
เครื่องเกมพกพาถ้าอิงกับฝั่งเกมคอนโซลก็ไม่ได้เป็นของแปลกใหม่นัก แต่ถ้าเป็นฝั่งพีซีนับเป็นก้าวย่างใหม่เพราะในอดีตจีพียูในซีพียู (iGPU – Integrated Graphics Processing Unit) มีสมรรถนะไม่สูงพอจะเล่นเกมได้ไหลลื่น จนกระทั่ง AMD พัฒนาซีพียูตระกูล Ryzen กับจีพียู Radeon ได้ดีมีประสิทธิภาพสูงพอเล่นเกมได้ลื่นไหล ประกอบกับการเปิดตัว Steam Deck ให้เกมเมอร์เล่นเกมของตัวเองในแพลตฟอร์ม Steam ได้ทุกที่ทุกเวลา ก็ทำให้ผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คชั้นนำเจ้าต่างๆ พากันพัฒนาและเปิดตัวเครื่องเกมพกพา (Gaming Handheld) กันอย่างจริงจัง ยิ่งถ้าเป็นแบรนด์ชั้นนำ ณ ตอนนี้ก็มีตัวเลือกให้มากมาย ไม่ว่าจะชิปเซ็ต AMD Ryzen Z Series หรือเป็น Intel Core Ultra 200V ก็ว่าไปตามชอบ
แต่พอเรียกว่าเป็นเครื่องเกมแล้วก็น่าจะติดภาพว่ามันคงจะทำได้เพียงแค่เปิดเล่นเกมแล้วจบ แค่พกออกไปใช้นอกบ้านได้เท่านั้น ตามความจริงแล้วอยากให้คิดภาพตามว่ามันคือ Mini PC แบบติดจอย Xbox กับหน้าจอแสดงผลค่า Refresh Rate สูงมาให้พร้อมระบบปฏิบัติการ Windows 11 Home ในตัว ดังนั้นถ้าต่อกับหน้าจอ USB-C มีเมาส์และคีย์บอร์ดอีกชุด มันก็กลายเป็นคอมทำงานได้เลย ซึ่งถ้าใครทำงานสายเอกสารธุรการเป็นหลัก ไม่ได้เดินทางไปไหนบ่อยๆ จะซื้อเจ้าเครื่องนี้ไปใช้ทำงานก็เหมาะ แถมตอนเดินทางกลับบ้านก็หยิบมันออกมาเล่นเกมฆ่าเวลาได้
กลับกันถ้าต้องเดินทางไปนอกสถานที่เมื่อไหร่มันจะไม่เหมาะเลย เพราะกว่าจะเซ็ตเครื่องให้พร้อมใช้ก็เสียเวลาและต้องวางบนโต๊ะถึงจะใช้งานได้ดีไม่พอ ยังต้องหิ้วอุปกรณ์เสริมติดไปด้วย จึงไม่สะดวกเท่าโน๊ตบุ๊คอย่างแน่นอน
เครื่องเกมพกพาตั้งค่าอย่างไรให้เล่นเกมได้ไหลลื่น? แล้วน่าใช้อย่างไร?
- ชิปเซ็ต AMD Ryzen สำหรับ Gaming Handheld เป็นตระกูล Z Series ซึ่งดีไซน์มาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ เน้นให้จีพียูมีประสิทธิภาพสูงเล่นเกมได้ดี
- นอกจากเล่นเกมคอมได้แล้ว ยังใช้เครื่องเกมพกพาเป็น Mini PC ทำงานได้ด้วย เพราะระบบปฏิบัติการพื้นฐานเป็น Windows 11 จึงใช้แทนคอมตั้งโต๊ะได้
- ส่วนใหญ่เครื่องเกมพกพาจะติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ปลดล็อคเครื่องได้รวดเร็วปลอดภัย
- แบตเตอรี่ของ Gaming Handheld ในปัจจุบันจะมีความจุ 80Whr ทำให้เล่นเกมได้นานราว 2 ชม.
- วิธีการตั้งค่ากราฟิคในเกมให้เล่นได้ลื่นไหล ควรเปิดเล่นบนหน้าจอความละเอียด 1080p Medium และเปิด AMD FSR เลือกเป็นแบบ Quality จะได้เฟรมเรทเพิ่มขึ้นและภาพยังคมชัดสวยงามอยู่
- NVIDIA DLSS, AMD FSR, Intel XeSS เรียกโดยรวมว่าการทำ Upscalling สรุปโดยง่าย คือ เทคนิคการสั่งเรนเดอร์กราฟิคของเกมที่ความละเอียดต่ำกว่าความละเอียดตั้งต้นบนหน้าจอและใช้อัลกอริธึ่มหรือ AI เพิ่มปริมาณเม็ดพิกเซลเพื่อความคมชัด
- วิธีการเลือก Upscalling ฉบับเข้าใจง่าย คือ Quality เน้นภาพสวยคมชัดมากกว่าเฟรมเรท, Balanced เอาความคมชัดและเฟรมเรทเสมอกัน และ Performance เน้นความลื่นไหลมากกว่าสวยงาม

6 เครื่องเกมพกพาน่าโดน พกไว้เล่นเกมได้ทุกที่ ต่อจอกลายเป็นคอมได้!
- ASUS ROG Ally (15,990 บาท)
- Nintendo Switch 2 (17,800 บาท)
- Lenovo Legion Go S (18,990 บาท)
- ASUS ROG Ally X (29,990 บาท)
- MSI Claw A8 (29,990 บาท)
- MSI Claw 8 AI+ (32,990 บาท)
1. ASUS ROG Ally (15,990 บาท)

| CPU & GPU | AMD Ryzen Z1 Extreme แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3-5.1GHz AMD Radeon Graphics แบบ 12 คอร์ |
| Storage & Memory & Software | M.2 NVMe SSD 512GB (M.2 2230) 16GB LPDDR5 บัส 6400MHz Windows 11 Home |
| Display | Gorilla Glass Victus ทัชสกรีน 7″ Full HD (1920*1080) IPS Refresh Rate 120Hz 100% sRGB AMD FreeSync Premium |
| Connectivity | USB-C 3.2 Full Function รวมกับ ROG XG Mobile interface*1 MicroSD Card reader*1 Audio combo*1 Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax Bluetooth 5.2 |
| Battery & Weight | 40Whr (4-cell Li-ion) 608 กรัม |
| Price | 15,990 บาท (Advice) |
ถ้าพูดถึงเครื่องเกมพกพาระบบปฏิบัติการ Windows 11 ตัวแรกอย่าง ASUS ROG Ally ในตอนนี้ก็ยังมีให้ซื้อไปเล่นเกมได้ แต่เพราะเป็นรุ่นแรกจึงมีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่มีความจุเพียง 40Whr จึงเล่นเกมได้นานไม่เกิน 1 ชม. และช่อง MicroSD card อยู่ใกล้กับชุดระบายความร้อนจึงเสื่อมสภาพเสียหายเร็ว
กลับกันข้อดีก็มีพอตัวไม่ว่าจะราคาถูกสุดในกลุ่มและได้ชิป AMD Ryzen Z1 Extreme ใช้ AMD FSR, RSR ช่วยเร่งเฟรมเรทให้เล่นเกมได้ลื่นไหล แถมหน้าจอก็รองรับ AMD FreeSync Premium ช่วยลดอาการภาพฉีกขาด ไม่พอยังสามารถจำกัดปริมาณ RAM ตัวเครื่องให้จีพียูเข้ามาจองใช้งานได้ตามสะดวก นอกจากนี้ใครไม่เคยใช้บริการ Xbox Game Passs ก็เคลมสิทธิ์ใช้บริการฟรีได้นาน 3 เดือน โหลดเกมมาเล่นได้แบบบุฟเฟ่ต์แล้วลบทิ้งเวลาเล่นแล้วไม่ถูกใจได้ด้วย เหมาะกับเกมเมอร์งบจำกัดแต่อยากเล่นเกมได้ทุกเมื่อมากๆ
ข้อดี
- เป็นเครื่องเกมพกพาราคาถูกสุด ณ ตอนนี้ เพียง 15,990 บาท ก็ซื้อไปเล่นเกมได้แล้ว
- มีฟีเจอร์จำกัดปริมาณ RAM ในระบบให้จีพียูจองใช้งานได้ตามต้องการ
- หน้าจอเป็นทัชสกรีนขอบเขตสี 100% sRGB รองรับ FreeSync Premium
- ใช้ AMD Radeon Super Resolution (AMD RSR) เร่งเฟรมเรทคู่กับ AMD FSR ได้
- สามารถเคลมรับสิทธิ์ใช้บริการ Xbox Game Pass ได้ฟรี 3 เดือน
- ติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ปลดล็อคเครื่องได้ง่ายและปลอดภัย
- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้รวดเร็วและเสถียรผ่านทาง Wi-Fi 6E
ข้อสังเกต
- แบตเตอรี่มีความจุ 40Whr เท่านั้น เล่นเกมได้ไม่นานมากราว 1 ชม.
- มีปัญหาเรื่องการดีไซน์ให้ MicroSD card อยู่ใกล้ชุดระบายความร้อนเกินไป
2. Nintendo Switch 2 (17,800 บาท)

| CPU & GPU | รุ่นปรับแต่งพิเศษจาก NVIDIA |
| Storage & Memory & Software | UFS storage 256GB รองรับ MicroSD Express 2TB Nintendo Switch System software |
| Display | ทัชสกรีน 7.9″ Full HD (1920*1080) LCD Refresh Rate 120Hz HDR10 VRR |
| Connectivity | USB-C*2 Audio combo*1 Wi-Fi 6 Bluetooth 5.0 Switch 2 Dock USB 2.0*2 AC adapter HDMI*1 LAN*1 |
| Battery & Weight | Li-ion ความจุ 5220mAh 535 กรัม (รวม Joy-con) |
| Price | 17,800 บาท (Nintendo Official Shopee Mall) |
ยังไงเครื่องเกมคอนโซลพกพาได้อย่าง Nintendo Switch 2 ก็เหมาะกับการเล่นเกม เพราะถูกสร้างมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะเพียงกดก็เล่นได้ทันทีแถมไม่มีปัญหาเกมค้างหรือหลุดกะทันหัน แถมและเกมในแพลตฟอร์มของ Nintendo ก็เล่นได้ทุกเพศทุกวัย จะสนุกคนเดียวหรือต่อ Dock ขึ้นจอทีวีแล้วเล่นกับเพื่อนก็เหมาะ ข้อดีของรุ่น 2 คือ หน่วยความจำในเครื่องเพิ่มจาก 32GB เป็น 256GB แล้ว จึงติดตั้งเกมไว้เล่นได้เพียบ แถมยังเอาเกมเก่าจากเครื่องรุ่นก่อนมาเล่นได้ด้วย
อย่างไรก็ตามทาง Nintendo แจ้งเอาไว้ว่าบางเกมอาจเปิดเล่นไม่ได้ซึ่งคาดว่าเป็นเกมแนวออกกำลังกายอย่าง Ring Fit เพราะอุปกรณ์เสริมอย่างวงแหวนและสายรัดขาใช้วิธีสไลด์เข้าราง ไม่ได้เป็นแม่เหล็กดูดติดแบบรุ่นก่อนหน้า และ ณ วันที่เขียนบทความนี้ (22/8/2025) ร้านค้าเกมออนไลน์อย่าง Nintendo eShop ก็ยังไม่เปิดบริการสโตร์ไทย จึงต้องรอไปอีกสักพักถึงจะได้ซื้อเกมมาเล่นด้วยเงินสกุลบาท
ข้อดี
- ชิปเซ็ตได้รับการปรับแต่งจาก NVIDIA เพื่อใช้เล่นเกมโดยเฉพาะ เล่นเกมได้ดี
- มีหน่วยความจำในเครื่องจาก 32GB เป็น 256GB ติดตั้งเกมไว้เล่นได้เยอะมาก
- Joy-con สามารถถอดแยกจากเครื่องเพื่อเล่นเกมกับเพื่อนได้อย่างสนุกสนาน
- นำเกมจาก Nintendo Switch รุ่นแรกมาเล่นได้ทันที ไม่ต้องซื้อเกมใหม่
- สามารถวางบนแท่น Dock เพื่อเล่นเกมบนจอทีวีพร้อมเพื่อนได้
- มี USB-C ติดตั้งมา 2 ช่อง ให้ต่อชาร์จพร้อมกับอุปกรณ์เสริมได้พร้อมกัน
- หน้าจอทัชสกรีนมีขนาดใหญ่ 7.9 นิ้ว พร้อม Refresh Rate 120Hz เล่นเกมแล้วภาพไหลลื่น
ข้อสังเกต
- ใช้เป็นเครื่องเกมคอนโซลและเล่นเกมของ Nintendo เท่านั้น ใช้งานแบบพีซีไม่ได้
- ณ วันนี้ (22/8/2025) Nintendo eShop สโตร์ไทยยังไม่ได้เปิดให้บริการ
- มีบางเกมจาก Nintendo Switch รุ่นแรกยังนำมาเล่นกับ Switch 2 ไม่ได้
3. Lenovo Legion Go S (18,990 บาท)

| CPU & GPU | AMD Ryzen Z2 Go แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 3-4.3GHz AMD Radeon Graphics แบบ 12 คอร์ |
| Storage & Memory & Software | M.2 NVMe SSD 512GB 16GB LPDDR5x บัส 6400 MHz Windows 11 Home |
| Display | Touchscreen, Anti-fingerprint 8″ FHD+ (1920*1200) IPS Refresh Rate 120Hz (48~120 Hz VRR) 100% sRGB |
| Connectivity | USB-C 4.0 Full Function*2 MicroSD Card Reader*1 Audio combo*1 Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax Bluetooth 5.3 |
| Battery & Weight | Li-Polymer 55.5Whr 740 กรัม |
| Price | 18,990 บาท (BaNANA) |
Lenovo Legion Go S เป็นเครื่องเกมพกพาเพื่อคนมีงบประมาณจำกัดแล้วอยากได้เครื่องเกมเอาไว้เล่นฆ่าเวลาตอนเดินทางไปไหนมาไหน ได้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่อย่าง Ryzen Z2 Go กับสเปคระดับพอเล่นเกมชั้นนำฆ่าเวลาได้และมีลูกเล่นเสริมเข้ามาพอควร ไม่ว่าจะ Range switch ไว้ล็อคก้านอนาล็อคเพื่อปรับระยะการกดให้สั้นลง, แป้นทัชแพดใต้ก้านอนาล็อคขวาไว้คุมเครื่องได้ง่ายขึ้น ถ้าต่อ USB-C Hub ก็เปลี่ยนมันเป็นคอมทำงานได้ด้วย
อย่างไรก็ตามชิปเซ็ต AMD Ryzen Z2 Go เป็นรุ่นเริ่มต้นของ Z2 Series คอร์เธรดไม่เยอะและสถาปัตยกรรม Zen 3+ เทียบแล้วเท่ากับ AMD Ryzen 6000 Series แม้จะเปิดเล่นเกมได้แต่ก็ต้องพึ่ง AMD FSR Upscalling ถึงจะเล่นเกมชั้นนำได้ และการแกะเครื่องเกมพกพาเพื่อเปลี่ยน SSD ก็ยาก เพราะตัวเครื่องมีฝาประกบอยู่พอสมควร ดังนั้นถ้าจะเปิดฝาอัปเกรดแนะนำให้อ่านในรีวิวฉบับเต็มประกอบจะได้ไม่เกิดความเสียหาย
ข้อดี
- หน้าจอทัชสกรีนมีขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB แสดงสีสันได้สวยงาม
- ติดตั้ง USB-C 4.0 Full Function มา 2 ช่อง ต่ออุปกรณ์เสริมได้หลากหลาย
- มีสลัก Range switch ให้ล็อค LT+RT Trigger ให้ระยะกดสั้นลงได้
- ก้านอนาล็อคเป็น Hall Effect แข็งแรงทนทานกว่าเครื่องเกมพกพารุ่นอื่น
- ติดตั้งกรอบทัชแพดมาให้ควบคุมตัวเครื่องได้สะดวกยิ่งขึ้น
- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้รวดเร็วและเสถียรผ่านทาง Wi-Fi 6E
- ชุดระบายความร้อน Legion ColdFront ระบายความร้อนได้ดีมาก
ข้อสังเกต
- ชิปเซ็ต Ryzen Z2 Go สามารถเล่นเกมได้ แต่ต้องเปิด FSR Upscalling เสมอ
- เปิดฝาอัปเกรดได้ยากมากและมีโอกาสเสียหายได้ง่าย ถ้าต้องการเพิ่ม SSD ต้องระวัง
4. ASUS ROG Ally X (29,990 บาท)

| CPU & GPU | AMD Ryzen Z1 Extreme แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3~5.1GHz AMD Radeon Graphics แบบ 12 คอร์ |
| Storage & Memory & Software | M.2 NVMe SSD 1TB 24GB DDR5 บัส 7500MHz Windows 11 Home |
| Display | ทัชสกรีน 7″ Full HD (1920*1080) IPS Refresh Rate 120Hz AMD FreeSync Premium 100% sRGB |
| Connectivity | USB 4.0 Type-C Full Function*1 USB-C 3.2 Full Function*1 MicroSD Card Reader*1 Audio combo*1 Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax Bluetooth 5.2 |
| Battery & Weight | 80WHrs, 4-cell Li-ion 678 กรัม |
| Price | 29,990 บาท (ROG Online Store) |
หลายคนอาจเข้าใจว่า ASUS ROG Ally X เป็น ROG Ally รุ่นที่ 2 แต่ถ้าพูดให้ถูก ต้องเรียกว่าเป็นเวอร์ชั่นปรับปรุงไมเนอร์เชนจ์มากกว่า เพราะตัวชิปเซ็ตยังเป็น Ryzen Z1 Extreme เช่นเดิม เพิ่ม RAM เป็น 24GB DDR5 และถอด ROG XG Mobile ทิ้งไป ให้เป็น USB-C 4.0 Full Function คู่แล้วเพิ่มแบตเตอรี่เป็นเท่าตัวแทนแถมปรับแต่งก้านทริกเกอร์ให้ดีขึ้นด้วย จัดการแก้ปัญหาอุดช่องโหว่จากรุ่นก่อนไปได้มากจนน่าใช้มาก จะเน้นเล่นเกมตามงานหลักของมันหรือจะต่อ USB-C Hub เป็นคอมตั้งโต๊ะก็เหมาะ เพราะซีพียูมีสมรรถนะเท่ากับ Ryzen 8040 Series จึงทำงานธุรการและงานกราฟิคทั่วไปได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ROG Ally X ถูกปรับแต่งให้เป็น USB-C 4.0 คู่แทน ไม่มีพอร์ตไว้ต่อกับ ROG XG Mobile จึงต้องเอาไปใช้กับคอม ASUS เครื่องอื่น และเวลาแกะเปลี่ยน SSD ควรระวังสายแพปุ่มมาโครด้านหลังเครื่องด้วย ถ้างัดกรอบฝาหลังแล้วให้แบเครื่องออกไม่ดึงแยกกันทันที สายจะได้ไม่ขาดหรือหักใน หากใครสนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่
ข้อดี
- ชิปเซ็ต AMD Ryzen Z1 Extreme ใช้เล่นเกมชั้นนำได้ไหลลื่นต่อเนื่อง
- มี RAM 24GB DDR5 ติดตั้งมาให้ใช้ สามารถจัดสรร RAM 8GB ให้จีพียูใช้ได้
- แบตเตอรี่มีความจุเพิ่มเป็น 80Whr ใช้เล่นเกมได้นานขึ้น สูงสุดร่วม 2 ชม.
- หน้าจอมีค่า Refresh Rate 120Hz รองรับ FreeSync Premium และขอบเขตสี 100% sRGB
- ติดตั้งชิปรักษาความปลอดภัย Microsoft Pluton, AMD PSP 11.0 และ TPM 2.0 มาให้
- มีพอร์ต USB-C 4.0 Full Function ติดตั้งมา 2 ช่อง ต่ออุปกรณ์เสริมได้หลากหลาย
- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้รวดเร็วและเสถียรผ่านทาง Wi-Fi 6E
- M.2 NVMe SSD เปลี่ยนจาก M.2 2230 เป็นขนาดทั่วไปอย่าง M.2 2280 แล้ว
ข้อสังเกต
- ตัดพอร์ต ROG XG Mobile ออกไปแล้ว ไม่สามารถนำมาใช้ร่วมกันได้
- เวลาเปิดฝาอัปเกรดให้ระวังสายแพของปุ่มมาโคร M1, M2 เสมอ
5. MSI Claw A8 (29,990 บาท)

| CPU & GPU | AMD Ryzen Z2 Extreme แบบ 8 คอร์ 16 เธรด (Zen 5*3 / Zen 5c*5) ความเร็วสูงสุด 5 GHz AMD Radeon 890M แบบ 16 คอร์ |
| Storage & Memory & Software | M.2 NVMe SSD 1TB 24GB LPDDR5X บัส 8000 MHz Windows 11 Home |
| Display | ทัชสกรีน 8″ Full HD+ (1920*1200) IPS อัตราส่วนหน้าจอ 16:10 Refresh Rate 120Hz, VRR 100% sRGB |
| Connectivity | USB-C 4.0 Full Function*2 MicroSD Card Reader 4.0*1 Audio combo*1 Wi-Fi 7 มาตรฐาน 802.11be Bluetooth 5.4 |
| Battery & Weight | 80Whr, 4-Cell 765 กรัม |
| Price | 29,990 บาท (BaNANA) |
ณ ตอนนี้ถ้าจะซื้อเครื่องเกมพกพาตัวไหนถึงจะคุ้มค่าตัวสุด ต้องยกให้ MSI Claw A8 เพราะได้ชิปเซ็ตใหม่ Ryzen Z2 Extreme สถาปัตยกรรม Zen 5 กับจีพียูตัวแรงอย่าง Radeon 890M จึงใช้เล่นเกมชั้นนำในปัจจุบันโดยเลือกความละเอียด 1080p Medium เล่นได้สบายมาก สเปคตั้งต้นก็ได้ SSD 1TB พร้อม Windows 11 Home กับ RAM 24GB LPDDR5X จึงเล่นได้ทุกเกมราว 2 ชม. ได้แน่นอนเพราะแบตเตอรี่มีความจุถึง 80Whr ถ้าเปิดโหมดประหยัดพลังงานก็จะใช้ได้นานกว่านี้อีก หากใครสนใจสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่
เรื่องข้อสังเกตของ Claw A8 เป็นเรื่องฟังก์ชั่นตั้งค่าใน MSI Center M ซึ่งถ้าเลือกได้ว่าจะให้การ์ดจอดึง RAM เครื่องไปใช้ได้กี่ GB ก็จะดีมาก เพื่อให้เกมเมอร์สายปรับแต่งอยากเซ็ตตั้งค่าเครื่องเองได้ปรับแต่งมากกว่าค่า Power Limit อย่างเดียว
ข้อดี
- ชิปเซ็ตเป็น AMD Ryzen Z2 Extreme ใหม่ เล่นเกมชั้นนำได้ไหลลื่น
- จีพียู AMD Radeon 890M เล่นเกมได้ไหลลื่นบนความละเอียด 1080p
- M.2 NVMe SSD เป็น M.2 2280 ขนาดมาตรฐาน สามารถอัปเกรดได้ง่าย
- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้รวดเร็วและเสถียรด้วย Wi-Fi 7
- มี USB-C 4.0 Full Function ให้ใช้ต่ออุปกรณ์เสริมถึง 2 ช่อง
- ก้านอนาล็อคและทริกเกอร์เป็นแม่เหล็ก Hall Effect ใช้งานได้ดี แข็งแรงทนทาน
- หน้าจอ 8″ มีค่า Refresh Rate 120Hz ขอบเขตสี 100% sRGB ได้ภาพสีสันสวยงาม
- ปุ่ม Power ติดเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือให้ปลดล็อคเครื่องได้รวดเร็ว
ข้อสังเกต
- ถ้า MSI Center M มีฟีเจอร์สั่งจัดสรรพื้นที่ RAM ให้การ์ดจอได้จะดีมาก
6. MSI Claw 8 AI+ (32,990 บาท)

| CPU & GPU | Intel Core Ultra 7 258V แบบ 8 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว P-Core 2.2~4.8 GHz ความเร็ว LPE-Core 2.2~3.7 GHz Intel Arc Graphics 140V (16GB) Xe-Core 8 คอร์ |
| Storage & Memory & Software | M.2 NVMe SSD 1TB 32GB LPDDR5X บัส 8533 MHz Windows 11 Home |
| Display | ทัชสกรีน 8″ Full HD+ (1920*1200) IPS อัตราส่วนหน้าจอ 16:10 Refresh Rate 120Hz 100% sRGB |
| Connectivity | Thunderbolt 4*2 MicroSD Card Reader*1 Audio combo*1 Wi-Fi 7 มาตรฐาน 802.11be Bluetooth 5.4 |
| Battery & Weight | 80Whr, 6-Cell 795 กรัม |
| Price | 32,990 บาท (BaNANA) |
MSI Claw 8 AI+ เป็นเครื่องเกมพกพาราคาแพงสุดในกลุ่มถึง 32,990 บาทก็จริง แต่ก็พัฒนาจาก MSI Claw รุ่นแรกมาอย่างก้าวกระโดด ตั้งแต่ดีไซน์ตัวเครื่องใหญ่ขึ้นจับถนัดมือขึ้นและถ่วงสมดุลน้ำหนักได้เหมาะสมจึงถือเล่นได้นานไม่เมื่อยมาก แถมเพิ่มความจุแบตเตอรี่มาเป็น 80Whr พอคู่กับ Intel Core Ultra 7 258V แล้วก็เล่นเกมได้นานเกิน 2 ชม. ได้สบาย สมรรถนะของมันสามารถเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด 1080p Medium ได้แน่นอน ยิ่งถ้าเปิด Intel XeSS Upscalling เสริมจะยิ่งเล่นได้ไหลลื่นขึ้นมากแถมยังต่อ USB-C Hub เป็น Mini PC สเปคแรงเอาไว้ทำงานได้ด้วย
ข้อสังเกตอย่างแรกของ MSI Claw 8 AI+ คือราคาสูงสุดในกลุ่มเครื่องเกมพกพา ณ ตอนนี้ถึง 32,990 บาท แต่ถ้ามองว่าครึ่งหนึ่งจ่ายเป็นราคาเครื่องเกมและอีกครึ่งเป็น Mini PC ก็ยังรับได้ แต่เพราะเมนบอร์ดมีพื้นที่จำกัด M.2 NVMe SSD จึงยังเป็นขนาด M.2 2230 เหมือนรุ่นแรก แค่ย้ายจากด้านใต้พัดลมระบายความร้อนมาอยู่ข้างซีพียูให้ถอดอัปเกรดได้ง่ายขึ้นเท่านั้น
ข้อดี
- Intel Core Ultra 7 258V กับ Intel Arc Graphics 140V ใช้ทำงานและเล่นเกมได้ดีมาก
- ติดตั้งพอร์ต Thunderbolt 4 มาให้ 2 ช่อง ให้ต่ออุปกรณ์เสริมได้สะดวก
- ก้านทริกเกอร์และอนาล็อคเป็นแบบ Hall Effect ใช้งานได้ทนทานเสื่อมสภาพยาก
- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้รวดเร็วและเสถียรผ่านทาง Wi-Fi 7
- ปุ่ม Power เป็นเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือในตัว ปลดล็อคเครื่องได้สะดวกรวดเร็ว
- ติดตั้งชิป Microsoft Pluton กับ TPM 2.0 มาเพื่อรักษาความปลอดภัย
- แบตเตอรี่ 80Whr ใช้เล่นเกมต่อเนื่องได้นานเกิน 2 ชม. อย่างแน่นอน
ข้อสังเกต
- ราคา 32,990 บาท ถือว่าสูงพอสมควร แต่นอกจากเล่นเกมก็เป็น Mini PC สเปคสูงได้
- M.2 NVMe SSD ยังเป็นขนาด M.2 2230 อยู่ ไม่ได้เป็น M.2 2280 เพราะพื้นที่จำกัด
สรุปสเปค 6 เครื่องเกมพกพาน่าใช้ เล่นเกมได้ทุกเมื่อ ทำงานลื่นไหลสบายใจ!



ข้อดีของเครื่องเกมพกพายังไงก็ต้องยกให้เรื่องเล่นเกม โดยเฉพาะเกมพีซีซึ่งในอดีตเกมเมอร์ต้องเปิดพีซีหรือโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งขึ้นมาแล้วหาที่ตั้งให้เรียบร้อย เสียบปลั๊กต่อจอยถึงจะเริ่มเล่นได้ ผิดกับ Gaming Handheld ที่พอจับเอาไว้ในมือแล้วกดเปิดเกมเมื่อไหร่ก็สามารถเล่นได้เลยทุกที่ โดยเฉพาะคนต้องเดินทางไปกลับออฟฟิศด้วยขนส่งสาธารณะถ้ามีเจ้าเครื่องนี้ติดกระเป๋าไว้ก็ช่วยให้เปิดเล่นเกมโปรดฆ่าเวลาระหว่างทางแล้วค่อยไปต่อตอนถึงบ้านก็ได้ ซึ่งถ้าใครจำความสุขตอนมีเครื่อง PSP หรือ PS Vita ติดตัวไปไหนมาไหนได้ เครื่องเกมพกพาเหล่านี้ก็ไม่ต่างกัน แถมยังดีกว่าเพราะดึงเอาคลังเกมในพีซีติดตัวเราไปเล่นได้ทุกเมื่อตามต้องการ
ใน 6 รุ่น ณ ตอนนี้ ถ้ายกยอด Nintendo Switch 2 ออกไปก่อนแล้ว ถ้าเน้นเรื่องราคาคุ้มค่ากับเงินที่จ่าย นาทีนี้ ASUS ROG Ally รุ่นแรกซึ่งได้เปรียบตรงราคาถูกสุด ณ ตอนนี้ หรือ MSI Claw A8 พร้อมชิปเซ็ต Ryzen Z2 Extreme ตัวแรงไปเลยก็เหมาะ หรือใครอยากซื้อเผื่อไว้เพราะจะตั้งโต๊ะใช้เป็น Mini PC เพื่อทำงานล่ะก็ Claw 8 AI+ จะเหมาะมาก
บทความที่เกี่ยวข้อง





