
ความสัมพันธ์ระหว่าง Apple กับ TSMC ถูกมองว่าเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์มาโดยตลอด โดยเฉพาะในยุคที่ iPhone ยังเป็นสินค้าหลักที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับโรงงานผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่ล่าสุดมีข่าวลือจากแหล่งข่าวในจีนระบุว่า สถานะพิเศษของ Apple อาจกำลังสั่นคลอน เมื่อ TSMC เตรียมเปลี่ยนนโยบายการจัดส่งชิปขั้นสูง และอาจไม่ให้สิทธิ์ “priority shipment” กับ Apple อีกต่อไป
สาเหตุสำคัญมาจากโครงสร้างรายได้ของ TSMC ที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากยุคสมาร์ตโฟนครองตลาด สู่ยุค AI ที่ต้องการชิปประมวลผลระดับสูงในปริมาณมหาศาล โดย NVIDIA กลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของ TSMC แซงหน้า Apple เป็นที่เรียบร้อย
Apple ยังได้กำลังผลิต 2nm แต่ไม่ใช่ลูกค้าเบอร์หนึ่งอีกต่อไป
รายงานระบุว่า Apple ยังคงจองกำลังผลิต 2nm ของ TSMC มากกว่าครึ่งหนึ่งในล็อตแรก เพื่อนำไปใช้กับชิป A20 และ A20 Pro สำหรับ iPhone 18 ซีรีส์ ที่คาดว่าจะเปิดตัวในปลายปี 2026 ถึงต้นปี 2027
อย่างไรก็ตาม แม้จะได้กำลังผลิตระดับสูงสุดของโรงงาน แต่ Apple ไม่ได้เป็นลูกค้าที่สร้างรายได้สูงสุดให้ TSMC อีกต่อไปแล้ว
ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า
- ปี 2024 Apple คิดเป็นประมาณ 24% ของรายได้รวม TSMC
- ปี 2025 NVIDIA แซงขึ้นเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุด จากความต้องการชิป AI และ data center ที่พุ่งแบบก้าวกระโดด
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ TSMC ต้องปรับลำดับความสำคัญของลูกค้าใหม่ทั้งหมด

ข่าวลือซีอีโอ TSMC เยือน Apple พร้อมดีลขึ้นราคาครั้งใหญ่
แหล่งข่าวจาก Weibo รายงานว่า C.C. Wei ซีอีโอของ TSMC ได้เดินทางไปยังสำนักงานใหญ่ Apple เพื่อเจรจาเกี่ยวกับการปรับราคาผลิตชิปครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี

เนื่องจาก TSMC กำลังเผชิญกับปัญหา
- กำลังผลิต 2nm ตึงตัวอย่างหนัก
- ความต้องการจากลูกค้ากลุ่ม AI เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
- ต้นทุนโรงงานและเครื่องจักร EUV รุ่นใหม่พุ่งสูง
ส่งผลให้ TSMC ต้องขึ้นราคาชิปขั้นสูงต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน เริ่มตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป
มีการประเมินว่าชิป A20 ของ Apple อาจมีต้นทุนสูงถึง 280 ดอลลาร์สหรัฐต่อชิ้น หรือประมาณ 9,800 บาท ต่อหน่วย (อิงอัตราแลกเปลี่ยนราว 35 บาทต่อดอลลาร์) ซึ่งถือว่าสูงกว่าชิปมือถือในยุคก่อนหน้าอย่างชัดเจน
2nm กลายเป็นสมรภูมิใหม่ ไม่ได้มีแค่ Apple ที่ต้องการ
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ TSMC ต้องปรับนโยบาย คือความต้องการใช้งานกระบวนการผลิต 2nm ที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด
รายงานระบุว่า
- จำนวนการออกแบบชิป (tape-out) บน 2nm มีมากกว่า 3nm ถึง 1.5 เท่า
- ลูกค้าไม่ได้มีแค่ Apple, Qualcomm และ MediaTek เท่านั้น
- กลุ่ม AI, data center และ accelerator กลายเป็นตลาดหลักของ TSMC
เมื่อ AI กลายเป็นเครื่องจักรสร้างรายได้ตัวใหม่ของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ TSMC จึงต้องบริหารกำลังผลิตให้สอดคล้องกับทิศทางรายได้ในระยะยาว
NVIDIA ขึ้นแท่นลูกค้ารายใหญ่สุด ครองสัดส่วนรายได้สูงสุด
ข้อมูลจากแหล่งข่าวเดียวกันระบุว่า ปัจจุบัน NVIDIA สร้างรายได้ให้ TSMC คิดเป็นราว 13% ของรายได้รวมทั้งหมด ซึ่งเพียงพอจะทำให้ขึ้นเป็นลูกค้าอันดับหนึ่งอย่างเป็นทางการ
ชิปตระกูล
- H100 / H200
- Blackwell
- ชิป AI สำหรับ data center และ cloud
ล้วนต้องใช้กระบวนการผลิตขั้นสูงระดับ 5nm, 3nm และกำลังไหลเข้าสู่ 2nm ในอนาคตอันใกล้
ในขณะที่ตลาดสมาร์ตโฟนเริ่มเข้าสู่ช่วงอิ่มตัว ทำให้รายได้จากชิปมือถือไม่เติบโตแรงเหมือนในอดีตอีกแล้ว
Apple อาจยังสำคัญ แต่ไม่ใช่ศูนย์กลางอีกต่อไป
แม้ Apple จะยังเป็นลูกค้ารายใหญ่ และเป็นพันธมิตรเชิงเทคโนโลยีที่สำคัญของ TSMC แต่บทบาทของ Apple ในเชิงรายได้กำลังลดสัดส่วนลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในโลกที่ AI กลายเป็นอุตสาหกรรมหลัก TSMC จำเป็นต้องเททรัพยากรไปยังลูกค้าที่สร้างรายได้ระยะยาวมากที่สุด ซึ่งก็คือกลุ่ม data center และ AI accelerator
นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมข่าวลือเรื่องการถอดสถานะ TSMC Apple Priority จึงเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในปีนี้
บทสรุป
หากข่าวลือนี้เป็นความจริง Apple อาจต้องเผชิญต้นทุนชิปที่สูงขึ้น และการแข่งขันแย่งกำลังผลิตกับลูกค้า AI โดยตรงในยุค 2nm อย่างเต็มตัว
แม้ iPhone จะยังเป็นสินค้าระดับเรือธงของโลก แต่ในสมรภูมิโรงงานผลิตชิป Apple ไม่ใช่ราชาแต่เพียงผู้เดียวอีกต่อไปแล้ว
ที่มา: wccftech





