Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

CONTENT

5 คุณสมบัติเฉพาะของ USB Type-C และวิธีการใช้งาน

USB Type-C มาตรฐานการเชื่อมต่อแบบใหม่ที่เข้าใกล้ตัวผู้ใช้อย่างเราๆ ท่านๆ มาเรื่อยๆ มาดูกันว่าสรุปแล้วมันคืออะไร น่าใช้งานมากแค่ไหนและฟีเจอร์เด่นๆ ทั้ง 5 คืออะไรกัน

USB Type-C
USB Type-C

ในปัจจุบันนี้เราๆ ท่านๆ ได้พบตัวเชื่อมต่อ USB ในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ แทบทั้งหมด แม้จะมีชื่อ Universal Serial Bus แต่ตัวเชื่อมต่อ USB ในปัจจุบันนั้นก็มีหลายประเภท USB-C เป็นหนึ่งในมาตรฐานดังกล่าวและกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมสำหรับอุปกรณ์แกดเจ็ตที่หลากหลาย

มันเร็วกว่า, เล็กกว่าและหลากหลายกว่ามาตรฐานก่อนหน้านี้ แถมก็ยังมีฟีเจอร์เฉพาะบางอย่างที่สามารถใช้เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะได้ เชื่อว่าอีกไม่นานนี้ USB Type-C นั้นจะกลายมาเป็นมาตรฐานของโลกได้อย่างไม่ยาก มาดูกันดีกว่าว่ามันคืออะไรและมีฟีเจอร์อะไรที่น่าสนใจบ้าง

Advertisement


USB Type-C คืออะไร

USB C cable with DP capability

การยึดมาตรฐานเดียวเพื่อควบคุมทั้งหมดเป็นเป้าหมายที่เข้าใจยากในขอบเขตของเทคโนโลยี คุณจะลงเอยด้วยสงครามรูปแบบมาตรฐานและฝ่ายหนึ่งได้รับชัยชนะเป็นเวลาสองสามปีจนกระทั่งเทคโนโลยีใหม่ทั้งหมดนำออกใช้ ตัวอย่างเช่น VHS กิน Betamax จากนั้นถูกขับไล่โดย DVD ซึ่งจางหายไปเมื่อเผชิญกับ Blu-ray (มาตรฐานที่เอาชนะคู่แข่งหลักอย่าง HD DVD) ตอนนี้ต้องเผชิญกับความตายของตัวเองด้วยน้ำมือของบริการสตรีมมิ่งออนไลน์

แต่ USB-C นั้นแตกต่างและบางทีอาจเป็นสากลอย่างแท้จริงตามที่ตัวย่อ USB หรือ “Universal Serial Bus” ขณะนี้พบพอร์ต USB-C บนอุปกรณ์ทุกประเภทตั้งแต่ฮาร์ดไดรฟ์ภายนอกธรรมดาไปจนถึงโน๊ตบุ๊คระดับไฮเอนด์และสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด แม้ว่าพอร์ต USB-C ทุกพอร์ตจะมีลักษณะเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ทุกพอร์ตที่มีความสามารถเหมือนกัน ขณะนี้ USB-C อาจมีอยู่ทุกหนทุกแห่งแต่ก็ไม่ได้มีฟังก์ชันการใช้งานเหมือนกันไปทั้งหมด

USB-C หรือที่เรียกว่า USB Type-C เป็นตัวเชื่อมต่อ USB ที่มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับการชาร์จและการถ่ายโอนข้อมูล USB-C ได้รับการออกแบบมาให้สะดวกและใช้งานง่ายกว่าตัวเชื่อมต่อ USB รุ่นก่อนหน้า

“C” ในชื่อแสดงถึงการออกแบบทางกายภาพของตัวเชื่อมต่อและไม่ได้ระบุคุณลักษณะเฉพาะใดๆ ข้อมูลจำเพาะ USB-C รองรับการถ่ายโอนข้อมูลความเร็วสูง, การชาร์จเร็วและโหมดทางเลือกที่ช่วยให้พอร์ตเหล่านี้ถ่ายโอนสัญญาณเสียงและวิดีโอ อย่างไรก็ตามคุณสมบัติเหล่านี้เป็นทางเลือกและไม่ได้มาพร้อมกับตัวเชื่อมต่อ USB-C ทุกตัว

USB-C มีจุดประสงค์เพื่อใช้แทนตัวเชื่อมต่อ USB-A และ USB-B รุ่นก่อนหน้าและโดดเด่นด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ คุณลักษณะที่สำคัญที่สุดของ USB-C คือขั้วต่อสามารถกลับด้านได้ ทำให้เสียบเข้าได้ทั้งสองทิศทาง นอกจากนี้ยังมีอัตราการส่งข้อมูลที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับ USB รุ่นก่อนหน้า

USB-C ยังไม่ได้อยู่ในอุปกรณ์ทุกเครื่อง แต่มีเหตุผลสำคัญที่ทำให้เชื่อได้ว่าจะใช้ในเร็วๆ นี้ ต่อไปนี้คือคุณลักษณะและแอปพลิเคชันบางส่วนที่ทำให้ USB-C มีประโยชน์มาก


USB Type-C เหมือนกับ Micro USB, USB 3.0 และ Thunderbolt หรือไม่

02WnWIrwXlysaocXzsVSM8k

micro USB หรือ USB 3.0 รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเมื่อมองแวบแรกอาจจะดูดีกว่า USB-C ทว่า USB-C แม้ว่าจะมีรูปทรงรีกว่าและหนากว่าเล็กน้อยแต่มันก็รองรับคุณสมบัติที่ดีกว่าในเกือบจะทุกๆ ด้านเมื่อเทียบกับรุ่นพี่ของมัน

ขั้วต่อ USB-C ดูคล้ายกับขั้วเช่นเดียวกับ Lightning และ MagSafe ตัวเชื่อมต่อ USB-C ไม่มีการวางแนวขึ้นหรือลง เพียงจัดเรียงขั้วต่อให้ถูกต้องและคุณไม่ต้องพลิกกลับด้านไปมาเพื่อเสียบปลั๊ก(การหาด้านที่ถูกต้องอยู่เสมอบางครั้งก็ทำให้การเชื่อมต่ออุปกรณ์น่าเบื่อ) นอกจากนี้สายเคเบิลมาตรฐานยังมีขั้วต่อเดียวกันที่ปลายทั้งสองด้าน ดังนั้นคุณจึงไม่ต้องค้นหาว่าปลายใดต่อที่ใดอีกต่อไป

บางทีโปรโตคอลที่มีประโยชน์ที่สุดที่พอร์ต USB-C สามารถรองรับได้คือ Thunderbolt ซึ่งปัจจุบันอยู่ในรุ่นที่สี่ Thunderbolt 4 เพิ่มการรองรับทรูพุตสูงสุด 40Gbps ควบคู่ไปกับการลดการใช้พลังงานและความสามารถในการเคลื่อนย้ายพลังงานได้มากถึง 100 วัตต์

พอร์ต USB-C ที่รองรับ Thunderbolt หมายความว่าคุณต้องใช้สายเคเบิลเพียงเส้นเดียวในการจ่ายไฟและถ่ายโอนข้อมูลจำนวนมาก(จ่ายไฟได้สูงสุดและรวมถึงข้อมูลวิดีโอสำหรับจอแสดงผล 60Hz 4K สองจอในเวลาเดียวกัน)

คอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คหลายรายฉวยโอกาสอย่างรวดเร็วในการเปลี่ยนมาใช้งานเช่น MacBook Pro ของ Apple บางรุ่นมีตัวเชื่อมต่อ Thunderbolt สี่ตัว(มากที่สุดเท่าที่เราเคยเห็นมาจนถึงปัจจุบัน) และมันยังให้ศักยภาพในการต่อขยายอุปกรณ์มากกว่าที่คุณเคยมีด้วย USB รุ่นก่อนหน้า


USB Type-C และ USB 3.2 กับตัวเลขใต้พอร์ต

02WnWIrwXlysaocXzsVSM8k

จุดที่ USB-C ยุ่งยากคือตัวเลขที่ต่อเข้ากับพอร์ต(หรือหมายเลขกำหนดมาตรฐานของ USB) ความเร็วทั่วไปที่ตัวเชื่อมต่อ USB-C ได้รับการจัดอันดับคือ 10Gbps (10Gbps นั้นเร็วกว่า USB 3.0 ดั้งเดิมสองเท่าในทางทฤษฎี) พอร์ต USB-C ที่รองรับความเร็วสูงสุดนี้เรียกว่า “USB 3.2 Gen 1×2”

ข้อเสียในปัจจุบันก็คือพอร์ต USB ที่มีความเร็ว 10Gbps ยังสามารถมีอยู่ในรูปแบบเดิมที่ใหญ่ขึ้น (สี่เหลี่ยมผืนผ้า USB Type-A ที่เรารู้จักกันดี) และขนานนามว่า “USB 3.2 Gen 2×1” ยกเว้นคอมพิวเตอร์บางรุ่น(ที่เป็นรุ่นใหม่) ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะเห็นพอร์ต USB ความเร็ว 10Gbps พร้อมตัวเชื่อมต่อทางกายภาพแบบ USB-C

หมายเหตุ : พอร์ต USB-C รุ่นเก่าบางพอร์ตรองรับความเร็วสูงสุดเพียง 5Gbps ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องมองหาชื่อ “USB 3.2 Gen 1×2” หรือ “10Gbps” เพื่อยืนยันว่าพอร์ต USB-C รองรับการถ่ายโอนข้อมูล 10Gbps 

ยังมีเรื่องที่ทำให้ผู้ใช้สับสนและซับซ้อนมากขึ้นเพราะรูปแบบตัวเลขรอบ USB 3 อยู่ในฟลักซ์ซึ่งได้อ้างอิงถึงพอร์ตเหล่านี้มีมากมายหลายอย่างจนทำให้เกิดความงงได้อย่างง่ายๆ กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้หลังจากพอร์ต USB-C จำนวนมากมีป้ายกำกับ USB 3.1 (“USB 3.2” ยังไม่ได้มีอยู่จริงในการใช้งานเพราะฉะนั้นอย่าพึ่งเชื่อหากคุณกำลังซื้ออุปกรณ์ที่โฆษณาว่าเป็น USB 3.2 ในส่วนของอุปกรณ์ที่มีอายุมากกว่า 1-2 ปีขึ้นไป ทว่าในปี 2023 นี้รับรองว่าคุณได้เห็นแน่ๆ)

ใน USB 3.1 ทั้ง Gen 1 และ Gen 2 รวมไปจนถึงแผ่นข้อมูลจำเพาะบางส่วนยังคงอ้างอิงถึงชื่อที่เก่ากว่าพร้อมกับแบรนด์ SuperSpeed ทำให้เกิดความสับสน หน่วยงานกำหนดมาตรฐาน USB อย่าง  USB-IF จึงได้ตัดสินใจที่จะเลิกใช้ “USB 3.1” เพื่อหันไปใช้ USB 3.2 โดยคุณสามารถที่จะเทียบดูคำประกาศมาตรฐานความเร็วใหม่ได้จากภาพทางด้านบน

การกำหนด USB 3.2, USB 3.1 และ SuperSpeed ​​ที่คุณเห็นด้านบนในแต่ละบรรทัดนั้นเทียบเท่ากัน เพียงแต่ต่างกันที่ชื่อ หากคุณเห็นฉลาก USB 3.1 ทางที่ดีควรสอบถามเกี่ยวกับความเร็วการถ่ายโอนสูงสุดของพอร์ตโดยตรงกับผู้ผลิตอุปกรณ์หรือตัวแทนจำหน่าย

ดังที่คุณเห็นด้านบน พอร์ต USB-C บางพอร์ตใช้ข้อมูลจำเพาะ USB 3.2 Gen 2×2 โดยมีความเร็วสูงสุด 20Gbps ทาง USB-IF ตัดสินใจเลือก “2×2” เนื่องจากมาตรฐานนี้เพิ่มเลนข้อมูลเป็นสองเท่าภายในสายเคเบิล USB-C เพื่อให้ได้ความเร็วการถ่ายโอน 20Gbps พอร์ตเหล่านี้ไม่สามารถใช้งานได้อย่างกว้างขวาง พวกเขามีแนวโน้มที่จะหันไปใช้พอร์ต USB-C รุ่นใหม่ที่รองรับ USB4 ซึ่ง USB-IF ได้ประกาศในที่สุดว่าจะรองรับความเร็วข้อมูลสูงสุด 120Gbps

เพื่อลดความสับสน USB-IF ยังตั้งใจที่จะเลิกใช้เวอร์ชัน USB ที่มีหมายเลขในอนาคต แทนที่จะสนับสนุนให้ผู้ผลิตอุปกรณ์อ้างถึงความเร็วสูงสุดของพอร์ต เช่นใน “USB 20Gbps”


Reversible Connector

lucian alexe yh0utueiz i unsplash 1

ตัวเชื่อมต่อ USB-C สามารถย้อนกลับได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของตัวเชื่อมต่อประเภทนี้เหนือตัวเชื่อมต่อ A และ B

USB Type-C แตกต่างจากขั้วต่อ USB Type-A และ USB Type-B ที่ต้องเสียบในแนวที่กำหนด ขั้วต่อ USB-C สามารถกลับด้านได้ทั้งหมดและสามารถเสียบเข้ากับพอร์ตจากด้านใดด้านหนึ่งซึ่งเป็นผลมาจากความสมมาตรของขั้วต่อ หัวคอนเนคเตอร์ที่มีรูปร่างและการกำหนดค่าพินภายในนั้น

ไม่จำเป็นต้องพลิกขั้วต่อ USB ของคุณสามครั้งก่อนที่จะค้นหาการวางแนวที่ถูกต้อง สิ่งที่คุณต้องทำคือใส่เพียงครั้งเดียวและใช้งานได้ทันที

นอกจากนี้ USB Type-C แตกต่างจากข้อกำหนดก่อนหน้านี้ที่ต้องใช้โฮสต์ USB และอุปกรณ์ USB สาย USB-C ถึง USB-C สามารถถ่ายโอนข้อมูลและจ่ายไฟได้ทั้งสองทาง สิ่งนี้เพิ่มระดับใหม่ของความสะดวกสบายและง่ายต่อการใช้งานให้กับอินเทอร์เฟซ USB แบบก้าวกระโดด


Power Delivery

17182398859 d14c538f03 c

Power Delivery ได้รับการแนะนำโดยผู้ผลิตพีซีที่ต้องการปริมาณพลังงานที่มากขึ้นจากตัวเชื่อมต่อ USB

โปรโตคอล Power Delivery ใช้ประโยชน์สูงสุดจากพอร์ต USB-C และสามารถจ่ายไฟได้สูงสุด 100 วัตต์ (20V/5A) โดยใช้เทคโนโลยีทั้งภายในและภายนอก หนึ่งร้อยวัตต์อาจดูเหมือนไม่มาก แต่คุณควรทราบว่โน๊ตบุ๊คส่วนใหญ่สามารถชาร์จใหม่ได้โดยใช้เครื่องชาร์จที่มีกำลังไฟ 45-65 วัตต์เท่านั้น

USB-C ยังสามารถควบคุมการจ่ายไฟเพื่อให้อุปกรณ์ที่จ่ายไฟได้รับในปริมาณที่เหมาะสมเสมอ ทั้งนี้ในปัจจุบันยังไม่มีการนำ Power Delivery มาใช้ในตัวเชื่อมต่อ Type-C ทุกตัว แต่เราก็กำลังจะไปถึงจุดนั้นในอีกไม่นานนัก


การถ่ายโอนข้อมูลความเร็วสูง

ด้วยข้อกำหนด USB4 2.0 ทำให้ USB-C สามารถส่งไฟล์ด้วยอัตราการส่งสูงถึง 80Gbps

โดยทั่วไปแล้ว USB-C ใช้มาตรฐานการถ่ายโอน 3.2 Gen 1 ซึ่งมีอัตราการส่งข้อมูลเลนเดียวที่ 5Gbps มาตรฐานการถ่ายโอน 3.2 Gen 2 ให้อัตราการถ่ายโอน 10Gbps ที่น่าประทับใจยิ่งขึ้น ด้วยการทำงานในรูปแบบดูอัลเลนที่ทำให้อัตราการถ่ายโอนเร็วยิ่งขึ้น อัตราการถ่ายโอนที่สูงนี้มีประโยชน์ในระบบการจัดส่งไฟล์และช่วยประหยัดเวลาที่สำคัญ


โหมดสำรอง

02WnWIrwXlysaocXzsVSM8k

USB-C ไม่ได้จำกัดเพียงแค่การถ่ายโอนข้อมูลเท่านั้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับวิดีโอ เสียงและระบบส่งกำลังได้อีกด้วย

USB-C รองรับโหมดสำรองต่างๆ ที่อนุญาตให้ใช้โปรโตคอลที่ไม่ใช่ USB ผ่านสายและขั้วต่อ USB-C โดยโปรโตคอลที่ไม่ใช่ USB ที่ USB-C รองรับได้แก่ HDMI, DisplayPort, Thunderbolt, MHL และระบบเสียงอะนาล็อก ซึ่งช่วยให้อุปกรณ์สามารถใช้พอร์ต USB-C เดียวเพื่อวัตถุประสงค์หลายอย่างเช่น การชาร์จ, ปล่อยเอาต์พุตวิดีโอและเอาต์พุตเสียง ด้วยความสามารถนี้ทำให้การออกแบบอุปกรณ์ของผู้ผลิตทำได้ง่ายขึ้นแถมยังมาพร้อมกับความสามารถในการปรับปรุงความสะดวกในการใช้งานให้แก่ผู้ใช้ได้อีกต่างหาก

  • DisplayPort: USB-C ยังรองรับอินเทอร์เฟซ DisplayPort ซึ่งช่วยให้คุณส่งสัญญาณเสียงและวิดีโอ DisplayPort โดยใช้ตัวเชื่อมต่อ USB-C ทว่าในส่วนของมีประสิทธิภาพนั้นยังคงน้อยกว่า Thunderbolt 3 มาก(แต่ก็มีประโยชน์หากอุปกรณ์ของคุณเข้ากันไม่ได้กับพอร์ตแบบเก่า)
  • HDMI: โหมด Alt ที่สำคัญอีกโหมดหนึ่งที่มีในตัวเชื่อมต่อ USB-C คือโหมด HDMI Alt ซึ่งช่วยให้คุณใช้สาย USB-C เป็น HDMI เพื่อเชื่อมต่อกับจอแสดงผลที่เปิดใช้งาน HDMI โดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้อะแดปเตอร์หรือดองเกิลอีกต่อไป
  • Thunderbolt: USB-C สามารถรองรับมาตรฐาน Thunderbolt ซึ่งเป็นอินเทอร์เฟซความเร็วสูงที่สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่อพ่วงภายนอกเช่นฮาร์ดไดรฟ์และจอแสดงผลได้ Thunderbolt 3 ใช้ตัวเชื่อมต่อแบบเดียวกับ USB-C แต่ช่วยให้ถ่ายโอนข้อมูลได้เร็วขึ้นและมีความแตกต่างเล็กน้อยอื่นๆ
  • MHL: MHL หรือ Mobile High-Definition Link เป็นเทคโนโลยีที่ให้คุณเชื่อมต่ออุปกรณ์พกพาของคุณ(เช่น สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต) กับทีวีหรือจอแสดงผลอื่นๆ ช่วยให้คุณสามารถสะท้อนหน้าจออุปกรณ์มือถือของคุณบนจอแสดงผลขนาดใหญ่และยังช่วยให้คุณควบคุมอุปกรณ์โดยใช้รีโมททีวี นอกจากนี้ MHL ผ่าน USB ยังรองรับวิดีโอสูงสุด 8K และเสียงรอบทิศทางอีกด้วยต่างหาก

พอร์ต USB-C บางพอร์ตไม่รองรับโหมดทางเลือกเหล่านี้ทั้งหมด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลจำเพาะของอุปกรณ์และสายเคเบิลของคุณ(ตัวอย่างเช่น USB-C 2.0 จะไม่รองรับการใช้งานแบบนี้)


ขนาดกะทัดรัด

daniel romero prfff0ggpec unsplash 1

คอนเนคเตอร์ Type-C ให้ประโยชน์ที่สำคัญโดยเฉพาะในแง่ของการพกพาและความกะทัดรัด ตัวเชื่อมต่อนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนที่พกพาสะดวกในปัจจุบันเนื่องจากขนาดที่เล็กและลักษณะการใช้งานที่หลากหลาย สิ่งนี้ทำให้ผู้ผลิตสามารถสร้างอุปกรณ์ที่เหมาะกับสรีระและใช้งานง่ายโดยไม่ต้องตัดฟังก์ชันการทำงานออก


มาตรฐาน USB เดียวที่จะควบคุมทุกอย่าง

USB-C ยังมีหนทางอีกยาวไกลในการนำไปใช้ แถมผู้ผลิตมีหลายสิ่งที่ต้องทำเพื่อขจัดความสับสนของผู้ใช้ไม่ว่าจะเป็นปลายทางเกี่ยวกับข้อมูลจำเพาะหรือมาตรฐานที่ต้องตกลงร่วมกันให้ได้ ทว่าอย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้น USB-C มีศักยภาพมากกว่านั้น

เช่นเดียวกับที่มาตรฐาน USB ดั้งเดิมมาแทนที่มาตรฐานการเชื่อมต่อก่อนหน้าบน Mac และพีซี ตัวเชื่อมต่อข้ามแพลตฟอร์มที่ค่อนข้างใหม่นี้กำลังแทนที่มาตรฐานเดิมอย่างรวดเร็ว USB-C เป็นตัวเชื่อมต่อเพียงตัวเดียวที่สามารถรองรับความต้องการทั้งหมดของคุณ ตั้งแต่การถ่ายโอนข้อมูลไปจนถึงการจ่ายไฟให้กับจอแสดงผลและอาจครอบครองโลกของตัวเชื่อมต่อในอีกไม่ช้า

ที่มา : makeuseof, pcmag, ruetir

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

คีย์บอร์ดไร้สายสำหรับทำงานในปัจจุบันมีตั้งแต่รุ่นสุดคุ้มราคาไม่เกินพันบาทแล้วได้เมาส์แถมมาในเซ็ตให้ต่อใช้งานได้ทันทีโดยใช้ USB Receiver ตัวเดียวร่วมกันได้ทันที หรือบางรุ่นก็มีระบบ Bluetooth เพิ่มเข้ามาเพื่อเชื่อมต่อได้มากสุด 3 อุปกรณ์พร้อมกันแล้วใช้คีย์ลัดกดสลับใช้งานได้ให้ตอนต้องสลับไปใช้เครื่องอื่นทำงานก็สะดวกรวดเร็วขึ้น นอกจากนี้คีย์บอร์ดไร้สายบางตัวก็เพิ่มฟีเจอร์ปรับแต่งเพิ่มคำสั่งลัดเข้าไปในปุ่มเพื่อกดเรียกใช้ฟังก์ชั่นพิเศษได้ทันทีเพื่อช่วยทุ่นแรงให้ทำงานเสร็จเร็วยิ่งขึ้นแถมนำไปใช้กับอุปกรณ์ได้หลากหลายระบบปฏิบัติการ ไม่ว่าจะ Windows, macOS ตามปกติไปจนอุปกรณ์พกพาอย่าง iOS, Android หรือถ้าเป็น Linux ก็ใช้ได้เช่นกัน เรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับคีย์บอร์ดไร้สาย 7 คีย์บอร์ดไร้สายน่าใช้ ต่อ MacBook...

รีวิว Lenovo

Lenovo Legion 5a จุดตัดของความแรงและคุ้มค่า จะเล่นเกมหรือทำงานก็เวิร์ค อัพเดตฟีเจอร์มาครบเครื่องขึ้นในงบ 50,000 บาท เวลาเห็นชื่อของ Lenovo Legion 5a แล้ว เชื่อว่าเกมเมอร์และแฟนคลับหลายคนต้องคิดว่าทางบริษัทคงสร้างรุ่นย่อยใหม่เพิ่มเข้ามาในซีรีส์นี้อีกแน่ๆ ซึ่งความเป็นจริงคือ Lenovo แค่ปรับปรุงสเปคและดีไซน์รายปีแต่เพิ่มตัวอักษร “a” มาเพื่อบอกว่าเครื่องนี้ใช้ซีพียู AMD ส่วนตัว “i” ยังใช้แทน Intel...

รีวิว Apple

MacBook Pro ตัวจบของมืออาชีพ แรงไม่ต้องสงสัย งานใหญ่เล็กจบได้หมด คนทำงานเขารู้กัน ถ้า MacBook Neo เน้นกลุ่มนักเรียนนักศึกษาใช้ทำรายงาน MacBook Air เพื่อกลุ่มคนทำงานแบบครอบจักรวาลตั้งแต่งานเอกสารไปจนแต่งภาพทำกราฟิคได้ MacBook Pro ก็เกิดมาเพื่อมืออาชีพใช้ทำงานสเกลใหญ่แข่งกับเวลา ไม่ว่าจะตัดต่อวิดีโอความละเอียด 4~8K ค่า Bitrate สูงแล้วต้องเกรดสีแยก Node, ปั้นโมเดล 3D...

Special Story

โน๊ตบุ๊ค MSI ไม่ว่าจะเกมมิ่งโน้ตบุ๊กหรือโน้ตบุ๊กทำงานทางบริษัทจะวางบทบาทให้แต่ละซีรีส์ไว้อย่างชัดเจน ตั้งแต่รุ่นราคาประหยัดไว้ใช้ทำงานออฟฟิศทั่วไป, โน้ตบุ๊กทำงานได้รอบด้านไปจนเกมมิ่งโน้ตบุ๊กหลากหลายรุ่น ซึ่งปีนี้ทางบริษัทปรับไลน์อัพสินค้าใหม่ให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้นโดยลดรุ่นซ้ำซ้อนแล้วสเปคใกล้เคียงกันออกไปให้เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น แค่เห็นชื่อก็เข้าใจทันทีว่าซีรีส์นี้เหมาะกับใครและใช้ทำงานได้ระดับใดบ้าง ชิปเซ็ตของโน๊ตบุ๊ค MSI ก็ยังยืนพื้นใช้ซีพียู AMD, Intel รุ่นล่าสุดของปีนั้น บางรุ่นก็ได้การ์ดจอแยก NVIDIA เพื่อให้ทำงานต่างๆ ได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไม่ว่าจะงานเล็กใหญ่หรือรัน AI ก็เร็วทันใจ แถมทุกปีโน้ตบุ๊กทุกรุ่นก็จะได้ฟีเจอร์เพิ่ม ไม่ว่าจะฟีเจอร์แชร์ใช้งานร่วมกันหรือเฉพาะตัวก็ตาม ยิ่งในปีนี้ทางบริษัทปรับไลน์อัพสินค้าใหม่หมดให้ทำความเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ช่วยให้ผู้ใช้ที่กำลังอยากได้โน้ตบุ๊กใหม่ตัดสินใจได้ง่ายกว่าเดิมแน่นอน Advertisement...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก