Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Special Story

ทำไม Microsoft ปล่อยอัปเดต Windows รายเดือนใน “วันอังคาร” เท่านั้น? รู้จักกับ Patch Tuesday ที่ยึดมาตั้งแต่ปี 2003

Microsoft Windows Patch Tuesday

ทำไมคนทำงาน IT ถึงคุ้นกับคำว่า Patch Tuesday

ถ้าคุณใช้ Windows เป็นประจำ หรือทำงานสาย IT/ดูแลระบบในองค์กร คุณน่าจะคุ้นกับ “Patch Tuesday” อยู่แล้ว เพราะนี่คือรอบอัปเดตความปลอดภัยรายเดือนของ Microsoft ที่ “มาเป็นประจำ” ในวันอังคารที่สองของทุกเดือน (ยึดแนวทางนี้มาตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม ปี 2003)

คำถามคือ…ทำไมต้อง “วันอังคาร” ด้วย? ทำไมไม่เป็นวันจันทร์ วันพุธ หรือวันศุกร์ไปเลย?

Advertisement

คำตอบสั้น ๆ คือ Microsoft เลือกจังหวะที่ “เหมาะกับโลกจริงของคนทำงานองค์กร” มากที่สุด โดยเฉพาะฝ่าย IT ที่ต้องมีเวลาเทสต์ วางแผนปล่อยอัปเดต ติดตามผล และแก้ปัญหาให้ทันก่อนถึงสุดสัปดาห์


Patch Tuesday คืออะไร และออกอัปเดตอะไรบ้าง

Patch Tuesday (บางที่เรียก Update Tuesday) คือรอบปล่อยอัปเดตความปลอดภัย/คุณภาพรายเดือนของ Windows ที่ออก “พร้อมกันแบบเป็นแพ็ก” ในวันอังคารที่สองของเดือน โดยแนวคิดหลักคือทำให้รอบอัปเดต “คาดเดาได้” เพื่อให้องค์กรจัดการได้ง่าย

โดยทั่วไปสิ่งที่มากับ Patch Tuesday จะเป็นแนวนี้:

  • Security updates อุดช่องโหว่รายเดือน (มักเป็นส่วนที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญสูงสุด)
  • Cumulative updates อัปเดตรวมหลายรายการให้ติดตั้งทีเดียว ลดความยุ่งยากเรื่องตามแพตช์รายชิ้น
  • ในบางกรณีอาจมีการแก้บั๊กสำคัญ/ประสิทธิภาพ (ขึ้นกับรอบและเวอร์ชัน Windows)

และถ้ามีช่องโหว่ร้ายแรงมากหรือมีเหตุจำเป็นจริง ๆ Microsoft ก็อาจปล่อยแพตช์ “นอกตาราง” ที่เรียกว่า out-of-band (OOB) แทนการรอรอบ Patch Tuesday เดือนถัดไป


เหตุผลหลักที่ Microsoft ไม่เลือกวันจันทร์

เหตุผลที่คนทำงานองค์กรเข้าใจได้ทันทีคือ วันจันทร์เป็นวัน “เคลียร์งานค้าง”
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่ค้างจากสัปดาห์ก่อน เรื่องที่เกิดช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือเหตุฉุกเฉินที่เพิ่งเจอหลังระบบรันจริงในช่วงสุดสัปดาห์

ถ้า Microsoft ปล่อยแพตช์ใหญ่ “วันจันทร์” เท่ากับโยนงานก้อนใหม่ให้ IT ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ทันที และถ้ามีอะไรพังขึ้นมา ก็จะกลายเป็นสถานการณ์ที่ทั้งองค์กรต้องวุ่นตั้งแต่วันแรกของสัปดาห์ ซึ่งไม่เป็นมิตรกับการบริหารระบบในโลกจริงเท่าไร


ทำไม “วันอังคาร” ถึงลงตัวสำหรับองค์กร

เมื่อกันวันจันทร์ไว้เพื่อจัดการเรื่องค้างจากสัปดาห์ก่อน วันอังคาร จึงกลายเป็นตัวเลือกที่สมดุล เพราะ:

  1. ยังอยู่ต้นสัปดาห์
    ถ้ามีปัญหา ยังมีวันทำงานเหลือให้ไล่แก้ ไม่ต้องลากงานไปชนสุดสัปดาห์
  2. เอื้อต่อกระบวนการปล่อยอัปเดตในองค์กร
    หลายองค์กรไม่ได้กดอัปเดตทันที แต่จะมีขั้นตอน เช่น
  • ทดสอบกับเครื่องกลุ่มเล็ก (pilot)
  • ปล่อยให้ทีม/แผนกบางส่วนก่อน
  • ค่อยขยายวงถ้าไม่เจอปัญหา
    การเริ่มวันอังคารทำให้ “มีพื้นที่” ไล่ขั้นตอนเหล่านี้ภายในสัปดาห์เดียว
  1. องค์กรมีเวลาเฝ้าระวังผลกระทบ
    เพราะ Patch Tuesday เป็นอัปเดตรวมรายเดือน โอกาสกระทบระบบจริงมีเสมอ (ซอฟต์แวร์องค์กร, driver เฉพาะ, ระบบความปลอดภัย, VPN, EDR ฯลฯ) การมีเวลาเฝ้าดูตั้งแต่วันอังคารถึงศุกร์จึงสำคัญ

ทำไมปล่อยเวลาเดิม 10:00 น. Pacific และคนไทยควรรู้อะไร

เอกสารของ Microsoft ระบุว่ารอบอัปเดตรายเดือนมักเผยแพร่ ประมาณ 10:00 น. ตามเวลา Pacific (สหรัฐฯ)

ประเด็นที่คนไทยควรรู้คือ เวลานี้เท่ากับ “ดึกถึงเช้ามืด” ของไทย และที่สำคัญคือ มักเป็น “วันถัดไป” ตามเวลาไทย

  • ช่วงที่สหรัฐฯ ใช้ PST (UTC-8) ความต่างเวลาระหว่าง Pacific กับไทย (UTC+7) คือ 15 ชั่วโมง
    ดังนั้น 10:00 น. Pacific ≈ 01:00 น. ของไทยในวันถัดไป

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ:

  • รอบ Patch Tuesday ของ กุมภาพันธ์ 2026 ตรงกับ วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2026 (ฝั่งสหรัฐฯ)
    แต่ในไทย หากยึดเวลา 10:00 น. Pacific แบบช่วง PST ก็จะประมาณ 01:00 น. วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2026

พูดง่าย ๆ คือ ตารางเป็นวันอังคารของสหรัฐฯ แต่คนไทยมักเจอการปล่อยอัปเดต “หลังเที่ยงคืน” ของวันถัดไป


อัปเดตรายเดือนก้อนใหญ่ ดีกว่าแพตช์ย่อยถี่ ๆ อย่างไร

แนวคิดของ Patch Tuesday คือ “รวมเป็นรอบ” เพื่อให้ทุกฝ่ายเตรียมตัวได้:

  • องค์กรจัดรอบทำงานได้ง่าย: วางแผนทดสอบ/ปล่อยจริงเป็นกิจวัตรประจำเดือนได้
  • ลดภาระการไล่ตามแพตช์: ไม่ต้องคอยรับแพตช์ย่อยตลอดเวลา
  • สื่อสารได้ชัด: ทั้ง Microsoft และทีม IT ภายในองค์กรพูดภาษาเดียวกันว่า “รอบเดือนนี้” มีอะไรบ้าง

แน่นอนว่ามันมีข้อแลกเปลี่ยน คือถ้าเป็นช่องโหว่สำคัญมาก ๆ ก็อาจต้องรอรอบถัดไปไม่ได้ นั่นคือเหตุผลที่ยังมี out-of-band สำหรับเคสจำเป็นจริง ๆ


เบื้องหลัง Patch Tuesday: telemetry และ AI/ML ช่วยลดความเสี่ยงยังไง

แม้ Patch Tuesday จะเป็น “รอบรายเดือน” แต่การปล่อยอัปเดตในโลกจริงไม่ได้หมายความว่าทุกเครื่องจะได้รับอัปเดตแบบจ่ายทีเดียวพร้อมกันเสมอไป

Microsoft ใช้ข้อมูล telemetry และระบบประเมินความเสี่ยงเพื่อช่วยให้การส่งอัปเดต “ปลอดภัยที่สุดเท่าที่ทำได้” โดยเฉพาะกับการปล่อยอัปเดตใหญ่หรือช่วงที่พบความเสี่ยงกับฮาร์ดแวร์/ไดรเวอร์บางกลุ่ม

ในอดีต John Cable (ผู้บริหารฝั่ง Windows Servicing & Delivery) เคยอธิบายแนวคิดการใช้โมเดลช่วยเลือกเครื่องที่จะได้รับอัปเดตก่อน-หลัง โดยใจความสำคัญคือ Microsoft จะ เก็บข้อมูลประสบการณ์อัปเดตและนำไปปรับโมเดลอย่างต่อเนื่อง เช่นประโยคนี้:

“we continuously collect update experience data and retrain our models…”

ภาพรวมที่ควรเข้าใจคือ:

  • ถ้าพบว่าบางรุ่น/บางไดรเวอร์มีแนวโน้มทำให้เกิดปัญหา Microsoft อาจ “ชะลอ” การส่งอัปเดตให้กลุ่มนั้นก่อน (เพื่อรอความมั่นใจมากขึ้น)
  • ถ้ากลุ่มไหนสถิติดี ก็อาจได้รับอัปเดตก่อนในวงกว้าง

แนวทางนี้ไม่ได้ทำให้ “ไม่มีบั๊ก” แต่ช่วยลดความเสี่ยงที่บั๊กจะกระแทกผู้ใช้ “ทั้งโลกพร้อมกัน” ในเวลาเดียว


แล้วทำไมยังมีบั๊กหลุดมาทุกปี

คำตอบคือ Windows เป็นระบบปฏิบัติการที่ต้องทำงานบนเครื่องจำนวนมหาศาล และมีองค์ประกอบที่ควบคุมได้ยากมาก เช่น:

  • ความหลากหลายของฮาร์ดแวร์/ไดรเวอร์
  • ซอฟต์แวร์องค์กรที่ฝังลึกกับระบบ (security agent, VPN, legacy app)
  • สภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันสุดขั้ว (ผู้ใช้บ้าน vs data center)

ต่อให้มีการทดสอบและ telemetry มากแค่ไหน ก็ยังมีโอกาสที่ “เงื่อนไขเฉพาะทาง” บางอย่างจะหลุดรอด และไปโผล่ในเครื่องผู้ใช้จริงได้อยู่ดี นี่คือเหตุผลที่โลก IT ยังต้องมีแนวคิดเดิม ๆ ควบคู่กับ Patch Tuesday เสมอ เช่น pilot group, staged rollout, แผน rollback และการสื่อสาร known issues


สรุปภาพรวม: Patch Tuesday = ตารางที่ออกแบบมาเพื่อ “คนทำงานองค์กร”

สรุปให้เข้าใจง่าย:

  • Microsoft ไม่เลือกวันจันทร์ เพราะวันจันทร์เป็นวันเคลียร์งานค้างจากสัปดาห์ก่อน
  • วันอังคารทำให้องค์กรมีเวลาทั้งสัปดาห์ในการทดสอบ ปล่อยจริง เฝ้าระวัง และแก้ปัญหา
  • การปล่อยเวลาเดิม 10:00 น. Pacific ทำให้ตาราง “คาดเดาได้” ระดับองค์กร แต่คนไทยมักเจอเป็น “วันถัดไปหลังเที่ยงคืน”
  • แม้มี telemetry และ AI/ML ช่วยลดความเสี่ยง แต่อัปเดตยังมีโอกาสพลาดได้ เพราะความซับซ้อนของระบบจริง

Patch Tuesday จึงเป็นเหมือน “จังหวะมาตรฐานของวงการ” ที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ถูกออกแบบมาให้ทุกฝ่ายบริหารได้จริงในระดับองค์กร

ที่มา: Neowin

Click to comment

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

อัปเดตความปลอดภัย (Patch Tuesday) ของ Windows 11 ในเดือนมกราคม 2026 อย่าง KB5074109 ดูเหมือนจะกลายเป็น “ปัญหาซ้อนปัญหา” สำหรับผู้ใช้บางกลุ่ม เพราะนอกจากตัวอัปเดตจะถูกรายงานว่าทำให้เกิดอาการจอดำ แอปเด้ง และ Outlook ค้างแล้ว ล่าสุดยังมีรายงานว่า พยายามถอนการติดตั้ง (uninstall) ก็ถอนออกไม่ได้ และขึ้นรหัสผิดพลาด 0x800f0905...

IT NEWS

สรุปประเด็นสำคัญ Microsoft กำลังตรวจสอบรายงานว่า Windows 11 บางเครื่อง “บูตเข้า Windows ไม่ได้” หลังติดตั้งอัปเดตความปลอดภัย Patch Tuesday เดือนมกราคม 2026 โดยพบ stop code UNMOUNTABLE_BOOT_VOLUME ระหว่างบูต ทำให้ผู้ใช้ต้องใช้ขั้นตอนกู้คืนแบบ manual เพื่อให้เครื่องกลับมาใช้งานได้ KB5074109 กระทบ...

IT NEWS

ผู้ใช้ Windows 11 จำนวนไม่น้อยกำลังเจอปัญหาหนักในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เมื่อแอปพื้นฐานที่ควรใช้งานได้ตลอดอย่าง Notepad และ Snipping Tool กลับ “เปิดไม่ขึ้น” พร้อมเด้งข้อความให้ตรวจสอบบัญชี และขึ้นรหัส 0x803F8001 จนทำงานต่อไม่ได้ ปัญหานี้ยังถูกพูดถึงในชุมชนผู้ใช้เป็นวงกว้าง โดยรายงานว่าไม่ได้เกิดกับแค่แอประบบเท่านั้น แต่ลามไปถึงแอปอื่น ๆ ที่ติดตั้งผ่าน Microsoft Store เช่น Alienware...

IT NEWS

Microsoft ประกาศว่า Xbox App พร้อมให้ดาวน์โหลดและใช้งานบนพีซี Windows 11 ที่ใช้ชิป ARM แล้ว โดยเป้าหมายหลักคือทำให้ผู้ใช้เครื่อง ARM สามารถเข้าถึงคลังเกมและบริการของ Xbox ได้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมแบบติดตั้งลงเครื่อง (local) หรือใช้งานฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับบัญชี Xbox บนพีซี สิ่งที่เป็นไฮไลต์ของรอบนี้คือ Microsoft ยืนยันว่า “มากกว่า...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก