Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

GAMING ZONE

Smach Z – เครื่องเล่นเกม Windows 10 แบบพกพาอัพเกรดสเปคให้แรงขึ้นด้วยชิป AMD Ryzen + RAM 32GB + SSD 480GB

สิ่งหนึ่งที่นักเล่นเกมบน PC อยากจะได้มากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นเครื่องเล่นเกมระบบปฎิบัติการ Windows แบบพกพานี่ล่ะครับ ถึงแม้ว่าในตลาดจะมีหลายบริษัทเปิดตัว

สิ่งหนึ่งที่นักเล่นเกมบน PC อยากจะได้มากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นเครื่องเล่นเกมระบบปฎิบัติการ Windows แบบพกพานี่ล่ะครับ ถึงแม้ว่าในตลาดจะมีหลายบริษัทเปิดตัวเครื่องเล่นเกมแบบพกพาระบบปฎิบัติการ Windows 10 ออกมาทว่าส่วนใหญ่แล้วนั้นก็จะไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากเท่าไรนัก ในทางกลับกันแล้วกับ Smach Z เครื่องเล่นเกมแบบพกพาที่เคยขึ้นเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมทุนบน KickStarter นั้นกลับได้รับความสนใจมากกว่าผลิตภัณฑ์ในลักษณะเดียวกันของบริษัทอื่นๆ เป็นอย่างมากเนื่องจากว่ารูปร่างของมันนั้นคือเครื่องเล่นเกมแบบพกพาจริงๆ ครับ

Smach Z new update

Advertisement

ด้วยความที่มันเหมือนกับเครื่องเล่นเกมแบบพกพาจริงๆ นี่ล่ะครับที่ทำให้เจ้า Smach Z ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก นอกเหนือไปจากนั้นแล้วสเปคของตัวเครื่องนั้นก็เรียกได้ว่าเหมาะสมกับการเล่นเกมแบบพกพาจริงๆ ครับ อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นด้วยความสำเร็จของ Smach Z นั่นเลยทำให้ผู้ผลิตได้ทำการอัพเกรดเจ้า Smach Z อีกครั้งให้มาพร้อมกับสเปคที่น่าจะยั่วน้ำลายของหลายๆ ท่านได้เป็นอย่างดีครับ

Smach Z new update spec

ในการอัพเกรดครั้งนี้นั้นจากเดิมที่ Smach Z จะมาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Ryzen Embedded V1605B ซึ่งมาพร้อมกับชิปกราฟิก Radeon Vega 8 ทางผู้ผลิตได้มีการเปลี่ยนแปลงสเปคใหม่สำหรับการเป็นรุ่นท๊อปโดยจะใช้หน่วยประมวลผล Ryzen Embedded V1807B ที่มาพร้อมกับชิปกราฟิก Radeon Vega 11 ครับ ด้วยความแรงที่เพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของตัวหน่วยประมวลผลที่ความเร็วสัญญาณนาฬิกาฐานเพิ่มเป็น 3.35 GHz จากเดิม 2.0 GHz และกราฟิกชิปที่มีความเร็วสัญญาณนาฬิกาเพิ่มขึ้นเป็น 1.1 Ghz เป็น 1.3 GHz ครับ

นอกเหนือไปจากจะทำการอัพเกรดในส่วนของตัวหน่วยประมวลผลแล้วนั้น Smach Z ยังได้ถูกเพิ่มตัวเลือกหน่วยความจำให้ผู้ใช้สามารถเลือกได้สูงสุดถึง 32 GB และแหล่งเก็บข้อมูลแบบ SSD นั้นก็ได้รับการอัพเกรดเพิ่มตัวเลือกความจุ 480 GB เข้ามาด้วยครับ สิ่งเดียวที่น่ากลัวนั้นก็คือเรื่องความร้อนของตัวเครื่องครับเพราะจากเดิมนั้น Ryzen Embedded V1605B จะมีอัตราการคายความร้อนอยู่ที่ 12 W – 25 W TDP ส่วนหน่วยประมวลผลใหม่อย่าง Ryzen Embedded V1807B นั้นจะมีอัตราการคายความร้อนสูงถึง 35 W – 54 W TDP เลยทีเดียวครับ งานนี้นั้นคาดว่าทางทีม Smach นั้นน่าจะมีการออกแบบระบบระบายความร้อนขิงตัวเครื่องมาใหม่ด้วยเพราะถ้าใช้แบบเดิมนั้นเล่นเกมได้ไม่เท่าไรก็น่าจะร้อนแล้วครับ

แน่นอนครับว่าเมื่อทำการอัพเกรดสเปคขึ้นมาแบบนี้ ราคาของตัวเครื่องนั้นก็ต้องขึ้นตามไปด้วย โดยทั้ง 3 โมเดลนั้นเดิมเคยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ $699 หรือประมาณ 21,430 บาท กับสเปคใหม่นั้นน่าจะมีราคาเพิ่มขึ้นอย่างน้อยก็ 5 % – 10% งานนี้ก็คงจะต้องลอวรอดูต่อไปครับว่าราคานั้นจะแรงเหมือนกับสเปคที่ถูกอัพเกรดมาใหม่หรือไม่ครับ

ที่มา : tomshardware

Click to comment

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

Microsoft แก้ปัญหา ESU ของ Windows 10 ที่ค้างมานานแล้ว Microsoft ออกอัปเดตนอกกำหนดการ (out-of-band update) หมายเลข KB5071959 เพื่อแก้ปัญหาทั้งหมดที่ทำให้ผู้ใช้ Windows 10 ไม่สามารถลง Extended Security Updates (ESU) ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งก่อนหน้านี้มีผู้ใช้จำนวนมากพบว่าแม้สมัคร ESU...

CONTENT

ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ Microsoft ระบุไว้ว่าจะยุติการสนับสนุนทางเทคนิคหลาย ๆ ด้านให้กับ Windows 10 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ยังคงได้รับความนิยมทั้งในกลุ่มของผู้ใช้งานตามบ้านทั่วไปและในภาคธุรกิจอยู่ โดยหลัก ๆ แล้วก็จะเป็นการปิดอัปเดตแพตช์ความปลอดภัย ปิดการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ ซึ่งถ้าลูกค้ายังต้องการใช้งานต่อไปก็ยังคงใช้ได้ แต่อาจจะมีความเสี่ยงในแง่ของความปลอดภัยสูงขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ อีกนัยหนึ่งก็คือเพื่อผลักดันให้ลูกค้าเปลี่ยนมาใช้ Windows 11 แทน ทำให้หลายฝ่ายที่กังวลในแง่ของความปลอดภัย หรือมีแผนจะซื้อโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่พอดี ก็อาจจะกำลังมองหาเครื่องที่มาพร้อม Windows 11 หรือรองรับการใช้งานได้เต็ม...

IT NEWS

ถึงแม้ว่า Windows 10 จะสิ้นสุดระยะเวลาการสนับสนุนอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากการอัปเดต Patch Tuesday ครั้งล่าสุด ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้งานทั่วไปจะไม่ได้รับการอัปเดตฟีเจอร์หรือแพตช์ความปลอดภัยใดๆ จาก Microsoft อีกต่อไป แต่ก็ยังมีข่าวดีสำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมจะอัปเกรด เพราะพีซีของคุณจะยังคงได้รับการป้องกันอยู่Advertisement Microsoft ได้ออกมายืนยันว่า Microsoft Defender ซึ่งเป็นโปรแกรมป้องกันไวรัสในตัว จะยังคงได้รับการอัปเดตฐานข้อมูลไวรัสและความสามารถในการตรวจจับภัยคุกคามต่อไป แม้จะอยู่บนระบบ Windows 10 ที่สิ้นสุดการสนับสนุนแล้วก็ตาม...

IT NEWS

ถือเป็นการสิ้นสุดยุคสมัยอย่างเป็นทางการ เมื่อ Microsoft ได้ปล่อยอัปเดตสะสม KB5066791 ซึ่งเป็นอัปเดตตัวสุดท้ายสำหรับ Windows 10 ก่อนที่ระบบปฏิบัติการยอดนิยมนี้จะสิ้นสุดวงจรการสนับสนุน (End of Support) ในวันที่ 14 ตุลาคม 2025Advertisement แม้จะสิ้นสุดการสนับสนุนหลัก แต่ผู้ใช้งานทั่วไปยังสามารถซื้อ Extended Security Updates (ESUs) เพื่อรับการอัปเดตความปลอดภัยต่อไปได้อีก 1...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก