Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Tablet Review

ASUS Eee Pad Transformer Prime <ฉบับแปล>

ปลายปีนี้มีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มแท็บเล็ตชิ้นหนี่งที่ได้รับการจับตามองมากเป็นพิเศษ นั่นคือ ASUS Eee Pad Transformer Prime

ปลายปีนี้มีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มแท็บเล็ตชิ้นหนี่งที่ได้รับการจับตามองมากเป็นพิเศษ นั่นคือ ASUS Eee Pad Transformer Prime เนื่องด้วยมันมาพร้อมกับชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดอย่าง NVIDIA Tegra 3 ซึ่งก่อนหน้านี้ NVIDIA เคยกล่าวไว้ว่ามันมีประสิทธิภาพสูงกว่าชิปรุ่นเก่ามากมายหลายเท่า อีกทั้งยังเป็นชิปประมวลผลในกลุ่ม mobile รุ่นแรกที่มีคอร์ในการประมวลผลถึง 4 คอร์ (รายละเอียดเพิ่มเติม) ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของปีนี้ไปอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นทาง Notebookspec เราจึงหยิบรีวิวจากต่างประเทศ (Anandtech) มาเรียบเรียงและหยิบเฉพาะส่วนที่สำคัญมาให้แฟนๆทุกท่านได้อ่านกันครับ เราไปเริ่มกันเลยดีกว่า

compare

Advertisement

เริ่มเปิดมาด้วยการเทียบสเปกกับแท็บเล็ตตัวอื่นๆในตลาดก่อนเลย ไล่จากความบางที่เทียบแล้วบางที่สุดในบรรดาทั้ง 4 รุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันบางกว่า-เบากว่า iPad 2 อยู่พอประมาณ ส่วนจอก็มาในระดับ 10.1 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 800 ที่ถือว่าเป็นขนาดสามัญของแท็บเล็ตในสมัยนี้ไปแล้ว หน่วยความจำภายในตัวก็เริ่มต้นรุ่นเล็กสุดที่ 32 GB ด้วยกัน แต่มาในราคาไล่ๆกันกับ iPad 2 และ Samsung Galaxy Tab 10.1 ทำให้ ASUS Eee Pad Transformer Prime เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ นอกนั้นก็เป็นจุดที่เราพูดถึงไปแล้ว นั่นคือชิปประมวลผลตัวแรงอย่าง NVIDIA Tegra 3 ที่มาพร้อมความเร็ว 1.3 GHz ซึ่งความเร็วนี้ยังเป็นแค่ความเร็วต่ำสุดนะครับ ดังนั้นเราน่าจะได้เห็นเครื่องที่มีความเร็วสูงกว่านี้ในอนาคตแน่ๆ แต่น่าเสียดายที่ระบบปฏิบัติการที่ติดตั้งมาเป็น Android เวอร์ชัน 3.2 (Honeycomb) น่าจะให้มาเป็น Android 4.0 (Ice Cream Sandwich) ซะเลย รับรองว่าได้ใจไปอีกเยอะ แต่ไม่ต้องห่วงในเรื่องนี้ เพราะทาง ASUS รับรองแล้วว่าจะมีการอัพเดตให้ในอนาคตแน่ๆ ไม่นานเกินรอ

DSC_4726

DSC_4729smตัวเครื่องของ ASUS Eee Pad Transformer Prime นั้นทำมาจากวัสดุสองประเภทคืออะลูมิเนียมที่ใช้เป็นบอดี้หลัก และกระจกซึ่งทำเป็นจออย่างที่เราทราบๆกัน การดีไซน์โดยรวมนั้นดูคล้ายคลึงกับ ultrabook ของ ASUS เองอย่าง ASUS Zenbook มาก ซึ่งคาดว่าน่าจะออกแบบในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ทางผู้รีวิวให้ความเห็นว่าจอของ ASUS Eee Pad Transformer Prime นั้นดีที่สุดในหมู่จอของแท็บเล็ตเครื่องอื่นๆเลยทีเดียว แม้แต่จะเทียบกับ iPad 2 ก็ตาม ส่วนปุ่มต่างๆของเครื่องก็จะมีกระจายอยู่ เช่น ปุ่มเปิด/ปิดและล็อกหน้าจอจะอยู่ที่มุมบนซ้ายของเครื่องในแนวนอน ส่วนปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงอยู่ทางฝั่งซ้ายของเครื่องใกล้ๆกับปุ่มเปิด/ปิดนั่นเอง ซึ่งใกล้ๆกับปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงนั้นจะมีช่อง micro HDMI และช่องเสียบ micro SD อยู่ด้วย และถ้าพูดถึงบรรดาปุ่มที่ใช้ในการควบคุมการทำงานอย่างปุ่ม back, home และ menu นั้น จะเป็นปุ่มแบบสัมผัสบนจอทัชสกรีนครับ ทำให้บนฝั่งจอของเครื่องจะไม่มีปุ่มใดๆ มีที่สะดุดเล็กน้อยก็คือกล้องถ่ายรูปด้านหน้าเท่านั้น

DSC_4730_575px

ฝาหลังแน่นอนว่าต้องทำมาจากอะลูมิเนียมที่มีการขัดลายเหมือนกับใน Zenbook ทำให้ดูหรูหรามากทีเดียว ซึ่งด้านหลังนี้มีส่วนที่สำคัญอย่างลำโพงอยู่ด้วย โดยจะอยู่ทางด้านล่างริมสองฝั่งซ้ายขวา ใกล้ๆกับฝั่งขวายังมีช่องเสียบหูฟังขนาด 1/8? (3.17 mm) ซึ่งเสียงที่ได้จากลำโพงนั้นจัดได้ว่าดีในระดับหนึ่งเมื่อเทียบกับแท็บเล็ตตัวอื่นๆ แต่ถ้าใช้งานในที่ที่มีเสียงรบกวนมากอาจจะทำให้ไม่ได้อรรถรสเต็มที่นักDSC_4728sm

ส่วนล่างของตัวเครื่องจะมีช่องสำหรับเชื่อมต่อกับ docking อยู่ ถ้าใครห่วงว่าเวลาต่อกับ docking แล้วมันหลุดง่ายหรือเปล่า เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงเลยครับ เพราะในกลไกการล็อกตัวเครื่องสองชั้นนั้นแข็งแรงดีทีเดียว? ส่วนใครที่สนใจจะเชื่อมต่อกับ docking นั้น จะต้องซื้อเพิ่มนะครับ ราคาในต่างประเทศอยู่ที่ $149 (ประมาณ 4,700 บาท) ด้วยกัน

DSC_4721_575px

โดยตัว docking นั้นหลักๆเลยก็จะมีคีย์บอร์ดและทัชแพดที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน ทำให้มันกลายเป็นกึ่งๆ ultrabook เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังมีช่อง SD card reader และพอร์ต USB มาให้อีก 1 ช่อง และยังไม่หมดแค่นั้น !! เพราะมันยังมีแบตเตอรี่ความจุ 22Wh มาในตัวอีก ซึ่งไม่ใช่แค่เป็นแบตให้เวลาเชื่อมต่อกับแท่นแต่เพียงอย่างเดียว เพราะมันยังสามารถทำหน้าที่เป็นตัวชาร์จไฟให้กับตัว ASUS Eee Pad Transformer Prime ได้อีกต่างหาก เท่ากับว่าเรามีแบตเสริมอีกก้อนให้เราได้อุ่นใจในระหว่างการใช้งานอีกด้วย

kbsm

ส่วน soft keyboard ในเครื่องก็มีขนาดของปุ่มกำลังดี กดง่ายทีเดียว

DSC_4718_575px

DSC_4716_575px

จับเทียบกันระหว่าง ASUS Eee Pad Transformer Prime (ซ้าย) กับ ASUS Eee Pad Transformer รุ่นเก่า (ขวา) โดยจุดที่ต่างกันชัดเจนก็อย่างเช่นสีของตัวเครื่อง อย่างฝาหลังที่รุ่นใหม่ดูจะไฮโซกว่าพอตัว, กล้องที่ในรุ่นใหม่จะมีแฟลช LED มาช่วยในการถ่ายรูปในที่ที่มีแสงน้อยอีก และเรื่องของความบางของเครื่องที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

DSC_4687_575px

เมื่อเปรียบมวยในด้านของจอภาพ ก็จะเห็นความต่างที่ค่อนข้างชัดเจนระหว่างจอ IPS ใน Transformer รุ่นเก่า (ซ้าย)? กับ ASUS Eee Pad Transformer Prime (ขวา) ที่ใช้จอ Super IPS+ ซึ่งมีความสว่าง และความคมชัดของภาพและสีที่สูงกว่าจอแบบเก่ามากพอสมควรDSC_4689_575px

เมื่อเทียบกับ iPad 2 ก็ให้ผลออกมาเช่นเดียวกัน ทั้งนี้จากในการทดสอบก็พบว่าทั้งในด้านของความสว่างของสีขาว, ความมืดของสีดำและค่าการตัดกันของสี (Contrast) ก็พบว่า ASUS Eee Pad Transformer Prime สามารถทำได้ดีในทั้ง 3 การทดสอบ เหนือกว่าแท็บเล็ตหลายๆรุ่นในตลาดพอสมควรเลย มุมมองของจอก็กว้างใช้ได้ ส่วนเรื่องคราบรอยนิ้วมือก็ยังคงมีอยู่บ้าง แต่น้อยกว่ารุ่นเก่าลงไปมาก อีกทั้งคราวนี้ ASUS แถมผ้า micro fiber มาไว้สำหรับเช็ดจออีกด้วย

ต่อมามาดูภาพที่ได้จากการถ่ายรูปด้วยกล้องหลังกันบ้าง เริ่มที่ภาพแรกจาก Eee Pad Transformer รุ่นเก่าogcamerasm

และตามมาด้วยภาพจาก ASUS Eee Pad Transformer Prime ครับcamerasm

จะเห็นความแตกต่างของโทนสีอย่างชัดเจนทีเดียว รวมไปถึงน้ำหนักของแสงที่ Prime จะทำได้ดีกว่า ภาพดูมีมิติมากกว่าเก่ามาก ใครที่ชอบถ่ายรูปน่าจะสมใจเลย

อีกชุดหนึ่ง เริ่มด้วย Transformer รุ่นเก่าก่อนเช่นเคย

IMG_20111201_002232_575px

ส่วนภาพที่สองก็ตามมาด้วยภาพจาก Prime ครับ ต่างกันชัดเจนทีเดียว

IMG_20111201_002126_575px

 

Pages: 1 2 3

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Special Story

เหตุผลหลักของเกมเมอร์หลายคนโดยเฉพาะวัยทำงานว่าทำไมถึงซื้อเครื่องเล่นเกมพกพาเป็นของตัวเอง ถ้าไม่นับเรื่อง Exclusive Game ของปู่นินฯ ก็อยากจะโหลดเกมคอมไปเล่นได้ทุกเมื่อไม่ต้องถูกผูกติดอยู่กับคอมตั้งโต๊ะหรือโน้ตบุ๊คเสมอไป โดยเฉพาะถ้าต้องเดินทางข้ามจังหวัดรหรือประเทศจะยิ่งรู้ดีว่าเครื่องเหล่านี้เหมาะมาก เพราะกดเปิดเครื่องเลือกเกมก็สนุกได้แล้ว ไม่ต้องเสียเวลาหาโต๊ะต่ออุปกรณ์ใดๆ ให้วุ่นวายแบบเกมมิ่งโน้ตบุ๊คแม้แต่น้อย เรื่องพื้นฐานร่วมกันของเครื่องเล่นเกมประเภทนี้ไม่ว่าจะ Steam Deck หรือ Windows Gaming Handheld จะมีหน้าจอขนาดไม่เกิน 8″ ความละเอียดมักอยู่ราว 1080p มีชิปเซ็ต 2 กลุ่มหลัก...

Buyer's Guide

พอราคาของหน่วยความจำอย่าง RAM, GPU และ SSD ปรับตัวสูงขึ้นจนคนธรรมดาแทบเอื้อมไม่ถึง การเปลี่ยนมาซื้อ Gaming Notebook 2026 แทนการประกอบคอมตั้งโต๊ะดูจะสมเหตุผลกว่าแม้บางคนจะมองว่าสมรรถนะมันจะด้อยกว่าพีซีอยู่บ้าง แต่ก็เป็นแบบทีเดียวจบล็อคอินลงเกมเล่นได้เลย ยิ่งถ้าต่อหน้าจอแยก, หาแท่นวางโน้ตบุ๊คมาเสริม, ใส่ SSD อีกตัว, เติมเกมมิ่งเกียร์อีกสองสามชิ้นก็เล่นเกมโปรดได้ทันที แถมยังพกใส่กระเป๋าไปใช้นอกสถานที่ได้สบายๆ แต่ถ้าใครหาข้อมูลเชิงลึกมาเรื่อยๆ จะรู้ว่าสมรรถนะของ Gaming Notebook 2026...

รีวิว Asus

ROG Xbox Ally ตอบโจทย์สายคุ้มด้วยค่าตัว 18,990 บาท ตอบโจทย์คนเล่นเกมอินดี้และเกมออนไลน์ มี Xbox Full Screen Experience ให้ใช้!! Gaming Handheld จากความร่วมมือระหว่าง ASUS กับ Microsoft นอกจากรุ่นเรือธงอย่าง ROG Xbox Ally X...

Buyer's Guide

โน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 30000 บาท สำหรับบางคนก็มองว่ายังไม่คุ้มค่าทั้งเรื่องวัสดุเกรดทั่วไปและชิปเซ็ตก็ยังอยู่ระดับกลางๆ สู้เพิ่มเงินไปซื้อรุ่นพรีเมียมราคา 30,000~40,000 บาท จะคุ้มค่าและใช้ได้นานกว่าจนโน้ตบุ๊กเหล่านี้มักถูกมองข้าม แต่ตอนนี้กลับกันแล้วเพราะแบรนด์ต่างๆ เลือกเอาซีพียู AMD Ryzen และ Intel Core Ultra รุ่นใหม่มาติดตั้งแล้วปรับราคาให้เข้าถึงง่ายขึ้นให้นักศึกษาทั้งเรียนอยู่และเพิ่งได้งานใหม่ซื้อไปใช้งานได้ตามชอบ ความน่าสนใจของโน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 30000 บาท ตอนนี้จะเห็นว่าในแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์จะเห็น MacBook Air ชิปเซ็ต...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก