Lenovo Legion 5a จุดตัดของความแรงและคุ้มค่า จะเล่นเกมหรือทำงานก็เวิร์ค อัพเดตฟีเจอร์มาครบเครื่องขึ้นในงบ 50,000 บาท

เวลาเห็นชื่อของ Lenovo Legion 5a แล้ว เชื่อว่าเกมเมอร์และแฟนคลับหลายคนต้องคิดว่าทางบริษัทคงสร้างรุ่นย่อยใหม่เพิ่มเข้ามาในซีรีส์นี้อีกแน่ๆ ซึ่งความเป็นจริงคือ Lenovo แค่ปรับปรุงสเปคและดีไซน์รายปีแต่เพิ่มตัวอักษร “a” มาเพื่อบอกว่าเครื่องนี้ใช้ซีพียู AMD ส่วนตัว “i” ยังใช้แทน Intel Core Series เช่นเดิม ให้ผู้ใช้สังเกตและเลือกซื้อได้ง่ายไม่ต้องเสียเวลาดูรหัสตามหลังชื่อหรือต้องกดดูสเปคเรียงตัวให้วุ่นวายเหมือนในอดีตแล้ว และถ้าต้องการลงรายละเอียดว่าได้ AMD Ryzen รุ่นไหน การ์ดจอใด ฯลฯ ก็ค่อยเจาะลึกในภายหลังก็ไม่สาย
ว่าด้วยจุดเด่นของ Legion 5a นี้ นอกจากการปรับราคาตั้งให้อยู่ในระดับ 50,000 บาทต้นแล้วติดตั้งซีพียู AMD Ryzen กับจีพียู NVIDIA GeForce RTX 50 Series ไว้ด้วยกันเพื่อใช้ทำงานกราฟิคครีเอเตอร์ใดๆ ก็ยังเล่นเกมชั้นนำบนความละเอียดสูง 1440p ได้ลื่นไหลด้วยเทคโนโลยี Multi Frame Generation (MFG) ได้แล้ว Lenovo ก็ปรับปรุงองค์ประกอบส่วนอื่นๆ อย่างเช่นพอร์ต USB-C จากแบบ DisplayPort alternated mode. ให้เป็น Full Function ทั้งคู่ให้ใช้งานได้ยืดหยุ่นขึ้น ไม่ว่าจะนั่งประจำโต๊ะคอมหรือพกไปใช้งานนอกสถานที่ก็ง่าย แถมเครื่องก็เบาเพียง 1.87 กก. พอกับโน้ตบุ๊คทำงานจึงไม่ถ่วงไหล่เกินไปแถมติดตั้งซอฟท์แวร์ Lenovo AI Now และ Smart Connect มาอำนวยความสะดวกเจ้าของให้จัดการงานต่างๆ ได้สะดวกขึ้น ยังไม่รวมพาเนลหน้าจอ OLED ใหม่, ระบบระบายความร้อน Legion Coldfront: Hyper ฯลฯ ซึ่งต่อยอดจาก Lenovo Legion รุ่นก่อนได้ดีขึ้นอย่างมาก

NBS Verdicts

เกมมิ่งโน้ตบุ๊กอย่าง Lenovo Legion ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี เกมเมอร์ก็ยังชื่นชอบและเก็บไว้เป็นตัวเลือกแรกๆ เสมอ แต่วิธีการตั้งชื่อก็ยังชวนสับสนพอควรโดยเฉพาะคนอยากได้รุ่นซีพียู AMD ก็ต้องเสียเวลาเช็คข้อมูลกันยกใหญ่ จนกระทั่ง Lenovo เติมตัวอักษร a ไว้ด้านหลังเป็น Lenovo Legion 5a ให้สังเกตเห็นได้ง่ายขึ้นว่าชิปเซ็ตหลักของเครื่องนี้เป็น AMD Ryzen แน่นอนและยังจับคู่กับจีพียู NVIDIA GeForce RTX 50 Series และชุดระบายความร้อน Legion Coldfront: Hyper เช่นเดิม นอกจากคุมอุณหภูมิได้ดีแล้วเสียงก็ไม่ดังรบกวนผู้ใช้เกินไปแม้จะใช้ตัดต่อคลิปความละเอียด 4K หรือเล่นเกมชั้นนำบนความละเอียดหน้าจอ 1440p ก็ไม่มีปัญหา
Legion 5a ยังคงขายจุดเด่นเรื่องฟีเจอร์และความใช้ง่ายเช่นเดิม ไม่ว่าจะติดตั้งชิป Lenovo AI Engine+ มาให้เพื่อเรียนรู้และปรับโหมดการทำงานตามเจ้าของโดยอัตโนมัติแล้วเจ้าของไม่ต้องไปปรับแต่งระบบเชิงลึกให้วุ่นวาย แค่กด Fn+Q เลือกโหมด Auto แล้วปล่อยเครื่องทำงานเองได้ทันที แถมยังติดตั้งโปรแกรม Lenovo AI Now ไว้เรียกใช้ On-Device AI เพื่อใช้งานได้ และมี Smart Connect เพื่อเชื่อมต่อระหว่างโน้ตบุ๊ค, สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้ง่ายขึ้น จะใช้ค้นหาและส่งไฟล์หรือข้อมูลข้ามอุปกรณ์ก็สะดวกรวดเร็ว ไม่ได้เก่งเฉพาะเล่นเกมอย่างเดียว จะทำงานเอกสาร, ตัดต่อ, ทำกราฟิคและอื่นๆ ก็ดีคุ้มค่าตัวหลักห้าหมื่นบาทแน่นอน

นอกจากนี้ Lenovo ก็เก็บปรับปรุงเก็บรายละเอียดจากรุ่นก่อนอีกพอควร ไม่ว่าจะอัพเกรดพอร์ต USB-C จากรองรับการต่อหน้าจอแยกแบบ DisplayPort alternated mode. และถ่ายโอนไฟล์ได้ให้เป็น Full Function ทั้งสองช่อง จึงต่อหน้าจอแยกความละเอียด 4K, ชาร์จไฟเข้าเครื่องตามมาตรฐาน Power Delivery หรือถ่ายโอนไฟล์ขนาดใหญ่เข้าออกเครื่องได้ไวทันใจ ต่อด้วยการปรับปรุงพาเนล OLED ให้ดีขึ้น รองรับ VESA DisplayHDR True Black จาก 600 ขึ้นเป็น 1000 ให้แสดงสีดำได้มืดสนิทสมจริงแล้วยังลดอัตราสีเพี้ยน แถมยังคาลิเบรตสีโดย X-Rite มาจากโรงงานเพื่อความสวยงามแม่นยำไม่พอ Lenovo ยังเพิ่มระบบถนอมพาเนล OLED มาเพื่อยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้นแล้วจอไม่เบิร์นนัก
อย่างไรก็ตาม Lenovo Legion 5a ยังไม่มีเซนเซอร์สแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือติดมาให้ซึ่งปัจจุบันนี้มักจะมีอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อความสะดวกปลอดภัย แถมตัวเครื่องก็เป็นพลาสติกเนื้อด้านจับลายนิ้วมือเจ้าของง่ายมากจึงควรมีน้ำยาเช็ดทำความสะอาดกับผ้าไมโครไฟเบอร์ติดโต๊ะไว้เช็ดสักหน่อยก็จะดี นอกจากนี้ขอแนะนำให้หาแท่นวางโน้ตบุ๊คพร้อมพัดลมระบายความร้อนมาใช้คู่กันก็จะดี เวลาเปิดเล่นเกมหรือทำงานกราฟิคแล้วจะได้ช่วยลดอุณหภูมิของ Legion 5a ให้ต่ำลงแล้วให้เครื่องแสดงศักยภาพได้เต็มที่ด้วย
ข้อดีของ Lenovo Legion 5a
- ซีพียู AMD Ryzen 7 จับคู่ GeForce RTX 5060 แล้วใช้เล่นเกมทำงานกราฟิคได้ดี
- ระบบระบายความร้อน Legion Coldfront: Hyper จัดการอุณหภูมิได้ค่อนข้างดีเสียงไม่ดัง
- พอร์ต USB-C เป็น Full Function คู่ ใช้ต่อหน้าจอแยก, ชาร์จไฟและโอนไฟล์สะดวก
- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้รวดเร็วและเสถียรด้วย Wi-Fi 7 รองรับ Bluetooth 5.4
- มีอินเทอร์เฟส RAM DDR5, SSD PCIe 4.0 อย่างละ 2 ช่อง เพื่ออัพเกรดเพิ่มได้สะดวก
- หน้าจอ OLED มีขอบเขตสีกว้างสวยงามและได้การรับรอง VESA DisplayHDR แล้ว
- จอ OLED มีฟีเจอร์ถนอมพาเนล ช่วยลดอาการภาพเบิร์นติดมาให้เพื่อยืดระยะอายุใช้งาน
- ชิป Lenovo AI Engine+ ช่วยปรับโหมดการทำงานให้อัตโนมัติ ทำให้ใช้งานสะดวก
- มีซอฟท์แวร์ Lenovo AI Now และ Smart Connect ติดตั้งมาให้ทำงานสะดวกขึ้น
- สามารถกดคีย์ลัดสลับค่า Refresh Rate บนหน้าจอได้ระหว่าง 60 Hz หรือ 165 Hz
- โปรแกรม Legion Space สามารถปรับตั้งค่าได้ทุกส่วนของ Legion 5a
- คีย์บอร์ดเป็น 100% Anti-Ghosting กดแล้วตอบสนองดีมากไม่รวน
ข้อสังเกตของ Lenovo Legion 5a
- ไม่ได้ติดตั้งเซนเซอร์สแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือมาให้ ควรมีอย่างใดอย่างหนึ่ง
- เวลาทำงานเต็มกำลัง ตัวเครื่องหลายส่วนจะมีอุณหภูมิสูงเกือบ 40 องศาเซลเซียส
- เนื้อตัวเครื่องติดรอยนิ้วมือผู้ใช้ได้ง่าย ควรเช็ดทำความสะอาดเป็นระยะๆ
- เวลากดปุ่ม Fn แล้วไม่มีไฟเฉพาะปุ่มเพื่อไกด์การใช้งานให้ผู้ใช้เหมือน Legion 7
รีวิว Lenovo Legion 5a
- Specification
- Hardware & Design
- Screen & Speaker
- Keyboard & Touchpad
- Connector, Thin & Weight
- Inside & Upgrade
- Performance & Software
- Battery & Heat & Noise
- User Experience
- Conclusion & Award
- Gallery
Specification

Lenovo Legion 5a ใหม่ นอกจากเป็นโน้ตบุ๊คกลุ่มเรือธงประสิทธิภาพสูงแล้ว การเติมตัว a ไว้ด้านหลังชื่อก็เพื่อให้ผู้ใช้สังเกตว่าเครื่องนี้ติดตั้งซีพียู AMD Ryzen ได้สะดวกขึ้น ด้านสเปคดีพอใช้เล่นเกมชั้นนำในปัจจุบันได้ลื่นไหลมากบนความละเอียด 1440p ด้านสเปคโดยละเอียดเป็นดังนี้
| CPU | AMD Ryzen 7 250 แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 3.3~5.1 GHz สถาปัตยกรรม AMD Zen 4 (Hawk Point) เทคโนโลยีคอร์ซีพียู TSMC 4nm FinFET |
| NPU | AMD Ryzen AI สมรรถนะ 16 TOPS สมรรถนะรวมของซีพียู 38 TOPS |
| GPU | NVIDIA GeForce RTX 5060 VRAM 8 GB GDDR7 TGP 115W |
| Storage | M.2 NVMe 1 TB อินเทอร์เฟส PCIe 4.0 x4 มีอินเทอร์เฟส PCIe 4.0 x4 รวม 2 ช่อง |
| Memory | 16 GB DDR5 บัส 5600MHz รองรับความจุสูงสุด 32 GB (เครื่องทดสอบสั่งเพิ่ม RAM 32 GB มาจากโรงงาน) |
| Display | 15.3″ WQXGA (2560*1600) พาเนล OLED Refresh Rate 165Hz 100% DCI-P3 VESA DisplayHDR True Black 1000 NVIDIA G-SYNC X-Rite factory color calibration |
| Software | Windows 11 Home |
| Connectivity | USB-A 3.2*3 USB-C 3.2 Full Function*2 HDMI 2.1*1 LAN*1 Audio combo*1 Wi-Fi 7 มาตรฐาน 802.11be Bluetooth 5.4 |
| Weight | 1.87 กก. |
| Price | 50,077.63 บาท (Lenovo Thailand) |
Hardware & Design





ดีไซน์ภายนอกของ Lenovo Legion 5a เทียบกับรุ่นก่อนหน้าจะมีความเปลี่ยนแปลงในองค์รวมค่อนข้างน้อย แต่รายละเอียดบางจุดจะถูกปรับปรุงให้กลมกลืนกับซีรีส์อื่นในเครือยิ่งขึ้น จากกรอบกล้องเว็บแคมจากกรอบเครื่องทรงสันเหลี่ยมเจาะรูกล้องเว็บแคมเอาไว้ให้เป็นกรอบกล้องสีดำแนวยาว ถัดลงมาตรงสันเครื่องใต้กรอบหน้าจอมีขนาดเล็กลงเว้นระยะห่างจากกันมากขึ้น
จุดสืบทอดจาก Lenovo Legion รุ่นก่อนหน้าจะมีปุ่ม Power วงกลมขีดแบ่งสามท่อนอันเป็นเอกลักษณ์ประจำซีรีส์ ถัดลงมาตรงแท่นวางข้อมือฝั่งซ้ายสกรีนคำว่า audio by HARMAN ไว้ตรงข้ามกับกลุ่มสติกเกอร์ซีพียู, จีพียู, คีย์ลัด Fn+Q กับ QR Code eSupport ไว้ติดต่อช่างผู้ชำนาญการจาก Lenovo ให้มาช่วยแก้ปัญหาคอมได้



ก้านบานพับจอของ Legion 5a ถูกร้อยก้านอลูมิเนียมประกบฐานเอาไว้ด้านในเครื่องโดยติดอยู่ข้างสันเหนือคีย์บอร์ด เมื่อมีระยะห่างระหว่างหน้าจอและสันระดับหนึ่งก็ดันหน้าจอกางได้ราบแบน 180 องศา เสมอไปกับพื้นโต๊ะคอมจึงแชร์หน้าจอให้เพื่อนร่วมงานหรือขึ้นแท่นวางโน้ตบุ๊คแล้วปรับองศาหน้าจอให้มองเห็นได้สะดวกชัดเจน ไม่เกิดเงาทาบทับหน้าจอแน่นอนและใช้เพียงนิ้วเดียวก็กางจอเปิดหรือพับกลับก็ได้ทันทีไม่มีอาการสั่นกระพือแม้แต่น้อย






หากมองเผินๆ จะเห็นว่าฝาหลังของ Lenovo Legion 5a ก็ไม่ต่างจาก Legion Series รุ่นก่อน มีเพียงโลโก้ยิงเลเซอร์เนื้อมันฝังไว้ตรงกลางและถัดลงมาเป็นชื่อแบรนด์เท่านั้น ไม่มีลวดลายใดเสริมเข้ามา แต่สังเกตรายละเอียดจะเห็นว่าขอบบนบริเวณกล้องเว็บแคมจะมีกรอบวงรีเหมือน Yoga Pro Series เป็นรายละเอียดใหม่ของโมเดลปี 2026 นี้
บอดี้ของ Legion 5a เป็นพลาสติกเนื้อด้านไม่สะท้อนแสงดูสวยมีสไตล์แต่ก็จับรอยนิ้วมือง่ายมากเช่นกัน เจ้าของเครื่องควรมีน้ำยาเช็ดหน้าจอหรือโน้ตบุ๊คกับผ้าไมโครไฟเบอร์สักผืนไว้เช็ดทำความสะอาดเป็นระยะๆ จะทำให้ดูสวยเหมือนใหม่เสมอ และทำสักสัปดาห์ละครั้งก็พอแล้ว

ฝาด้านใต้เครื่องแย่งพื้นที่ครึ่งบนเป็นช่องรังผึ้งนำอากาศเย็นเข้าไปยังชุดระบายความร้อน Legion Coldfront: Hyper แยกฝั่งระหว่างพัดลมซ้ายขวา ถัดลงมาครึ่งล่างเป็นพลาสติกเรียบไม่เจาะช่องใดไว้ ยกเว้นลำโพงทั้งสองฝั่งข้างแถบยางกันลื่นเส้นสั้นคู่ตรงข้ามกับยางกันลื่นเส้นยาวด้านบน ฝาเครื่องใช้น็อตหัวแฉกบวก Philips Head 10 ดอก ขันประกอบไว้ให้รวมกับตัวเครื่องเป็นชิ้นเดียวกันแต่ก็ยังแกะซ่อมและเปลี่ยนหน่วยความจำภายในได้ง่ายด้วย
Screen & Speaker





ขนาดหน้าจอของ Lenovo Legion 5a จะมีขนาดเล็กลงจาก 15.6″ เหลือ 15.3″ ดูกะทัดรัดและมีน้ำหนักเบาลง กรอบหน้าจอด้านข้างทั้งคู่บางพอกับขอบบนให้มีพื้นที่แสดงผลมากขึ้นแต่ส่วนกึ่งกลางขอบบนจะมีชุดกล้องเว็บแคมความละเอียด 1080p ติดไว้เพื่อประชุมออนไลน์หรือไลฟ์เล่นเกมได้ ขอบล่างจะหนากว่าส่วนอื่นเพื่อเก็บชุดพาเนล OLED, สายไฟของชุดกล้องและไมค์อยู่ข้างใน



ข้อดีของพาเนล OLED ทั้งแสดงสีสันได้สดสวยงามแล้วยังมองจากแนวตั้งหรือนอนก็เห็นชัดไม่เกิดเงาทาบ แถมจอบานนี้ก็ได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR True Black 1000 มาแล้ว มีความละเอียด 2560*1600 พิกเซล เป็นอัตราส่วน 16:10 ซึ่งปัจจุบันนี้นิยมใช้ มีค่า Refresh Rate มี 60 Hz หรือ 165 Hz เท่านั้น แต่รองรับ VRR (Variable Refresh Rate) ปรับค่าเฮิรตซ์ (Hz) ตามคอนเทนต์บนหน้าจออัตโนมัติและกดปุ่มลัด Fn+R ไว้สลับความลื่นไหลได้ตามชอบ




Lenovo เคลมขอบเขตสีหน้าจอไว้ในหน้าสเปคว่าพาเนล OLED บานนี้จากการปรับแต่งโดย X-Rite แล้ว มีขอบเขตสี 100% DCI-P3 ซึ่งผลการทดสอบด้วย Calibrite Display Pro HL คู่กับโปรแกรม DisplayCal จะเห็นว่าการวัดค่าสี Whitepoint ของจอนี้จะเขียวกว่าปกติเล็กน้อย ค่าขอบเขตสีจริง (Gamut coverage) ได้ 100% sRGB, 96.1% Adobe RGB และ 99.8% DCI-P3 มีขอบเขตสีองค์รวม (Gamut volume) 175.4% sRGB, 120.8% Adobe RGB และ 124.2% DCI-P3 ตรงตามเคลม มีความเที่ยงตรงสี Delta-E 0.2~2.86 เร่งความสว่างได้ถึง 500.05 cd/m2
ค่าการทดสอบทั้งหมดสรุปโดยเข้าใจง่ายได้ว่าจอ OLED บานนี้มีขอบเขตสีกว้างตามเคลมในหน้าสเปค จึงเหมาะกับความบันเทิงทุกแบบไม่ว่าจะเล่นเกม, ดูภาพยนตร์หรือแต่งภาพถ่ายเพื่ออัพโหลดขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์คก็ได้ ถ้าใช้ทำงานสีอาจเกินความจริงไปเล็กน้อยไม่เหมาะกับงานเทียบสีโรงพิมพ์มากนัก มีความสว่างมากเหลือเฟือให้สู้แสงแดดได้สบายมาก แต่เวลาใช้ในอาคารสำนักงานหรือห้องส่วนตัวให้ปรับลดมาเหลือ 50~60% ก็สว่างมากแล้ว





เสียงลำโพงคู่กำลังขับดอกละ 2W จาก HARMAN ปรับแต่งโดย Nahimic Audio ถ้าเร่งเสียงจนสุด 100% จะดังสุด 86dB พอให้ได้ยินชัดเจนในห้องขนาด 13 ตร.ม. โทนเสียงยังเป็นตามสมัยนิยม เน้นโทนเสียงนักร้องนำกับเครื่องดนตรีเป็นหลักและมีเสียงเบสเสริมบ้าง พอฟังเพลงยอดนิยมในปัจจุบันได้ทุกแนว ถ้าเล่นเกมลำโพงจะแยกทิศทางเสียงของสิ่งแวดล้อมและศัตรูได้ชัดเจนทำให้เข้าถึงอารมณ์กับสถานการณ์ตรงหน้ายิ่งขึ้น แต่ถ้าเน้นฟังเพลงจริงจังแนะนำให้ต่อลำโพงแยกสักชุดจะดีกว่า
Keyboard & Touchpad












คีย์บอร์ด Full Size ของ Lenovo Legion 5a ยังยกจาก Legion Series รุ่นก่อนมาใช้เช่นเดิม ไม่ได้ปรับรูปทรงใดๆ เพิ่ม ไม่ว่าจะปุ่มชุดหลัก, Hotkeys, ปุ่มลูกศรขนาดมาตรฐานยื่นแยกจากชุดหลัก, Multimedia control key เหนือชุด Numpad เช่นเดิม เพิ่มคำสั่ง Home, End, Page Up/Down เข้ามาตามลำดับจนสุด มีไฟ RGB ปรับแต่งไฟได้ 6 แบบ ในซอฟท์แวร์ Legion Space เช่นเดิม ดังนั้นเจ้าของ Legion Series รุ่นเก่าจึงเอาความคุ้นเคยเดิมมาใช้ได้ทันที และ Lenovo ก็ใส่รายละเอียดเล็กๆ เอาไว้ตรงปุ่มตัว “O” ด้วย ซึ่งไม่ได้เป็นวงกลมปิดสมบูรณ์แต่ตัดสามท่อนตามชื่อ Legion จึงดูน่าสนใจพอตัว
ปุ่มคีย์บอร์ดเวลากดใช้งานสามารถตอบสนองต่อเนื่องมีระยะกดกำลังดีราว 1 มม. และแต่ละปุ่มก็ทำงานต่อเนื่องไม่ขาดหายหรือทำงานเพี้ยนแม้แต่น้อย ซึ่งนอกจากใช้งานก็เล่นเกมได้เยี่ยมเพราะตัวฮาร์ดแวร์รองรับ 100% Anti-Ghosting จึงใช้งานดีมาก แต่ยังมีข้อสังเกตอยู่ว่าเวลากด Fn ค้างเอาไว้เพื่อกดคีย์ลัดแล้วตัวอักษรจะไม่เรืองขึ้นมาเหมือน Legion Series รุ่นอื่น ซึ่งน่าเสียดายอยู่บ้างและต้องปรับตัวในช่วงแรกสักพักถึงจะกดคีย์ลัดเสริมถนัดขึ้น แต่หลักๆ แล้วมี Fn+Space bar เพื่อปรับเอฟเฟคไฟ RGB, Fn+R เปลี่ยนค่า Refresh Rate และ Fn+Q สำหรับเปลี่ยนโหมดตัวเครื่องเท่านั้น




เวลากดเปลี่ยนโหมดแล้ว นอกจากมีโลโก้โหมดติดขึ้นมาตรงกลางหน้าจอตามปกติแล้ว ไฟปุ่ม Power จะเปลี่ยนสีตามอีกด้วย อย่างโหมด Auto กับ Manual เป็นไฟสีขาว, โหมดประหยัดพลังงาน Quiet ใช้ไฟสีฟ้า และโหมด Performance ใช้งานเต็มกำลังจะเป็นไฟสีแดงเพียงแบบเดียวเท่านั้นและถ้าใช้โหมดนี้แนะนำให้ต่อสายชาร์จเอาไว้เสมอให้ทำงานได้เต็มกำลังเสมอ




Hotkeys บรรทัด F1~F12 จะใส่ชุดคำสั่งคล้ายกับ Legion Series รุ่นก่อนมาพอควร แต่เปลี่ยนคำสั่งตรงปุ่ม F9, F11 เป็นคีย์ลัดเรียกโปรแกรม Lenovo AI Now ไว้ปรับตั้งค่าเครื่องและเรียกใช้ On-device AI อีกปุ่มใช้เรียกโปรแกรม Smart connect มาเชื่อมต่อ Lenovo Legion 5a กับสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ตและอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อใช้งานร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอเสริม, กล้องเว็บแคมพิเศษ, นำภาพหน้าจอมือถือขึ้นพีซี ฯลฯ ได้
การเซ็ตคีย์ลัดให้ต่างจาก Legion รุ่นก่อนโดยเน้นให้ใช้ทำงานกับ AI และเพิ่มการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ชิ้นอื่นให้มากขึ้นถือว่าแปลกตาแหวกแนวจากคู่แข่งมาก ซึ่งแบรนด์คู่แข่งจะเน้นเพิ่มปุ่มซึ่งเอื้อกับการเล่นเกมอย่างมาโครหรือปุ่มบล็อคไม่ให้ปุ่ม Windows ทำงาน ฯลฯ แต่สันนิษฐานว่าทางบริษัทจะเน้นให้ Lenovo Legion 5a เหมาะกับครีเอเตอร์มากขึ้น แต่ให้ซีพียู AMD ซึ่งเล่นเกมได้โดดเด่นมาแทนก็ค่อนข้างย้อนแย้งไปหน่อย ซึ่งแต่ละปุ่มจะมีคีย์ลัดดังนี้
- F1~F3: ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียง
- F4: ปิดหรือเปิดไมโครโฟน
- F5~F6: ลดหรือเพิ่มความสว่างหน้าจอ
- F7: ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักหรือเสริม
- F8: Airplane mode
- F9: ปุ่ม User define key ตั้งคีย์ลัดได้แต่ค่าพื้นฐานจะเรียก Lenovo AI Now มาใช้งาน
- F10: ปิดการทำงานทัชแพด
- F11: เรียกโปรแกรม Smart connect
- F12: เรียกเครื่องคิดเลข (Calculator) ขึ้นมาใช้งาน


แป้นทัชแพดถัดลงมาจากปุ่ม Space bar วางอยู่ระหว่างแท่นวางข้อมือสองฝั่งมีขนาดใหญ่พอควรและเลื่อนไปทางขวามากกว่า ทำให้สันมือแทบไม่ทาบกับตัวแป้นเวลาวางมือเล่นเกมเลยและไม่มีปัญหาแป้นลั่นระหว่างใช้งานแน่นอน ตัวแป้นสามารถตั้งค่าเพิ่มเติมและกวาดนิ้วเรียกใช้ Gesture control ได้สะดวกแทนเมาส์ได้เวลาพกไปใช้งานนอกสถานที่ได้
Connector, Thin & Weight












พอร์ตเชื่อมต่อของ Lenovo Legion 5a จะแยกเป็น 3 ฝั่ง โดยเพิ่มแถวหลังเครื่องระหว่างช่องระบายความร้อน สังเกตว่าทางบริษัทจะติดพอร์ตต่อค้างไว้กับเครื่องอยู่ด้านหลังให้จัดสายไฟได้ง่าย และด้านข้างเครื่องทั้งสองฝั่งก็มีพอร์ตเชื่อมต่อครบถ้วนเช่นเดิมแถมใช้งานสะดวกขึ้นเพราะเป็น USB-C Full Function คู่ ไม่มี USB-C DisplayPort แล้ว โดยพอร์ตทั้งหมดมีดังนี้
- ฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ: RJ45 LAN, USB-C 3.2 Full Function*2
- ฝั่งขวาจากซ้ายมือ: สวิตช์ E-Shutter, Audio combo, USB-A 3.2
- ด้านหลังจากซ้ายมือ: USB-A 3.2, HDMI 2.1, USB-A 3.2, DC-in
- การเชื่อมต่อไร้สาย: Wi-Fi 7 มาตรฐาน 802.11be รองรับ Bluetooth 5.4



หากใครสังเกตในภาพพอร์ตด้านข้างเครื่องอาจจะเห็นว่าส่วนด้านหลังเครื่องใกล้หน้าจอสูงกว่าแท่นวางข้อมือเล็กน้อย ถ้าวัดด้วยเวอร์เนียคาลิปเปอร์จะเห็นว่าด้านหน้าเครื่องมีความสูง 9 มม. และหลังเครื่อง 12.1 มม. เวลาพับเครื่องเก็บจะมีความหนา 20.1 มม. นับว่าบางและพกพาง่ายพอควรและยังพอมีพื้นที่ให้เก็บของใช้และเอกสารได้





น้ำหนักเครื่องไม่ว่าจะในหน้าสเปคหรือบนตาชั่งเมื่อวัดแล้วมีน้ำหนัก 1.87 กก. เท่ากัน ถ้ารวมชุดอะแดปเตอร์ 245W เข้าไปอีก 668 กรัมแล้ว จะมีน้ำหนัก 2.54 กก. พอกับน้ำหนักเฉพาะตัวเครื่องของเกมมิ่งโน้ตบุ๊กบางรุ่นทีเดียว ประกอบกับตัวเครื่องหนาเพียง 2 ซม. จึงพกไปไหนมาไหนได้ง่ายมาก แนะนำว่าซื้อกระเป๋าโน้ตบุ๊คสำหรับเครื่อง 15.6″ หรือ 17.3″ สักใบก็พกเครื่องกับของใช้อื่นๆ ไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้นมากแล้ว
Inside & Upgrade










วิธีเปิดฝาอัพเกรด Lenovo Legion 5a ถือว่าง่ายมาก เพียงขันน็อต 10 ดอก ออกแล้วใช้การ์ดแข็งหรือปิ๊กกีตาร์สอดช่องว่างระหว่างฝาและเครื่องบริเวณช่องสาย LAN แล้วบิด ฝาจะแยกกับเครื่องทันทีแล้วไล่แกะกรอบรอบเครื่องเป็นตัว U ส่วนขอบบนใต้ช่องระบายความร้อนควรระวังเล็กน้อยเพราะเขี้ยวล็อคมีขนาดเล็ก ถ้าแกะหรือดึงแรงเกินไปอาจแตกเสียหายได้
จุดน่าประทับใจของ Lenovo Legion 5a นอกจากมีอินเทอร์เฟส PCIe 4.0 x4 สำหรับ M.2 NVMe SSD ทั้งสองฝั่งพร้อมฐานน็อตสำหรับขนาด M.2 2242 / 2280 ทั้งคู่แล้ว สังเกตใต้ฝาประกบจะเห็นซิลิโคนระบายความร้อนติดมาเสมอกับตัว SSD เพื่อนำความร้อนจากชิป NAND Flash มายังเพลตตัวเครื่องอีกด้วย เช่นเดียวกับกรอบอลูมิเนียมปิด RAM ซึ่งมีซิลิโคนแผ่นติดไว้เช่นกัน
Performance & Software





ซีพียู AMD Ryzen 7 250 ใน Lenovo Legion 5a มี 8 คอร์ 16 เธรด มีความเร็ว 3.3~5.1 GHz รหัสพัฒนาคือ Hawk Point สถาปัตยกรรม Zen 4 เทียบสเปคแล้วเหมือนกับ Ryzen 8000 Series ค่าความเร็วสัญญาณนาฬิกา (Clock Speed) ไล่เลี่ยกับ Ryzen 7 8840HS ซึ่งแรงพอให้เล่นเกมและทำงานทั่วไปได้รวดเร็ว จุดแตกต่างของ Ryzen 7 250 กับ Ryzen 7 8840HS คือ ค่า cTDP ลดลงจาก 20~30W เหลือ 15~30W จึงใช้งานได้นานขึ้นพอควร อาจสรุปโดยง่ายได้ว่า Ryzen 200 Series คือ Ryzen 8000 Series ฉบับปรับปรุงให้สมรรถนะสูงขึ้นและประหยัดพลังงานกว่าเดิมนั่นเอง
ถ้าเทียบกับรุ่นใกล้เคียงอย่าง Ryzen 7 260 จะต่างกันแค่ค่าความเร็วพื้นฐาน (Base Clock) เพิ่มขึ้น 0.5 GHz เป็น 3.8 GHz ซึ่งในแง่การใช้งานไม่ได้ต่างกันมาก ส่วนผลการทดสอบในโปรแกรม CPU-Z แล้วมีสมรรถนะไล่เลี่ยกับ Ryzen 5 9600X แม้แพลตฟอร์จะต่างกันก็ถือเสียว่าได้โน้ตบุ๊คเกมมิ่งที่แรงไม่แพ้พีซีตั้งโต๊ะแน่นอน ด้าน RAM ของ Lenovo Legion 5a ตั้งต้นจะมีความจุ 16 GB DDR5 และปรับแต่งสเปคเพิ่มความจุได้ถึง 32 GB แต่ราคาจะสูงขึ้นมาก

จีพียู NVIDIA GeForce RTX 5060 ในเครื่องเป็นรุ่น TGP 115W มี VRAM 8 GB GDDR7 ไว้ใช้ประมวลผลกราฟิคทั้งตอนทำงานและเล่นเกม รองรับฟีเจอร์ Dynamic Boost เพื่อถ่ายเทกำลังไฟระหว่างซีพียูและจีพียูได้อย่างเหมาะสม รองรับชุดคำสั่งและ API ทั้งหมดไม่ว่าจะ DirectX 12, OpenCL, OpenGL 4.6, CUDA, DirectCompute, DirectML, Vulkan และ Ray Tracing ยกเว้น PhysX เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่สมรรถนะโดยรวมถือว่าดีพอใช้เล่นเกมชั้นนำในปัจจุบันบนความละเอียด 1440p ได้สบายมาก

ฮาร์ดแวร์ในตัว Lenovo Legion 5a จากหน้า Device Manager จะเห็นว่าชิปรักษาความปลอดภัยจะมีครบถ้วนทั้ง TPM 2.0, AMD PSP 11.0 และ Microsoft Pluton ส่วน Wi-Fi 7 PCIe Chipset เป็นรหัส Realtek 8922AE สามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วและเสถียรแถมค่า Ping ก็ต่ำลงพอควร เหมาะทั้งเป็นโน้ตบุ๊คทำงานและเกมมิ่งโน้ตบุ๊คทั้งคู่


M.2 NVMe SSD ความจุ 1 TB จากโรงงาน Samsung ใน Lenovo Legion 5a นับว่าทำงานได้ดีมาก สังเกตความเร็ว Read / Write ในแต่ละส่วนนั้นเร็วเหลือเฟือพอให้บูตโปรแกรมทำงานหรือเปิดเกมเล่นก็ไม่มีปัญหา เหมาะจะใช้เป็นไดรฟ์ C:\ ไว้ติดตั้งระบบปฏิบัติการ, โปรแกรมงานและไฟล์งานบางส่วนเอาไว้ แล้วเพิ่มไดรฟ์ D:\ มาเพื่อติดตั้งเกมหรือจะใส่รวมกันไว้ก็ไม่มีปัญหา







ผลการทดสอบจำลองเล่นเกมด้วยโปรแกรม 3DMark ในแต่ละเวอร์ชั่นถือว่า Lenovo Legion 5a ทำคะแนนได้ดีโดยเฉพาะบนความละเอียด 1440p จะเล่นได้ลื่นไหลมาก ถ้าต่อหน้าจอแยกความละเอียด 2160p ก็ได้ แต่ต้องใช้ Upscaling และ Multi Frame Generation ช่วยกันถึงจะเล่นได้ลื่นไหล ซึ่งผลการทดสอบทั้งหมดเป็นดังนี้
- Fire Strike (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด Full HD ใช้ DirectX 11 API) – คะแนนเฉลี่ย 28,945 คะแนน แยกเป็น Graphics score 33,922 คะแนน, Physics score 26,683 คะแนน, Combined score 14,669 คะแนน
- Fire Strike Extreme (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด QHD ใช้ DirectX 11 API) – คะแนนเฉลี่ย 14,892 คะแนน แยกเป็น Graphics score 15,580 คะแนน, Physics score 26,836 คะแนน, Combined score 7,451 คะแนน
- Fire Strike Ultra (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด UHD ใช้ DirectX 11 API) – คะแนนเฉลี่ย 7,453 คะแนน แยกเป็น Graphics score 7,234 คะแนน, Physics score 26,748 คะแนน, Combined score 4,020 คะแนน
- Time Spy (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด QHD ใช้ DirectX 12 API) – คะแนนเฉลี่ย 12,157 คะแนน แยกเป็น CPU score 10,149 คะแนน Graphics score 12,597 คะแนน
- Time Spy Extreme (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด UHD ใช้ DirectX 12 API) – คะแนนเฉลี่ย 5,755 คะแนน แยกเป็น CPU score 5,283 คะแนน Graphics score 5,848 คะแนน
- Solar Bay (ทดสอบการเรนเดอร์ Ray Tracing ว่ารันได้ดีต่อเนื่องหรือไม่ แต่ละ section การทดสอบจะเพิ่มรายละเอียดให้ใช้กำลังจีพียูมากขึ้น) – คะแนนเฉลี่ย 56,851 คะแนน, Graphics test 216.17 FPS / Section 1 ได้ 227.12 FPS / Section 2 ได้ 217.58 FPS / Section 3 ได้ 201.35 FPS
- Steel Nomad (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด UHD ใช้ DirectX 12 API) – คะแนนเฉลี่ย 2,693 คะแนน ได้ Graphics test 26.93 FPS



เฟรมเรทเวลาเล่นเกมชั้นนำตั้งค่ากราฟิคสูงสุดบนความละเอียด 1440p ด้วย Lenovo Legion 5a ถึงจะไม่ใช้ Upscaling หรือ Multi Frame Generation สังเกตว่าหลายเกมก็ทำเฟรมเรทเกิน 60 FPS ได้ไม่ยากแถมภาพต่อเนื่องไหลลื่นอีกด้วย ถ้าใช้ NVIDIA DLSS และ Frame Generation เสริม ภาพจะลื่นไหลขึ้นและตอบสนองได้รวดเร็วไม่มีอาการ Input Lag หรือเรนเดอร์ภาพแตกสีเพี้ยนให้เห็น หากใครไม่อยากกลุ้มใจกับราคาฮาร์ดแวร์ตอนประกอบเกมมิ่งพีซีและต้องคอยทำความสะอาดเครื่องเป็นระยะๆ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน
บางเกมเช่น Cyberpunk 2077 ซึ่งมี Texture ต้องประมวลผลเยอะ ถ้าใช้กำลังของการ์ดจออย่างเดียวจะได้เฟรมเรทเฉลี่ยช่วง 30 FPS เท่านั้น อย่างน้อยต้องใช้ NVIDIA DLSS ระดับ Quality ถึงจะเล่นได้ ส่วน Multi Frame Generation จะเป็นตัวเสริมในกรณีต้องการให้เฟรมเรทต่ำสุดยังอยู่ในระดับสูงเกิน 60 FPS จะแนะนำให้เปิดสัก 2X จะดีมาก และตั้งแต่ 3X ขึ้นไปจะช่วยให้เล่นเกมบนความละเอียด 4K หรือเปิด Path Tracing เอาแสงเงาได้ดีขึ้นแทน
กรณีเกมไหนไม่ได้ Optimize ให้ดีเช่น Black Myth: Wukong ถึงจะใช้ NVIDIA DLSS แต่ก็ยังอยู่ระดับ 30 FPS เช่นเดิม ต้องใช้ Frame Genration ช่วยเสมอ ภาพถึงจะต่อเนื่องแล้วเล่นได้ดีขึ้นและตอบสนองต่อกับเกมมิ่งเกียร์ได้โดยไม่มีปัญหาด้วย NVIDIA Reflex ถึงเล่นได้ดี แต่มองกลับกันก็ถือว่าทางผู้พัฒนาเกมก็ยังขาดความใส่ใจไป

คะแนนการทดสอบด้วย PCMark 10 แล้ว Lenovo Legion 5a ทำคะแนนเฉลี่ยได้สูงถึง 9,419 คะแนน สังเกตว่าในแต่ละหมวดมีคะแนนสูงใกล้เคียงหรือเกิน 10,000 คะแนน คะแนนเฉลี่ยจึงสูงขึ้นมาก ถ้าใครไม่เล่นเกมแต่อยากได้โน้ตบุ๊คทำงานประสิทธิภาพสูงสักเครื่องไว้ใช้ก็เหมาะ โดยเฉพาะงานบัญชี (Spreadsheets) และหมวดงานกราฟิค (Digital Content Creation) จะทำได้ดีมาก ส่วนงานทั่วไปในสำนักงานก็ทำได้เช่นกัน




คะแนนการทดสอบกับโปรแกรมกลุ่ม CINEBENCH ทุกเวอร์ชั่นแล้วก็ใช้เครื่องนี้เป็นคอมตัดต่อคลิปความละเอียดสูง 4K หรือเรนเดอร์โมเดล 3D CG ก็สบายมาก ซึ่งผลการทดสอบทั้งหมดจะเป็นดังนี้
- 2026 – ใช้เอนจิ้นเรนเดอร์พื้นฐานของ Redshift กับ Cinema 4D ทดสอบสมรรถนะของซีพียูและจีพียูว่าเรนเดอร์งานกราฟิคระดับโปรดักชั่นได้ดีเท่าไหร่ ได้คะแนน GPU 39,160 pts, CPU (Multi Threads) 3,642 pts, CPU (Single Core) 569 pts และ CPU (Single Thread) 421 pts
- 2024 – ใช้ทดสอบประสิทธิภาพของซีพียูกับจีพียูอย่างหนักพร้อมกันโดยใช้เอนจิ้น Redshift สำหรับอุตสาหกรรมภาพยนต์ ได้ CPU (Multi-Core) 896 pts และ CPU (Single Core) 105 pts
- R23 – ใช้ทดสอบพลังประมวลผลของซีพียูเป็นหลัก มีความละเอียดและแม่นยำสูง ได้คะแนน Multi Core 16,531 pts และ Single Core อีก 1,777 pts
- R20 – ใช้ทดสอบกำลังประมวลผลของซีพียูเป็นหลัก ได้คะแนน CPU 6,365 pts



คะแนนการปั้นโมเดล 3D จากการทดสอบกับ Blender benchmark ว่าใน 1 นาที จะปั้นได้กี่ Sample ดังนั้นถ้าปั้นได้มากยิ่งดี ซึ่งผลการทดสอบกับฮาร์ดแวร์แต่ละส่วนถือว่าซีพียูและการ์ดจอออนบอร์ดถือว่าดีพอทำงานได้ แต่การ์ดจอแยกของ NVIDIA จะทำได้ดีมาก ดังนั้นถ้าจะยกเครื่องนี้ไป Preview โมเดลให้ลูกค้าดูก็สามารถหมุนโมเดลและแก้งานตามคำขอได้ทันที
| ชิ้นส่วน / ผลการทดสอบ | AMD Ryzen 7 250 | AMD Radeon 780M | NVIDIA GeForce RTX 5060 |
| monster | 106 | 115 | 1,386 |
| junkshop | 80 | 28 | 1,194 |
| classroom | 58 | 86 | 962 |



ผลการทดสอบกับโปรแกรมตระกูล Geekbench กับซีพียู AMD Ryzen 7 250 แล้ว ผลคะแนนชี้ให้เห็นชัดว่าชิปเซ็ตนี้สามารถใช้ทำงานทั่วไปได้ดีพอควร และเมื่อมี AMD Ryzen AI NPU เสริมเข้ามา ก็ทำงานได้ดีขึ้น โดยผลการทดสอบจะเป็นดังนี้
- Geekbench 6 – ใช้ทดสอบว่าซีพียูสามารถประสานงานกับหน่วยความจำในเครื่องได้ดีหรือไม่ โดยจำลอง workloads งานประเภทการบีบอัดข้อมูล (data compression), การประมวลผลภาพ (image processing), Machine Learning และ Compile code มาทดสอบ
- Windows AVX2 (Advanced Vector Extension 2) ชุดคำสั่งเสริมจาก AVX พื้นฐาน ใช้ทดสอบคำนวน vector integer ได้รวดเร็วหรือไม่ ถ้าเป็น Single-Core ทำได้ 2,673 คะแนน และ Multi-Core ได้ 13,032 คะแนน
- Geekbench AI – คำนวณว่าซีพียูสามารถรันการทำงานกับโปรแกรม AI ต่างๆ ได้แม่นยำหรือรวดเร็วหรือไม่ แบ่งเป็น Single Precision เน้นความเที่ยงตรง, Half precision เน้นความเร็วมากขึ้นและลดความแม่นยำลง และ Quantized Score เน้นความเร็วแต่ไม่แม่นยำนัก
- ONNX ได้คะแนน Single Precision 3,761 คะแนน, Half precision 1,714 คะแนน และ Quantized Score 7,968 คะแนน
- OpenVINO (CPU) ได้ Single Precision 5,751 คะแนน, Half precision 5,815 คะแนน และ Quantized Score 16,592 คะแนน



จีพียู AMD Radeon 780M ทำคะแนนทดสอบได้ผลดังนี้
- Geekbench 6 – ใช้ทดสอบว่าจีพียูสามารถประสานงานกับหน่วยความจำในเครื่องได้ดีหรือไม่ โดยจำลอง workloads งานประเภทการบีบอัดข้อมูล (data compression), การประมวลผลภาพ (image processing), Machine Learning และ Compile code มาทดสอบ
- OpenCL, Windows AVX2 (Advanced Vector Extension 2) ชุดคำสั่งเสริมจาก AVX พื้นฐาน ใช้ทดสอบ vector integer ด้วย OpenCL framework ทำได้ 28,346 คะแนน
- Vulkan, Windows AVX2 (Advanced Vector Extension 2) ชุดคำสั่งเสริมจาก AVX พื้นฐาน ใช้ทดสอบคำนวน vector integer ด้วย Vulkan framework ทำได้ 34,754 คะแนน
- Geekbench AI – คำนวณว่าซีพียูสามารถรันการทำงานกับโปรแกรม AI ต่างๆ ได้แม่นยำหรือรวดเร็วหรือไม่ แบ่งเป็น Single Precision เน้นความเที่ยงตรง, Half precision เน้นความเร็วมากขึ้นและลดความแม่นยำลง และ Quantized Score เน้นความเร็วแต่ไม่แม่นยำนัก
- ONNX ได้คะแนน Single Precision 7,474 คะแนน, Half precision 11,024 คะแนน และ Quantized Score 5,627 คะแนน



การ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX 5060 ก็สามารถทำงานกับ framework ต่างๆ ได้ดี ซึ่งผลการทดสอบเป็นดังนี้
- Geekbench 6 – ใช้ทดสอบว่าจีพียูสามารถประสานงานกับหน่วยความจำในเครื่องได้ดีหรือไม่ โดยจำลอง workloads งานประเภทการบีบอัดข้อมูล (data compression), การประมวลผลภาพ (image processing), Machine Learning และ Compile code มาทดสอบ
- OpenCL, Windows AVX2 (Advanced Vector Extension 2) ชุดคำสั่งเสริมจาก AVX พื้นฐาน ใช้ทดสอบคำนวน vector integer ด้วย OpenCL framework ทำได้ 115,501 คะแนน
- Vulkan, Windows AVX2 (Advanced Vector Extension 2) ชุดคำสั่งเสริมจาก AVX พื้นฐาน ใช้ทดสอบคำนวน vector integer เป็นหลักด้วย Vulkan framework ทำได้ 105,818 คะแนน
- Geekbench AI – คำนวณว่าซีพียูสามารถรันการทำงานกับโปรแกรม AI ต่างๆ ได้แม่นยำหรือรวดเร็วหรือไม่ แบ่งเป็น Single Precision เน้นความเที่ยงตรง, Half precision เน้นความเร็วมากขึ้นและลดความแม่นยำลง และ Quantized Score เน้นความเร็วแต่ไม่แม่นยำนัก
- ONNX ได้คะแนน Single Precision 17,802 คะแนน, Half precision 32,943 คะแนน และ Quantized Score 14,164 คะแนน











ด้านซอฟท์แวร์ปรับแต่ง Lenovo Legion 5a ให้ทำงานได้ดีถูกใจเจ้าของยิ่งขึ้นจะมี Legion Space ให้ใช้ปรับแต่งโหมดการทำงาน, ไฟ RGB, อัพเดตเฟิร์มแวร์ ฯลฯ ก็ทำในนี้ได้ทันที แถมมีโหมดถนอมพาเนล OLED ให้เปิดใช้งานอีกด้วย แนะนำว่าเจ้าของควรเปิดโปรแกรมมาเช็คอัพเดตเดือนละครั้งก็จะดีมาก
Battery & Heat & Noise



แบตเตอรี่ของ Lenovo Legion 5a แบบลิเธียมไอออนจากโรงงาน Simplo Technology ความจุ 80Whr แยกวัดเป็น Typical capacity ได้ 5,155mAh และ Rated capacity ได้ 5,051mAh ถือว่าจุไล่เลี่ยกันกับเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นอื่น ดีไซน์เป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวติดลำโพงทั้งคู่แบบโน้ตบุ๊คทั่วไปในปัจจุบัน และจากการทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์โดยลดความสว่างหน้าจอเหลือ 50% เปิดเสียงลำโพง 10% และใช้โหมด Quiet แล้วดูคลิป YouTube นาน 30 นาที ด้วย Microsoft Edge จะใช้ได้ถึงสุด 8 ชม. 7 นาที เทียบแล้วนานกว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นอื่นร่วม 2 ชม. ถือว่าชิปเซ็ตของ Lenovo และ AMD Ryzen 7 รุ่นใหม่จัดการพลังงานดีขึ้นมาก นานพอให้ใช้เข้าคลาสเรียนหรือประชุมระดับ Town Hall จนจบได้ไม่ยาก
เวลาต้องพกเครื่องไปใช้งานนอกสถานที่แล้วไม่อยากพกอะแดปเตอร์ให้หนักมีของใช้พะรุงพะรัง แนะนำให้เตรียมพาวเวอร์แบงค์หรืออะแดปเตอร์ GaN 100W กับสายชาร์จติดกระเป๋าไว้สักคู่ ในยามจำเป็นแบตเตอรี่ใกล้หมดก็ยังต่อเวลาทำงานเพิ่มไปได้อีกสักหน่อยจนจบงานได้







ชุดระบายความร้อน Legion Coldfront: Hyper ของ Lenovo Legion 5a ใช้เพลตโลหะปิดบนชิปเซ็ตทั้งซีพียูและจีพียูเอาไว้แล้วเดินฮีตไปป์ 3 เส้น จากชิปเซ็ตแยกไปยังฮีตซิ้งค์หน้าพัดลมโบลวเวอร์แล้วระบายความร้อนออกด้านหลังเครื่องเพียงแนวเดียวไม่มีช่องเสริมด้านข้าง ซึ่งมันสามารถคุมอุณหภูมิได้ดีพอควรแถมเสียงเวลาทำงานเต็มกำลังก็ไม่ดังรบกวนผู้อื่นนัก




ระดับเสียงเมื่อวัดด้วยเครื่องวัดค่าเดซิเบลเวลาสั่งทำงานเต็มกำลัง เสียงจากด้านหน้าหรือหลังเครื่องก็ดังราว 49~53dB พอกับเสียงฝนตกพรำเท่านั้น จึงไม่รบกวนเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศหรือผู้อื่นใน Co-working space แน่นอน หรือไม่ขอแนะนำให้เปิดโหมด Auto เอาไว้แล้วปล่อยให้ชิป Lenovo AI Engine+ จัดการแทนไปเลยก็ได้ จากที่ทดลองเล่นมาถือว่าตัวระบบจัดการได้น่าประทับใจดี ไม่ต้องเสียเวลาปรับแต่งเองก็ได้








ส่วนของอุณหภูมิเวลาทำงานเต็มกำลังแล้ววัดด้วยเลเซอร์และกล้องอินฟาเรดเช็คอุณหภูมิตามส่วนต่างๆ จะเห็นว่าความร้อนของ Lenovo Legion 5a ส่วนด้านหน้าจะมีอุณหภูมิสูงไปได้ร่วม 40 องศาเซลเซียส แผ่จากส่วนกลางเครื่องออกไปเกือบถึง Numpad และ Caps Lock ส่วนจุดตรงกับช่องระบายความร้อนหลังเครื่องก็ไม่แพ้กัน มีอุณหภูมิราว 36~38 องศาเซลเซียส
ถ้าวัดจากด้านหลังจะเห็นว่าตรงช่องระบายความร้อนมีอุณหภูมิไปได้ถึง 50 องศาเซลเซียส แถมแผ่ออกมาเป็นแนวตรงจากช่องระบายความร้อนราว 20 ซม. ดังนั้นถ้าใครนั่งตรงข้ามเครื่องนี้จะรู้สึกถึงไอความร้อนได้อย่างแน่นอน แนะนำว่าถ้าใช้งานหนักอย่างตัดต่อวิดีโอ, ปั้นโมเดล 3D หรือเล่นเกมแล้วไลฟ์สดเป็นประจำควรหาแท่นวางโน้ตบุ๊คพร้อมพัดลมระบายความร้อนกำลังลมสูงมาตั้งเครื่องสักหน่อยจะช่วยลดอุณหภูมิลงไปได้พอควรและทำงานดีขึ้นอีก
User Experience

ปัญหาหนึ่งในอดีตตอนจะซื้อ Lenovo Legion แล้วอยากได้รุ่นซีพียู AMD จะต้องเสียเวลานั่งดูรุ่นย่อยเช็คสเปคกันให้เปลืองเวลามากจนรุ่นล่าสุดถึงเพิ่มตัว “a” แทนคำว่า AMD ไว้ด้านหลังเลขรุ่นให้เลือกได้ง่ายขึ้น แถม Legion 5a โมเดลนี้ถ้าดูจากภายนอกจะยังไม่ต่างจากรุ่นก่อนนัก แต่วัสดุทำตัวเครื่องมีคุณภาพดีกว่าเดิมแถมยังบางเพียง 2 ซม. หนัก 1.87 กก. เท่านั้น ถ้าพกใส่กระเป๋าโน้ตบุ๊คขนาด 15.6″ ทั่วไป น้ำหนักจะถ่วงพอดีแล้วยังเหลือพื้นที่ใส่ของใช้และเอกสารอื่นๆ ไปได้อีกพอควรและพกสะดวกใช้ได้ทีเดียว
สมรรถนะของ Lenovo Legion 5a โดยรวมถือว่าสมค่าตัว 50,000 บาท ยังไม่รวมการอัพเกรดเพิ่มเติมถ้าสั่งผ่านหน้าเว็บ Lenovo ซึ่งสเปคพื้นฐานจะมี RAM 16 GB DDR5 ลดไปครึ่งหนึ่งจากเครื่องรีวิวแต่ก็พอให้เล่นเกมชั้นนำบนความละเอียด 1440p ได้สบายมาก อย่างน้อยก็เปิดใช้แค่ NVIDIA DLSS เลือกเป็น Quality หรือ Balanced ก็เพียงพอ ถ้าจะต่อจอ 4K หรือใช้ Ray Tracing ต้องใช้ Multi Frame Generation อย่างน้อย 2X ช่วยถึงจะเล่นดีขึ้น และถ้าเปิดใช้เมื่อไหร่ ระบบจะบังคับใช้ NVIDIA Reflex เพื่อลด Input Lag ทันที ทำให้เล่นเกมดีขึ้นมาก ส่วนเรื่องการกดเปลี่ยนโหมดไปมา ส่วนตัวผู้เขียนใช้โดยหลักๆ อยู่ 2 โหมด คือ Auto ปล่อยให้ชิป AI Engine+ จัดการให้ตามเหมาะสมหรือใช้ Manual Mode เวลาอยากปรับโหมดเองเป็นหลัก ยกเว้นตอนพกไปนอกสถานที่อาจใช้โหมดประหยัดพลังงานทำงานเล็กน้อยบ้างเท่านั้น

เวลาเซ็ตเป็นคอมตั้งโต๊ะไว้ทำงานหรือเล่นเกมก็มีพอร์ตต่อหน้าจอแยกให้ใช้หลายช่อง ไม่ว่าจะ HDMI หรือ USB-C Full Function คู่ติดมาให้เพิ่มพื้นที่ Desktop ได้อีกพอควร มันจึงเหมาะกับงานตัดต่อคลิปแน่นอน จะได้แยกหน้า Timeline และ Preview ออกจากกันแล้วทำงานได้ง่ายขึ้นหรือเป็นโปรแกรมเมอร์จะเปิดจอดูบรรทัดโค้ดแล้ว Vibe coding หรือเขียนตามปกติก็ง่ายขึ้นแน่นอน ส่วนสตรีมเมอร์และ Vtuber ก็มีหน้าจอหลักไว้เล่นเกมและจอรองไว้ดูช่องแชตและภาพตัวอย่าง ฯลฯ ได้ง่ายขึ้น
แต่ถึง Lenovo จะปรับปรุงหลายอย่างให้ดีขึ้นก็จริง แต่ยังตกหล่นเรื่องเซนเซอร์สแกนนิ้วมือหรือใบหน้าซึ่งเกมมิ่งโน้ตบุ๊กหลายรุ่นเริ่มมีให้ใช้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อความสะดวกปลอดภัยในยุคนี้ที่มีการโจรกรรมบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นถ้ามีแบบใดแบบหนึ่งติดมาให้ก็จะดีกว่า รวมถึงเนื้อตัวเครื่องเป็นวัสดุเนื้อด้านสวยงามก็จริงแต่ก็เก็บรอยนิ้วมือได้ง่ายเช่นกันจึงต้องหมั่นเช็ดทำความสะอาดและต้องให้เวลาสักนิดเพื่อเก็บลายนิ้วมือให้หมดจดอีกด้วย
อีกจุดควรใส่ใจ คือ อุณหภูมิเวลา Lenovo Legion 5a ทำงานเต็มกำลังจะร้อนขึ้นพอควร ซึ่งถ้าใช้งานต่อเนื่องอาจทำให้เครื่องเสื่อมและเสียไวขึ้นได้ ดังนั้นถ้ามีแท่นวางโน้ตบุ๊คพร้อมพัดลมโบลเวอร์กำลังลมสูงช่วยผลักดันลมเข้าเครื่องเพิ่มเพื่อให้เครื่องเย็นลงและทำงานดีขึ้น ช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานกว่าเดิมแน่นอน
Conclusion & Award

Lenovo Legion 5a ถือเป็นการปรับปรุงเก็บรายละเอียดจากรุ่นก่อนให้สมบูรณ์ขึ้น แถมเลือกซื้อง่ายกว่าเดิมเพราะเติมตัว a เข้ามาให้เลือกถูกตัวว่าซีพียูในเครื่องเป็น AMD Ryzen แน่นอน ยิ่งถ้าใช้งานทั่วไปและเล่นเกมเป็นหลักจะดีมาก ซึ่งสมรรถนะนับว่าเป็น Desktop Replacement laptop ระดับเริ่มต้นได้ไม่ยาก ให้ดีก็เพิ่ม RAM เป็น 32 GB ใส่ M.2 NVMe SSD อีกตัวเผื่อไว้ก็พอ เท่านี้ก็ไดเกมมิ่งโน้ตบุ๊กไว้เล่นเกมที่บ้านและพกไปออฟฟิศทำงานได้สบายๆ แล้วเอาเงินไปลงกับอุปกรณ์ทำงานกับเกมมิ่งเกียร์สักนิดไว้ต่อยอดไปใช้กับ Lenovo Legion หรือพีซีเครื่องต่อไปก็ไม่มีปัญหา
Award


Best Features
Legion 5a ถือว่ามีฟีเจอร์อัดแน่นแพรวพราว ทั้งชิปกับซอฟท์แวร์ AI เพื่อความสะดวก, ได้พอร์ตเชื่อมต่อหน้าจอครบเครื่องและได้ X-Rite มาปรับแต่งสีให้ดียิ่งขึ้น นับเป็นโน้ตบุ๊คฟีเจอร์แน่นก็ไม่ผิด
Best Mobility
ปกติแล้ว Lenovo Legion รุ่นเก่าก่อนจะหนักราว 2 กก. ขึ้นไป แต่ Legion 5a กลับเบาเพียง 1.87 กก. บางเพียง 2 ซม. แถมเฟิร์มแวร์และชิปเซ็ตก็ถูกปรับปรุงให้ใช้งานได้นานขึ้นแถมยืดระยะเวลาด้วยพาวเวอร์แบงค์หรืออะแดปเตอร์ได้อีก จึงเหมาะกับการพกไปไหนมาไหนมาก
Gallery


















