Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

NVIDIA มั่นใจ ASIC ยังมาแทนที่ไม่ได้ พร้อมชี้ “สงครามจริงคือการแข่งขันของทีม ไม่ใช่บริษัท”

nvidia asic dominance

NVIDIA มอง ASIC เป็นคู่แข่งหรือไม่? Jensen ตอบชัดหลังโดนถามตรง ๆ

ในรายงานผลประกอบการล่าสุด Jensen Huang ซีอีโอของ NVIDIA ถูกถามคำถามสำคัญเกี่ยวกับการแข่งขันระหว่าง GPU กับ ASIC หลังจากบริษัทใหญ่ในอุตสาหกรรมอย่าง Google และ Amazon ต่างเปิดตัวชิปเฉพาะทางสำหรับงาน AI อย่างต่อเนื่อง เช่น Ironwood TPU หรือ Trainium ซึ่งทำให้หลายคนเชื่อว่าอนาคตอาจเป็นยุคที่ ASIC เข้ามาแทนที่ GPU โดยเฉพาะในงาน inferencing

แต่ Jensen ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า สิ่งที่หลายคนเข้าใจอาจไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะ การพัฒนาเทคโนโลยีระดับนี้ไม่ได้แข่งกันเป็น “บริษัท” แต่แข่งกันเป็น “ทีมวิศวกร” และในโลกนี้มีเพียงไม่กี่ทีมที่สามารถสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ซับซ้อนระดับ NVIDIA ได้

Advertisement

Jensen ระบุว่าทีมวิศวกรชั้นแนวหน้าบนโลกมีน้อยกว่าที่คิด

Jensen ตอบว่า แม้หลายบริษัทจะมีเงินทุนสูงและมีแผนสร้างชิปเอง แต่ทีมที่สามารถออกแบบ สร้าง ทดสอบ และผลิตสถาปัตยกรรมที่รองรับงาน AI อย่างครบวงจรนั้นมีจำกัดมาก เขาระบุว่า:

“คุณไม่ได้แข่งขันกับบริษัท คุณแข่งขันกับทีม และทีมระดับโลกที่สร้างสิ่งเหล่านี้ได้ มีอยู่ไม่มากนัก”

ความหมายคือ ต่อให้บริษัทมีงบประมาณมหาศาลเหมือน Google หรือ Amazon แต่การสร้างฮาร์ดแวร์ AI ระดับศูนย์ข้อมูลที่ทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ ecosystem ขนาดใหญ่ได้นั้นเป็นสิ่งที่ต้องใช้ประสบการณ์สูงมาก ซึ่ง NVIDIA สะสมมานานกว่า 10 ปี

นี่คือเหตุผลที่เขามองว่า ASIC ยังไม่สามารถกดดัน NVIDIA ได้ในระดับที่หลายคนคาดหวัง


ASIC คืออะไร? ทำไมหลายคนคิดว่าจะมาแทน GPU

ก่อนเข้าใจความต่างระหว่าง ASIC กับ GPU เราต้องรู้ว่า ASIC (Application-Specific Integrated Circuit) คือชิปที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานเฉพาะอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับงานหลากหลายเหมือน GPU ของ NVIDIA

ตัวอย่างงานของ ASIC

  • ประมวลผลโมเดล AI ที่ออกแบบเฉพาะ
  • ใช้ในระบบ inferencing ที่มีรูปแบบข้อมูลตายตัว
  • ใช้ใน Cloud Service Provider ที่ต้องการประสิทธิภาพต่อวัตต์สูง
  • ชิปสำหรับงานเฉพาะทาง เช่น Google TPU หรือชิปขุด Bitcoin

จุดเด่นของ ASIC

  • ทำงานเฉพาะด้านได้เร็วกว่า GPU
  • ใช้พลังงานน้อยกว่า
  • ต้นทุนต่อวัตต์ต่ำกว่าในระบบขนาดใหญ่

จุดอ่อนของ ASIC (ซึ่งคือเหตุผลที่ Jensen ไม่กังวล)

  1. ไม่ยืดหยุ่น
    หากมีโมเดลใหม่ เทคนิคใหม่ หรือสถาปัตยกรรม AI ใหม่เกิดขึ้น ASIC ต้องออกแบบใหม่ตั้งแต่ต้น ขณะที่ GPU สามารถทำงานได้ทันทีด้วยการอัปเดตซอฟต์แวร์
  2. รอบพัฒนายาว
    ASIC ใช้เวลาหลายปีในการออกแบบและผลิต ซึ่งเสี่ยงที่จะล้าสมัยก่อนออกตลาด
  3. ecosystem ไม่สมบูรณ์
    ไม่มีซอฟต์แวร์ระดับเดียวกับ CUDA, TensorRT, cuDNN หรือเครื่องมือวิจัยต่าง ๆ ที่ NVIDIA ครอบครองอยู่
  4. นำไปใช้ทั่วไปได้ยาก
    ASIC ส่วนใหญ่ทำมาเพื่อองค์กรนั้น ๆ ไม่สามารถขยาย ecosystem ไปยังผู้พัฒนารายอื่นได้แบบ GPU

เมื่อรวมปัจจัยทั้งหมดแล้วจึงชัดเจนว่า การที่ ASIC จะ “มาแทน” GPU ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่หลายคนคิด


แม้จะมี Ironwood TPU หรือ Trainium แต่ NVIDIA ยังมีข้อได้เปรียบด้านซอฟต์แวร์มหาศาล

Jensen ระบุว่าหัวใจหลักของขีดความสามารถ AI ไม่ใช่แค่ฮาร์ดแวร์ แต่คือ ซอฟต์แวร์และ ecosystem ซึ่ง NVIDIA มีความได้เปรียบอย่างชัดเจน

ทำไม GPU ยังเหนือกว่า ASIC ในมุมของ NVIDIA

  • รองรับทั้ง pre-training, post-training และ inferencing
  • ใช้ได้กับโมเดลทุกประเภท ตั้งแต่ LLaMA, GPT, Gemini ไปจนถึง Stable Diffusion
  • นักพัฒนาทั่วโลกใช้งาน CUDA อยู่แล้ว
  • มีเครื่องมือพร้อมกว่า เช่น TensorRT, cuDNN, NIM
  • รองรับคลัสเตอร์และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ได้สะดวกกว่า
  • เปลี่ยน workload ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์

ในมุมของศูนย์ข้อมูล การวาง “random ASIC” เข้าระบบถือเป็นความเสี่ยง เพราะถ้า workload เปลี่ยนไป ทีมจะต้องทำงานใหม่ตั้งแต่ต้น ขณะที่ GPU ยังทำงานต่อได้เหมือนเดิม


NVIDIA ยังครองตำแหน่งผู้นำในทุกด้านของตลาด AI

Jensen ชี้ว่าโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกตอนนี้เกิดจากการผสานกันระหว่าง:

  • ฮาร์ดแวร์ระดับสูง เช่น Blackwell และ Rubin
  • ซอฟต์แวร์ ecosystem ที่ครอบคลุมที่สุดในอุตสาหกรรม
  • ความร่วมมือกับองค์กรขนาดใหญ่ เช่น Anthropic
  • ชุมชนนักพัฒนาที่เติบโตมาตลอดกว่า 10 ปี
  • ทีมวิศวกรระดับโลกที่มีประสบการณ์ยาวนาน

ดีลล่าสุดของ Anthropic ที่เลือกใช้แพลตฟอร์มของ NVIDIA ร่วมกับงานที่รันบน Google TPU แสดงให้เห็นว่า แม้บริษัทจะทดลอง ASIC แต่ต้องพึ่ง GPU ของ NVIDIA เป็นแกนหลักอยู่ดี


สรุป: ASIC โตขึ้นจริง แต่ยังไม่ใช่ภัยหลัก เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ทีม”

แม้การแข่งขันจะรุนแรงขึ้น แต่ภาพรวมชี้ชัดว่า NVIDIA ยังครองความได้เปรียบชัดเจนด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้

  • ASIC ทำงานเฉพาะด้านเก่ง แต่ขาดความยืดหยุ่น
  • GPU ของ NVIDIA ตอบโจทย์งาน AI ทั้งหมดใน ecosystem เดียว
  • ระบบซอฟต์แวร์ของ NVIDIA แข็งแกร่งที่สุดในอุตสาหกรรม
  • ทีมวิศวกรคือกุญแจหลัก และ NVIDIA มีทีมระดับโลกที่น้อยคนเทียบได้
  • ในศูนย์ข้อมูลจริง การเลือก GPU ของ NVIDIA ยังให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากว่า

ดังนั้น แม้ ASIC จะเติบโตเพราะบริษัทใหญ่ต้องปรับโครงสร้างคลาวด์ให้เหมาะกับงาน AI มากขึ้น แต่ในภาพรวม NVIDIA ก็ยังคงเป็นแกนหลักของอุตสาหกรรม และยังไม่มีสัญญาณว่าตำแหน่งนี้จะถูกแทนที่ได้ง่าย ๆ

ที่มา: wccftech

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

โน้ตบุ๊กทำงานกราฟิกกับเกมมิ่งโน้ตบุ๊กถึงจะมีสเปคใกล้เคียงและใช้ทำงานแทนกันได้แทบจะไม่ต่างกันแล้วก็ตาม แต่ในรายละเอียดจะเห็นว่าโน้ตบุ๊กกลุ่มนี้มีรายละเอียดเฉพาะตัวอยู่พอควร เช่น ถ้าต่างมีขอบเขตสีหน้าจอกว้างเหมือนกันก็จะได้การการันตี PANTONE Validated หรือ Calman verified เพิ่มมาเพื่อการันตีว่าสีสันบนหน้าจอแม่นยำ ด้านจีพียูใช้ NVIDIA GeForce RTX 50 series เหมือนกันแต่ใช้ไดรเวอร์ NVIDIA Studio drivers รุ่นปรับแต่งและทดสอบให้เข้ากับซอฟท์แวร์ทำงานชั้นนำได้เสถียรแล้ว ยังได้ฟีเจอร์เฉพาะตัวเพิ่มเข้ามาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ทำงานสะดวกขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามโน้ตบุ๊กทำงานกราฟิกนั้นเป็นโน้ตบุ๊กเฉพาะกลุ่มและจัดเป็นกลุ่มพรีเมียม ดังนั้นราคาก็จะสูงกว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊กพอสมควร...

Buyer's Guide

เกมมิ่งโน้ตบุ๊กพร้อมจีพียู NVIDIA GeForce RTX 50 series หากเล่นเกมออนไลน์ทั่วไปหรือใช้หน้าจอความละเอียด 1080p ก็ยังเลือกซื้อรุ่นเริ่มต้นราคาไม่แพงมากซึ่งเคยแนะนำไปก่อนหน้านี้ได้แล้ว แต่ถ้าพร้อมทุ่มงบสักหน่อยให้ได้รุ่นสเปคดีขึ้นจนใช้แทนพีซีได้ก็มีตัวเลือกอีกมากและลดความยุ่งยากเวลาต้องจัดสเปคหรือประกอบเครื่องไปได้มาก ยิ่งถ้าต่อหน้าจอแยก, เมาส์และคีย์บอร์ดเพิ่มอีกหน่อยก็ใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน ซึ่งเกมมิ่งโน้ตบุ๊กราคาเกิน 50,000 บาทขึ้นไปในตอนนี้ดีพอให้ใช้เล่นเกมยอดนิยมในปัจจุบันได้หมดบนความละเอียด QHD ไม่ว่าจะใช้เพียง NVIDIA DLSS Upscaling หรือใช้ Frame generation เสริมก็เล่นบนความละเอียด...

Buyer's Guide

เกมมิ่งโน้ตบุ๊กในยุคราคาหน่วยความจำแพงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนราคาโน้ตบุ๊กสูงขึ้นแบบนี้ นอกจากทำให้ตัดสินใจซื้อยากแล้วยังดึงให้ราคาชิ้นส่วนต่างๆ สูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้จนหลายคนที่จำเป็นต้องซื้อถึงกับต้องคิดก่อนจ่ายอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งทางออกมีสองอย่างคือเลือกรุ่นสเปครองราคาเข้าถึงได้ แต่สเปคก็ยังไม่น่าประทับใจนักหรือไม่ก็ลงทุนเพิ่มเงินอีกหน่อยไปซื้อเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นติดตั้งจีพียู NVIDIA GeForce RTX 50 Series อย่างในตอนนี้ถึงราคาจะแพงขึ้นแล้วแต่ก็ยังพอซื้อหามาเป็นเจ้าของได้อยู่เช่นกัน กลับกันบางคนอาจมองว่าถ้าราคาเกมมิ่งโน้ตบุ๊กแพงอย่างนี้ก็ประกอบพีซีสเปคเริ่มต้นมาใช้แล้วไล่อัพเกรดไปเรื่อยๆ ดีกว่า ในแง่ความคุ้มค่าระยะยาวก็ถูกต้องแต่ก็ต้องใช้พื้นที่ระดับหนึ่ง อย่างถ้าใครอยู่บ้าน, คอนโดมิเนียมหรือหอพักแล้วห้องมีขนาดเล็กยังไงโน้ตบุ๊กก็ยังกินพื้นที่น้อยกว่าแล้วยังต่อเกมมิ่งเกียร์และหน้าจอใช้เป็นคอมตั้งโต๊ะได้เหมือนกันและชิปเซ็ตของโน้ตบุ๊กในหลายปีมานี้ก็ทำงานดีขึ้นเรื่อยๆ จนไม่น้อยหน้าฝั่งพีซีแล้วด้วยซ้ำ Advertisement เรื่องควรรู้ก่อนซื้อเกมมิ่งโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่มาใช้งาน 7 เกมมิ่งโน้ตบุ๊กน่าโดน รวมมิตรรุ่นเด็ดสเปคดีเล่นเกมลื่น 1. Lenovo...

PR-News

โครงสร้างต้นทุน AI สำหรับองค์กรกำลังเปลี่ยนแปลงไป เมื่อโมเดล AI ระดับแนวหน้ารุ่นใหม่และ Agentic AI ช่วยขยายขีดความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ในภาคธุรกิจให้กว้างขึ้น อย่างไรก็ตาม องค์กรที่ยังไม่เริ่มวางกลยุทธ์การปรับใช้ระบบแบบไฮบริดตั้งแต่วันนี้ อาจต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้าน AI ที่สูงขึ้นอย่างมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า  หากองค์กรของคุณขยายการใช้งาน AI ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา คุณอาจสังเกตเห็นแนวโน้มบางอย่าง การเปิดให้เข้าถึง AI ในวงกว้างขึ้น ใช้งานมากขึ้น...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก