Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

Microsoft เผยช่องโหว่ WinRE อาจทำให้ข้อมูลที่ถูกเข้ารหัส BitLocker ถูกขโมยได้

BitLocker

ในงาน Black Hat USA 2025 และ DEF CON 33 ทีม Security Testing & Offensive Research at Microsoft (STORM) ได้เปิดเผยช่องโหว่ใหม่หลายรายการใน Windows Recovery Environment (WinRE) ที่อาจถูกใช้เพื่อ ข้ามการป้องกันของ BitLocker และดึงข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสออกมาได้

Advertisement

สิ่งที่น่ากังวลคือ WinRE ถือเป็นหนึ่งในฟีเจอร์สำคัญของ Windows และสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพียงกดปุ่ม Shift ค้างไว้แล้วเลือก Restart จากหน้าล็อกอินของ Windows


BitLocker คืออะไร และทำไมช่องโหว่นี้ถึงอันตราย?

BitLocker หรือ Device Encryption (DE) เป็นฟีเจอร์ที่ใช้การเข้ารหัสทั้งไดรฟ์ (Full Volume Encryption – FVE) เพื่อปกป้องข้อมูลในเครื่องจากผู้โจมตีที่เข้าถึงฮาร์ดแวร์โดยตรง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเกราะป้องกันขั้นสูงสุดของ Windows

หลังจากเปิดตัวฟีเจอร์นี้ Microsoft ได้ปรับโครงสร้างของ WinRE เพื่อให้ยังสามารถกู้คืนระบบได้แม้ในกรณีที่ไดรฟ์ระบบซึ่งถูกเข้ารหัสไม่สามารถใช้งานได้ โดยมีการเปลี่ยนแปลงหลัก ๆ เช่น

  • ย้ายไฟล์ WinRE.wim จากไดรฟ์ OS ที่เข้ารหัสไปยังพาร์ทิชัน Recovery ที่ไม่เข้ารหัส เพื่อให้เข้าถึงได้แม้ระบบล้มเหลว
  • ใช้ Trusted WIM Boot เพื่อตรวจสอบไฟล์อิมเมจให้ตรงกับค่าแฮชที่เชื่อถือได้ ก่อนจะปลดล็อกไดรฟ์ OS อัตโนมัติ
  • เพิ่มกลไก Re-lock ที่จะล็อกไดรฟ์อีกครั้งหากมีการเรียกใช้เครื่องมือเสี่ยง เช่น Command Prompt ซึ่งจะต้องใช้รหัสกู้คืน BitLocker ในการปลดล็อกใหม่

ช่องโหว่เกิดขึ้นได้อย่างไร

ทีม STORM ระบุว่า เมื่อผ่านขั้นตอนการตรวจสอบ Trusted WIM Boot แล้ว WinRE จะเข้าสู่โหมด Auto-unlock ซึ่งสามารถอ่านไฟล์จากพาร์ทิชันที่ไม่ถูกเข้ารหัส เช่น EFI System Partition และ Recovery Volume ได้

พวกเขาพบช่องโหว่หลายจุดในขั้นตอนบูตและการทำงานของ WinRE ซึ่งเดิมทีพื้นผิวการโจมตีนี้แทบไม่มีความเสี่ยงมาก่อน จนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบรับการทำงานร่วมกับ BitLocker


วิธีป้องกันตามคำแนะนำของ Microsoft

เพื่อปิดความเสี่ยง Microsoft แนะนำว่า:

  1. เปิดใช้ TPM พร้อม PIN สำหรับการยืนยันตัวตนก่อนบูต (Pre-boot Authentication) เพื่อลดการพึ่งพา Auto-unlock
  2. เปิดใช้ REVISE Mitigation (ตาม KB5025885) เพื่อป้องกันการโจมตีแบบ Downgrade
  3. อัปเดต Windows ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด ซึ่งได้รวมแพตช์ปิดช่องโหว่เหล่านี้แล้ว

รายละเอียดช่องโหว่และการอัปเดตที่ออกแล้ว

ช่องโหว่นี้ถูกติดตามภายใต้รหัส:

  • CVE-2025-48800
  • CVE-2025-48003
  • CVE-2025-48804
  • CVE-2025-48818

Microsoft ได้ออกแพตช์แล้วใน Windows 10 และ Windows 11 ผ่านการอัปเดต Patch Tuesday เดือนกรกฎาคม 2025 และเนื่องจากการอัปเดตเป็นแบบสะสม (Cumulative) ผู้ใช้สามารถติดตั้งแพตช์ล่าสุดของเดือนสิงหาคม 2025 เพื่ออุดช่องโหว่นี้ได้เช่นกัน ได้แก่:

  • Windows 11: KB5063878 (เวอร์ชัน 24H2) และ KB5063875 (เวอร์ชัน 23H2)
  • Windows 10: KB5063709, KB5063877, KB5063871, KB5063889

สรุป

แม้ WinRE จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการกู้คืนระบบ แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบสนองการทำงานของ BitLocker ก็ทำให้เกิดช่องโหว่ใหม่ที่ผู้โจมตีอาจใช้ข้ามการเข้ารหัสได้ การเปิดใช้ TPM พร้อม PIN และการอัปเดตระบบอย่างสม่ำเสมอ คือวิธีป้องกันที่ Microsoft แนะนำอย่างชัดเจน

ที่มา: Neowin

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

ถ้าพูดถึง Keychron หลายคนอาจนึกถึงคีย์บอร์ด Mechanical คุณภาพสูง ดีไซน์เรียบหรู และเน้นความยืดหยุ่นในการปรับแต่งเป็นหลัก แต่ในงาน CES 2026 ที่ลาสเวกัส ปีนี้ Keychron ได้สร้างความแปลกใหม่ด้วยการเปิดตัวอุปกรณ์เสริมที่ไม่ใช่คีย์บอร์ด นั่นก็คือ Keychron Nape Pro แทร็กบอลดีไซน์แปลกตาที่ออกแบบมาให้ใช้งานชิดกับคีย์บอร์ดโดยเฉพาะ Nape Pro ถูกพัฒนาร่วมกับทีมงานจาก Gizmodo Japan...

IT NEWS

Qualcomm และ Google ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในการผลักดันเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะ ผ่านการผสานแพลตฟอร์ม Snapdragon Digital Chassis เข้ากับ Android Automotive OS และระบบ AI ของ Google อย่าง Gemini เพื่อเร่งพัฒนารถยนต์ยุคใหม่ในรูปแบบ Software-Defined Vehicle อย่างเต็มรูปแบบ ความร่วมมือครั้งนี้ถูกยกระดับขึ้นจากการเป็นพาร์ตเนอร์ด้าน AI...

IT NEWS

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Apple และ NVIDIA แทบจะเดินกันคนละเส้นทางภายในโรงงานของ TSMC อย่างชัดเจน Apple เลือกใช้กระบวนการผลิตระดับล้ำสมัยของ TSMC สำหรับชิปตระกูล A และ M พร้อมแพ็กเกจแบบ InFO ที่เน้นความบางและประหยัดพลังงาน ขณะที่ NVIDIA โฟกัสไปที่แพ็กเกจแบบ CoWoS สำหรับ GPU และชิป...

IT NEWS

ตลาดหน่วยความจำกำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤตราคาสูงอีกครั้ง และรอบนี้ไม่ใช่แค่แพงธรรมดา แต่แพงในระดับที่หลายคนถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อโมดูล DDR5 ขนาด 256GB ในจีนถูกตั้งราคาขายปลีกสูงถึงเกือบ 50,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยราว 250,000 บาทต่อแถว จนเกิดการเปรียบเทียบแบบประชดในแวดวงไอทีว่า หากคุณสะสม DDR5 ขนาด 256GB ประมาณ 100 โมดูล คุณอาจเอาไปแลก “บ้านหนึ่งหลังในเซี่ยงไฮ้” ได้จริง...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก