ค ใจความของการยืดอายุแบตโน๊ตบุ๊คให้ยาวนานขึ้นทำได้ไม่ยากนัก ใจความหลักที่ทำให้แบตโน๊ตบุ๊คอายุการใช้งานยาวคือระวังไม่ให้ตัวเครื่องร้อนเกินไปก็ช่วยถนอมตัวเครื่องได้มากแล้ว และสามารถทำควบคู่กับวิธีปรับแต่งเครื่องในบทความ “10 วิธีแก้ปัญหาโน้ตบุ๊คแบตหมดเร็ว ทำได้ด้วยตัวเอง!” ได้เลย เพราะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีแบตเตอรี่ในเครื่อง จึงมีเรื่อง Battery cycle เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นเทคนิคการชาร์จอย่างถูกต้องก็มีส่วนสำคัญในการถนอมอายุแบตเตอรี่ให้ทนทานยิ่งกว่าเดิม โดย Battery cycle นั้นนับจากการถอดปลั๊กออกหนึ่งครั้งและเสียบกลับไปชาร์จใหม่จนแบตเตอรี่กลับมาเต็มจะนับเป็น 1...

CONTENT

ยุคนี้ที่เราผูกติดกับอุปกรณ์ไอทีมากมายโดยเฉพาะโน้ตบุ๊คที่เป็นอุปกรณ์ทำงานประจำตัวของแต่ละคนที่ไม่อยากให้แบตหมดเร็ว ไม่เช่นนั้นก็จะทำงานได้ไม่ต่อเนื่องจนต้องกุลีกุจอหาที่เสียบปลั๊กหรือต้องต่อแบตเตอรีสำรองให้โน้ตบุ๊คยังใช้งานต่อได้ แต่ถ้าพกอุปกรณ์ใส่กระเป๋าเยอะก็จะมีน้ำหนักมากจนหลายคนต้องส่ายหน้าไปตาม ๆ กันแน่ สำหรับวิธีแก้ปัญหาแบตหมดเร็วนั้น สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเองและไม่ยากอย่างที่คิด อาศัยการตั้งค่าสักเล็กน้อยก็ช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรีได้มากแล้ว ถ้าใครกำลังเจอปัญหานี้อยู่ก็ทำตามขั้นตอนในบทความนี้ได้เลย (ถึงจะพอหาปลั๊กได้แต่ก็ยกไปไหนไม่สะดวก เครดิตภาพจาก pixabay) เข้าใจสาเหตุก่อนว่าทำไมแบตหมดเร็ว? สาเหตุว่าทำไมแบตเตอรี่ของโน้ตบุ๊คที่เราใช้นั้นหมดเร็วนั้นมีหลายเหตุผลด้วยกัน เช่น เราอาจเปิดโปรแกรมทิ้งเอาไว้เยอะจนเครื่องต้องประมวลผลมากขึ้นจึงใช้กินพลังงานมากนั่นเอง ส่วนสาเหตุอื่นที่พอจะเป็นเช็คลิสท์ให้ผู้อ่านสามารถเช็คที่เครื่องของเราได้นั้นได้แก่; ตัวเครื่องทำ Background process เยอะ ซึ่งเราสามารถคลิกดูได้ที่ลูกศรชี้ขึ้นตรงมุมขวาล่างของ Taskbar ว่าเรามีโปรแกรมอะไรที่รันอยู่เบื้องหลังบ้าง...

Tips & Tricks

ท่านเคยประสบปัญหาโน๊ตบุ๊คอายุมากกว่า 2 ปี เจอกับปัญหาแบตเตอรี่เสื่อม โน๊ตบุ๊ค แบตหมดเร็ว จากจากเดิมที่เคยใช้แบบยาวๆนาน 3 - 4 ชั่วโมงต่อเนื่อง กฟเพื่อนๆ เคยประสบปัญหาโน๊ตบุ๊คอายุมากกว่า 2 ปี เจอกับปัญหาโน๊ตบุ๊คแบตเสื่อม ทำให้แบตหมดเร็วมากๆ จากจากเดิมที่เคยใช้แบบยาวๆนาน 3 - 4 ชั่วโมงต่อเนื่อง หรือยาวนานกว่านั้น กลับกลายเป็นใช้ได้...