Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Mac Corner

iPad Wi-Fi+3G iOS4.2 [สัญชาติไทย]

ก่อนอื่นคงต้องขอสวัสดีปีใหม่กับพี่ ๆ น้อง ๆ NotebookSpec ทุกท่านนะครับ ไม่แน่ใจว่าตอนนี้หลาย ๆ คนยังสงสัยกันหรือเปล่า Apple iPad มันคือผลิตภัณฑ์อะไรกันแน่ จะว่าไปดูจากขนาดของมันก็คงไม่ใช่มือถือเป็นแน่ หรือจะให้เป็นพวก Organizer ก็ดูท่าว่าจะใกล้เคียงที่สุด แต่นั่นก็คงไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องที่สุดทีเดียว เพราะ iPad นี่ทำอะไรได้มากกว่านั้นอีกเยอะ (มาก) คงต้องยอมรับนะครับว่า Tablet PC อย่าง Apple iPad ?เป็นที่นิยมโปรดปรานของคนทั้งโลกก็ว่าได้ ซึ่งถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่โน๊ตบุ๊ค แต่ก็ต้องบอกว่ามันเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานสำหรับท่องโลกอินเทอร์เน็ตหรือรับ-ส่งอีเมลได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ดูหนังฟังเพลงก็ทำได้ รองรับการทำงานแบบโมบายล์ อีกทั้งยังมีแอพพลิเคชั่นมากมายที่รองรับการใช้งานสำหรับทุก ๆ คน ทั้งในเรื่องของเกม, E-Book, แผนที่นำทาง GPS และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งจากกระแสของ iPad ทำให้ผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คหลายค่ายต่างก็กระโดดลงมาเล่นตลาดนี้กับเค้าด้วย iPad ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งกว่าจะมาถึงเมืองไทยก็เกือบจะสิ้นปีอยู่แล้ว (ซึ่งมีข่าวเป็นที่แน่นอนแล้วว่า iPad 2 กำลังจะออกตามมา) แต่ยังไงซะ กระแสความนิยมของ iPad […]

ก่อนอื่นคงต้องขอสวัสดีปีใหม่กับพี่ ๆ น้อง ๆ NotebookSpec ทุกท่านนะครับ ไม่แน่ใจว่าตอนนี้หลาย ๆ คนยังสงสัยกันหรือเปล่า Apple iPad มันคือผลิตภัณฑ์อะไรกันแน่จะว่าไปดูจากขนาดของมันก็คงไม่ใช่มือถือเป็นแน่ หรือจะให้เป็นพวก Organizer ก็ดูท่าว่าจะใกล้เคียงที่สุด แต่นั่นก็คงไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องที่สุดทีเดียว เพราะ iPad นี่ทำอะไรได้มากกว่านั้นอีกเยอะ (มาก)

 

Advertisement

iPad1

คงต้องยอมรับนะครับว่า Tablet PC อย่าง Apple iPad ?เป็นที่นิยมโปรดปรานของคนทั้งโลกก็ว่าได้ ซึ่งถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่โน๊ตบุ๊ค แต่ก็ต้องบอกว่ามันเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานสำหรับท่องโลกอินเทอร์เน็ตหรือรับ-ส่งอีเมลได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ดูหนังฟังเพลงก็ทำได้ รองรับการทำงานแบบโมบายล์ อีกทั้งยังมีแอพพลิเคชั่นมากมายที่รองรับการใช้งานสำหรับทุก ๆ คน ทั้งในเรื่องของเกม, E-Book, แผนที่นำทาง GPS และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งจากกระแสของ iPad ทำให้ผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คหลายค่ายต่างก็กระโดดลงมาเล่นตลาดนี้กับเค้าด้วย

Spec iPad

iPad ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งกว่าจะมาถึงเมืองไทยก็เกือบจะสิ้นปีอยู่แล้ว (ซึ่งมีข่าวเป็นที่แน่นอนแล้วว่า iPad 2 กำลังจะออกตามมา) แต่ยังไงซะ กระแสความนิยมของ iPad ก็ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด ยิ่งทวีความต้องการมากยิ่งขึ้น ทาง iStudio ผู้เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Apple ในประเทศไทย ได้เปิดราคาของ iPad ออกมา โดยเริ่มต้นที่ 15,990 บาทเท่านั้น สำหรับ iPad Wi-Fi 16GB เรียกได้ว่าราคาโดนใจสุด ๆ เพราะราคาถูกกว่าเครื่องหิ้วหลายพันบาท รวมไปถึงยังได้รับประกันจากศูนย์อย่างเป็นทางการ แถมยังรองรับภาษาไทยได้อย่างเต็มรูปแบบซะด้วย

iPad มีอยู่ 6 รุ่นด้วยกัน คือ (ราคาเครื่องศูนย์)

  • iPad Wi-Fi 16GB ราคา 15,900 บาท
  • iPad Wi-Fi 32GB ราคา 18,900 บาท
  • iPad Wi-Fi 64GB ราคา 21,900 บาท
  • iPad Wi-Fi + 3G 16GB ราคา 19,900 บาท <<< ที่ทีมงานได้มารีวิว
  • iPad Wi-Fi + 3G 32GB ราคา 22,900 บาท
  • iPad Wi-Fi + 3G 64GB ราคา 25,900 บาท

ส่วนใครอยากชมสเปกเต็ม ๆ ของ iPad และข้อแตกต่างระหว่าง iPad Wi-Fi กับ iPad Wi-Fi + 3G สามารถเข้าไปได้ที่ www.apple.com/ipad/specs/ นะครับ

iPad 3G_ 3

อย่างที่บอกไปแล้วว่าในต่างประเทศได้เปิดตัวกันมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว แน่นอนว่าในหลาย ๆ เว็บไซต์ไอทีก็ได้มีการรีวิวไปแล้ว (โดยเครื่องได้หิ้วเข้ามาเอง) รวมไปถึงทาง Notebookspec เอง ก็เคยรีวิวไปแล้วเหมือนกัน (รีวิว Apple iPad WiFi) แต่ขณะนั้นเป็น iOS เวอร์ชัน 3.2 ?ซึ่งเป็นเวอร์ชันเดียวกับ iPhone 3Gs แต่นั่นก็ทำให้หลาย ๆ คน ตื่นเต้นและประทับใจกับ iPod Touch ขนาดใหญ่นั้นแล้วละครับ

iPad 3G_ 2

แต่ในวันนี้รีวิวของเราจะแตกต่างออกไป เพราะตอนนี้ iPad Wi-Fi + 3G 16GB ได้มาอยู่ในมือเราแล้ว พร้อม iOS เวอร์ชันที่สมบูรณ์ที่สุดอย่าง 4.2 (เวอร์ชันเดียวกับ iPhone 4) ที่มีโมดูล 3G และ GPS อยู่ในตัว ซึ่งเดี๋ยวทางผมจะได้มาเทสต์ความเร็วของสัญญาณ 3G ในประเทศไทยเราด้วย รวมไปถึงการใช้งาน GPS ซึ่งจะบอกถึงการใช้งานจริง ๆ ของ iPad ที่ไม่ใช่เพียงแค่แกะกล่องออกมาแล้วแนะนำฟีเจอร์ต่าง ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นการรวบรวมข้อมูลเท่าที่จะหาได้ และการทดลองการทำงานจริง ๆ ซึ่งจุดไหนดีก็ว่าดี จุดไหนเป็นข้อสังเกตก็จะแจ้งครับ

iPad 3G_ 7

เมื่อแกะกล่องออกมา เราก็จะพบกับ iPad Wi-Fi + 3G ขนาด 9.7?, Wall Charge, สาย USB Dock Connector, คู่มือ (ที่บอกว่าให้ไปอ่านต่อในเว็บ 555) และตัวแทงเพื่อใช้ในการใส่ Micro Sim 3G

ตัวเครื่อง

iPad 3G_ 8

หลังจากที่ได้มาอยู่ในมือ ผมก็จับถ่ายรูปก่อนเลย โดยรูปร่างหน้าตา iPad Wi-Fi + 3G นั้น จะมีรูปร่างที่เหมือนกับ iPad Wi-Fi เลยก็ว่าได้ มีขนาดหน้าจออยู่ที่ 9.7 นิ้ว หน้าจอสัมผัสและขอบจอเรียบเสมอเป็นแผ่นเดียวกัน เมื่อใช้งานจึงไม่มีสะดุด จอภาพเป็น LED backlight เรื่องสีสันความสดใสไม่ต้องกังวล ตัวพาเนลเป็น IPS ดังนั้นเรื่องมุมมองการรับชมนั้นถือว่าทำได้เกือบ 180 องศา เลยทีเดียว หน้าจอแสดงผลมีความละเอียด 1024 ? 768 พิกเซล หรือ 132 พิกเซลต่อนิ้วนั่นเอง สัดส่วนจอเป็นแบบ ?4:3 ซึ่งต่างจากสัดส่วนจอของ iPhone หรือ iPod Touch ที่เป็น 3:2

iPad 3G_ 9

ด้านหลังวัสดุเป็นอะลูมิเนียมเช่นเดียวกับ Macbook Pro พื้นผิวสัมผัสเป็นแบบเรียบ ๆ มีโลโก้ Apple อยู่ตรงกลางหลังเครื่องเด่นเป็นสง่าอยู่ จากการทดลองถือและจับ เรียกได้ว่ามีความแข็งแรงสูงด้วยความที่เป็นโลหะชั้นดี ตามขอบเครื่องและรายละเอียดงานประกอบอื่น ๆ ถือว่าทำได้ดี ดูเป็นของมีราคา ตามแนวของผลิตภัณฑ์จาก Apple ที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ซึ่งที่สังเกตเห็นชัด ๆ ที่ตัว iPad Wi-Fi + 3G ต่างจาก iPad Wi-Fi ตัวธรรมดาก็คือ ขอบด้านบนจะเป็นพลาสติกสีดำ ซึ่งเป็นตำแหน่งของเสาสัญญาณ เพื่อให้สัญญาณ 3G และ GPS ใช้งานได้อย่างเต็มกำลังนั่นเองครับ

iPad 3G_ 19

ลงมาจากรูป Apple ?ก็จะเป็นการระบุความจุและข้อมูลต่าง ๆ ตามสไตล์ของ Apple ที่ใช้ใน iPhone, iPod ที่มีมาช้านาน

iPad 3G_ 13

มาดูรอบ ๆ ตัวเครื่องกันบ้าง ด้านบนมุมซ้ายเราจะพบกับช่องสัญญาณเสียงขนาด 3.5 มิลลิเมตรมาตรฐาน ที่ไว้เสียบกับหูฟังหรือลำโพงภายนอก ถัดมารูเล็ก ๆ จะเป็นช่องไมโครโฟนไว้ใช้สำหรับอัดเสียง

iPad 3G_ 12

ขอบด้านขวามือของตัวเครื่อง iPad ด้านบนจะเป็นปุ่ม Power / Sleep ส่วนขอบด้านขวาจะเป็นปุ่มปิดเสียง (จากที่เป็น iOS 3.2 จะเป็นตัวล็อกหน้าจอ) และปุ่มปรับระดับเสียง

iPad 3G_ 14

ด้านล่างของตัวเครื่องจะเห็นเป็นปุ่ม Home และขอบจอด้านล่างก็จะเป็น USB Connector ไว้เชื่อมกับคอมพิวเตอร์ หรือ Docking ต่าง ๆ อีกทั้งยังไว้เชื่อมต่อกับ Wall Charge เพื่อชารจ์ไฟอีกด้วย ส่วนถัดมาเห็นเป็นช่อง 3 ช่อง นั่นคือลำโพงซึ่งเป็นแบบระบบ Mono ครับ

iPad 3G_ 16

ขอบด้านซ้ายจะเป็นช่อง Slot สำหรับใส่ Micro Sim 3G

เปรียบเทียบจุดต่อจุด

iPad 3G_ 26

เริ่มจากด้านบนก่อนเลย จะเห็นว่าต่างกันแค่ iPad Wi-Fi + 3G ข้างบนวัสดุจะเป็นพลาสติกสีดำ

iPad 3G_ 24

ด้านล่างไม่ต่างกันเลย

iPad 3G_ 25

ด้านข้างขวาก็ไม่ต่างเช่นกัน

iPad 3G_ 28

ด้านซ้ายจะต่างกันเพียงแค่ว่า iPad Wi-Fi +3G จะมีช่องใส่ Micro Sim เพิ่มเข้ามา

iPad 3G_ 27

ดูกันแบบชัด ๆ

iPad 3G_ 22

ด้านหลังก็ไม่ต่างกันเลย นอกจากขอบด้านบน สัดส่วนอื่น ๆ ก็เหมือนกันหมด

iPad 3G_ 31

แต่ก็ยังมีข้อแตกต่างที่มองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่าเหมือนกัน นั่นก็คือน้ำหนักของตัว iPad นั่นเอง ซึ่งสำหรับตัว iPad Wi-Fi จะหนัก 690 กรัม

iPad 3G_ 30

ส่วนตัว iPad Wi-Fi + 3G จะหนัก 713 กรัม โดยมีเหตุผลที่มีน้ำหนักมากกว่านั้นก็เพราะได้เพิ่มอุปกรณ์สัญญาณ 3G เข้าไปนั่นเอง จากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเวลาถือนาน ๆ ก็เมื่อยเหมือนกัน

iPad 3G_ 21

อย่างที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านั้นแล้วว่า ตัว iPad เองใช้วัสดุและเทคโนโลยีเหมือนกับ Macbook Pro เลย นั่นก็คืออะลูมิเนียมแบบ Unibody เลยถือโอกาสจับมาวางทาบกันซะหน่อย

iPad 3G_ 36

เทียบความบางของ iPad กับ iPhone 4 และ Macbook Pro 13 เอาแบบให้เห็นกับตา เผื่อใครดูแต่ตัวเลขสเปกแล้วนึกไม่ออก

iPad 3G_ 34

เทียบขนาดสัดส่วน iPad กับ iPhone และ Macbook Pro 13 แล้วพี่น้องลองคิดเล่น ๆ ว่าอยู่บ้านเล่นเน็ตชิลล์ ๆ หรือออกไปข้างนอกจะเล่นอินเทอร์เน็ตแบบสะใจหน่อย อะไรจะเป็นคำตอบกัน?

iPad 3G_ 29

ลองเอามาชั่งเล่นกับ Macbook Pro 13 กับ iPhone 4 น้ำหนักรวมได้ 2 กิโลกรัม 200 กรัม พกไปเล่นข้างนอกก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน คราวหน้าสู้พก iPad ไปเครื่องเดียวดีกว่าไหม (ไม่ได้อีกแล้ว ยังไงก็ต้องมือถืออยู่ดี ? -a)

Click to comment

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

เพาเวอร์แบงก์เป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญติดกระเป๋าของใครหลายคนโดยเฉพาะเวลาไปเที่ยวต่างประเทศแล้วแบตเตอรี่มือถือหรืออุปกรณ์ทำงานเริ่มน้อยลงจนแทบจะหมดก็ต้องพึ่งชองชิ้นนี้อย่างแน่นอน ซึ่งปกติแล้วพาวเวอร์แบงค์ในท้องตลาดก็สามารถนำไปใช้ได้ทุกแห่งหากถูกต้องตามกฏการพกพาขึ้นเครื่องบิน แต่ถ้าปลายทางเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อไหร่ นอกจากความจุต้องไม่เกินจากที่กำหนดไว้แล้ว ก็ต้องมีเครื่องหมาย CCC “China Compulsory Certificate” (หรือ 3C) เป็นเครื่องหมายยืนยันเพิ่มเติมเวลาจะนำเข้ามาใช้งานโดยเฉพาะการนำขึ้นเที่ยวบินในประเทศและอาจขยายความรวมถึงการเดินทางด้วยยานพาหนะบางประเภทอีกด้วย ระบบรับรองมาตรฐาน CCC นั้นจะนับรวมถึงอุปกรณ์ของใช้มากถึง 20 ประเภท ตั้งแต่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า, ของตกแต่งบ้านรวมถึงอุปกรณ์ใช้งานด้วย เพื่อรับประกันสินค้าที่นำเข้ามาจำหน่ายหรือส่งออกจากประเทศจีนก็ตาม ซึ่งถ้าใครต้องการไปเที่ยวในประเทศจีนได้อย่างสบายใจและไม่ต้องเสี่ยงถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและยึดแบตสำรองล่ะก็ แนะนำให้ซื้อติดกระเป๋าไว้รับรองว่าอุ่นใจแน่นอนAdvertisement เรื่องควรทราบเกี่ยวกับเพาเวอร์แบงก์มาตรฐาน CCC...

Buyer's Guide

MacBook ไม่ว่าจะ Neo, Air หรือ Pro ถึงจะเหมาะกับการทำงานทุกแบบแถมฮาร์ดแวร์ก็ทรงพลังทั้งชิปเซ็ต, หน้าจอ, พอร์ตเชื่อมต่อ ฯลฯ ก็มีคุณภาพสูงพอให้ใช้งานได้นานหลายปี ยิ่งถ้ามีอุปกรณ์เสริมสักหน่อยยิ่งช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น ไม่ว่าจะตอนนั่งประจำโต๊ะแล้วต่อหน้าจอแยกใช้เป็นพีซีหรือพกไปทำงานนอกสถานที่หรือพบลูกค้าก็ตาม แถมราคาอุปกรณ์เสริมจากผู้ผลิตรายย่อยในตอนนี้ก็มีให้เลือกหลากหลายสเปคและดีไซน์แถมให้ฟีเจอร์ใหม่ๆ มาใช้อีกเพียบ ดังนั้นถ้าอุปกรณ์ชิ้นไหนเริ่มเก่าแล้วอยากจะเปลี่ยนชิ้นใหม่ก็จ่ายได้ไม่แพงอีกด้วย ถึงจะชื่อว่าเป็นอุปกรณ์เสริม MacBook แต่มันก็ใช้งานกับอุปกรณ์อื่นอย่าง iPad, iPhone, สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต Android รวมถึงโน้ตบุ๊ก...

Buyer's Guide

ไม่ว่าจะซื้อ iPad รุ่นใดราคาแพงแค่ไหนมาใช้ก็ตาม แทบทุกคนต้องหาซื้อเคสไอแพดดีๆ สักชิ้นมาใส่ป้องกันเครื่องและเก็บ Apple Pencil เอาไว้ด้วยกันให้หยิบใช้ได้ง่ายและเก็บเป็นที่ จะได้ไม่เผลอลืมทิ้งไว้ไหนแล้วหาไม่เจอจนต้องซื้อใหม่ แถมเสริมขอบยางกันกระแทกมาให้เวลาเผลอทำเครื่องตกพื้นโดยไม่ตั้งใจก็ยังทนได้ไม่เกิดริ้วรอย, จอแตกเสียหายหรือบิดเสียรูป แถมนอกจากปกป้องเครื่องได้ดีแล้ว เคสไอแพดของแต่ละแบรนด์ก็มีจุดเด่นเฉพาะตัวต่างกันไปไม่ว่าจะมีสีหรือรองรับ iPad หลายรุ่นตั้งแต่เก่าไปจนใหม่, ตั้งเครื่องได้ไม่ว่าจะตั้งหรือนอนจนถึงยกเครื่องให้สูงขึ้นพอระดับสายตาให้ทำงานง่ายขึ้น โดยเฉพาะถ้าใครต้องนั่งตอบเมล์หรือเซ็นเอกสารบ่อยๆ ก็ต้องถูกใจแน่นอน เลือกเคสไอแพดอย่างไรดีถึงจบคุ้มค่า? เคสไอแพด 7 รุ่นน่าใช้ ใส่แล้วปกป้องเครื่องได้ดีทนทานแน่นอน! 1....

Buyer's Guide

เวลาจะซื้อของใช้ชิ้นใหม่สักชิ้น โดยเฉพาะอุปกรณ์ไอทีอย่างแท็บเล็ตซึ่งหลายคนก็หวังอยากซื้อครั้งเดียวจบใช้งานได้รอบด้านจนสงสัยว่าจะซื้อแท็บเล็ตรุ่นไหนดี เพราะตอนนี้มีตัวเลือกเยอะมากจนตัดสินใจไม่ถูก ซึ่งอันที่จริงหากเริ่มกำหนดโจทย์ว่าเรากำลังจะซื้อเครื่องนี้ไปทำอะไรบ้างและเงื่อนไขสำคัญอีกสัก 2~3 เรื่อง ก็จะช่วยให้ตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้นแล้วตัดตัวรองออกไปได้หลายตัวจนเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นหรือได้คำตอบในทันทีก็เป็นไปได้ และอาจจะไม่ต้องจ่ายแพงอย่างที่คิดด้วย นอกจากวิธีเลือกแท็บเล็ตทั่วไปอย่างดูขนาดหน้าจอให้พอดีแล้วดูว่าชิปเซ็ตว่าได้รุ่นไหนแล้ว ก็มีประเด็นอย่างการทำงานร่วม Ecosystem และการใช้ Keyboard cover และสไตลัสทำงานได้หรือเปล่า? ซึ่งอย่างหลังนี้ถ้าใครจะใช้แท็บเล็ตทำงานร่วมกับโน้ตบุ๊กแล้วใช้อุปกรณ์เสริมคู่นี้ได้ก็จะช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้นแน่นอนAdvertisement เลือกแท็บเล็ตรุ่นไหนดีถึงจะตอบโจทย์การใช้งานของเรากันนะ? 5 แท็บเล็ตรุ่นไหนดี สเปคแรงน่าใช้ถูกใจเกมเมอร์และครีเอเตอร์ 1. Xiaomi Pad Mini...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก