Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Other News

[Google] เริ่มทดสอบการฝึกฝน AI ด้วยวิธีใหม่ โดยการการประมวลผลจะอยู่บนสมาร์ทโฟนของเราทั้งหมด

ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นเมื่อบริษัททางด้านเทคโนโลยีใหญ่ๆ พูดถึงเรื่องของการฝึกฝนให้กับ AI หรือปัญญาประดิษฐ์แล้ว คนที่อยู่ในวงการนั้นจะรู้กันดีครับว่านั่นหมายถึงการเก็บข้อมูลจากผู้ใช้เข้าสู่บริษัทเพื่อที่จะทำการฝึกฝนดังกล่าว

ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นเมื่อบริษัททางด้านเทคโนโลยีใหญ่ๆ พูดถึงเรื่องของการฝึกฝนให้กับ AI หรือปัญญาประดิษฐ์แล้ว คนที่อยู่ในวงการนั้นจะรู้กันดีครับว่านั่นหมายถึงการเก็บข้อมูลจากผู้ใช้เข้าสู่บริษัทเพื่อที่จะทำการฝึกฝนดังกล่าว บริษัทที่ทำแบบนี้นั้นมีมากครับเนื่องจากข้อมูลในการฝึกฝน AI นั้นจะต้องใช้ค่อนข้างมาก เรื่องดังกล่าวนี้เป็นแบบนี้มานานจนล่าสุดทาง Google ได้ออกมาเผยวิธีการใหม่แล้วครับ

google AI train in smartphone 600 01

Advertisement

วิธีการใหม่ของ Google นั้นเรียกว่า Federated Learning ครับ แนวคิดนี้นั้นจะเป็นการกระจายอำนาจสำหรับการทำงานของ AI โดยแทนที่ทาง Google จะเก็บข้อมูลทุกอย่างเข้ามาเพื่อเป็นคนฝึกฝน AI เอง(ซึ่งมีปัญหาเรื่องการส่งข้อมูลที่หากเป็นจำนวนมากๆ แล้วจะช้า) แต่ทาง Google จะกระจายการฝึกฝนด้วยอัลกอริทึมเฉพาะกระบวนการบางส่วนให้เกิดขึ้นที่อุปกรณ์ของผู้ใช้ครับ

อย่าพึ่งตกใจไปนะครับว่าสมาร์ทโฟนของเราต้องทำงานหนักมากกว่าผิดปกติรึเปล่า ทาง Google ได้บอกเอาไว้ว่าการฝึกฝนนั้นจะกระจายไปในกลุ่มที่แตกต่างกันไป โดยแต่ละกลุ่มนั้นก็จะเป็นกระบวนการฝึกที่แตกต่างกันออกไปอีก(เสมือนกับว่าถ้าเครื่องเราได้รับเลือกฝึก เครื่องของเราก็จะโดนใช้ในการฝึกแค่ครั้งเดียวและไม่ยาวนานครับ)

วิธีการใหม่ของทาง Google นั้นได้เริ่มต้นเทสการฝึก AI ตามรูปแบบดังกล่าวแล้ว โดย ณ เวลานี้นั้นจะเป็นแอปพลิเคชัน Gboard ซึ่งอยู่บนเครื่องระบบปฎิบัติการ Android โดยเมื่อ Gboard ได้โชว์คำแนะนำให้แก่ผู้ใช้ AI ของตัวเครื่องก็จะจดจำและเมื่อผู้ใช้ใช้โปรแกรมค้นหาของ Google ตัวโปรแกรมค้นหาก็จะเอาข้อมูลที่ได้จากการเก็บข้อมูลและฝึกฝนมาค้นหาคำที่ผู้ใช้ต้องการให้มากที่สุดครับ

หมายเหตุ – เพื่อเป็นการฝึกฝน AI ด้วยวิธีนี้ ทาง Google ได้ใส่ machine learning software ซึ่งลดขนาดแล้วชื่อว่า TensorFlow ลงไปบน Gboard ครับ

google AI train in smartphone 600 02

จากภาพทางด้านบนนั้นสามารถที่จะอธิบายการทำงานของระบบนี้ได้ดังต่อไปนี้ครับ

  • ขั้นตอน A – แอปพิลเคชันที่มี AI อยู่ได้รับการอัพเดทเพื่อการฝึกฝน AI
  • ขั้นตอน B – Google เก็บข้อมูลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวแอปพลิเคชันของแต่ละเครื่องที่ได้รับการฝึกฝนมา
  • ขั้นตอน C – ข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บขึ้นสู่ระบบเพื่อที่ทาง Google จะทำการประมวลผลการฝึกฝน AI โดยตัวแอปพลิเคชันที่มาพร้อมกับ AI ทั้งที่ได้รับและไม่ได้รับการฝึกในตอนแรกจะได้รับการอัพเกรดตัวแอปและก็วนเข้าสู่ขั้นตอน A อีกที

วิธีดังกล่าวนี้ถือว่าฉลาดพอสมควรเลยทีเดียวครับ แถมที่สำคัญนั้นเรื่องของความเป็นส่วนตัวนั้นก็มากกว่าเนื่องจากทาง Google ได้บอกเอาไว้ว่าผู้ใช้สามารถที่จะเลือกเป็นหรือไม่เป็นผู้ช่วยฝึกฝน AI ให้กับทาง Google ได้ ที่สำคัญข้อมูลที่เราทำการใส่ลงไปในแอปก็ไม่ได้ถูกส่งไปยัง Google สิ่งที่ Google จะได้รับมีแค่เพียงผลลัพธ์จากการฝึกเท่านั้นเองครับ

ที่มา : theverge

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

Google บอกชัด ปี 2026 จะมี “AirDrop interoperability” บน Android มากกว่าเดิม กระแส “ส่งไฟล์ข้ามค่าย” ระหว่าง Android กับอุปกรณ์ของ Apple ที่เคยเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดสำหรับผู้ใช้มานาน กำลังถูกทำให้เป็นเรื่องง่ายขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากปลายปี 2025 Google ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการอัปเดต Quick...

Other News

Apple เคยชู “Private Cloud Compute” เป็นหัวใจของยุทธศาสตร์ AI ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวเป็นอันดับต้น ๆ แต่ช่วงต้นกุมภาพันธ์ 2026 ประเด็นนี้กลับถูกตั้งคำถามหนักขึ้น เมื่อ Google ออกมาพูดบนเวทีผลประกอบการว่า “กำลังทำงานร่วมกับ Apple ในฐานะผู้ให้บริการคลาวด์หลัก (preferred cloud provider)” พร้อมย้ำว่าทั้งสองบริษัทจะร่วมกันพัฒนา “Apple Foundation...

IT NEWS

WD นำเทคโนโลยีใหม่ High Bandwidth Drives (HBD) มาโชว์ในงาน Innovation Day 2026 เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านข้อมูลจำนวนมหาศาลจากงานด้าน AI ด้วยการเพิ่มแบนด์วิดธ์ในการอ่าน-เขียนข้อมูลสูงสุด 2 เท่า (และขยายได้ถึง 8 เท่าในอนาคต) ผ่านการใช้หัวอ่าน-เขียนหลายตัวพร้อมกันบนผิวแผ่นดิสก์หลายแผ่น แต่ไม่เพิ่มการใช้พลังงาน ด้วยเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้ฮาร์ดดิสก์นั้นมีช่องทางในการจัดเก็บข้อมูลที่กว้างขึ้น เพื่อข้ามพ้นข้อจำกัดเดิมๆ เหมาะสำหรับงานไฮเปอร์สเกลที่ต้องใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ในปัจจุบันและอนาคต เทคโนโลยี...

IT NEWS

เมื่อวานนี้ (4 กุมภาพันธ์ 2026) YouTube ประกาศ อัปเดตครั้งใหญ่ ของฟีเจอร์ Auto Dubbing หรือระบบพากย์เสียงอัตโนมัติด้วย AI โดย “เปิดให้ใช้งานได้กับทุกช่อง” และขยายภาษาที่รองรับเป็น 27 ภาษา เพื่อช่วยให้คอนเทนต์ข้ามกำแพงภาษาได้ง่ายขึ้น ทั้งฝั่งผู้ชม และฝั่งครีเอเตอร์ ที่อยากโตในต่างประเทศ. ประเด็นสำคัญ คือ YouTube...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก