Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Microsoft News

[Web Browser] Microsoft Edge ยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่บนโน๊ตบุ๊คได้มากกว่าเบราว์เซอร์ตัวอื่น

Microsoft Edge เบราว์เซอร์ตัวใหม่ที่ทาง Microsoft ภูมิใจนำเสนอเป็นอย่างมากนั้นจะมาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Windows 10 ทุกเครื่องครับ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าในปัจจุบันนั้นจะมีผู้ใช้งานระบบปฎิบัติการ Windows 10

Microsoft Edge เบราว์เซอร์ตัวใหม่ที่ทาง Microsoft ภูมิใจนำเสนอเป็นอย่างมากนั้นจะมาพร้อมกับระบบปฎิบัติการ Windows 10 ทุกเครื่องครับ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าในปัจจุบันนั้นจะมีผู้ใช้งานระบบปฎิบัติการ Windows 10 เกินกว่า 300 ล้านอุปกรณ์เข้าไปแล้ว

ทว่า Microsoft Edge ก็ดูเหมือนจะยังไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนักสักเท่าไร ดังนั้นแล้วทาง Microsoft ก็ต้องกระตุ้นเพื่อให้ผู้ใช้หันมาใช้ Microsoft Edge มากขึ้นโดยการกระตุ้นในครั้งนี้นั้นก็อยู่ในรูปของการทดสอบเรื่องของประสิทธิภาพการใช้พลังงานของ Edge ที่พบว่าสามารถช่วยยืดอายุการใช้งา่นแบตเตอรี่โน๊ตบุ๊คได้ยาวนานมากขึ้นครับ

Advertisement

Microsoft Edge boasts longer battery life than Chrome or Firefox 600 01

ในการทดสอบนั้นทาง Microsoft ได้ทำการเปรียบเทียบ Edge กับเบราว์เซอร์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันของค่ายอื่นทั้ง 3 อย่าง Google Chrome, Mozilla Firefox และ Opera โดยการทดสอบนั้นหากอ้างอิงจากทาง Microsoft แล้วเครื่องโน๊ตบุ๊คที่ถูกนำมาทดสอบนี้ก็คือ Microsoft Surface Book แยกกัน 4 เครื่อง(ตามภาพด้านบน) โดยการทดสอบนั้นทุกๆ เบราว์เซอร์จะมีการเปิดหน้าเว็บเพจ, วีดีโอ, scrolling actions และ tabs เหมือนกันทั้งหมดซึ่งเว็บที่เปิดนั้นประกอบไปด้วย Facebook, Google, YouTube, Amazon และ Wikipedia ครับ

browser_power_consumption_tests 600 01

ก่อนอื่นมาดูกันที่อัตราการใช้พลังงานสูงสุดของแต่ละเบราว์เซอร์กันก่อนครับ โดย Baseline นั้นคือการเปิดเครื่องทิ้งเอาไว้เฉยๆ(หรืออยู่ในสถานะ idle) จะมีการใช้พลังงานอยู่ที่ 318 mW ทีนี้เมื่อใช้เบราว์เซอร์แต่ละตัวทำการเปิดหน้าเว็บเพจต่างๆ ตามที่ได้บอกไปแล้วนั้นจะมีการใช้พลังงานรวมทั้งหมดทั้งในส่วนของหน่วยประมวลผล(CPU), กราฟิกชิป(GPU) และ WiFi ดังต่อไปนี้ครับ

  • Microsoft Edge ใช้พลังงานรวม 2,068 mW
  • Google Chrome ใช้พลังงานรวม 2,819 mW
  • Opera ที่เปิดฟีเจอร์ Battery Saver ไปด้สนใช้พลังงานรวม 3,077 mW
  • Mozilla Firefox ใช้พลังงานรวม 3,161 mW

ผลการทดสอบดังกล่าวแสดงให้เห็นครับว่า Microsoft Edge นั้นมีอัตราการใช้พลังงานที่ดีที่สุดบนระบบปฎิบัติการ Windows 10 โดยหากเทียบกับเบราว์เซอร์อื่นๆ นั้นพบว่า Edge ยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้ดีกว่าเบราว์เซอร์อื่นๆ 36% – 53% เลยทีเดียวครับ อย่างไรก็ตามนี่เป็นผลทดสอบในห้องทดสอบซึ่งอาจจะมีผู้ใช้บางท่านคิดว่าในการใช้งานบนโลกของความเป็นจริงแล้วนั้น Edge จะยังมีประสิทธิภาพเช่นเดิมอยู่หรือไม่ ทาง Microsoft ได้รวบรวมข้อมูลสถิติที่วัดจากอุปกรณ์ระบบปฎิบัติการ Windows 10 จริงๆ ในหลักหลายล้านเครื่องในโลกซึ่งพบว่าผลที่ได้นั้นตรงกับการทดสอบดังนี้ครับ

browser_power_consumption_tests 600 02

ผลของการใช้งานจริงที่ทาง Microsoft รวบรวมจากสถิติของเครื่องระบบปฎิบัติการ Windows 10 คือ

  • Microsoft Edge ใช้พลังงานรวม 465.24 mW
  • Google Chrome ใช้พลังงานรวม 719.72 mW
  • Mozilla Firefox ใช้พลังงานรวม 493.5 mW

การใช้งานจริงนั้นจะแตกต่างจากการทดสอบในห้องปฎิบัติการของทาง Microsoft ครับ จะเห็นได้ว่าพลังงานที่แต่ละเบราว์เซอร์ใช้นั้นต่ำกว่าผลการทดสอบจากห้องปฎิบัติการเนื่องจากว่าในการใช้งานจริงผู้ใช้จะไม่ได้ทำการเปิดหน้าเว็บเพจหนักแบบที่ได้ทำการทดสอบในห้องปฎิบัติการ แต่กระนั้นแล้วผลที่ได้นั้นก็ยังคงสนับสนุนผลจากการทดสอบในห้องปฎิบัติการครับซึ่งนั่นก็คือ Edge ใช้พลังงานน้อยสุดตามมาด้วย Firefox และ Chrome ครับ(ส่วน Opera นั้นมีการใช้งานน้อยมากจนทาง Microsoft ไม่ได้นำมาแสดงผลให้ดูในกราฟด้วยครับ)

จากการทดสอบนั้นจะเห็นได้ครับว่า Edge นั้นสามารถที่จะใช้งานได้ยาวนานกว่า Chrome มากถึง 3 ชั่วโมงเลยทีเดียว ทั้งนี้ทาง Microsoft เองก็ได้บอกเอาไว้ว่าจริงๆ แล้วทาง Microsoft นั้นไม่ได้เป็นผู้ค้นพบเรื่องดังกล่าวนี้แต่อย่างใดทว่า Wall Street Journal นั้นเป็นผู้ที่ค้นพบครับว่า Edge สามารถยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานกว่า ทาง Microsoft เองก็เลยทำการทดสอบให้พวกเราได้เห็นครับว่าสิ่งที่ Wall Street Journal ค้นพบนั้นไม่ใช่เรื่องปั้นขึ้นมาแต่อย่างใด

ทั้งนี้ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้อย่างเราๆ ท่านๆ แล้วหล่ะครับว่าจะเลือกใช้เบราว์เซอร์ตัวไหน สำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ PC Desktop นั้นคงจะไม่มีปัญหาเท่าไรกับการเลือกใช้เบราว์เซอร์ตัวโปรด แต่กับผู้ใช้โน๊ตบุ๊คที่เรื่องอายุการใช้งานแบตเตอรี่ถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งนั้นอาจจะมีบางคนยอมเปลี่ยนใจมาลองใช้ Edge ดูบ้างก็ได้ ทั้งนี้ทาง Microsoft ได้ทิ้งท้ายเอาไว้ด้วยอีกครับว่าในอัพเดท Windows 10 Anniversary นั้นเบราว์เซอร์ Edge จะได้รับการอัพเดทประสิทธิภาพการใช้งานให้ดีขึ้นไปอีกด้วยครับ

หมายเหตุ – มีผลที่น่าสนใจจากทาง Wall Street Journal ครับว่าถ้าเป้นบนอุปกรณ์ระบบปฎิบัติการ iOS นั้นเบราวฒเซอร์ที่ดีที่สุดในการประหยัดแบตเตอรี่คือ Safari ของทาง Apple เอง แต่กลับกันแล้วถ้าเป็นอุปกรณ์ระบบปฎิบัติการ Android นั้นกลับพบว่า Chrome ของ Android จะประหยัดแบตเตอรี่ได้ดีกว่าระบบปฎิบัติการอื่นๆ หล่ะครับ

ที่มา : notebookcheckblogs.windows.com

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

Project Helix กำลังกลายเป็นชื่อที่เกมเมอร์พูดถึงกันอีกครั้งในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2026 หลัง Asha Sharma ซีอีโอฝ่ายเกมของ Microsoft ออกมายืนยันว่า นี่คือโค้ดเนมของ Xbox รุ่นถัดไป และเครื่องใหม่นี้จะถูกออกแบบให้เล่นได้ทั้งเกม Xbox และเกม PC แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวชื่อ คือ Project Helix ไม่ได้เป็นแนวคิดที่เพิ่งเกิดขึ้นในปีนี้ เพราะถ้าย้อนกลับไปดูข้อมูลเก่า จะพบว่า...

IT NEWS

ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2026 มีประเด็นหนึ่งที่ถูกพูดถึงมากในฝั่งเกมคอนโซล หลังมีการหยิบคำขอสิทธิบัตรของ Microsoft ขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง โดยใจความสำคัญคือแนวคิดของระบบ AI ที่จะเข้ามาช่วยผู้เล่นเวลาติดด่าน ติดบอส หรือผ่านฉากบางช่วงไม่ได้ จนต้องหยุดเล่นแล้วออกไปหาแนวทางจากข้างนอก ประเด็นนี้น่าสนใจตรงที่สิทธิบัตรดังกล่าวไม่ได้พูดถึงแค่การให้คำแนะนำบนหน้าจอแบบเดิม แต่เป็นการออกแบบระบบที่ให้ “ผู้ช่วย” เข้ามารับช่วงการควบคุมเกมได้ชั่วคราว ซึ่งผู้ช่วยคนนั้นอาจเป็นผู้เล่นจริงที่ได้รับอนุญาตไว้ก่อน หรืออาจเป็น AI ก็ได้ แนวคิดนี้จึงทำให้หลายคนมองว่า Microsoft กำลังลองคิดไกลกว่าระบบ hint...

IT NEWS

ในช่วงที่ผู้ใช้พีซีจำนวนมากยังปรับตัวกับข้อกำหนดของ Windows 11 ไม่ทัน ข่าวลือชุดใหม่เกี่ยวกับ Windows 12 ก็เริ่มกลับมาร้อนอีกครั้ง โดยรายงานล่าสุดจาก PCWorld ซึ่งถูกสื่ออื่นอย่าง Notebookcheck นำไปขยายต่อ ระบุว่า Windows 12 มีโอกาสเปิดตัวในช่วงปลายปี 2026 และจุดเปลี่ยนสำคัญอาจไม่ใช่แค่หน้าตาใหม่หรือฟีเจอร์เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่คือการผลัก AI ให้กลายเป็น “แกนหลัก” ของระบบมากกว่าที่เคยเห็นใน...

IT NEWS

ใครที่กำลังรอให้ Windows 11 เปิดใช้ Smart App Control ได้แบบไม่ต้องลงระบบใหม่ ตอนนี้คงต้องรอต่อไปอีกสักพัก เพราะ Microsoft ยืนยันแล้วว่าแนวทางดังกล่าวยังไม่ถูกปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วไปใช้งานจริงในตอนนี้ ประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องที่หลายคนสับสนพอสมควร เพราะก่อนหน้านี้ Microsoft เคยทดสอบการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ผู้ใช้สามารถเปิดหรือปิด Smart App Control ได้โดยไม่ต้องทำการติดตั้งระบบใหม่ หรือที่หลายคนเรียกกันว่า clean install แต่ล่าสุดรายละเอียดดังกล่าวถูกถอดออกจากเอกสารอัปเดตอย่างเป็นทางการแล้ว...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก