Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Special Story

สัมภาษณ์ ASUS ปี 2026 หลากประเด็น! RAM แพงคอมจะแพงไหม? มีสินค้าใหม่แบบใดบ้าง? รวมประเด็นน่าสนใจไว้เพียบ!!

ASUS

ผลิตภัณฑ์ของ ASUS นั้นได้รับความนิยมจากผู้ใช้เป็นอย่างมากไม่ว่าจะอุปกรณ์ประกอบเกมมิ่งพีซี, เกมมิ่งเกียร์และโน๊ตบุ๊คซีรีส์ต่างๆ ก็ได้รับความสนใจเสมอด้วยสเปคและดีไซน์สวยงามถูกใจใครๆ เป็นอย่างมาก ในครั้งนี้ทางทีมงานมีโอกาสได้สัมภาษณ์ทางบริษัทเกี่ยวกับมุมมองและแนวทางในอนาคตว่ามีแผนการอย่างไรบ้าง?

ผู้ให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้คือ คุณ Sascha Krohn ตำแหน่ง ผู้จัดการฝ่าย Technical Marketing (Director of Technical Marketing) ประจำ ASUS ซึ่งคำตอบในการสัมภาษณ์ครั้งนี้มีประเด็นน่าสนใจอยู่หลากหลายเรื่องทีเดียว

Advertisement
ASUS

1. อยากให้เล่าถึงวิสัยทัศน์และแผนเกี่ยวกับโน๊ตบุ๊คชิปเซ็ต Snapdragon X Series สักหน่อยว่าวางแผนกับชิปเซ็ต ARM-based กลุ่มนี้ไว้อย่างไร?

ตอบ ในตอนนี้ทางเรามีโน๊ตบุ๊คประเภทนี้อย่าง Zenbook A14 และ A16 อยู่แล้ว และจะมีโน๊ตบุ๊ครุ่นอื่นที่ติดตั้งซีพียูนี้มาด้วย เช่น Vivobook S16 และตั้งราคาให้เข้าถึงง่าย และจะมีรุ่นติดตั้งซีพียู Snapdragon X2 Elite series ตามมาด้วยไม่นานนนี้แน่นอนครับ โดยรวมตอนนี้จะมีทั้งหมด 4 รุ่น ถ้าใครรอโน๊ตบุ๊ค Snapdragon อยู่เตรียมตัวได้เลย


2. จากสถานการณ์ RAM ราคาสูงขึ้นอย่างมากในปี 2026 และอาจจะต่อเนื่องอีกหลายปี ทีมงานมีแผนรับมืออย่างไร? ส่งผลกับโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่หรือเปล่า?

ตอบ ปัญหาเรื่องนี้ถึงจะเลี่ยงไม่ได้และได้รับผลกระทบแทบทุกแบรนด์ แต่ทางเราไม่นิ่งนอนใจและได้ทำสัญญากับผู้ผลิต RAM เจ้าต่างๆ เอาไว้แล้ว เพื่อให้มีชิ้นส่วนพอให้ผลิตโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ได้ และจะพยายามตั้งราคาให้คนที่กำลังอยากซื้อโน๊ตบุ๊คใหม่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามทุกอย่างต้องใช้เวลาและทางเรายังตอบอะไรไม่ได้มากจนกว่าจะถึงเดือนมีนาคมนี้ครับ


3. เนื่องจาก RAM ราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทีมงานคิดว่าราคาจะกลับมาอยู่ในระดับปกติพอให้ซื้อหาได้ในอีกกี่ปี?

ตอบ เรื่องนี้ตอบค่อนข้างยากครับ เพราะหลังจาก Micron ประกาศว่าจะผลิต RAM ให้ตลาด AI Data Center อย่างเดียวแล้ว ก็เหลือแต่ Samsung กับ SK Hynix เป็นที่พึ่งเท่านั้น ทำให้ทางเราต้องปรับราคาขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้แต่ก็จะพยายามทำราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและซื้อหามาใช้งานได้โดยไม่แพงเกินไปนัก


ASUS

Image credits: ASUS

4. ทีมงานมีแผนสร้างโน๊ตบุ๊ครูปทรงแท็บเล็ตแต่มีราคาย่อมเยาว์กว่า Flow Z13 และ ProArt PZ13 ออกมาในอนาคตหรือไม่?

ตอบ เรื่องนี้ทางเรายังไม่มีแผนชัดเจน แต่ไปก็น่าสนใจเพราะยุคนี้แท็บเล็ตผลิตได้ไม่ยากและจัดสเปคให้น่าสนใจได้ง่ายแถมในอดีตก็เคยมี Vivobook Slate เป็นโน๊ตบุ๊ครูปทรงแท็บเล็ตขายมาก่อนด้วย จะขอเก็บเอาไว้เป็นความคิดเห็นจากผู้ใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจในอนาคตครับ


5. ทางบริษัทมองเทรนด์ของโน๊ตบุ๊คในอนาคตไว้อย่างไรและโฟกัสเรื่องไหนเป็นพิเศษอยู่บ้าง?

ตอบ ขอตอบเรื่องโฟกัสเป็นอย่างแรกว่าทางบริษัทกำลังโฟกัสเรื่องการอัพเกรดฮาร์ดแวร์ให้มีคุณภาพดีขึ้น อย่างโน๊ตบุ๊คระดับพรีเมียมจากทางเราจะได้หน้าจอ HDR รุ่นใหม่สีสันสวยงามกว่าเดิม ใช้สารเคลือบหน้าจอคุณภาพดีขึ้นเพื่อลดแสงสะท้อน ฯลฯ และกำลังโฟกัสสินค้ากลุ่ม Desktop และ AIO (All-In-One PC) อยู่

เรื่องเทรนด์ในอนาคตเรามองว่าสินค้ากลุ่มโน๊ตบุ๊คจะไม่ได้เป็นรูปทรงฝาพับอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะมี Form Factor ต่างๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้ใช้หลากหลายกลุ่มยิ่งขึ้น และถ้าสังเกตจะเห็นว่าโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งยุคนี้สเปคเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเอามาแทนเกมมิ่งพีซีได้แล้ว ทีนี้ใครสะดวกและชอบประกอบคอมเหมือนเดิมก็ได้หรืออยากเอาสะดวกก็เล่นเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คแทนก็ดีไม่แพ้กันแน่นอน


ASUS

6. ROG Xbox Ally X ในช่วงนี้ได้รับความนิยมมาก กรณีนี้ทางบริษัทมีแผนทำ Gaming Handheld ใน Form Factor ใหม่ๆ หรือเปล่า?

ตอบ ทางเรายังไม่มีแผนเกี่ยวกับ Gaming Handheld Form Factor ใหม่ แต่ไม่ทิ้งและตอนนี้พวกเราตอบได้ว่า ROG Xbox Ally X ก็จะมีรุ่นใหม่เปิดตัวตามมาในอนาคตแน่นอน ด้านรุ่นเก่าอย่าง ROG Ally, ROG Ally X ก็จะมีอัพเดตใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เจ้าของสามารถเล่นเกมใหม่ๆ ได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน


7. ระบบระบายความร้อนของ ASUS สำหรับโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่จะเป็นอย่างไรบ้าง?

ตอบ ระบบระบายความร้อนเป็นสิ่งที่ทางเราโฟกัสเป็นอย่างมากและปรับปรุงมันให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อดึงศักยภาพของชิปเซ็ตต่างๆ ออกมาได้เต็มที่ อย่างตอนนี้พวกเราก็ปรับแต่งระบบระบายความร้อนให้รองรับซีพียู AMD Strix Halo รุ่นใหม่เอาไว้เรียบร้อยแล้วด้วย


ASUS

Image credits: Wikipedia

8. หลังจาก Windows 10 เข้าสู่สถานะ EOL (End of Life) ช่วยเพิ่มยอดขายโน๊ตบุ๊คให้ทางบริษัทหรือไม่?

ตอบ อันที่จริงไม่ได้เพิ่มยอดขายอย่างที่ควรและ Microsoft ก็มีโปรแกรมขยายระยะการอัพเดทแพทช์รักษาความปลอดภัย (ESU) ด้วยจึงไม่ได้เพิ่มยอดขายให้ทางบริษัทขนาดนั้น แถมผู้ใช้แต่ละกลุ่มละคนก็มีระยะเวลาการเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คหรืออัพเกรดคอมไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่ทางบริษัททำได้คือออกแบบผลิตภัณฑ์เอาไว้ให้หลากหลายเพื่อเป็นตัวเลือกให้ผู้ใช้ได้หลากหลายกลุ่มจะดีกว่า


9. ทางบริษัทคาดว่าการเลือกซื้อและใช้โน๊ตบุ๊คซีพียูสถาปัตยกรรม ARM ในปี 2026 จะได้รับความนิยมมากขึ้นหรือไม่?

ตอบ เชื่อว่าปีนี้โน๊ตบุ๊ค Windows on ARM ชิปเซ็ต Snapdragon X Series จะได้รับความนิยมมากขึ้นและมีจำนวนผู้ใช้มากขึ้น แถม Microsoft กับ Qualcomm ก็พยายามทำให้ชิปเซ็ตกับระบบปฏิบัติการทำงานร่วมกันได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าปีนี้จะได้เห็นฟีเจอร์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกหลายอย่างเพื่อให้ใช้ทำงานได้ดีกว่าเดิมแน่นอน


10. NPU จะเข้ามาเกี่ยวข้องและส่งผลต่อการเล่นเกมหรือไม่?

ตอบ เชื่อว่า NPU ไม่ได้ส่งผลต่อการเล่นเกมโดยตรงและยังต้องรอดูทิศทางจาก Microsoft ด้วยว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ทางบริษัทตั้งใจว่าจะใช้มันเป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ อย่างตอนเปิดเล่นเกมก็ช่วยปรับตั้งค่ากราฟิคภายในเกมให้ภาพสวยและลื่นไหลด้วย Upscaling, Frame Generation ฯลฯ จะมีประโยชน์มากกว่าแน่นอน


11. ทีมงานคิดว่าอะไรคือจุดแข็งของทางบริษัทที่เหนือกว่าแบรนด์อื่น?

ตอบ จุดแข็งของทางบริษัทอย่างแรกคือเรื่องการรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากทุกกลุ่มทั้งผู้ใช้, สื่อและ YouTuber แล้วนำมาปรับปรุงโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ของพวกเราให้ดีขึ้นเรื่อยๆ และพัฒนาสินค้าของเราให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องรวมถึงเพิ่มรูปทรงของโน๊ตบุ๊ค (Form Factor) ใหม่ๆ ออกมาให้ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้มากกว่าเดิม มั่นใจว่าจุดแข็งนี้จะทำให้ผลิตภัณฑ์ของเราตอบโจทย์ผู้ใช้ได้ดีแน่นอน


ASUS

จากบทสัมภาษณ์ทั้งหมดกับทาง ASUS จะเห็นว่าทางบริษัทเตรียมตัวกับปี 2026 เป็นต้นไปไว้ดีพอควร สังเกตว่าทางบริษัทจริงจังกับโน๊ตบุ๊ค Snapdragon พอควรเพื่อให้คนทำงานออฟฟิศมีทางเลือกเพิ่มขึ้นอีกด้วย ถ้าใครรอชมโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่จากค่ายนี้ก็ไม่น่าผิดหวังและอาจจะได้เครื่องใหม่กลับบ้านไปใช้งานอย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

รีวิว Dell

DELL XPS 13 DX13260 บางเบาถูกใจสายเดินทาง สเปคพรีเมียมเพื่อสายธุรกิจตัวจริง! จุดเด่นของพรีเมียมโน้ตบุ๊ก Dell ตระกูล XPS “eXtreme Performance System” รุ่น DELL XPS 13 DX13260 จะเน้นเรื่องความแข็งแรงทนทานและสวยเรียบหรูเป็นประเด็นแรก จึงได้เห็นโน้ตบุ๊กทำงานเครื่องบางเฉียบเกือบเสมอกับแท็บเล็ตและเบาเพียง 1 กก. กับดีไซน์สวยเรียบง่ายดูมีระดับเพื่อเสริมบุคลิควัยทำงานที่ต้องพกโน้ตบุ๊กไปพบลูกค้าและเข้าประชุมเป็นประจำ ถ้าเกิดปัญหาก็มีบริการหลังการขายมาคอยดูแลถึงที่ให้งานยังเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบลื่น...

Special Story

ชิปเซ็ต NVIDIA RTX Spark ถูกสร้างมาเพื่อตอบโจทย์ยุคที่ผู้คนหันมาใช้ AI Model ต่างๆ เพื่อช่วยลดขั้นตอนงานยุ่งยากและเรื่งจิปาถะในชีวิตประจำวันลงไป ไม่ว่าจะเป็น Chatbot หรือ Agent Model ก็ตาม ให้ผู้ใช้ได้โฟกัสกับงานและไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ได้มากขึ้น แถมลดชั่วโมงการทำงานจากหลักร้อยหรือพันชั่วโมงให้เหลือไม่กี่สิบชั่วโมงโดยไม่ต้องรอรีเซ็ต Token ให้งานสะดุดอีกด้วย ซึ่งชิปเซ็ตตัวนี้ NVIDIA เคลมว่ามันรองรับโมเดลขนาดใหญ่ถึง 120B (120...

PR-News

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — ASUS (เอซุส) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอ ASUS Agent Computer ภายใต้แนวคิด “Powering Every AI Choice” ระบบนิเวศด้านฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊ก NUC และมินิพีซี เดสก์ท็อปพีซีที่ปรับแต่งได้ ไปจนถึงเวิร์กสเตชันระดับมืออาชีพและ AI...

PR-News

บทความโดย Steven Fong, Corporate Vice President, APJ Embedded Business ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งขยายขอบเขตจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัล ไปสู่การใช้งานจริงในโลกทางกายภาพ  ช่วงหลายปีที่ผ่านมา AI มักถูกตีกรอบอยู่แค่ระบบที่ทำความเข้าใจ สร้าง และแนะนำข้อมูลได้ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs), AI Assistant และ Copilot ได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานที่ใช้ความรู้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยช่วยให้เราค้นหา สรุปผล สร้างคอนเทนต์ และตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น คลื่นลูกแรกของ AI นี้ถือเป็นการปฏิวัติประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง Advertisement แต่ทว่า คลื่นลูกถัดไปของ AI จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ทำหน้าที่เพียงทำความเข้าใจข้อมูล ปัจจุบัน AI ถูกคาดหวังให้สามารถโต้ตอบกับโลกทางกายภาพได้มากขึ้น เราจะได้เห็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ในโรงงาน ยานยนต์อัตโนมัติที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ตลอดเวลา ระบบทางการแพทย์ที่ช่วยแพทย์วินิจฉัยและตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบ ปรับแต่ง และตอบสนองได้เองโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์คอยสั่งการตลอดเวลา การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มแอปพลิเคชัน AI รูปแบบใหม่ แต่คือการพลิกโฉมความคาดหวังพื้นฐานที่เรามีต่อขีดความสามารถของ AI  เมื่อ AI ขยายตัวจากคลาวด์และสภาพแวดล้อมดิจิทัลเข้าสู่ระบบทางกายภาพ ความอัจฉริยะจึงไม่สามารถหยุดอยู่แค่คำว่า “รู้” ได้อีกต่อไป ระบบ Physical AI (AI ทางกายภาพ) เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติ จะต้องรับรู้ข้อมูล ตัดสินใจ และลงมือทำได้แบบเรียลไทม์ โดยต้องมีความปลอดภัยในการใช้งาน (Functional safety) และสามารถทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งเรื่องพลังงาน ความร้อน และพื้นที่ ความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกด้วย  และนี่คือจุดเริ่มต้นของยุค Physical AI อย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้ามาพลิกโฉมหลากหลายอุตสาหกรรม และ AMD เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ AI ในทศวรรษหน้า นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่แค่ “รู้” ไปสู่ระบบที่ “ลงมือทำ”  “การลงมือทำ” พลิกโฉมโจทย์ด้านการประมวลผลขั้นพื้นฐาน เมื่อ AI เริ่มโต้ตอบกับโลกทางกายภาพ โจทย์ของการประมวลผลย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แตกต่างจาก Cloud AI ที่มักถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการขยายสเกล การรับส่งข้อมูลปริมาณมาก และการประมวลผลแบบรวมศูนย์ เพราะ Physical AI มาพร้อมกับข้อกำหนดใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง  แชตบอตอาจมีอาการหน่วงบ้างในบางครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นไม่สามารถเกิดความล่าช้าได้เลย ยานยนต์อัตโนมัติก็ไม่สามารถปล่อยให้ระบบทำงานไม่เสถียรได้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่สามารถใช้วิธี “ลองตัดสินใจใหม่” ได้เมื่อทุกวินาทีมีผลต่อชีวิต  ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ:  ในโลกทางกายภาพ ความอัจฉริยะจะมีความหมายก็ต่อเมื่อระบบสามารถตอบสนองและลงมือทำได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด ดังนั้น ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดกันที่ประสิทธิภาพของโมเดล AI เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป  ขอบเขตของ Physical AI ก้าวไปไกลกว่าแค่การรันโมเดล AI เพราะความอัจฉริยะจะต้องทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการประมวลผล (Inference) การวางแผน การควบคุม และนำไปสู่การลงมือทำในโลกจริง ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่การสร้างโมเดล AI ให้ฉลาดขึ้น แต่คือการสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถโต้ตอบกับโลกความเป็นจริงได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ต่างหาก  และนี่คือเหตุผลที่ AMD เชื่อมั่นว่า แท้จริงแล้ว Physical AI คือความท้าทายด้าน “วิศวกรรมระบบ” ไม่ใช่แค่ความท้าทายด้านการสร้าง “โมเดล AI”  ไม่มีโปรเซสเซอร์ใดเพียงชนิดเดียวที่ขับเคลื่อน Physical AI ได้ทั้งหมด เราจะเข้าใจแนวคิดของ Physical AI ได้ง่ายขึ้น หากลองเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์  สมองของเราทำหน้าที่คิด วิเคราะห์หาเหตุผล และตัดสินใจ ระบบประสาทช่วยให้เรารับรู้และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กล้ามเนื้อและข้อต่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทางกายภาพอย่างแม่นยำ  ระบบ Physical AI ก็ทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน การคิดวิเคราะห์และการรับรู้ที่ซับซ้อนต้องอาศัยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง การตอบสนองแบบเรียลไทม์ต้องใช้การประมวลผลที่มีความหน่วงต่ำ (Low-latency) ณ จุดที่ต้องทำการตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวที่แม่นยำก็ต้องการระบบควบคุมที่ถูกต้องและคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก