
ภาพรวมสถานการณ์: DDR4 ทำไมขึ้นแรงกว่า DDR5
ถ้าพูดถึงยุคนี้ หลายคนอาจคิดว่า “ของใหม่อย่าง DDR5 น่าจะแพงและขึ้นแรงกว่า” แต่ข้อมูลล่าสุดกลับสะท้อนภาพตรงกันข้าม เพราะ DDR4 ในตลาด spot ถูกประเมินว่าเด้งแรงกว่า DDR5 ในไตรมาส 1/2026 (ซึ่งตอนนี้เราอยู่ช่วงปลายเดือนมกราคม 2026 แล้ว) โดยรายงานอ้างอิงข้อมูลวิเคราะห์จาก Goldman Sachs และสื่อไต้หวัน Ctee ระบุว่า ราคา spot ของ DDR4 สูงกว่าราคาสัญญา (contract) ถึงราว 172% ขณะที่ DDR5 สูงกว่าราว 76%
ตัวเลขชุดนี้ “น่ากังวล” ไม่ใช่แค่เพราะมันสูง แต่เพราะมันสะท้อนว่าในห่วงโซ่อุปทานกำลังเกิดภาวะ “แย่งของ” กันจริงจัง โดยเฉพาะฝั่งที่ยังต้องพึ่ง DDR4 อยู่ และกำลังพยายามหา DRAM ให้ทันก่อนราคาจะปรับขึ้นไปอีก
Spot price vs Contract price: ต่างกันยังไง และทำไมช่องว่างราคาถึงสำคัญ
เพื่ออ่านข่าวนี้ให้เข้าใจ ต้องแยกก่อนว่า “ราคา spot” กับ “ราคาสัญญา (contract/LTA)” ไม่เหมือนกัน
- Spot price คือราคาซื้อขายระยะสั้น/ตามสภาพตลาด ณ ตอนนั้น (สะท้อนอารมณ์ตลาดเร็วมาก)
- Contract/LTA (Long-Term Agreement) คือราคาที่ตกลงกันล่วงหน้าระหว่างผู้ผลิตกับลูกค้า/ผู้ประกอบ (มักนิ่งกว่า แต่ปรับตามรอบเจรจา)
สิ่งที่ทำให้คนในตลาดเริ่ม “ระแวง” คือ ช่องว่างระหว่าง spot กับ contract กว้างขึ้น จนเริ่มบอกได้ว่า “ราคาที่ควรจะเป็น” ของ DRAM ในมุมตลาด ณ ตอนนี้ สูงกว่าราคาสัญญาที่เคยคุยกันไว้มาก
และเมื่อช่องว่างมันกว้างมากพอ ผู้ผลิตก็มีแรงจูงใจจะ “ดันให้สัญญารอบใหม่แพงขึ้น” หรือหันไปทำสัญญาระยะสั้นมากขึ้นเพื่อสะท้อน premium ของตลาด spot ซึ่งรายงานระบุว่าฝั่งลูกค้าปลายน้ำ (downstream) ยิ่งทำสัญญาระยะยาวได้ยาก ขณะที่ซัพพลายเออร์อย่าง Samsung และ SK hynix ถูกอ้างว่าเอนเอียงไปหาดีลระยะสั้น เพื่อสะท้อนราคา spot ให้ไวขึ้น
ทำไม DDR4 ถึงตึง ทั้งที่เป็นแรมรุ่นเก่า
จุดพีคของเรื่องนี้คือ DDR4 ไม่ได้หายไปจากโลกจริง แม้แพลตฟอร์มใหม่จะดัน DDR5 เต็มตัวแล้วก็ตาม
- ฐานเครื่อง DDR4 ยังใหญ่มาก
ทั้ง PC ที่ใช้งานอยู่, เครื่ององค์กร, อุปกรณ์อุตสาหกรรม/เครือข่ายบางกลุ่ม และระบบบางส่วนใน data center ยังมีดีมานด์ DDR4 ต่อเนื่อง ทำให้ “ของเก่า” ไม่ได้แปลว่า “ไม่มีคนซื้อ” - ผู้ผลิตกำลังทยอยลด/เลิก DDR4
TrendForce อ้างอิงข้อมูลจาก Commercial Times ว่าผู้ผลิตรายใหญ่หลายราย “เตรียมยุติการผลิต DDR4 ในปี 2026” และระบุว่า Samsung ยังยืนตามแผน end-of-life ทำให้ซัพพลาย DDR4 ใหม่เริ่มตึง - กำลังผลิตถูกโยกไปฝั่ง server/HBM
TrendForce ชี้ว่าเมื่อดีมานด์ AI server เพิ่มขึ้น ซัพพลายเออร์มีแนวโน้ม redirecting advanced nodes และ capacity ใหม่ไปที่ server และ HBM ส่งผลให้ซัพพลาย DRAM กลุ่มอื่นตึงขึ้น และดันราคาขึ้นตาม
นี่คือเหตุผลว่าทำไม “แรมรุ่นเก่า” ราคาถึงสามารถขึ้นแรงได้เพราะ: ดีมานด์ยังอยู่ แต่ซัพพลายใหม่กำลังหด และกำลังผลิตใหม่ถูกจองไปทำของที่ margin ดีกว่า
สัญญาณจากสำนักวิจัย: DDR4 ในไตรมาส 1/2026 อาจยังไม่จบแค่นี้
TrendForce ระบุว่า DDR4 เป็นหนึ่งใน “legacy memory” ที่กำลังกลับมาร้อนแรง และรายงานว่าผู้ซื้อระดับองค์กรเร่ง sourcing DDR4 จนทำให้ ราคาในไตรมาสแรกพุ่งได้ “สูงสุดถึงราว 50%” พร้อมคาดว่าโมเมนตัมอาจต่อเนื่องไปไตรมาส 2
ขณะเดียวกัน TrendForce ยังประเมินภาพใหญ่ของตลาดว่า conventional DRAM contract prices อาจกระโดด 55–60% QoQ ใน 1Q26 (ไตรมาส 1/2026) จากแรงตึงตัวของอุปทานและการโยกกำลังผลิตไป server/HBM
พูดง่าย ๆ คือ ต่อให้คุณไม่ได้ซื้อ “DDR4 แท่งเดี่ยว” ตลาด DRAM ที่ตึงขึ้น มักไหลไปกระทบต้นทุนสินค้าปลายทางเป็นโดมิโนอยู่ดี
เมื่อไหร่ราคาหน้าร้านจะเริ่มสะท้อนต้นทุนที่พุ่ง
จุดที่หลายคนอยากรู้ที่สุดคือ “แล้วคนซื้อ RAM/ประกอบคอมจะเจอราคาแพงขึ้นเมื่อไหร่”
รายงานที่เป็นต้นทางของประเด็นนี้ชี้ว่า ราคาตลาด spot ที่พุ่ง ยังไม่ถูกสะท้อนครบในสินค้าปลายทาง แต่มีแนวโน้มว่า “เดือนต่อจากนี้” จะเริ่มเห็นผล เพราะผู้ผลิต/ผู้ประกอบไม่สามารถ absorb ต้นทุนได้ตลอด และสุดท้ายต้องทยอยส่งผ่านไปที่ราคา RAM module, GPU และสินค้า client อื่น ๆ
โดยธรรมชาติแล้ว ราคาหน้าร้านจะมาช้ากว่า spot เพราะยังมีสต็อกเดิม, สัญญาเดิม และรอบนำเข้า/กระจายของ แต่ถ้าช่องว่าง spot-contract กว้างขึ้นเรื่อย ๆ การ “รีเซ็ตราคา” รอบใหม่มักเกิดเร็วขึ้นกว่าปกติ
ผลกระทบต่อคนประกอบคอม/อัปเกรด ควรรับมือยังไง
สำหรับตลาดบ้านเรา ประเด็นนี้กระทบได้หลายจุด โดยเฉพาะคนที่ตั้งใจ “ประหยัด” ด้วยการอยู่กับแพลตฟอร์ม DDR4 ต่อไป
สิ่งที่อาจเกิดขึ้น
- ชุด RAM DDR4 (โดยเฉพาะความจุสูง/บัสสูง) อาจขยับราคา หรือของเริ่มขาดช่วง
- ของบางรุ่นราคาไม่นิ่ง เพราะอิงล็อตนำเข้าและต้นทุนช่วงเจรจาสัญญา
- ตลาดมือสองอาจร้อนขึ้น แต่ก็เสี่ยงเรื่องสภาพ/ประกัน
แนวทางรับมือแบบไม่ฝืนงบ
- ถ้าจำเป็นต้องอัปเกรดเครื่อง DDR4 “ในระยะสั้น” (เช่น เพิ่ม RAM เพื่อทำงาน/เล่นเกม) การซื้อให้จบในช่วงที่ราคายังไม่ขยับเต็ม อาจปลอดภัยกว่า “รอแบบไม่มีกำหนด”
- ถ้าไม่ได้จำเป็นจริง ๆ ให้จับตาราคาเป็นรายสัปดาห์ และเทียบหลายร้าน เพราะช่วงตลาดผันผวน ร้านค้าจะปรับราคาไม่พร้อมกัน
- เลือกความจุ/จำนวนแถวให้เหมาะกับงานจริง ลดการ “เผื่อ” เกินจำเป็น เพราะช่วงนี้ต้นทุนความจุสูงมักโดนก่อน
- สำหรับคนประกอบใหม่ ลองชั่งน้ำหนักว่า “จ่ายเพิ่มเพื่อ DDR5” คุ้มไหม เทียบกับความเสี่ยงที่ DDR4 จะไม่ถูกอย่างที่หวัง (เพราะตอนนี้ DDR4 เริ่มไม่เป็นตัวเลือกประหยัดแล้วในบางตลาด)
- องค์กร/ทีมไอทีที่ต้องดูแลเครื่องจำนวนมาก ควรรีวิวแผนจัดซื้อและสัญญาให้เร็วขึ้น เพราะรายงานระบุว่าการล็อก LTA ทำได้ยากกว่าเดิม และซัพพลายเออร์มีแรงจูงใจทำสัญญาสั้น
ตัวอย่างแรงสั่นสะเทือนจากต่างประเทศ (แปลงเป็นเงินบาท)
แม้ราคาไทยจะไม่จำเป็นต้องเท่าต่างประเทศ แต่ “เคสจริง” ช่วยให้เห็นทิศทางได้
TechRadar อ้างรายงานในเกาหลีใต้ว่า DDR5 โมดูลของ Samsung จากราว 100,000 วอน (~$69) ในเดือนพฤศจิกายน 2025 กลายเป็น 400,000 วอน (~$278) ในช่วงล่าสุด หรือเทียบเท่าการขึ้นแรงมากสำหรับความจุ 16GB
เพื่อให้เห็นภาพเป็นเงินบาท: ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุ Reference Rate: USD = 31.149 บาท ณ วันที่ 27 ม.ค. 2026
- $69 ≈ 2,149 บาท
- $278 ≈ 8,659 บาท
ย้ำอีกครั้งว่านี่คือ “ตัวอย่างต่างประเทศ” ไม่ใช่ราคาหน้าร้านในไทย แต่สะท้อนว่าเมื่อ supply ตึงและผู้ผลิตโฟกัสสินค้าไปฝั่ง AI/enterprise มากขึ้น ราคาฝั่งผู้บริโภคสามารถกระชากขึ้นได้จริงในบางตลาด
สรุป: DDR4 ไม่ได้เป็นทางหนี “ของแพง” อีกต่อไปในรอบนี้
ภาพรวม ณ ปลายเดือนมกราคม 2026 คือ DDR4 ในตลาด spot ถูกประเมินว่าขึ้นหนักกว่า DDR5 สะท้อนดีมานด์ฝั่งองค์กรที่ยังต้องใช้ DDR4 ขณะเดียวกันซัพพลายใหม่เริ่มตึงจากแผนลด/เลิกผลิต และการโยกกำลังผลิตไปที่ server/HBM
เมื่อรวมกับมุมมองจาก TrendForce เรื่องราคาที่อาจพุ่งแรงใน 1Q26 และแรงตึงตัวของตลาด memory ที่ Reuters รายงานว่า “shortfall อาจลากยาวถึงปลายปี 2027” (ภาพใหญ่ของอุตสาหกรรม memory) ก็ยิ่งทำให้ต้นปี 2026 เป็นช่วงที่คนประกอบคอมและฝั่งธุรกิจควรจับตาราคา RAM แบบจริงจังมากขึ้น
ที่มา: wccftech





