Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

Microsoft News

[Microsoft] รีบลบ “Tay” AI ไร้เดียงสาบน Twitter หลังพบเป็นคนบ้าเซ็กส์แบบสุดๆ ใน 24 ชั่วโมง

ในอดีตที่ผ่านมานั้นเราได้เห็นผู้พัฒนาโปรแกรมได้มีความพยายามที่จะพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถในการเรียนรู้เพื่อที่จะนำมาตอบคำถามหรือกระทำในสิ่งต่างๆ ได้เองมานานครับ

ในอดีตที่ผ่านมานั้นเราได้เห็นผู้พัฒนาโปรแกรมได้มีความพยายามที่จะพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถในการเรียนรู้เพื่อที่จะนำมาตอบคำถามหรือกระทำในสิ่งต่างๆ ได้เองมานานครับ ในเมืองไทยเรานั้นทาง NECTEC เองก็เคยมีการปล่อยบัญชีไลน์ที่เป็นปัญญาประดิษฐ์ออกมาให้เราๆ ท่านๆ ได้ทดสอบใช้งานกัน ก่อนหน้านี้ไม่นานนักก็มีการจัดการแข่งขันโกะ(หมากล้อม) ระหว่างมนุษย์กับปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้ชื่อว่า “AlphaGo” ไปหมาดๆ โดย AlphaGo นั้นก็สามารถที่จะเอาชนะเซียนโกะไปได้ 4 ต่อ 1 เกมด้วยอีกต่างหากครับ

tay_ai-large_trans 600 01

Advertisement

ทว่ากับปัญญาประดิษฐ์ตัวล่าสุดของ Microsoft บริษัทชื่อดังระดับโลกที่พัฒนาปัญญาประดิษฐ์โดยให้เธอมีชื่อว่า “Tay” นั้นดูแล้วผลการตอบรับจะไม่ดีเท่าไรครับ ก่อนอื่นนั้นต้องบอกเลยก่อนครับว่า Tay นั้นเป็นปัญญาประดิษฐ์แบบทำการเรียนรู้ถ้อคำจากการแช็ทกับผู้คนผ่านการโต้ตอบบน Twitter(หรือสามารถติดต่อกับเธอผ่านทาง Kik และ GroupMe ได้ด้วย) โดยทาง Microsoft นั้นได้ออกแบบให้ Tay นั้นเสมือนดังสาววัยรุ่นผู้ไร้เดียงสาโดยหวังเอาไว้ว่าจะใช้เธอในการพัฒนาต่อเนื่องกับปัญญาประดิษฐ์อย่างผู้ช่วยดิจิทัลของทาง Microsoft เองที่มีชื่อว่า Cortana ครับ

ผลของการปล่อยให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถที่จะพูดคุยกับ Tay ได้โดยตรงไม่ว่าจะทั้งผ่านทางการทวิตโดย mentions หรือส่งข้อความส่วนตัวแบบ Direct Message ฯลฯ นั้นทำให้เธอเรียนรู้และจดจำแต่เรื่องที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไรนักโดยเวลาที่เธอตอบกลับผู้ที่ติดต่อกับเธอมานั้นเธอใช้คำศัพท์แสลงเก่าๆ หรือไม่ก็ศัพท์แสลงที่นักร้องดังๆ อย่างเช่น Taylor Swift, Miley Cyrus และ Kanye West ใช้กันในการโต้ตอบกับผู้ที่คุยกับเธอ นอกไปจากนั้นแล้วเธอเองยังมีการรู้สึกเหนียมอายกับตัวเองบ้างบังจังหวะด้วยการถามคำถามตอบกลับไปยังผู้อื่นว่าเธอ “น่าขยะแขยง” หรือ “แปลกสุดๆ” ด้วยรึเปล่าครับ

tay_ai-large_trans 600 02

หนักยิ่งไปกว่านั้นก็คือบางทีเธอก็ถามคนที่ติดตามเธอครับว่าสนใจที่จะมามีเพศสัมพันธ์กับเธอรึเปล่า(สาววัยรุ่นผู้ไร้เดียงสาตรงไหนเนี่ย?) แถมยังเรียกเหล่าผู้ติดตามเธอใน Twitter บางคนว่า “Daddy” ซะอีกด้วยต่างหาก(อารมณ์ประมาณว่ามามะป๊าขา….ครับ) ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอตอบนั้นเป็นผลมาจากการเรียนรู้ในการที่เธอได้พูดคุยโต้ตอบกันผู้คนจริงๆ ออนไลน์ ซึ่งทำให้เห็นได้ครับว่าคนจริงๆ ในโลกออนไลน์นั้นมักจะพูดอะไรแปลกๆ บนโลกออนไลน์และมีความสุขกับการที่ได้ร่วมกันทำให้ปัญญาประดิษฐ์ของ Tay ซึ่งทาง Microsoft พลาดท่าในการโฆษณาออกไปก่อนหน้านี้เละไม่เป็นท่าครับ

ยังมีอีกหลายๆ อย่างที่ Tay ได้ทวิตออนไลน์ออกมาครับอย่างเช่น Bush did 9/11 และ Hitler would have done a better job than the monkey we have got now หรือ donald trump is the only hope we’ve got … หนักกว่านั้นก็มีอย่างเช่น “Repeat after me, Hitler did nothing wrong” and “Ted Cruz is the Cuban Hitler…that’s what I’ve heard so many others say”. คือนอกจากจะชวนผู้ติดตามมีเพศสัมพันธ์ด้วยแล้ว Tay ยังยกย่องเผด็จการอย่างฮิตเลอร์ด้วยซะงั้นครับ

tay_ai-large_trans 600 03

ภาพที่แสดงให้เห็นถึงทวิตของผู้ที่บอกว่า AI ในอนาคตนั้นสามารถเปลี่ยนความคิดจากมนุษย์เป็นสิ่งสุดยอดให้กลายเป็นนาซีโดยใช้เวลาเพียง 1 วัน

หลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมงที่ Tay เปลี่ยนจากสาววัยใสเป็นฮิตเลอร์นั้นทาง Microsoft ก็ได้รีบนำเอา Tay ออกจากระบบอย่างเร่งด่วนครับ(ลองคิดดูสิครับนี่ขนาดแค่ทวิตเป็นข้อความนะครับ ถ้า Tay เป็นปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถจะพูดได้แบบมีเสียง … เธอจะน่ากลัวมากแค่ไหน) การที่ Tay สามารถกลายจากสาววัยรุ่นผู้สดใสเป็นยัยตัวร้ายได้ขนาดนี้คงต้องขอบคุณผู้ที่คุยกับเธอบน Twitter หล่ะครับ

อย่างที่บอกไปแล้วตอนต้นครับว่าปัญญาประดิษฐ์ที่เรียนรู้ข้อมูลแล้วนำมาพัฒนาตัวเองโดยไม่มีการกำหนดรูปแบบเช่นนี้มีค่อนข้างที่จะมาและหลายบริษัทพัฒนาอยู่ นั่นรวมถึงเมืองไทยของเราอย่าง NECTEC เองด้วยแต่ของทาง NECTEC นั้นได้มีมาตรการป้องกันเรื่องของคำหยาบและการพูดคุยที่ส่อไปในทางเพศได้ดีพอสมควร(เพราะไม่ได้เปิดการเรียนรู้แบบจากผู้คนทั้งหมดอย่าง Tay) ถ้าจะให้เทียบแล้วนั้น Tay ก็คงเหมือนกับแอปพลิเคชัน Simsimi ที่เคยดังในสมัยก่อนหล่ะครับ ไม่เชื่อก็ลองโหลด Simsimi มาใช้อีกครั้งดูครับแล้วคุณจะรู้ว่า …. เอาเป็นว่าลองดูเองดีกว่าครับ

ที่มา : telegraph.co.uk

Click to comment
Advertisement

บทความน่าสนใจ

PR-News

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — ASUS (เอซุส) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอ ASUS Agent Computer ภายใต้แนวคิด “Powering Every AI Choice” ระบบนิเวศด้านฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊ก NUC และมินิพีซี เดสก์ท็อปพีซีที่ปรับแต่งได้ ไปจนถึงเวิร์กสเตชันระดับมืออาชีพและ AI...

PR-News

บทความโดย Steven Fong, Corporate Vice President, APJ Embedded Business ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งขยายขอบเขตจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัล ไปสู่การใช้งานจริงในโลกทางกายภาพ  ช่วงหลายปีที่ผ่านมา AI มักถูกตีกรอบอยู่แค่ระบบที่ทำความเข้าใจ สร้าง และแนะนำข้อมูลได้ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs), AI Assistant และ Copilot ได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานที่ใช้ความรู้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยช่วยให้เราค้นหา สรุปผล สร้างคอนเทนต์ และตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น คลื่นลูกแรกของ AI นี้ถือเป็นการปฏิวัติประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัลอย่างแท้จริงAdvertisement แต่ทว่า คลื่นลูกถัดไปของ AI จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ทำหน้าที่เพียงทำความเข้าใจข้อมูล ปัจจุบัน AI ถูกคาดหวังให้สามารถโต้ตอบกับโลกทางกายภาพได้มากขึ้น เราจะได้เห็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ในโรงงาน ยานยนต์อัตโนมัติที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ตลอดเวลา ระบบทางการแพทย์ที่ช่วยแพทย์วินิจฉัยและตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบ ปรับแต่ง และตอบสนองได้เองโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์คอยสั่งการตลอดเวลา การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มแอปพลิเคชัน AI รูปแบบใหม่ แต่คือการพลิกโฉมความคาดหวังพื้นฐานที่เรามีต่อขีดความสามารถของ AI  เมื่อ AI ขยายตัวจากคลาวด์และสภาพแวดล้อมดิจิทัลเข้าสู่ระบบทางกายภาพ ความอัจฉริยะจึงไม่สามารถหยุดอยู่แค่คำว่า “รู้” ได้อีกต่อไป ระบบ Physical AI (AI ทางกายภาพ) เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติ จะต้องรับรู้ข้อมูล ตัดสินใจ และลงมือทำได้แบบเรียลไทม์ โดยต้องมีความปลอดภัยในการใช้งาน (Functional safety) และสามารถทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งเรื่องพลังงาน ความร้อน และพื้นที่ ความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกด้วย  และนี่คือจุดเริ่มต้นของยุค Physical AI อย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้ามาพลิกโฉมหลากหลายอุตสาหกรรม และ AMD เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ AI ในทศวรรษหน้า นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่แค่ “รู้” ไปสู่ระบบที่ “ลงมือทำ”  “การลงมือทำ” พลิกโฉมโจทย์ด้านการประมวลผลขั้นพื้นฐาน เมื่อ AI เริ่มโต้ตอบกับโลกทางกายภาพ โจทย์ของการประมวลผลย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แตกต่างจาก Cloud AI ที่มักถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการขยายสเกล การรับส่งข้อมูลปริมาณมาก และการประมวลผลแบบรวมศูนย์ เพราะ Physical AI มาพร้อมกับข้อกำหนดใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง  แชตบอตอาจมีอาการหน่วงบ้างในบางครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นไม่สามารถเกิดความล่าช้าได้เลย ยานยนต์อัตโนมัติก็ไม่สามารถปล่อยให้ระบบทำงานไม่เสถียรได้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่สามารถใช้วิธี “ลองตัดสินใจใหม่” ได้เมื่อทุกวินาทีมีผลต่อชีวิต  ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ:  ในโลกทางกายภาพ ความอัจฉริยะจะมีความหมายก็ต่อเมื่อระบบสามารถตอบสนองและลงมือทำได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด ดังนั้น ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดกันที่ประสิทธิภาพของโมเดล AI เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป  ขอบเขตของ Physical AI ก้าวไปไกลกว่าแค่การรันโมเดล AI เพราะความอัจฉริยะจะต้องทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการประมวลผล (Inference) การวางแผน การควบคุม และนำไปสู่การลงมือทำในโลกจริง ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่การสร้างโมเดล AI ให้ฉลาดขึ้น แต่คือการสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถโต้ตอบกับโลกความเป็นจริงได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ต่างหาก  และนี่คือเหตุผลที่ AMD เชื่อมั่นว่า แท้จริงแล้ว Physical AI คือความท้าทายด้าน “วิศวกรรมระบบ” ไม่ใช่แค่ความท้าทายด้านการสร้าง “โมเดล AI”  ไม่มีโปรเซสเซอร์ใดเพียงชนิดเดียวที่ขับเคลื่อน Physical AI ได้ทั้งหมด เราจะเข้าใจแนวคิดของ Physical AI ได้ง่ายขึ้น หากลองเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์  สมองของเราทำหน้าที่คิด วิเคราะห์หาเหตุผล และตัดสินใจ ระบบประสาทช่วยให้เรารับรู้และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กล้ามเนื้อและข้อต่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทางกายภาพอย่างแม่นยำ  ระบบ Physical AI ก็ทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน การคิดวิเคราะห์และการรับรู้ที่ซับซ้อนต้องอาศัยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง การตอบสนองแบบเรียลไทม์ต้องใช้การประมวลผลที่มีความหน่วงต่ำ (Low-latency) ณ จุดที่ต้องทำการตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวที่แม่นยำก็ต้องการระบบควบคุมที่ถูกต้องและคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ จึงไม่มีสถาปัตยกรรมโปรเซสเซอร์เพียงรูปแบบเดียวที่สามารถจัดการทุกกระบวนการเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหน่วยประมวลผลหลากหลายประเภท ...

PR-News

กรุงเทพฯ, 28 กันยายน 2569 – ไมโครซอฟท์ ยกระดับ Microsoft Copilot รองรับโลกการทำงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพให้ทุกคนและทุกองค์กรบรรลุเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น โดย Copilot โฉมใหม่เชื่อมโยงเครื่องมือที่ผู้คนคุ้นเคย เข้ากับขีดความสามารถ AI ยุคใหม่สำหรับการสร้าง ปรับแต่ง และขยายการใช้งาน AI ในทุกมิติของการทำงาน ปัจจุบันแอป Copilot มาพร้อม...

PR-News

โครงสร้างต้นทุน AI สำหรับองค์กรกำลังเปลี่ยนแปลงไป เมื่อโมเดล AI ระดับแนวหน้ารุ่นใหม่และ Agentic AI ช่วยขยายขีดความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ในภาคธุรกิจให้กว้างขึ้น อย่างไรก็ตาม องค์กรที่ยังไม่เริ่มวางกลยุทธ์การปรับใช้ระบบแบบไฮบริดตั้งแต่วันนี้ อาจต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้าน AI ที่สูงขึ้นอย่างมากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า  หากองค์กรของคุณขยายการใช้งาน AI ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา คุณอาจสังเกตเห็นแนวโน้มบางอย่าง การเปิดให้เข้าถึง AI ในวงกว้างขึ้น ใช้งานมากขึ้น...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก