
NVIDIA เปิดตัว DLSS 4.5 อย่างเป็นทางการในต้นปี 2026 พร้อมอัปเกรดครั้งใหญ่ของเทคโนโลยี AI Upscaling และ Frame Generation ที่ยกระดับทั้ง “ความลื่น” และ “คุณภาพของภาพ” ไปอีกขั้น โดยเวอร์ชันใหม่นี้รองรับเกมมากกว่า 400 เกมตั้งแต่วันแรก, ใช้งานได้กับ RTX ทุกเจเนอเรชัน, และเตรียมผลักดันประสบการณ์เล่นเกมระดับ 240Hz – 360Hz+ อย่างจริงจัง
DLSS 4.5 ถือเป็นการต่อยอดจาก DLSS 4 ที่เปิดตัวก่อนหน้านี้ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในปี 2025 ทั้งในแง่จำนวนเกมที่รองรับและประสิทธิภาพ โดย NVIDIA ไม่ได้แค่ “เพิ่ม FPS” แต่เลือกแก้จุดอ่อนด้านภาพที่ผู้เล่นพบเจอจริงจากเวอร์ชันก่อนหน้า
DLSS 4.5 คือก้าวถัดไปของ AI Upscaling จาก NVIDIA
DLSS 4 เคยเป็นหมุดหมายสำคัญของ NVIDIA ด้วยการนำ Transformer Model มาใช้แทนโมเดลแบบเดิม และเปิดตัว Multi-Frame Generation (MFG) ที่สามารถสร้างเฟรมเพิ่มได้มากกว่า 2 เท่า แต่ DLSS 4.5 คือเวอร์ชันที่ NVIDIA ลงมือ “เก็บรายละเอียด” อย่างจริงจัง
ใน DLSS 4.5 NVIDIA แบ่งการอัปเกรดออกเป็น 2 แกนหลัก ได้แก่
- DLSS 4.5 Super Resolution (Transformer รุ่นที่ 2)
- DLSS 4.5 Multi-Frame Generation สูงสุด 6x + Dynamic MFG
ทั้งสองส่วนทำงานแยกจากกัน แต่เสริมกันอย่างชัดเจน โดย Super Resolution เน้นคุณภาพของภาพ ส่วน MFG เน้นความลื่นและการรองรับจอ Refresh Rate สูง

Super Resolution Transformer รุ่นที่ 2 ภาพนิ่งขึ้น ลด Ghosting และขอบหยัก
DLSS 4.5 มาพร้อม Transformer Model รุ่นที่ 2 สำหรับ Super Resolution ซึ่ง NVIDIA ระบุว่าเป็นโมเดลที่ผ่านการฝึกด้วยข้อมูลจำนวนมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บนระบบ data center ที่ใช้ GPU สถาปัตยกรรม Blackwell รุ่นล่าสุด
โมเดลใหม่นี้มีพลังประมวลผลสูงขึ้นถึง 5 เท่า และใช้ประโยชน์จาก FP8 เพื่อให้ AI เข้าใจบริบทของภาพได้ดีขึ้น ไม่ใช่แค่ “ขยายภาพ” แต่ประเมินการเคลื่อนไหวของฉากอย่างละเอียด

ปัญหาหลักที่ DLSS 4.5 แก้ไขได้ดีขึ้น
- Temporal Stability
ภาพในแต่ละเฟรมมีความต่อเนื่องมากขึ้น ลดอาการภาพสั่นหรือรายละเอียดหายเมื่อกล้องขยับเร็ว

- Ghosting
เงาซ้อนจากวัตถุที่เคลื่อนไหวเร็ว เช่น รถ อาวุธ หรือแขนตัวละคร ลดลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อใช้ Frame Generation ระดับสูง

- Edge & Anti-Aliasing
ขอบวัตถุเรียบขึ้น ลดอาการหยัก โดยไม่ทำให้ภาพดูเบลอเหมือน AA แบบเดิม
ผลลัพธ์คือ DLSS 4.5 ให้คุณภาพของภาพที่ “ใกล้ native มากกว่าเดิม” แม้เปิด Super Resolution และ Frame Generation พร้อมกัน

DLSS 4.5 Multi-Frame Generation สูงสุด 6x ลื่นขึ้นสำหรับจอ 240Hz+
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ Multi-Frame Generation (MFG) ระดับ 6x ซึ่งเพิ่มจำนวนเฟรมที่ AI สร้างจากเดิมสูงสุด 4x ใน DLSS 4

MFG 6x ช่วยเพิ่มความลื่นโดยรวมอย่างชัดเจน เหมาะกับผู้ใช้จอ Refresh Rate สูง โดย NVIDIA ระบุว่าระบบนี้มีการปรับ frame pacing ให้ดีขึ้น เพื่อลดอาการเฟรมไม่สม่ำเสมอที่เคยพบในโหมด MFG ระดับสูง
ตัวอย่างประสิทธิภาพ
- เกม Black Myth: Wukong ที่ความละเอียด 4K เปิดกราฟิกสูงสุดและ Path Tracing
- DLSS 4.5 MFG 6x ให้เฟรมเรตเพิ่มขึ้นราว 33%
- Latency เพิ่มขึ้นเล็กน้อยประมาณ 10–15% ซึ่ง NVIDIA ระบุว่ายังอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการเล่นจริง

Dynamic Multi-Frame Generation ปรับอัตโนมัติให้ตรงกับ Refresh Rate
DLSS 4.5 ยังเพิ่มโหมดใหม่ชื่อ Dynamic Multi-Frame Generation ซึ่งออกแบบมาสำหรับจอ 240Hz ขึ้นไป โดยเฉพาะ

ผู้ใช้สามารถกำหนดเป้าหมาย FPS เองได้ ระบบจะเลือกใช้ MFG ตั้งแต่ 1x ถึง 6x แบบอัตโนมัติ เพื่อรักษาเฟรมเรตให้ใกล้กับ Refresh Rate ของจอมากที่สุด
จากข้อมูลของ NVIDIA
- เกม AAA ส่วนใหญ่ใช้ MFG ระดับ 3x – 4x ก็เพียงพอสำหรับ 240Hz
- โหมด 6x เหมาะกับจอ 360Hz หรือ 4K Refresh Rate สูงมาก
รองรับมากกว่า 400 เกมตั้งแต่วันแรก พร้อมเกมดังปี 2026
DLSS 4.5 เปิดตัวพร้อมการรองรับมากกว่า 400 เกม ทันที ผ่าน NVIDIA App และ GeForce Game Ready Driver รุ่นล่าสุด

เกม PC ระดับ AAA ที่ยืนยันรองรับ DLSS 4 ในปี 2026 ได้แก่
- 007 First Light – วางจำหน่าย 27 พฤษภาคม 2026
- Phantom Blade Zero – วางจำหน่าย 9 กันยายน 2026
- Pragmata – วางจำหน่าย 24 เมษายน 2026
- Resident Evil Requiem – วางจำหน่าย 27 กุมภาพันธ์ 2026
ใช้ได้กับ RTX ทุกเจเนอเรชัน แต่ 6x MFG มีเงื่อนไข
- DLSS 4.5 Super Resolution
ใช้งานได้ทันทีบน RTX ทุกซีรีส์ ตั้งแต่ RTX 20 ขึ้นไป - DLSS 4.5 Multi-Frame Generation 6x + Dynamic MFG
เตรียมเปิดให้ใช้งานในช่วง ฤดูใบไม้ผลิ 2026 และรองรับเฉพาะ RTX 50 series
ผู้ใช้สามารถเปิดหรือบังคับโหมด DLSS ต่าง ๆ ได้ผ่าน NVIDIA App โดยไม่ต้องรอเกมอัปเดตแพตช์เอง
DLSS 4.5 คือการอัปเกรดที่เน้น “คุณภาพจริง” ไม่ใช่แค่ตัวเลข
จากรายละเอียดทั้งหมด DLSS 4.5 ไม่ได้เป็นแค่เวอร์ชันที่เพิ่ม FPS ให้สูงขึ้น แต่เป็นการอัปเกรดที่ NVIDIA ลงมือแก้ปัญหาเชิงคุณภาพอย่างจริงจัง ทั้งเรื่องภาพนิ่ง ความคม ขอบวัตถุ และอาการ ghosting ที่ผู้เล่นระดับจริงจังให้ความสำคัญ
สำหรับผู้ใช้ RTX ทุกคน โดยเฉพาะคนที่เล่นบนจอ Refresh Rate สูง DLSS 4.5 คืออัปเกรดที่ “เห็นผลจริง” และน่าจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการเล่นเกม PC ในปี 2026 อย่างไม่ต้องสงสัย
ที่มา: wccftech





