เดลล์ ประกาศข่าวใหญ่ในงาน CES 2026 เผยการกลับมาของ XPS ที่ดีขึ้นกว่าที่เคย! ซึ่งเดลล์ ยังพลิกโฉมสายผลิตภัณฑ์ XPS ใหม่ทั้งหมด เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานอย่างเต็มที่ ด้วยดีไซน์ระดับไอคอนิคกับคุณภาพระดับพรีเมียม พร้อมปรับปรุงอินเทอร์เฟซให้ลื่นไหลยิ่งขึ้น ประสิทธิภาพที่ทรงพลังมากขึ้น ให้จอแสดงผลสวยคมชัดน่าทึ่ง อีกทั้งพกพาได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยเดลล์ ได้แนะนำ Dell XPS 14 และ XPS 16 รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมการพรีวิวนวัตกรรมที่จะตามมาในกลุ่มผลิตภัณฑ์ XPS

ในงาน CES 2026 เดลล์ได้เปิดตัว Dell XPS 14 และ Dell XPS 16 รุ่นใหม่ โดยเป็นแล็ปท็อป XPS ระดับตำนานที่เป็นไอคอนิคอันเป็นเอกลักษณ์ที่เป็นที่รู้กันในหมู่ผู้ใช้ที่ชื่นชอบ ซึ่งจะยังก้าวไปอย่างมั่นคง
XPS คือมาตรฐานอ้างอิงสำหรับแล็ปท็อประดับพรีเมียม โดยแล็ปท็อปรุ่นใหม่นี้ เดลล์ได้ออกแบบและพัฒนาใหม่หมดตั้งแต่พื้นฐาน เพื่อมอบดีไซน์ที่โดดเด่นสะดุดตา ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็ว พร้อมหน้าจอแสดงผลที่น่าประทับใจ และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานเป็นพิเศษ ทั้งหมดนี้ถูกรวมอยู่ในอุปกรณ์ขนาดกะทัดรัด เพื่อเคลื่อนไหวไปพร้อมกับผู้ใช้งานได้ตลอดเวลา
การออกแบบที่พิถีพิถัน และสร้างสรรค์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด
คำบรรยายภาพ: การออกแบบตัวเครื่องแบบ Unibody ที่ขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียว ผสานโครงสร้างผนังด้านข้างเข้ากับฐาน ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและให้ความทนทานรองรับการใช้งานได้ยาวนาน
เครื่องมือที่ดีควรให้ความรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของตัวคุณเอง นั่นคือแนวคิดเบื้องหลังของสายผลิตภัณฑ์ XPS รุ่นใหม่ที่ได้รับการรังสรรค์จากวัสดุระดับพรีเมียม เช่น อลูมิเนียม CNC และกระจก Gorilla Glass ที่มีความทนทาน ดีไซน์ที่เรียบหรูและประณีตช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวเครื่อง พร้อมลดความรบกวนทางสายตาด้วยรอยต่อที่น้อยที่สุดและโทนสีที่ให้ความรู้สึกสงบ แล็ปท็อปเหล่านี้จึงให้สัมผัสที่แข็งแรง ดูโฉบเฉี่ยว และเชื่อถือได้ เพื่อรองรับการทำงานสร้างสรรค์ของคุณ
เป็นครั้งแรกที่โลโก้ XPS ถูกนำมาไว้บนฝาเครื่องด้านหน้า โดยเปลี่ยนตามเสียงเรียกร้องมานานนับหลายปีของนักรีวิว และแฟน XPS ซึ่งแม้จะดูเป็นรายละเอียดเล็กน้อย แต่กลับสื่อสารตัวตนได้อย่างชัดเจนว่า นี่คือ XPS
ความใส่ใจในทุกรายละเอียดสะท้อนให้เห็นผ่านดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ใช้งานได้จริง ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้มีสมาธิในการทำงานได้อย่างลื่นไหล เดลล์ได้นำแถวปุ่มฟังก์ชันแบบเดิมกลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อมอบการตอบสนองที่แม่นยำและสัมผัสการกดที่ชัดเจน พร้อมเพิ่มลวดลายสลักเสลาไว้อย่างประณีตรอบบริเวณพื้นที่ใช้งานของทัชแพดกระจกที่ไร้รอยต่อ นอกจากนี้ ยังมีการปรับระยะการกดปุ่มและแรงตอบสนองต่อสัมผัสของแป้นพิมพ์ได้อย่างเหมาะสม เพื่อมอบประสบการณ์การพิมพ์ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น แม้จะดูเป็นรายละเอียดเล็กน้อย แต่ทั้งหมดนี้สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงต่อความรู้สึกในการใช้แล็ปท็อปในทุกวัน
นอกเหนือจากฟังก์ชันการใช้งานและอินเทอร์เฟซที่ปราดเปรียว เดลล์ยังออกแบบ XPS รุ่นใหม่เหล่านี้โดยให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืนเป็นหลัก ตัวเครื่องมาพร้อมคีย์บอร์ดที่สามารถถอดออกได้ง่าย และนับเป็นอุปกรณ์ XPS รุ่นแรกที่มาพร้อมพอร์ต USB-C แบบโมดูลาร์ ช่วยให้การซ่อมแซมทำได้สะดวกยิ่งขึ้นและช่วยยืดอายุการใช้งานพีซี นอกจากนี้ เดลล์ยังนำเหล็กรีไซเคิลมาใช้ในบานพับ รวมถึงโคบอลต์รีไซเคิลและทองแดงรีไซเคิลในแบตเตอรี่ อุปกรณ์เหล่านี้ยังผ่านมาตรฐาน EPEAT 2.0 ล่าสุด ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเดลล์ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่ยั่งยืนและการออกแบบแบบหมุนเวียน (Circular Design)

ผสานพลังและความคล่องตัวได้ดั่งใจ ไร้ข้อจำกัด
ด้วยขุมพลังของโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ Ultra Series 3 และกราฟิก Intel® Arc ในตัวที่มาพร้อม Xe cores จำนวน 12 คอร์ ซึ่งเป็นกราฟิกแบบรวมในตัวที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดของอินเทล ทำให้ XPS 14 และ XPS 16 มอบประสิทธิภาพด้าน AI ที่เร็วขึ้นสูงสุดถึง 57% และ 78% ตามลำดับ พร้อมประสิทธิภาพด้านกราฟิกที่เร็วขึ้นมากกว่า 50% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โปรเซสเซอร์เหล่านี้ยังเพิ่มพลังขับเคลื่อนประสบการณ์การใช้งาน Copilot+ ช่วยให้การปรับแต่งภาพเร็วขึ้น เล่นวิดีโอได้อย่างลื่นไหล และเล่นเกมได้อย่างไม่สะดุด
เดลล์ได้ออกแบบระบบระบายความร้อนใหม่ทั้งหมดเพื่อรองรับประสิทธิภาพการทำงานในระดับสูง โดยพัดลมรุ่นใหม่เป็นพัดลมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและบางที่สุดเท่าที่เดลล์เคยพัฒนามา ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศและระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือประสิทธิภาพการทำงานที่สมบูรณ์ ขณะที่ยังคงรักษาความเย็นได้ดี ทำงานเงียบขึ้น และช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานยิ่งขึ้น นี่คือการตัดสินใจด้านวิศวกรรมในทุกความเป็นไปได้ของ XPS รุ่นใหม่
ในด้านความคล่องตัว XPS 14 และ XPS 16 ถือเป็นแล็ปท็อปที่บางที่สุดของเดลล์ ด้วยความหนาเพียง 14.6 มิลลิเมตรเท่านั้น ซึ่งเดลล์ยังได้พัฒนากล้อง 8MP/4K ที่บางและแคบที่สุดเท่าที่เคยติดตั้งอยู่ในแล็ปท็อปของเดลล์ และยังเป็นแบรนด์แรกที่นำเซลล์แบตเตอรี่แบบ 900ED (ความหนาแน่นพลังงาน) มาใช้ ซึ่งมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบากว่า แต่สามารถจ่ายพลังงานได้มากขึ้น การตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมเหล่านี้ช่วยให้เดลล์ก้าวข้ามขีดจำกัดของขอบหน้าจอที่บางเฉียบ โดยให้ความสำคัญกับดีไซน์ที่บางเฉียบและความคล่องตัวที่เหนือชั้น
ผลลัพธ์ที่ได้คือ XPS 14 มีน้ำหนักแค่เพียงประมาณ 1.36 กิโลกรัม ซึ่งเบากว่ารุ่นก่อนหน้านี้มากกว่า 225 กรัม ขณะที่ XPS 16 มีน้ำหนักประมาณ 1.63 กิโลกรัม เบากว่ารุ่นก่อนเกือบครึ่งกิโลกรัม ซึ่ง XPS 14 มีขนาดกะทัดรัดกว่า MacBook Air 13 ใช้พื้นที่บนโต๊ะน้อยกว่า แต่ให้พื้นที่หน้าจอมากกว่า
ด้วยความสมดุลที่ลงตัวระหว่างความคล่องตัวในการพกพาและประสิทธิภาพการทำงาน สายผลิตภัณฑ์ XPS จึงพร้อมก้าวไปกับคุณในทุกจังหวะชีวิต ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม
ประสบการณ์ที่เหนือชั้น จอแสดงผลอันโดดเด่น และแบตเตอรี่ที่รองรับการใช้งานทั้งวัน (และคืน)

คำบรรยายภาพ: XPS 14 และ XPS 16 มาพร้อมตัวเลือกหน้าจอ 2 แบบได้แก่ OLED ที่ให้คุณภาพระดับภาพยนตร์ สีสันสดใสคมชัด และความสว่างที่ยาวนาน หรือ 2K LCD ที่มอบประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ พร้อมภาพที่สวยคมชัด
หน้าจอคือหน้าต่างสู่ผืนผ้าใบในการรังสรรค์ผลงานดิจิทัล แล็ปท็อป XPS รุ่นใหม่มาพร้อมจอแสดงผลแบบ InfinityEdge ที่ดึงคุณสู่ความดื่มด่ำไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์ ทำงาน หรือรับชมความบันเทิงก็ตาม
ในปี 2024 เดลล์ได้เปิดตัวแล็ปท็อปที่มาพร้อมหน้าจอ tandem OLED เครื่องแรกของโลก ซึ่งได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเทคโนโลยีจอแสดงผล และในปีนี้ เดลล์ได้นำหน้าจอ tandem OLED มาเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับ XPS 14 และ XPS 16 เพื่อมอบคุณภาพระดับโรงภาพยนตร์ พร้อมความสว่างที่เพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น อายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น และความเสถียรของสีที่เหนือชั้นกว่าเดิม โดยหน้าจอเทคโนโลยีล้ำสมัยนี้มอบสีที่เข้มข้น สดใสยิ่งขึ้น พร้อมความละเอียดระดับสูงสุด ช่วยสร้างภาพได้สวยคมสมจริงยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความคล่องตัวในการพกพาและการใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานโดยไม่ต้องเสียบปลั๊ก หน้าจอ 2K LCD มาตรฐานของเดลล์มอบความคมชัดที่ยอดเยี่ยมควบคู่กับประสิทธิภาพการใช้พลังงานของแบตเตอรี่ที่โดดเด่น สามารถสตรีม Netflix ได้นานสูงสุดถึง 27 ชั่วโมง หรือเล่นวิดีโอที่จัดเก็บไว้ในเครื่องได้นานกว่า 40 ชั่วโมง
อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานจนแทบไม่น่าเชื่อ ทำให้คุณสามารถจัดการงานที่ออฟฟิศ ทำโปรเจกต์ต่อเนื่องจากที่บ้าน และเพลิดเพลินกับการรับชมสตรีมมิ่งได้ต่อเนื่องโดยไม่สะดุด ทั้งกลางวันและกลางคืน
ผลลัพธ์จากนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นอย่างเฉพาะเจาะจง ได้แก่+

· หน้าจอ LCD มาพร้อมระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะที่เนียนจนคุณแทบจับไม่ได้ นอกจากเรื่องอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน โดยเดลล์เป็นรายแรกในตลาดที่นำอัตรารีเฟรชแบบแปรผัน 1–120Hz มาใช้ แผงหน้าจอสามารถปรับลดลงเหลือ 1Hz สำหรับคอนเทนต์แบบคงที่ เช่น การอ่านอีเมล และเพิ่มขึ้นเป็น 120Hz เมื่อคุณเลื่อนหน้าจอหรือรับชมวิดีโอ
· ส่วนการออกแบบระบบระบายความร้อนใหม่ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องประสิทธิภาพเท่านั้น แต่การทำงานที่เย็นลงยังหมายถึงการใช้พลังงานที่น้อยลง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออายุแบตเตอรี่ที่ยาวนานขึ้น
การปรับแต่งอย่างชาญฉลาดเหล่านี้ช่วยมอบประสบการณ์ด้านภาพในระดับพรีเมียม อีกทั้งช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนาน
ยังไม่หมดเพียงเท่านี้
นอกจากนี้ อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวภายในปีนี้ คือเดลล์จะขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ XPS ด้วยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในหลากหลายระดับราคาและรูปแบบการใช้งาน อีกทั้งยังคงยึดมั่นในมาตรฐานด้านงานออกแบบที่เป็นงานฝีมือและนวัตกรรมเช่นเคย เพื่อเปิดให้ผู้ใช้มีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้นในการเข้าถึง XPS
เริ่มต้นด้วย XPS 13 ซึ่งคาดว่าจะเป็นแล็ปท็อป XPS ที่บางและเบาที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยความบางน้อยกว่า 13 มิลลิเมตร ขณะที่ยังคงคุณภาพงานประกอบในระดับพรีเมียมเหมือนเดิม พร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ InfinityEdge ในมาตรฐานเดียวกัน ความแตกต่างคือ การเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น โดย XPS รุ่นใหม่นี้ จะมาในราคาที่เข้าถึงได้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อเปิดกว้างให้ผู้ใช้ได้สัมผัสการออกแบบและงานฝีมือในระดับพรีเมียมของ XPS ในวงกว้างยิ่งขึ้น
ประเด็นสำคัญคือ XPS กลับมาแล้ว และนี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะปี 2026 จะเป็นอีกหนึ่งปีที่ยิ่งใหญ่ของ XPS อย่างแน่นอน
ราคาและการวางจำหน่าย
XPS 14 และ XPS 16 นับเป็นปฐมบทที่น่าตื่นเต้นของ XPS โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยในช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 ซึ่งจะมีการแจ้งราคาทั้งสองรุ่นอย่างเป็นทางอีกครั้งในช่วงใกล้เปิดวางจำหน่าย
ทั้ง XPS 14 และ XPS 16 จะเริ่มวางจำหน่ายในสี Graphite ก่อน และจะมีตัวเลือกสี Shimmer เพิ่มเติมในช่วงปลายปีนี้ นอกจากนี้ XPS 14 จะมีตัวเลือกระบบปฏิบัติการ Ubuntu 24.04 ในช่วงปลายปีนี้ด้วยเช่นกัน
XPS 13 รุ่นใหม่จะพร้อมวางจำหน่ายในช่วงปลายปีนี้
เติมเต็มประสบการณ์การเป็นเจ้าของ XPS ของคุณด้วย Dell Care Premium ที่มาพร้อมบริการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญตลอด 24/7 บริการซ่อมถึงที่ และความคุ้มครองกรณีอุบัติเหตุ เพื่อให้พีซีของคุณได้รับการปกป้อง ทำงานได้อย่างเหมาะสมเต็มประสิทธิภาพ และพร้อมใช้งานตลอดเวลา





