Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Microsoft เริ่มอัปเดต Secure Boot อัตโนมัติบน Windows 11 เพื่อรับมือใบรับรองหมดอายุปี 2026

Windows 11 Secure Boot

Microsoft เริ่มปล่อยอัปเดต Windows รุ่นใหม่ที่มาพร้อมระบบอัปเดตใบรับรอง Secure Boot แบบอัตโนมัติ สำหรับอุปกรณ์ที่เข้าเกณฑ์บน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 และ 25H2 เพื่อเตรียมรับมือกับใบรับรองความปลอดภัยเดิมที่กำลังจะหมดอายุในช่วงกลางปี 2026

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทั้งผู้ใช้ทั่วไปและองค์กร เนื่องจาก Secure Boot เป็นระบบความปลอดภัยระดับเฟิร์มแวร์ที่ช่วยป้องกันมัลแวร์ฝังตัวลึก เช่น rootkit ไม่ให้แทรกแซงกระบวนการบูตเครื่องได้ตั้งแต่ก่อนที่ Windows จะเริ่มทำงาน

Advertisement

Microsoft เคยออกมาแจ้งเตือนผู้ดูแลระบบตั้งแต่ปลายปีที่แล้วว่า ใบรับรอง Secure Boot ที่ใช้อยู่บนอุปกรณ์ Windows ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน กำลังจะเริ่มหมดอายุตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2026 เป็นต้นไป และหากไม่มีการอัปเดตล่วงหน้า อาจกระทบต่อความสามารถในการบูตระบบอย่างปลอดภัยในอนาคต


Secure Boot คืออะไร และทำงานอย่างไร

Secure Boot เป็นฟีเจอร์ความปลอดภัยที่ทำงานร่วมกับ UEFI firmware โดยมีหน้าที่ตรวจสอบว่า bootloader และซอฟต์แวร์ที่ทำงานในช่วงเริ่มเปิดเครื่องนั้น เป็นซอฟต์แวร์ที่เชื่อถือได้หรือไม่

หลักการทำงานของ Secure Boot คือ

  • ระบบจะตรวจสอบลายเซ็นดิจิทัลของ bootloader ทุกตัว
  • ลายเซ็นต้องตรงกับใบรับรองที่ถูกบันทึกไว้ในเฟิร์มแวร์
  • หากไม่ผ่านการตรวจสอบ ระบบจะไม่อนุญาตให้บูต

แนวคิดนี้ช่วยป้องกันมัลแวร์ที่พยายามฝังตัวตั้งแต่ระดับก่อนเข้า Windows ซึ่งเป็นจุดที่ระบบป้องกันไวรัสทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ และเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของระบบความปลอดภัย Windows ในยุคปัจจุบัน


ปัญหาใบรับรอง Secure Boot ที่กำลังจะหมดอายุในปี 2026

Microsoft เปิดเผยว่าใบรับรอง Secure Boot ที่ใช้งานอยู่บนอุปกรณ์ Windows ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ถูกกำหนดอายุไว้ และจะเริ่มหมดอายุตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2026 เป็นต้นไป

หากไม่มีการอัปเดตใบรับรองล่วงหน้า อาจเกิดปัญหาตามมา เช่น

  • ระบบอาจไม่สามารถบูตแบบ Secure Boot ได้อีก
  • ไม่สามารถเชื่อถือ bootloader รุ่นใหม่
  • อุปกรณ์อาจไม่ได้รับอัปเดตความปลอดภัยระดับ pre-boot
  • Windows Boot Manager อาจสูญเสียการป้องกัน

Microsoft ระบุว่า หากปล่อยให้ใบรับรองหมดอายุโดยไม่มีการอัปเดต อุปกรณ์ที่เปิดใช้งาน Secure Boot จะมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้น และอาจกระทบต่อทั้งความปลอดภัยและความสามารถในการดูแลระบบในระยะยาว


Microsoft เริ่มอัปเดต Secure Boot อัตโนมัติผ่าน Windows Update

ตั้งแต่การอัปเดตคุณภาพของ Windows รุ่นล่าสุดเป็นต้นไป Microsoft ได้เริ่มฝังระบบคัดกรองอุปกรณ์เข้าไปใน Windows Update เพื่อระบุว่าเครื่องใดมีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการรับใบรับรอง Secure Boot ใหม่แบบอัตโนมัติ

อุปกรณ์ที่จะได้รับใบรับรองใหม่ จะต้องผ่านการตรวจสอบสัญญาณการอัปเดตที่มีความน่าเชื่อถือก่อน เพื่อให้การอัปเดตเป็นไปอย่างปลอดภัยและเป็นขั้นเป็นตอน

Microsoft อธิบายว่า

ใบรับรอง Secure Boot บนอุปกรณ์ Windows ส่วนใหญ่จะเริ่มหมดอายุในช่วงกลางปี 2026 และอาจกระทบต่อความสามารถในการบูตระบบอย่างปลอดภัย หากไม่อัปเดตล่วงหน้า

ดังนั้น Windows รุ่นใหม่จึงเริ่มจัดส่งใบรับรองใหม่ให้กับอุปกรณ์ที่เข้าเกณฑ์โดยอัตโนมัติผ่าน Windows Update เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างราบรื่น


หากไม่อัปเดต Secure Boot จะเกิดอะไรขึ้น

Microsoft เตือนอย่างชัดเจนว่า หากปล่อยให้ใบรับรอง Secure Boot หมดอายุโดยไม่มีการอัปเดต อุปกรณ์ Windows ที่เปิดใช้งาน Secure Boot จะเผชิญกับความเสี่ยงหลายด้าน ได้แก่

  • ไม่สามารถรับอัปเดตความปลอดภัยระดับ pre-boot
  • ไม่สามารถเชื่อถือ bootloader รุ่นใหม่
  • เสี่ยงต่อการถูกโจมตีด้วยมัลแวร์ระดับเฟิร์มแวร์
  • ระบบอาจสูญเสียการป้องกันของ Windows Boot Manager

ซึ่งจะส่งผลกระทบทั้งด้านความปลอดภัยของข้อมูล และความสามารถในการดูแลระบบในระยะยาว


องค์กรสามารถติดตั้งใบรับรอง Secure Boot ด้วยตัวเองได้

แม้ Microsoft จะเริ่มอัปเดตใบรับรอง Secure Boot ให้อัตโนมัติผ่าน Windows Update สำหรับอุปกรณ์ที่เข้าเกณฑ์ แต่สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการควบคุมกระบวนการเอง ก็ยังสามารถติดตั้งใบรับรองด้วยวิธีอื่นได้ เช่น

  • ใช้ registry key
  • ใช้ Windows Configuration System (WinCS)
  • ใช้ Group Policy

Microsoft แนะนำให้ผู้ดูแลระบบดำเนินการตาม Secure Boot playbook ดังนี้

  1. สำรวจและจัดทำบัญชีรายชื่ออุปกรณ์ทั้งหมด
  2. ตรวจสอบสถานะ Secure Boot ด้วย PowerShell หรือ registry
  3. อัปเดต firmware จากผู้ผลิตเมนบอร์ดหรือโน้ตบุ๊กก่อน
  4. จากนั้นจึงติดตั้งใบรับรอง Secure Boot ใหม่ของ Microsoft

ขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาความเข้ากันได้ และทำให้การอัปเดตเป็นไปอย่างราบรื่น


ผู้ใช้ทั่วไปต้องทำอะไรหรือไม่

สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ใช้ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 หรือ 25H2 และเปิด Windows Update ไว้ตามปกติ ระบบจะจัดการอัปเดตใบรับรอง Secure Boot ให้โดยอัตโนมัติเมื่อเครื่องเข้าเกณฑ์

อย่างไรก็ตาม Microsoft แนะนำให้ผู้ใช้

  • เปิด Windows Update ไว้ตลอด
  • อัปเดต BIOS หรือ UEFI firmware ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดจากผู้ผลิต
  • อย่าปิด Secure Boot หากไม่มีความจำเป็น

เพื่อให้ระบบยังคงได้รับการป้องกันด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องในระยะยาว


สรุปภาพรวม

การเปลี่ยนใบรับรอง Secure Boot ครั้งนี้ถือเป็นการเตรียมความพร้อมครั้งสำคัญของ Microsoft ก่อนที่ใบรับรองเดิมจะหมดอายุในปี 2026

สำหรับผู้ใช้ Windows 11 ส่วนใหญ่ ระบบจะจัดการให้อัตโนมัติผ่าน Windows Update แต่สำหรับองค์กรและผู้ดูแลระบบ จำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาด้านความปลอดภัยและการบูตระบบในอนาคต

Secure Boot ยังคงเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของระบบความปลอดภัย Windows และการอัปเดตครั้งนี้จะช่วยให้ Windows ยังคงรักษามาตรฐานความปลอดภัยระดับเฟิร์มแวร์ต่อไปได้อีกหลายปี

ที่มา: bleepingcomputer

Click to comment

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Microsoft กลายเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่ผลักดันเรื่อง AI อย่างหนักหน่วงที่สุด ตั้งแต่ Windows, Office, Edge ไปจนถึงบริการคลาวด์แทบทุกตัว ล้วนมี Copilot และฟีเจอร์ AI แทรกอยู่แทบทุกมุม จนเกิดกระแสต่อต้านจากผู้ใช้จำนวนไม่น้อยที่มองว่า “มากเกินไป” และเริ่มตั้งคำถามว่า AI เหล่านี้จำเป็นจริงหรือไม่ ล่าสุด โลกอินเทอร์เน็ตก็ได้ของเล่นชิ้นใหม่ที่สะท้อนอารมณ์ประชดประชันต่อ Microsoft ได้อย่างแสบสัน...

IT NEWS

Google ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า ขณะนี้ระบบปฏิบัติการ Android กำลังเผชิญกับบั๊กซอฟต์แวร์ที่ทำให้ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงบนสมาร์ตโฟนทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะในเครื่องที่เปิดใช้งานฟีเจอร์ช่วยการเข้าถึงที่ชื่อว่า Select to Speak บั๊กดังกล่าวส่งผลให้การกดปุ่มเพิ่มหรือลดเสียง ไม่ได้ควบคุมระดับเสียงสื่ออย่างเพลงหรือวิดีโออย่างที่ผู้ใช้คาดหวัง แต่กลับไปปรับระดับเสียงของระบบ Accessibility แทน ซึ่งสร้างความสับสนและรบกวนการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างมาก Advertisement ที่สำคัญ ยังมีรายงานว่าปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงไม่สามารถใช้เป็นปุ่มชัตเตอร์ถ่ายภาพในแอปกล้องได้อีกด้วย ทั้งที่เป็นทางลัดยอดนิยมของผู้ใช้ Android มายาวนาน บั๊ก Android ที่กระทบการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน...

IT NEWS

Monster Hunter Wilds เกมล่ามอนสเตอร์ฟอร์มยักษ์ภาคใหม่จาก Capcom กำลังเจอประเด็นร้อนบนฝั่งผู้เล่น PC หลังมีการค้นพบว่า “ระบบตรวจสอบ DLC” ที่ฝังอยู่ในตัวเกม อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประสิทธิภาพตกลงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีตัวละครจำนวนมากอย่างหมู่บ้านหรือฮับหลักของเกม ที่น่าตกใจคือ ผู้เล่นบางรายพบว่าแค่ “มี DLC ครบทุกตัว” หรือใช้ม็อดปิดระบบตรวจสอบ DLC ก็สามารถเพิ่มเฟรมเรตจากระดับแทบเล่นไม่ได้ ให้กลับมาลื่นไหลระดับ 50–60 FPS...

IT NEWS

PlayStation 5 Pro แม้จะเป็นคอนโซลที่แรงที่สุดของ Sony ในปัจจุบัน แต่หลังเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา กลับยังไม่สามารถสร้างกระแสได้มากเท่าที่หลายคนคาดหวังไว้ โดยเฉพาะฟีเจอร์เด่นอย่างระบบอัปสเกลด้วย AI ที่ใช้ชื่อว่า PSSR (PlayStation Spectral Super Resolution) ซึ่งในเวอร์ชันแรกยังมีปัญหาเรื่องคุณภาพภาพและเกิดอาการภาพเพี้ยนในบางเกม ล่าสุดมีรายงานว่า Sony เตรียมอัปเกรดระบบดังกล่าวเป็นเวอร์ชันใหม่ PSSR 2.0 ภายในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ โดยจะมาพร้อมการปรับปรุงคุณภาพภาพ...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก