
ตลาด RAM ช่วงนี้หนักขึ้นจริง ทั้งฝั่งเกมเมอร์และคนประกอบพีซี เพราะราคาไต่ขึ้นแทบทุกทางเลือก จนหลายคนเริ่มมองหา “ทางรอด” จากผู้ผลิตหน่วยความจำจีนอย่าง CXMT โดยหวังว่า DDR5/DDR4 จากจีนจะถูกกว่าและมีของมากพอให้ตลาดหายตึง แต่ถ้ามองด้วยมุมซัพพลายเชนและข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี ความเป็นจริงอาจต่างจากที่คาดไว้พอสมควร
ทำไม RAM ถึงขาดตลาดและแพงขึ้นในช่วงต้นปี 2026
จุดที่ทำให้คนรู้สึกว่า “RAM หายาก/แพงผิดปกติ” ไม่ได้มาจากปัจจัยเดียว แต่เป็นการซ้อนกันของดีมานด์ฝั่ง AI และ data center ที่ดึงกำลังผลิต (capacity) ไปทางสินค้ากำไรสูงอย่าง HBM และ server-grade DRAM มากขึ้น ขณะที่ตลาดพีซี/คอนซูเมอร์ยังต้องใช้ DRAM ปริมาณมากเหมือนเดิม
ข้อมูลจาก TrendForce (2 ก.พ. 2569) ชี้ว่าราคา “สัญญา” (contract price) ของ DRAM ทั่วไปในไตรมาส 1/2026 ถูกปรับคาดการณ์ขึ้นแรงเป็น +90–95% QoQ และระบุว่า ราคา PC DRAM มีแนวโน้ม “อย่างน้อยต้องเพิ่มเป็นสองเท่า” ในไตรมาสเดียว จากภาวะช่องว่างอุปสงค์-อุปทาน
ฝั่งราคาตลาดจร (spot) ก็สะท้อนภาพเดียวกัน TrendForce ระบุว่าราคา DDR4/DDR5 อยู่ในระดับสูงต่อเนื่องเพราะ “ยังขาดของ” แม้ผู้ซื้อบางส่วนเริ่มชะลอการซื้อเพราะรับต้นทุนไม่ไหว
ภาพรวมผู้เล่นหน่วยความจำจีน: ทำไมคนถึงหวังว่า “จีนจะมาช่วยกดราคา”
เหตุผลที่หลายคนจับตาจีน คือจีนมีผู้ผลิตหน่วยความจำที่เติบโตเร็ว และภาครัฐสนับสนุนหนัก ทำให้เกิดความคาดหวังว่า “ถ้าจีนทำได้เยอะเมื่อไร ราคาตลาดโลกน่าจะถูกลง” โดยเฉพาะฝั่ง DRAM อย่าง CXMT และฝั่ง NAND อย่าง YMTC (แม้ YMTC จะเป็นสาย NAND เป็นหลัก แต่ตลาดก็จับตาว่าจะขยับไป DRAM มากขึ้น)

ประเด็นคือ ความหวัง “ของถูก” มักมองแค่ปลายทาง (ราคาหน้าร้าน) แต่ซัพพลายเชนของ DRAM/DDR5 มีต้นทุนและขั้นตอนก่อนถึงหน้าร้านอีกหลายชั้น ตั้งแต่เทคโนโลยีกระบวนการผลิต (process) → yield/ต้นทุนต่อชิป → ปริมาณผลิตจริง (volume) → การทดสอบและรับรองกับ CPU/แพลตฟอร์มต่าง ๆ → ไปจนถึงความเสี่ยงด้านกฎระเบียบเวลา “ส่งออกไปตลาดหลัก”
CXMT กับโจทย์ยาก: ทำ DDR5 โดยไม่มี EUV แล้วต้นทุนไปจบตรงไหน
รายงานต้นทางของ Wccftech (เผยแพร่เมื่อ 5 ก.พ. 2569) อธิบายว่า DRAM รุ่นใหม่อย่าง DDR5 โดยทั่วไปต้องพึ่งกระบวนการผลิตขั้นสูง และในโลกความจริง “EUV lithography” เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญของการเดินหน้าสู่โหนดที่เล็กลง แต่จีนถูกจำกัดการเข้าถึง EUV มานาน และ Reuters ก็เคยรายงานว่า ASML ยืนยันว่าไม่เคยขายเครื่อง EUV ให้ลูกค้าในจีน
เมื่อไม่มี EUV การ “อ้อม” ด้วยเทคนิคหลายแพตเทิร์น เช่น SAQP (แนวคิดคือการทำลายเส้นลวดลายให้ละเอียดขึ้นด้วยการแพตเทิร์นซ้ำหลายรอบ) อาจช่วยให้ทำชิประดับ DDR5 ได้ แต่ก็มักแลกกับความซับซ้อนของกระบวนการ ต้นทุน และความยากในการเร่ง volume ให้มากพอจะไปชนผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Samsung Electronics หรือ SK hynix
ประเด็นสำคัญที่รายงานชี้ไว้คือ “ต้นทุนต่อบิต” (cost per bit) ของผู้ผลิตจีนอาจเสียเปรียบจากขนาดได (die) และ yield โดย Wccftech อ้างว่าชิป DDR5 ของ CXMT อาจมีไดใหญ่กว่าคู่แข่งระดับโลกมาก (ระดับ 40–50% สำหรับความจุใกล้เคียงกัน) ทำให้ได้ชิปต่อเวเฟอร์น้อยลงและต้นทุนสูงขึ้นเมื่อจะทำปริมาณมาก
แม้แหล่งอื่นจะเล่าในคนละมุม แต่ก็สะท้อน “แก่นเดียวกัน” คือ CXMT ยังต้องฝ่าด่าน yield/ความเสถียร/การไล่โหนดให้เล็กลง โดย Tom’s Hardware เคยสรุปว่าความพยายาม DDR5 ของ CXMT ยังติดข้อจำกัดด้าน yield และการทำให้คุณภาพนิ่งพอสำหรับตลาดกว้าง
สรุปให้เข้าใจง่าย: ต่อให้ DDR5 จากจีน “ทำได้” ก็ไม่ได้แปลว่า “ต้องถูกกว่าเสมอ” เพราะต้นทุนที่ปลายทางสะท้อนต้นทุนที่ต้นน้ำ และถ้าต้นน้ำยังเสียเปรียบ ราคาก็มีโอกาสไหลเข้าใกล้ระดับตลาดโลกมากกว่าที่หลายคนหวัง
ทำไม “ทำได้” ไม่เท่ากับ “ทำได้เยอะ” เรื่อง volume + การรับรองคุณภาพ
DDR5 ไม่ใช่แค่ผลิตชิปออกมาแล้วจบ แต่ต้องผ่านขั้นตอน validation/qualification กับแพลตฟอร์มจำนวนมาก ตั้งแต่ชุดควบคุมหน่วยความจำ (IMC) ใน CPU ไปจนถึงบอร์ดและโปรไฟล์การทำงานจริง เช่น XMP/EXPO และความเสถียรระยะยาว
Wccftech ชี้ว่า CXMT ยังเป็นผู้เล่นหน้าใหม่เมื่อเทียบกับซัพพลายเออร์ที่ผ่านสนามมาแล้ว และการจะเป็นซัพพลายเออร์ “ระดับโลก” ต้องมีประสบการณ์แก้ปัญหาหน้างานร่วมกับลูกค้าหลากหลายกลุ่ม (ตั้งแต่พีซีไปจนถึงเซิร์ฟเวอร์) ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้เวลาและทรัพยากรสูง
อีกมุมที่มักถูกมองข้ามคือ “ดีมานด์ในประเทศ” หากกำลังผลิตของ CXMT ถูกดูดซับด้วยตลาดภายในจีนก่อน ก็ยิ่งลดโอกาสที่สินค้าจะไหลออกมาพอจะกดราคาตลาดโลกอย่างเป็นรูปธรรม (อย่างน้อยในระยะสั้น)
ต่อให้ผลิตได้ แล้วจะขายทั่วโลกได้ไหม: ด่านกฎระเบียบสหรัฐและความเสี่ยงเชิงพาณิชย์
ส่วนนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้ “ฝันของ RAM ถูกจากจีนในตลาดโลก” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่ขึ้นกับการเมือง/กฎระเบียบด้วย
- YMTC ถูกใส่ใน Entity List ของสหรัฐ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2022 ซึ่งหมายถึงธุรกรรมบางประเภทเกี่ยวกับสินค้าหรือเทคโนโลยีสหรัฐจะถูกจำกัด/ต้องขออนุญาตตามกฎของหน่วยงานใน U.S. Department of Commerce (โดยเฉพาะผ่าน Bureau of Industry and Security)
- ขณะเดียวกัน รายชื่อบริษัทที่ U.S. Department of Defense จัดเป็น “Chinese military companies” (ตามกรอบกฎหมาย Section 1260H) มีชื่อทั้ง YMTC และ CXMT อยู่ในเอกสารฉบับล่าสุดที่เผยแพร่ (7 ม.ค. 2025)
เพื่อความตรงไปตรงมา: การถูกระบุชื่อในรายชื่อเหล่านี้ “ไม่ได้แปลตรง ๆ” ว่าห้ามขายสินค้าให้ผู้บริโภคทั่วโลกทันที แต่ในทางธุรกิจมันเพิ่ม ต้นทุนความเสี่ยงและต้นทุน compliance สำหรับแบรนด์ใหญ่/ช่องทางขายหลัก โดยเฉพาะตลาด สหรัฐอเมริกา ที่เข้มเรื่องการจัดหาชิ้นส่วนจากผู้ขายบางกลุ่มอยู่แล้ว
กรณี YMTC ก็เห็นภาพความตึงเครียดนี้มาก่อน เช่น Reuters เคยรายงานว่า YMTC ฟ้องร้องกรณีถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับกองทัพจีน ซึ่งสะท้อนว่าสถานะด้านกฎระเบียบเป็น “ตัวแปร” ที่เปลี่ยนเกมการค้าได้ตลอด
แล้วเกมเมอร์ควรหวังกับ RAM จีนแค่ไหน?
ถ้าสรุปแบบไม่ขายฝัน: RAM จีนอาจเป็น “ตัวเลือกเพิ่ม” ในอนาคต แต่ยังไม่ใช่ “ผู้กอบกู้” ที่จะทำให้ DDR5/DDR4 ถูกลงแบบชัดเจนในเร็ววัน เพราะติด 3 ด่านหลักพร้อมกัน
- ต้นทุนและเทคโนโลยีการผลิต: ไม่มี EUV ทำให้การเดินโหนด/เร่ง volume ยากขึ้น และต้นทุนอาจไม่ต่ำพอจะตัดราคาเจ้าใหญ่
- volume + qualification: ทำได้เยอะอย่างสม่ำเสมอ และผ่านการรับรองกับแพลตฟอร์มหลากหลายคือ “งานคนละชุด” กับการโชว์สเปกความเร็วสูง
- กฎระเบียบ/ความเสี่ยงการเข้าตลาดหลัก: โดยเฉพาะสหรัฐ ที่มีทั้ง Entity List และรายชื่อ DoD ที่ทำให้แบรนด์ใหญ่ลังเล
คำแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับคนประกอบพีซีช่วง RAM แพง
เพื่อให้ “เจ็บตัวน้อยลง” ระหว่างที่ตลาดยังตึง:
- ซื้อให้พอดีงานก่อน: ถ้าใช้เล่นเกมเป็นหลัก 32GB (เช่น 16×2) ยังเป็น sweet spot สำหรับหลายเกม/งานสตรีม ส่วน 64GB ค่อยขยับเมื่อรู้ว่าต้องใช้จริง (งานตัดต่อหนัก ๆ/VM/ทำคอนเทนต์)
- อย่าติดกับดัก “ความเร็วสูงสุด”: ต่างกันไม่กี่เปอร์เซ็นต์ในเกม แต่ราคากระโดดมาก ให้บาลานซ์ที่ความจุ + ความเสถียร + timing ที่เหมาะกับ CPU/เมนบอร์ดมากกว่า
- ระวังของแปลก/ของปลอม: ยิ่งของแพง ตลาดมือสองและของไม่ชัดเจนยิ่งเสี่ยง เลือกซื้อจากช่องทางที่ตรวจสอบได้ และเทสต์ด้วยเครื่องมือวัดเสถียรภาพหลังประกอบ
- เผื่อแผนเวลา: ถ้าประกอบได้ “เดือนหน้า” และไม่เร่งมาก ลองจับตารอบราคา เพราะ TrendForce เองยังบอกว่ามีโอกาสปรับคาดการณ์ขึ้นอีกได้
บทสรุป: จีนอาจช่วย “เพิ่มซัพพลาย” ได้ แต่ยังไม่ใช่คำตอบ
ความหวังว่า CXMT/YMTC จะทำให้ RAM กลับมาถูกแบบเร็ว ๆ เป็นเรื่องเข้าใจได้ในยุคที่คนเห็นราคา RAM ไต่ขึ้นรายสัปดาห์ แต่ถ้ามองด้วยเลนส์ของซัพพลายเชน ภาพที่ชัดคือ “กำลังผลิต + ต้นทุน + กฎระเบียบ” ยังเป็นกำแพงใหญ่ ทำให้ RAM จากจีนมีแนวโน้มไปทาง “เติมตัวเลือก” มากกว่า “กดราคาตลาดโลก” ในระยะสั้น
ที่มา: wccftech





