Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Discord เลื่อนแผน “การยืนยันอายุ” ทั่วโลกไปครึ่งหลังปี 2026 แทน หลังเจอกระแสต้านเรื่องความเป็นส่วนตัว

Discord

Discord ประกาศชะลอการขยายระบบ “การยืนยันอายุ” ทั่วโลก จากเดิมที่เคยสื่อสารว่าจะเริ่มช่วงต้นเดือนมีนาคม 2026 ไปเป็นครึ่งหลังปี 2026 หลังเกิดกระแสคัดค้านหนักเรื่องความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะความกังวลว่าผู้ใช้อาจต้องสแกนใบหน้า หรือส่งเอกสารราชการเพื่อยืนยันว่าเป็นผู้ใหญ่

ในมุมของ Discord เป้าหมายหลักคือทำให้แพลตฟอร์มปลอดภัยขึ้น ลดความเสี่ยงต่อวัยรุ่น และลดช่องทางที่ผู้ไม่หวังดีจะเข้าถึงผู้ใช้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ “พังเร็ว” ไม่ใช่เป้าหมาย แต่อยู่ที่ความไว้วางใจต่อกระบวนการยืนยันอายุและคู่ค้าที่เกี่ยวข้อง

Advertisement

ไทม์ไลน์สั้น ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น

ก่อนหน้าการชะลอ Discord เดินหน้าแนวทาง “ประสบการณ์เริ่มต้นแบบวัยรุ่น” (Teen-by-default) ที่ตั้งใจทำให้การตั้งค่าความปลอดภัยเริ่มต้นเข้มขึ้น และกำหนดขอบเขตการเข้าถึงคอนเทนต์อ่อนไหวให้เหมาะกับช่วงวัยมากขึ้น โดยระบุว่าจะเริ่มทยอยใช้ทั่วโลกช่วงต้นเดือนมีนาคม 2026

แต่พอภาพจำของผู้ใช้กลายเป็นว่า “ทุกคนจะโดนบังคับสแกนหน้า/ส่งบัตร” ก็เกิดแรงตีกลับทันที แม้ Discord จะย้ำว่าคนส่วนใหญ่ไม่น่าจะต้องทำอะไร เพราะระบบสามารถประเมินสถานะผู้ใหญ่จากสัญญาณของบัญชีได้อยู่แล้วในหลายกรณี

สุดท้าย Discord ยอมรับว่า “สื่อสารพลาด” และประกาศเลื่อนการ rollout การยืนยันอายุแบบทั่วโลกออกไปก่อน เพื่อกลับไปจัดโครงสร้างใหม่ทั้งเรื่องวิธีการ คู่ค้า และความโปร่งใส


ทำไมคนถึงต้านหนัก ทั้งที่แนวคิดปกป้องเด็กดูสมเหตุสมผล

ประเด็นหลัก ๆ ที่ทำให้ผู้ใช้ไม่สบายใจ มี 3 ชั้นซ้อนกัน

1) ข้อมูลอ่อนไหวระดับ biometrics และเอกสารราชการ
การยืนยันอายุด้วยการสแกนหน้า (facial age estimation) หรือการตรวจเอกสาร (ID check) ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าต้องแลก privacy ด้วยข้อมูลที่ถ้าหลุดแล้ว “แก้ไม่ได้” ต่างจากอีเมลหรือรหัสผ่านที่ยังเปลี่ยนได้

2) แผลเดิมเรื่องเหตุข้อมูลเอกสารยืนยันตัวตนเคยรั่วผ่าน vendor ภายนอก
ก่อนหน้าดราม่ารอบนี้ Discord เคยเปิดเผยเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการภายนอกด้าน Customer Support โดยเป็นกรณีที่ส่งผลต่อผู้ใช้บางส่วนที่เคยติดต่อทีมสนับสนุนหรือ Trust & Safety ซึ่งรวมถึงคนที่เคยส่งรูปเอกสารราชการประกอบเคสเกี่ยวกับอายุหรือการอุทธรณ์
พอมาเจอแผนยืนยันอายุแบบเข้มขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ความไว้ใจก็ยิ่งลดลง

3) ความกังวลเรื่องคู่ค้าและขอบเขตการตรวจสอบที่ “ดูเกินจำเป็น”
ชื่อของ Persona (คู่ค้าที่ถูกพูดถึงในช่วงทดสอบ) กลายเป็นชนวนสำคัญ เพราะมีรายงานและการตั้งคำถามในวงกว้างทั้งเรื่องความเชื่อมโยงเชิงผู้ลงทุน และข้อมูลเชิงเทคนิคที่นักวิจัยอ้างว่าพบในไฟล์/โค้ดที่เกี่ยวข้องกับระบบตรวจสอบของบริษัท ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่า “มันอาจไม่ได้ตรวจแค่อายุ”
แม้ Discord จะย้ำว่าเป็นการทดสอบแบบจำกัดวง และข้อมูลควรถูกลบตามนโยบาย แต่บรรยากาศของความระแวงก็เกิดขึ้นไปแล้ว


Discord เปลี่ยนอะไรบ้างก่อนจะกลับมา rollout อีกครั้ง

การชะลอครั้งนี้ไม่ใช่แค่เลื่อนวัน แต่ Discord บอกว่าจะ “ปรับโครงสร้าง” หลายเรื่องก่อนกลับมาใช้จริง โดยสาระสำคัญที่ประกาศไว้มีดังนี้

เลื่อน rollout ทั่วโลกไปครึ่งหลังปี 2026
แต่ในประเทศที่มีข้อกำหนดด้านกฎหมาย Discord ระบุว่าจะยังทำให้สอดคล้องตามที่จำเป็น

ยกระดับมาตรฐานคู่ค้า โดยกำหนดว่าการประเมินอายุจากใบหน้าต้องทำแบบ on-device
แนวทางนี้ตั้งใจลดความเสี่ยงด้านการส่งต่อข้อมูลชีวภาพออกไปนอกอุปกรณ์ เพื่อให้ผู้ใช้สบายใจขึ้นว่าข้อมูลใบหน้าจะไม่ต้อง “ออกจากมือถือ”

เพิ่มตัวเลือกการยืนยันอายุ ไม่ผูกกับวิธีสแกนหน้า/ส่งเอกสารอย่างเดียว
Discord ระบุว่าจะเพิ่มแนวทางอย่างการยืนยันผ่านบัตรเครดิต (credit card verification) สำหรับบางกรณี เพื่อให้มีทางเลือกที่ผู้ใช้รู้สึกว่า “รุกล้ำต่ำกว่า” หรืออย่างน้อยไม่ต้องอัปโหลดเอกสารราชการเสมอไป

สัญญาเรื่องความโปร่งใส
Discord บอกว่าจะเผยรายชื่อ vendor ให้ชัดเจนมากขึ้น และจะออกเอกสารอธิบายมาตรฐานคู่ค้า รวมถึงคำอธิบายเชิงเทคนิคว่าระบบประเมินกลุ่มอายุทำงานในกรอบไหน ใช้สัญญาณระดับบัญชีแบบใด และพยายามหลีกเลี่ยงการแตะเนื้อหาส่วนตัวอย่างไร

ย้ำว่า “คนส่วนใหญ่ไม่โดนกระทบ”
Discord ระบุว่าผู้ใช้เกิน 90% ไม่น่าต้องยืนยันอายุเพิ่ม เพราะระบบมักสรุปสถานะผู้ใหญ่ได้จากสัญญาณของบัญชี เช่น อายุบัญชี ประวัติการชำระเงิน หรือรูปแบบกิจกรรมในระดับบัญชี
ถ้าผู้ใช้ไม่ยืนยันอายุ ก็ยังใช้บัญชีได้ แต่จะถูกจำกัดการเข้าถึงส่วนที่จำกัดอายุ


Teen-by-default ยังเดินหน้าไหม และเกี่ยวกับการยืนยันอายุแค่ไหน

อีกจุดที่ทำให้คนสับสน คือ Teen-by-default กับ “การยืนยันอายุ” ถูกมองว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

สิ่งที่ Discord พยายามสื่อหลังเกิดดราม่า คือ

  • Teen-by-default คือการทำให้ค่าเริ่มต้นด้านความปลอดภัยเข้มขึ้น เพื่อให้เหมาะกับวัยรุ่นมากขึ้นในภาพรวม
  • ส่วน “การยืนยันอายุ” คือขั้นตอนที่อาจถูกเรียกใช้เมื่อผู้ใช้ต้องการเข้าถึงฟีเจอร์หรือคอนเทนต์ที่จำกัดอายุ หรือเมื่อระบบยังไม่มั่นใจสถานะอายุ

ในทางปฏิบัติ มันยังเกี่ยวกันอยู่ เพราะการตั้งค่าบางอย่างหรือการเข้าถึงบางพื้นที่อาจต้องอาศัยการยืนยันอายุ แต่ Discord เลือกชะลอการ rollout แบบ “ขยายทั่วโลก” ของส่วนที่เป็นการยืนยันอายุ เพื่อไปทำให้วิธีการและความโปร่งใสดีกว่าเดิมก่อน


ถ้าวันหนึ่ง Discord ขอให้ยืนยันอายุ ควรเช็กอะไร

ถ้าในครึ่งหลังของปี 2026 Discord กลับมา rollout อีกครั้งแบบจริงจัง สิ่งที่ควรทำไม่ใช่รีบกดยืนยัน แต่ให้เช็ก 4 อย่างนี้ก่อน

  • วิธีที่ถูกขอคือแบบไหน on-device facial age estimation หรือ ID check หรือ credit card verification
  • ระบุชื่อ vendor ชัดไหม และมีรายละเอียดเรื่องการเก็บรักษาข้อมูลให้ดูได้ทันทีหรือไม่
  • ข้อมูลถูกเก็บนานแค่ไหน ลบเมื่อไหร่ และลบอย่างไร
  • ถ้าไม่ยืนยัน จะถูกจำกัดอะไรบ้าง และยังใช้งานพื้นฐานได้แค่ไหน

เรื่องความปลอดภัยของวัยรุ่นเป็นประเด็นสำคัญ แต่ถ้ากระบวนการทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าเสี่ยงกับข้อมูลส่วนตัวเกินไป สุดท้ายแพลตฟอร์มจะเสียความไว้วางใจ และการบังคับใช้จะยิ่งยากขึ้น ซึ่งรอบนี้ Discord ก็เลือก “ถอย” เพื่อกลับไปจัดระบบใหม่ก่อน

ที่มา: Neowin

Click to comment

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

Micron ออกบล็อกในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ระบุชัดว่าเตรียมดันหน่วยความจำ GDDR7 รุ่นความหนาแน่น 24Gb และความเร็วสูงสุด 36Gbps (ต่อพิน) เพื่อรองรับ “การ์ดจอแบบแยก” (discrete GPU) เจเนอเรชันถัดไป รวมถึงงานสายเกมและงาน AI ที่ใช้ VRAM หนักขึ้นเรื่อย ๆ จุดสำคัญคือ 2 เรื่องใหญ่...

IT NEWS

กระแสของ NVIDIA กลับมาร้อนอีกครั้ง หลังมีรายงานใหม่ระบุว่าโน้ตบุ๊กที่ใช้ชิปตระกูล N1/N1X อาจเริ่มเปิดตัวในช่วง ครึ่งแรกปี 2026 และแบรนด์ที่ถูกพูดถึงโดยตรงคือ Dell และ Lenovo ซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดโน้ตบุ๊กระดับโลก ประเด็นนี้น่าสนใจมาก เพราะ N1/N1X เป็นข่าวลือมานาน และก่อนหน้านี้หลายคนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าโปรเจกต์ฝั่ง consumer จะเดินหน้าต่อจริงหรือไม่ แต่รอบนี้ข้อมูลจากฝั่ง supply chain และข่าวหลุดก่อนหน้าหลายชิ้นเริ่ม...

IT NEWS

ผู้ใช้ Android โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้เครื่องราคาประหยัด หรือแบรนด์ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ ควรระวังข่าวนี้เป็นพิเศษ เพราะ Kaspersky เปิดเผยการค้นพบมัลแวร์ตัวใหม่ชื่อ Keenadu ที่มีความอันตรายสูง และบางกรณีสามารถมาแบบ “ติดเครื่องตั้งแต่แกะกล่อง” ได้เลย ผ่านการฝังตัวในเฟิร์มแวร์ของอุปกรณ์ (pre-installed malware) ไม่ใช่แค่ติดจากการลงแอปเองภายหลังเท่านั้น จุดที่น่ากังวลคือ Keenadu ไม่ได้เป็นเพียง adware ธรรมดา แม้ปัจจุบัน Kaspersky...

IT NEWS

ASML กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญของวงการเซมิคอนดักเตอร์อีกครั้ง หลัง Reuters รายงานเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2026 ว่า ASML สามารถพัฒนาแนวทางเพิ่มกำลังของแหล่งกำเนิดแสง EUV จากระดับประมาณ 600 วัตต์ ไปสู่ 1,000 วัตต์ (1 กิโลวัตต์) ได้ ภายใต้เงื่อนไขการทำงานที่ใช้งานจริงระดับลูกค้าโรงงานผลิตชิป ไม่ใช่แค่การสาธิตระยะสั้นในแล็บเท่านั้น ประเด็นนี้สำคัญมาก...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก