Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Special Story

[Special Story] คอมพิวเตอร์ระบบควอนตัมจะไม่แพร่หลายในเร็วๆ นี้ เว้นแต่คุณมีเงิน 360 ล้านบาท

ก่อนอื่นเลยถ้าพูดถึงคำว่า Quantum Annealing หรือ QA นั้นคืออะไรครับ เพราะมันเป็นคำศัพท์ที่ต้องเป็นคนในวงการวิทยาการคอมพิวเตอร์ระดับสูงจริงๆ ถึงจะรู้และเข้าใจมันเป็นอย่างดี

ก่อนอื่นเลยถ้าพูดถึงคำว่า Quantum Annealing หรือ QA นั้นคืออะไรครับ เพราะมันเป็นคำศัพท์ที่ต้องเป็นคนในวงการวิทยาการคอมพิวเตอร์ระดับสูงจริงๆ ถึงจะรู้และเข้าใจมันเป็นอย่างดี เอาเป็นว่าก่อนที่จะเข้าเรื่องนี้ผมขออธิบายให้ทุกท่านพอที่จะเข้ากันกันอย่างพอสังเขปนะครับว่าเจ้า Quantum Annealing นี้มันคืออะไรก่อนที่เราจะไปดูเนื้อหาล่าสุดที่ทาง Google ซึ่งได้ทำการวิจัยเรื่องนี้เผยข้อมูลออกมาครับ

Quantum annealing (QA) นั้นคือ Metaheuristic หรือวิธีการเมตาฮิวริสติกวิธีหนึ่ง โดยวิธีการเมตาฮิวริสติกนั้นคือวิธีการที่ถูกออกแบบมาเพื่อที่จะใช้ในการหาคำตอบที่ดีสำหรับปัญหาที่ต้องการหาค่าที่ดีที่สุด โดยปัญหานั้นๆ จะมีความยุ่งยากซับซ้อนในการแก้ปัญหามาก และคำตอบที่ได้นั้นมักจะอยู่ในรูปแบบของพื้นที่ของคำตอบที่สามารถเป็นไปได้(ไม่ใช่คำตอบที่ตรงตัว แต่เป็นคำตอบที่เป็นพื้นที่หนึ่งของปัญหานั้นๆ)

Advertisement

วิธีการเมตาฮิวริสติกนั้นถือเป็นศาสตร์ชนิดหนึ่งของปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ซึ่งเป็นเรื่องของการค้นหาโดยการคำนวณเชิงวิวัฒนาการ (evolutionary computation) วิธีการเมตาฮิวริสติกนั้นมีหลากหลายประเภท ซึ่งโดยส่วนใหญ่นั้นจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากวิวัฒนาการทางชีววิทยาในการออกแบบวิธีการเมตาฮิวริสติก ส่วนใหญ่แล้วนั้นวิธีการเมตาฮิวริสติก มักจะถูกใช้ในขั้นตอนวิธีการค้นหา หรือ search algorithm ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่บริษัทที่ให้บริการทางด้านการค้นหาอย่าง Google จำเป็นต้องพัฒนาออกมาให้ดีที่สุดครับ

google research 600

วิธีการเมตาฮิวริสติกแบบ QA นั้นบอกตรงๆ เลยนะครับว่าผมเองก็ไม่เข้าใจแจ่มแจ้งมากนักเนื่องจากว่า Quantum annealing เป็นวิธีการเมตาฮิวริสติกชั้นสูงชนิดหนึ่งที่ดัดแปลงมาจากกลศาสตร์ควอนตัม(ทฤษฎีที่ใช้ในการอธิบายวัตถุที่มีขนาดเล็กกว่าอะตอม ซึ่งทฤษฎีนี้เป็นทฤษฎีสมัยใหม่สามารถอธิบายพฤติกรรมและใช้ในการคำนวณสำหรับวัตถุที่มีขนาดเล็กกว่าอะตอมอย่างเช่นอิเล็กตรอนในอะตอมของไฮโดรเจนเป็นต้น)

ดังนั้นหากจะว่าไปแล้วก็คือ QA นั้นใช้วิธีการในการคำนวณในระดับที่เล็กมากๆ กว่าวิธีการคำนวณของวิธีการเมตาฮิวริสติกแบบอื่นๆ (เพราะจำลองมาจากกลุ่มของตัวอย่างที่เล็กกว่าอะตอมอย่างเช่นอิเล็กตรอน) และวิธีการ QA นั้นไม่จำเป็นที่จะต้องใช้การวนซ้ำ(simulated annealing) เพื่อหาคำตอบที่ถูกต้องที่สุดอีกต่อไปเนื่องจากมันสามารถที่จะคำนวณได้อย่างละเอียดแล้วในรอบเดียว

ผลที่ได้ก็คือหากเราใช้วิธี QA ในการหาคำตอบนั้นก็จะทำให้ได้พื้นที่คำตอบของปัญหาเล็กลงกว่าเดิมเป็นอย่างมาก(คำตอบที่เราต้องการค้นหานั้นถูกขึ้นเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม) แต่ข้อเสียของวิธีการ QA ก็คือด้วยความที่มันใช้กลวิธีในการแยกย่อยของกลุ่มปัญหาที่เราต้องการคำตอบให้เล็กลงมากที่สุดดังนั้นแล้วมันจึงจำเป็นที่จะต้องอาศัยกำลังเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สูงมากในการคำนวณหาคำตอบนั้นๆ

เครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะสามารถคำนวณหาคำตอบด้วยวิธี QA แบบไม่ต้องใช้เวลานานหลายๆ ปี(จริงๆ แล้วคือหลายร้อยปีครับ) นั้นก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบควอนตัมซึ่งรองรับหน่วยที่สามารถคำนวณได้ที่เล็กกว่าคอมพิวเตอร์ระดับทั่วไปที่เราๆ ท่านๆ ใช้กันอยู่ หน่วยนี้เรียกว่า Qubit ณ ตรงนี้นั้นขออธิบายทุกท่านก่อนว่าคอมพิวเตอร์ที่เราๆ ท่านๆ ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนั้นมีหน่วยการคำนวณที่เล็กที่สุดเรียกว่า bit หรือทางไฟฟ้าจะแทนด้วยสถานะตัวเลข 1 กับ 0 ซึ่งค่าของ bit ที่ใช้ในการคำนวณในคอมพิวเตอร์ทั่วไปนั้นจะเป็นค่าคงที่แน่นอน

quantum computer 600

กลับกันแล้วนั้น Qubit จะสามารถที่แสดงสถานะได้เหนือกว่า bit คือมันจะสามารถแสดงสถานะได้ระหว่าง 0 ถึง 1 ได้ทุกค่า(นั่นหมายถึง 0.00000055….ไม่มีสิ้นสุดหรือจะบอกได้ว่าเล็กมากๆ) และสามารถสลับสถานะใน Qubit เดิมไปมาหรือมีค่า 0 และ 1 ไปพร้อมๆ กันได้ด้วย ทำให้การคำนวณบนเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบควอนตัมนั้นประมวลผลการคำนวณแบบขนานได้ ซึ่งจากงานวิจัยต่างๆ นั้นได้บอกเอาไว้ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบควอนตัมสามารถที่จะประมวลผลคำสั่งนับล้านๆ คำสั่งได้ในเวลาเดียวกัน(ขึ้นอยู่กับว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบควอนตัมนั้นๆ มี Qubit ในการประมวลผลทั้งหมดกี่หน่วย) แต่คอมพิวเตอร์ทั่วไปนั้นจะสามารถทำการประมวลผลได้ทีละคำสั่งเท่านั้น

หมายเหตุ – ด้วยเหตุที่ปกติแล้วหนึ่งแกนการประมวลผลของหน่วยประมวลผลบนคอมพิวเตอร์ทั่วไปที่เราๆ ท่านๆ ใช้กันจะทำการประมวลผลได้ทีละ 1 คำสั่งเท่านั้น ดังนั้นเพื่อให้คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันสามารถประมวลผลได้เร็วขึ้นเราจึงได้เห็นหน่วยประมวลผลที่มีหลายแกนการประมวลผลออกมาครับ

อย่างไรก็ตามแนวคิดของเรื่องเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบควอนตัมนั้นก็เป็นเรื่องที่ได้มีการพูดคุยกันมาอย่างเนิ่นนานแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ จนกระทั่งในช่วงกลางปี 2011 ที่ผ่านมานั้นบริษัท D-Wave ได้มีการวางจำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบควอนตัมเชิงพาณิชย์ตัวเลขของโลกออกมาในชื่อ D-Wave One ซึ่งใช้หน่วยประมวลผลระดับ 128 Qubit ตัวเครื่องมีขนาดที่ค่อนข้างจะใหญ่มากๆ (ดังรูปทางด้านล่างนี้) พร้อมทั้งเวลาใช้งานนั้นจะต้องใช้งานในที่ๆ อุณหภูมิต่ำมากๆ เพื่อคงสภาพของ Qubit เอาไว้เนื่องจากต้องพยายามคงสภาพของอิเล็กตรอนที่ใช้ในการคำนวณอยู่ตลอดเวลา(ถ้าอุณหภูมิร้อนขึ้นจากการที่แกนหมุนหน่วยประมวลผลร้อนเกินไปแล้วไม่สามารถรักษาอุณหภูมิไว้ได้ต่ำๆ อิเล็กตรอนจะได้รับพลังงานจากความร้อนของแกนการหมุนแล้วมันก็จะเสียรูปซึ่งทำให้ค่าที่เก็บไว้เปลี่ยนไปได้ครับ)

D-wave one quantum computer 600

D-Wave One : เครื่องคอมพิวเตอร์ระบบควอนตัมเชิงพาณิชย์เครื่องแรกของโลก

ลูกค้ารายแรกที่ซื้อ D-Wave One ไปใช้งานนั้นก็คือบริษัทผลิตอาวุธและเครื่องบิน Lockheed Martin ครับ หลังจากนั้นมา Google และ NASA ก็ได้เข้าซื้อ D-Wave รุ่นหลังจากนั้นเพื่อไปใช้งานด้วย สำหรับบริษัทอื่นๆ นอกเหนือไปจาก Google และ NASA นั้นเราจะไม่พูดถึงนะครับว่าพวกเขาซื้อ D-Wave ไปเพื่ออะไร(จริงๆ แล้วเพราะว่าทางบริษัทและองค์กรต่างๆ เหล่านั้นไม่ได้เปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการเอาไว้ครับ) แต่สำหรับ Google แล้วนั้นแตกต่างกันครับ เนื่องจากว่าทาง Google นั้นเป็นบริษัทที่เน้นธุรกิจการค้นหาข้อมูลเป็นหลัก ดังนั้นแล้วเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบควอนตัมนั้นจะช่วยเรื่องนี้กับ Google ได้เป็นอย่างมากครับ

ทางทีม Google Quantum AI(Quantum Artificial Intelligence) ได้มีการศึกษาพื้นฐานทางด้านฟิสิกส์ที่เกี่ยวข้องกับ Quantum Annealing หรือ QA มาเป็นระยะเวลา 2 ปีได้ จนในที่สุดเมื่อทางทีมงานคิดว่าเข้าใจในส่วนของวิธีการ QA อย่างแน่นอนแล้วทางทีมงานจึงได้ทำการปรับปรุงแก้ไขส่วนของโปรแกรมเข้าไปยังเครื่อง D-Wave 2X quantum annealer ใหม่(ซึ่งมีหน่วยประมวลผลที่รองรับ Qubit มากกว่า 1000 Qubit) เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าหลักการ QA ที่ทำผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบควอนตัมนั้นจะเป็นเรื่องที่แท้จริงหรือไม่(เอาง่ายๆ ก็คือเป็นทั้งการพิสูจน์เรื่องของเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบควอนตัม D-Wave ว่าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบควอนตัมจริงๆ หรือไม่และเป็นการพิสูจน์ความสามารถของวิธีการ QA ไปในตัวด้วยนั่นเองครับ)

หมายเหตุ – ในส่วนของการพัฒนา D-Wave 2X quantum annealer นี้นั้นทาง Google ได้ร่วมกันพัฒนากับทาง NASA ครับ

google-and-nasas-quantum-computer 600

ปัญหาที่ทาง Google ใช้เป็นตัวทดสอบนั้นพบว่ามีกรณีปัญหาที่เกี่ยวข้องสำหรับการหาคำตอบเกือบจะ 1000 ตัวแปรไบนารีเลยครับ ซึ่งนั่นก็พอๆ กับความสามารถของเครื่อง D-Wave 2X ด้วยพอดีที่รองรับ Qubit มากกว่า 1000 Qubit ขึ้นไป ด้วยการใช้วิธีการ QA ที่ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการวนซ้ำเพื่อหาคำตอบที่ดีที่สุด(simulated annealing)  ทำให้การค้นหาคำตอบด้วยวิธี QA นั้นเร็วกว่าวิธีการ simulated annealing บนแกนการประมวลผลเดียวถึง 108 เท่า(บนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป) นอกไปจากนั้นแล้วทาง Google ยังได้ใช้ขั้นตอนวิธีที่เรียกว่า Quantum Monte Carlo มาทำการเปรียบเทียบด้วย ซึ่งผลที่พบนั้น D-Wave 2X quantum annealer ก็ยังเร็วกว่าอยู่ดีดังกราฟครับ

compare Simulated Annealing (SA), Quantum Monte Carlo (QMC) and D-Wave 2X 600

โดยสรุปแล้วนั้นในการทดสอบและจากเอกสารทางวิชาการที่ทีมวิจัยเผยออกมามีดังต่อไปนี้ครับ

  • เครื่องคอมพิวเตอร์ระบบควอนตัมของทาง D-Wave นั้นน่าจะเป็นของจริงเพราะผลการทดสอบพบว่าเมื่อใช้ขั้นตอนวิธี QA บนเครื่อง D-Wave 2X นั้นเร็วกว่าวิธีการอื่นๆ มากเป็น 100 ล้านเท่า ซึ่งเมื่อเทียบกับหลักการวิธีอื่นที่นำมาทดสอบด้วยแล้วนั้นเร็วกว่ากันอย่างชัดเจน
  • ในกรณีที่ขนาดของปัญหามีจำนวนขนาด(bit size) ไม่มากเท่าไรนักเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบควอนตัมของทาง D-Wave สามารถที่จะประมวลผลคำตอบได้ที่เวลาเกือบจะเท่าๆ กัน แต่เมื่อมีขนาดของปัญหามากขึ้น เวลาที่ใช้ในการประมวลผลก็มากขึ้นตามไปด้วย
  • เครื่องคอมพิวเตอร์ระบบควอนตัมยังคงเป็นเครื่องที่อยู่ในขั้นตอนแรกของการนำมาใช้จริงเท่านั้น เนื่องจากว่ามันค่อนข้างที่จะจำกัดกับปัญหาในรูปแบบหนึ่งๆ เฉพาะด้านไปตามปัญหาที่ตั้งขึ้น เครื่องคอมพิวเตอร์ระบบควอนตัมยังไม่เหมาะสมที่จะใช้งานทั่วไปที่สามารถทำการแก้ไขปัญหาหลายๆ แบบได้
  • จากกราฟจะเห็นได้ว่าถึงแม้วิธีการ simulated annealing จะใช้เวลาในการประมวลผลเพื่อให้ได้คำตอบนานกว่า D-Wave แต่หากสังเกตดีๆ แล้วจะเห็นได้ว่าตัวกราฟเกือบจะเป้นเส้นตรง แถมในการรันที่ 50, 75 และ 85 เปอร์เซนต์ภายใต้จำนวนปัญหาเท่าๆ กัน วิธีการ simulated annealing นั้นแถบจะใช้เวลาในการหาคำตอบไม่แตกต่างกันเลย

ทางทีมงานวิจัยของ Google นั้นบอกว่าคงต้องใช้เวลาในการพัฒนาอีกต่อไปสีกพักเลยครับเพื่อที่จะสามารถปรับแต่งประสิทธิภาพของวิธีการ QA ให้เหมาะสมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบควอนตัมได้มากกว่านี้ นอกไปจากนั้นแล้วในเรื่องของปัญหาที่นำมาใช้นั้นหากยากมากเกินไป(คือมีขนาดของปัญหามาก) เครื่องคอมพิวเตอร์ระบบควอนตัมก็จอดใช้เวลาคิดนานมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน(แต่ก็ยังน้อยกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์แบบธรรมดาหลายเท่าตัว)

แต่ถึงแม้ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบควอนตัมจะทำงานในการประมวลผลเพื่อหาคำตอบตามวิธีการ QA ได้เร็วกว่าวิธีการ simulated annealing บนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป ทว่าทาง Google ก็ได้บอกเอาไว้ครับว่าด้วยความที่ในอนาคตนั้น annealers จะมีการเชื่อมต่อที่หนาแน่นมากว่าเดิมทำให้วิธีการ QA ที่ Google ใช้กับ D-Wave นั้นไม่สามารถที่จะคงประสิทธิภาพได้เช่นนี้อีกต่อไป เพราะต้องมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของโค้ดเพื่อการใช้งานเป็นอย่างมาก(อย่างที่บอกว่ามันเหมาะเฉพาะกับงานประเภทหนึ่งเท่านั้น)

ในขณะที่วิธีแบบเดิมๆ อย่าง simulated annealing นั้นถึงจะช้ากว่าแต่มันสามารถปรับแต่งได้ง่ายกว่าเพื่อให้รองรับกับปัญหาใหม่ๆ ดังนั้นหากรวมเวลาทั้งหมดที่ต้องใช้ตั้งแต่การปรับแต่งโค้ดให้เหมาะสมกับปัญหาไปจนกระทั่งเราได้คำตอบจากการประมวลผลที่ต้องการแล้ววิธีการ simulated annealing นั้นก็ถือว่าเป็นวิธีการที่ยังคงมีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดอยู่ดีในปัจจุบันครับ เป้าหมายของ Google ก็คือหลังจากตอนนี้ที่พิสูจน์ได้แล้วว่า D-Wave คือเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบควอนตัมจริงที่สามารถใช้วิธีการ QA ได้ แต่ต่อไปจะทำอย่างไรให้วิธีการ QA นั้นกลายมาเป็นวิธีการหลักที่ง่ายกว่าการใช้ simulated annealing ครับ

ทั้งนี้เครื่องคอมพิวเตอร์ระบบควอนตัมคงไม่สามารถที่จะใช้งานในชีวิตประจำวันสำหรับผู้ใช้ในเร็วๆ นี้ได้ คงต้องรอกันไปอีกสักพักใหญ่ๆ หล่ะครับ(อย่างน้อยก็ 10 – 20 ปีขึ้นไป) เราๆ ท่านๆ ถึงจะได้มีโอกาสได้จับต้องเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบควอนตัมกัน

หมายเหตุ – ตอนนี้คุณจะเป็นเจ้าของเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบควอนตัมก็ได้ครับเพียงคุณมีเงินเกิน $10 million หรือประมาณ 360 ล้านบาทไปสั่งซื้อจากทาง D-Wave

ที่มา : googleresearch.blogspot.com, 2, Wiki

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

Google ปล่อยอัปเดตฉุกเฉิน เพื่ออุดช่องโหว่ความปลอดภัยแบบ zero-day ใน Chrome รหัส CVE-2026-2441 หลังยืนยันว่า “มี exploit ถูกใช้งานจริงในวงกว้าง (in the wild)” และเริ่มทยอยปล่อยเวอร์ชันแก้ไขให้ผู้ใช้บน Stable Desktop แล้ว บทความนี้สรุปให้เข้าใจง่าย ว่าช่องโหว่นี้คืออะไร กระทบใคร เวอร์ชันไหนปลอดภัย และควรอัปเดตอย่างไร...

IT NEWS

Google บอกชัด ปี 2026 จะมี “AirDrop interoperability” บน Android มากกว่าเดิม กระแส “ส่งไฟล์ข้ามค่าย” ระหว่าง Android กับอุปกรณ์ของ Apple ที่เคยเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดสำหรับผู้ใช้มานาน กำลังถูกทำให้เป็นเรื่องง่ายขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากปลายปี 2025 Google ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการอัปเดต Quick...

Other News

Apple เคยชู “Private Cloud Compute” เป็นหัวใจของยุทธศาสตร์ AI ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวเป็นอันดับต้น ๆ แต่ช่วงต้นกุมภาพันธ์ 2026 ประเด็นนี้กลับถูกตั้งคำถามหนักขึ้น เมื่อ Google ออกมาพูดบนเวทีผลประกอบการว่า “กำลังทำงานร่วมกับ Apple ในฐานะผู้ให้บริการคลาวด์หลัก (preferred cloud provider)” พร้อมย้ำว่าทั้งสองบริษัทจะร่วมกันพัฒนา “Apple Foundation...

IT NEWS

ช่วงที่ผ่านมา “การพยายามใช้งานฟีเจอร์แบบพรีเมียมโดยไม่จ่ายเงิน” กลายเป็นเกมไล่จับหนูในโลกออนไลน์แบบไม่เป็นทางการอยู่ตลอด—ฝั่ง Google ล็อกฟีเจอร์ไว้หลัง paywall ส่วนผู้ใช้สายปรับแต่งก็หาวิธีอ้อมผ่านได้เรื่อย ๆ และเมื่อมีช่องโหว่ใหม่ โดนปิด ก็วนลูปเดิมอีกครั้ง รอบล่าสุดคือ “การเล่นวิดีโอเบื้องหลัง (background playback)” ที่ปกติเป็นหนึ่งในฟีเจอร์หลักของ YouTube Premium แต่ก่อนหน้านี้มีผู้ใช้จำนวนมากอาศัยการเปิด YouTube ผ่านเบราว์เซอร์มือถือบางตัว (รวมถึงเบราว์เซอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความยืดหยุ่นหรือมีระบบบล็อกโฆษณาในตัว) เพื่อทำให้วิดีโอเล่นต่อได้แม้ออกจากหน้าเว็บหรือดับหน้าจอ Advertisement...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก