
ย้อนกลับไปช่วงต้นทศวรรษ 2000 ถ้าคุณติดตามข่าวเกม อาจจะเคยได้ยินข่าวลือทางเทคนิคหนึ่งที่แพร่ไปทั่ววงการว่า ซัดดัม ฮุสเซน พยายามสั่งซื้อ PlayStation 2 จำนวนหลายพันเครื่องเพื่อนำมาต่อเข้าด้วยกันเป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์สำหรับควบคุมจรวด โดยอาศัยความสามารถของชิป Emotion Engine ภายในเครื่อง
เรื่องนี้ต่อมาถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็น ข่าวลือ (urban legend) แต่ก็มีส่วนที่ไม่ “เพ้อฝันเกินไป” จริงจังจนถึงขั้นที่รัฐบาลญี่ปุ่นในยุคนั้นกังวลว่าเครื่องเกมของ Sony จะถูกนำไปใช้ในงานทหารได้จริง
เหตุการณ์ตอนพัฒนา Final Fantasy IX
จากบทสัมภาษณ์ที่จัดทำโดย Famitsu เพื่อฉลอง 25 ปีของ Final Fantasy IX ซึ่งถูกนำมาเผยแพร่ผ่าน GamesRadar+ เมื่อเร็ว ๆ นี้ คาซุฮิโกะ อาโอกิ (Kazuhiko Aoki) หนึ่งในหัวหน้าทีมพัฒนา Final Fantasy IX ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ทีมพัฒนาทำงานที่สตูดิโอของ Square Enix ในฮาวาย
“ตอนท้ายของการทำงานในฮาวาย ผมได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบว่า Final Fantasy IX จะรันบน PS2 ได้หรือไม่โดยส่งอุปกรณ์ทดสอบเครื่อง PS2 มาทดลอง แต่ตอนนั้น CPU ของ PS2 มีความแรงมากจนมีความเป็นไปได้ว่ามันจะถูกนำไปใช้ด้านทหาร จึงมีการจำกัดการส่งออก” — อาโอกิ กล่าว
ประโยคนี้สะท้อนให้เห็นว่าความสามารถของเครื่อง PlayStation 2 ในยุคนั้น ไม่ได้ถูกมองแค่เป็นเกมคอนโซลธรรมดาเท่านั้น แต่ถึงขั้นที่ภาครัฐกังวลว่ามันอาจถูกใช้งานอื่น ๆ ที่เกินขอบเขตของเกม
ทำไม PS2 ถึงถูกมองว่ามีพลังสูงผิดปกติ
แม้ว่า ซัดดัม ฮุสเซน หรือใครก็ตามจะไม่เคยนำ PS2 ไปใช้ควบคุมจรวดจริง แต่เหตุผลที่ข่าวลือนี้ฟังดู “ไม่น่าจะเป็นไปไม่ได้เลย” ก็มาจากสเปกของเครื่อง:
- PS2 ใช้ชิป Emotion Engine ที่มีสถาปัตยกรรม 128-bit และสนับสนุนคำสั่ง SIMD (Single Instruction, Multiple Data)
- สามารถทำงานได้ถึง 6.2 กิกะฟลอปส์ (6.2 GFLOPS) ซึ่งสูงกว่า พีซีที่ใช้ Intel Pentium III ซึ่งราว ๆ 1.0 GFLOPS ในงานคำนวณแบบเดียวกัน
- เครื่องยังมีหน่วยประมวลผลคู่ Vector Processing Units (VPU) ที่เหมาะกับงานคำนวณขนาน เช่น การคำนวณเส้นทาง (trajectory) หรือฟิสิกส์เชิงซ้อน
ความสามารถด้านคำนวณเหล่านี้ ทำให้ PS2 ในยุคนั้นเทียบได้กับพลังคอมพิวเตอร์ระดับสูงกว่าเครื่องพีซีทั่วไป และบางหน่วยงานก็เกรงว่าหากมีการส่งออกไปจำนวนมาก อาจจะถูกนำไปใช้ในงานที่ไม่ใช่เกม
ราคาที่เข้าถึงได้ง่าย
อีกสิ่งที่ทำให้ PS2 ถูกมองว่าน่าดึงดูดสำหรับการใช้งานที่ไม่ใช่เกมคือ อัตราส่วนราคา-ต่อ-ประสิทธิภาพ ที่สูงมาก
ในปี 2000 Sony ขาย PlayStation 2 ที่ราคา 299 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งหากแปลงเป็นเงินไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนทั่วไปของช่วงเวลานั้น (ประมาณ 35 บาทต่อดอลลาร์) จะเท่ากับราว ๆ 10,000 บาท ++ ซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับพลังคำนวณที่ได้
การที่ Sony ตั้งราคาขาย PS2 ต่ำกว่าต้นทุนจริง โดยตั้งใจจะคืนทุนจากการขายซอฟต์แวร์เกม ทำให้เกิด “ช่องว่าง” ที่บางคนมองว่ามันเป็นเครื่องมือคำนวณราคาไม่แพงสำหรับงานเฉพาะทางอื่น
เมื่อข่าวลือกลายเป็นเรื่องจริงในกรณีอื่น
แม้ว่าในกรณีของ ซัดดัม หรือการคำนวณจรวดจะไม่เคยเกิดขึ้นจริง แต่แนวคิดการใช้คอนโซลเกมมาประมวลผลแบบกระจายหรือแบบคลัสเตอร์ก็เกิดขึ้นจริงในเวลาต่อมา
ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ Condor Cluster ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 2010 โดยใช้ PlayStation 3 จำนวน 1,760 เครื่อง เพื่อทำงานด้านประมวลผลแบบหนักหน่วง ซึ่งเป็นการยืนยันว่าพลังจากคอนโซลเกมสามารถนำไปใช้ในงานคำนวณระดับสูงได้จริง

เครดิตภาพ: phys.org
สรุป
ข่าวลือเรื่องที่ซัดดัม ฮุสเซนอยากใช้ PlayStation 2 ต่อเป็นซูเปอร์คอมพิวเตอร์สำหรับยิงจรวดอาจเป็นแค่เรื่องเล่าปากต่อปาก แต่ สเปกของ PS2 ในยุคนั้นมีความแรงเกินกว่าที่คาดไว้จริง และทำให้รัฐบาลบางประเทศมีความกังวลเกี่ยวกับการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
ในอีกด้านหนึ่ง แนวคิดการใช้เครื่องคอนโซลเกมเพื่อประมวลผลหนัก ๆ ก็ได้กลายเป็นเรื่องจริงในยุคหลังจากนั้น ตัวอย่างที่เด่นชัดคือการใช้งาน PlayStation 3 เป็นส่วนหนึ่งของคลัสเตอร์คอมพิวเตอร์สำหรับวิจัยและงานทหาร
ที่มา: wccftech





