Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebook News

เลือกซื้อแท็บเล็ต ต้องดูอะไรบ้าง

แท็บเล็ตก็ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและล้นหลามในปัจจุบัน แน่นอนแท็บเล็ตเองก็มีให้เลือกใช้เลือกซื้อหลานแบรนด์มากๆ แต่ครั้นจะเลือกซื้อแท็บเล็ตให้โดนใจ

แท็บเล็ตก็ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและล้นหลามในปัจจุบัน แน่นอนแท็บเล็ตเองก็มีให้เลือกใช้เลือกซื้อหลานแบรนด์มากๆ แต่ครั้นจะเลือกซื้อแท็บเล็ตให้โดนใจ ต้องดูอะไรบ้างนั้นหลายคนยังไม่รู้ครับ วันนี้เราทีมงาน NotebookSPEC จึงขออาสาแนะนำวิธีเลือกซื้อแท็บเล็ตให้ถูกใจเพื่อนๆสมาชิกกัน

 

image

 

1

เลือกซื้อแท็บเล็ตตามราคา

แน่นนอนช่วงราคานั้นก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่สำคัญที่สุดเลยในการเลือกซื้อแท็บเล็ตเลยละครับ โดยช่วยราคาของแท็บเล็ตนั้นก็จะแบ่งได้อยู่ 3 ช่วงหลักๆ ดังนี้คือ

  • 1-5,000 บาท ในช่วงราคานี้จะค่อนข้างหลากหลายครับ ซึ่งก็มีแท็บเล็ตที่มีคุณภาพ และแท็บเล็ตจากจีน จะให้ดีในกลุ่มราคานี้เริ่มต้นที่ 3,000 บาท ขึ้นไปก็ได้แท็บเล็ตที่ค่อนข้างคุ้มแล้วละครับ ซึ่งในกลุ่มนี้จะได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน
  • 5,000-10,000 บาท ในช่วงระดับราคานนี้จัดได้ว่าอยู่ในกลุ่มแท็บเล็ตคุ้มค่า ที่มาพร้อมกับฮาร์ดแวร์และมีประสิทธิภาพต่างๆ ที่ค่อนข้างสูงมากๆ และการออกแบบต่างๆ ก็มีคุณภาพและมีความทนทานพอสมควร
  • 10,000 บาทขึ้นไป ในกลุ่มนี้จัดได้ว่าเป็นแท็บเล็ตละดับท็อปเลยกว่าได้ ซึ่งในช่วงราคานี้จะเป็นแหล่งรวมของแท็บเล็ตสำหรับมืออาชีพเอาไว้อย่างมากมายทีเดียว

 

182573-tablets

 

2

ลักษณะการใช้งาน

  • เล่นไวไฟ อ่านอีบุ๊ค เป็นกลุ่มแท็บเล็ตที่ได้รับความนิยมมากสุดๆ ในปัจจุบันเลยก็ว่าได้ ด้วยรูปแบบการใช้งานที่ง่ายๆ และแท็บเล็ตทุกตัวรองรับเป็นงานหลักอยู่แล้ว
  • ติดแชท ติดโทร Advance ขึ้นมาอีกในกลุ่มนี้มีผู้ใช้หลักๆก็จะเป็นวันทำงาน และนักเรียนนักศึกษาผู้ใช้ที่นิยมการแชทตลอดเวลาและการโทรไปด้วย เพราะแท็บเล็ตในกลุ่มนี้ต้องรองรับการใส่ซิมการ์ดในตัวด้วยครับ จึงจะสามารถโทรเข้าและนำไปแชทนอกสถานที่ได้ซึ่งรุ่นที่น่าสนใจก็จำพวก Lenovo A1000 , Samsung Galaxy Tab S เป็นต้น
  • ติดแชท ติดโทร เน้นทำงานด้วย ในกลุ่มนี้นับได้ว่าเป็นกลุ่มศิลปิน หรือผู้ใช้งานแบบจริงจังที่ชอบใช้ปากกาจากตัวแท็บเล็ตเองที่ก็สามารถจดเอกสาร และวาดรูปต่างๆ รวมไปถึงยังมีความสามารถในการแชท และโทรได้ซึ่งตัวที่ได้รับความนิยมอย่างล้มหลามก็คือ Galaxy Note 8 นั่นเอง
  • ชอบความแตกต่างและใช้งานจริงจัง เช่นกันในกลุ่มนี้ก็หนีไม่พ้นกลุ่มผู้ใช้แท็บเล็ต iOS หรือแท็บเล็ต Windows ครับที่สามารถทำงานได้หลากหลายด้วยแอพพลิเคชั่นที่ออกแบบสำหรับทำงานมีมาก ยิ่งกับแท็บเล็ต Windows 8 ที่สามารถปรับเปลี่ยนตัวเองเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดย่อมก็ช่วยให้การทำงานสะดวกยิ่งขึ้น

 

3

เลือกซื้อตามสเปค

ซึ่งถ้ามองให้ลึกลงไปอีก และมีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีอยู่บ้างการเลือกซื้อแท็บเล็ตตามสเปคก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจครับ โดยสามารถเลือกได้จาก

 

หน่วยประมวลผล (CPU)

 

Tegra-4-Chip-Shot-Low-Resolution-630x420

ถ้าพูดถึงส่วนที่สำคัญที่สุดของแท็บเล็ตในปัจจุบันอาจจะกล่าวได้ว่าคือตัวประมวลผล ซึ่งในปัจจุบันตัวประมวลผลนั้นประกอบไปด้วย CPU เเละ GPU ในตัวเดียวกัน ซึ่งตัวประมวลผลนี้ส่งผลโดยตรงต่อความเร็วเเละความลื่นไหลในการใช้งานโดยตรงของเครื่อง ซึ่งปกติเเล้วเครื่องระดับไฮเอนด์จะใช้ตัวประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูงทำให้การใช้งานนั้นมีความเร็วสูงตามไปด้วย ในขณะที่เครื่องรุ่นล่างเเละกลางก็จะใช้ตัวประมวลผลที่มีประสิทธิภาพรองลงมา องค์ประกอบหลักๆ มีสามส่วนดังนี้ครับ

  • ความเร็วซีพียู ถูกวัดด้วยค่า MHz เเละ GHz จำนวน 1000 MHz จะถูกนับเป็น 1 GHz จำนวนยิ่งมากยิ่งประสิทธิภาพสูง
  • จำนวนคอร์ จำนวนคอร์ยิ่งมากยิ่งสามารถรองรับการทำงานได้ดีขึ้น เเบ่งเป็น Single Core, Dual Core เเละ Quad Core (1 คอร์ 2 คอร์ เเละ 4 คอร์) เห็นผลได้ชัดในการสลับเรียกโปรเเกรมหรือมีโปรเเกรมทำงานพื้นหลังอยู่
  • สถาปัตยกรรม เรียงจากจำนวนตัวเลข โดยเริ่มจาก ARM Cortex A5, A8, A9 เเละ A15 ในความเร็วเท่ากัน ถ้าสถาปัตยกรรมดีกว่าจะมีความเร็วที่สูงกว่า เช่น Cortex A9 ที่ความเร็ว 1 GHz ประสิทธิภาพจะสูงกว่า ARM Cortex A5 ความเร็ว 1 GHz เเต่ Qualcomm นั้นมีสถาปัตยกรรมที่เเยกต่างหากจาก ARM โดย Scorpion จะเทียบเท่า Cortex A8 ส่วน Krait จะอยู่เหนือกว่า Cortex A9 แต่ไม่ถึง Cortex A15 ครับ และปัจจุบัน ARM ก็ได้วาง Cortex-A17 Quad core สำหรับสมาร์ทโฟนระดับกลางไปเรียบร้อย
  • เทคโนโลยีการผลิต ในปัจจุบันเเบ่งเป็น 40 นาโนเมตร 32 นาโนเมตร เเละ 28 นาโนเมตร จำนวนยิ่งต่ำยิ่งประหยัดพลังงานเเละมีประสิทธิภาพดีกว่าในจำนวนความเร็วซีพียูที่เท่ากัน
  • GPU ส่วนใหญ่วัดจากชื่อรุ่น โดยดูจากผลเทสว่าทำคะเเนนได้ดีกว่ารุ่นอื่นๆ เเค่ไหน
โดยในปี 2014นี้ เราจะได้เห็นชิปประมวลผลที่มีคอร์ในการประมวลผลสูงสุดถึง 8 คอร์ด้วยกัน (Octa Core) โดยตัวอย่างชิปประมวลผลที่เราจะได้เห็นบ่อยๆ จากแต่ละค่ายก็เช่น
Qualcomm
สำหรับชิปล็อตเก่าจะมีด้วยกัน 4 ไลน์ย่อย ได้แก่ Play, Plus, Pro และ Prime (เรียงลำดับความแรงจากน้อยไปมาก) ซึ่งตัวอย่างของชิปที่ได้รับความนิยมของแต่ละไลน์ก็เช่น
  • Play : MSM8225 (Dual Core)
  • Plus : MSM8227 (Dual Core), MSM8260A (Dual Core), MSM8960 (Dual Core)
  • Pro : APQ8064 (Quad Core)
  • Prime : MPQ8064 (Quad Core)
ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งจะเป็นชิปประมวลผลรุ่นใหม่ของ Qualcomm ที่เปิดตัวในปีนี้ โดยปรับการเรียกชื่อซีรี่ย์ให้เป็นตัวเลข 3 หลัก นั่นคือ Snapdragon 800, Snapdragon 600, Snapdragon 400 และ Snapdragon 200 (เรียงตามลำดับความแรง) โดยในปัจจุบันมี Snapdragon 805 ทำงานในแบบ Quad core เป็นตัวชูโรง ซึ่งมาพร้อม?GPU Adrano 420 ที่เป็นกราฟฟิกทรงประสิทธิภาพ

NVIDIA Tegra 4

ด้านของ NVIDIA เอง ปีนี้ก็ได้ทำการเปิดตัวชิปประมวลผลรุ่นใหม่ของตนออกมา นั่นก็คือ Tegra 4 ซึ่งยังคงคอนเซ็ปท์การแบ่งคอร์ประมวลผลเป็นสองชุดอยู่เช่นเดียวกับ Tegra 3 คือมี 1 คอร์สำหรับประมวลผลงานเบาๆ ทั่วไป และระหว่างสแตนด์บาย ส่วนอีก 4 คอร์ที่เหลือจะเก็บไว้ใช้สำหรับการประมวลผลหนักๆ ซึ่งช่วยให้ในระหว่างการทำงานทั่วไป ระบบจะไม่กินพลังงานมากนัก ส่วนด้านการประมวลผลกราฟิก ก็มีการเพิ่มคอร์ของ GPU ทำให้ประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิกสูงขึ้นกว่า Tegra 3 ถึงหกเท่า

โดยอุปกรณ์ที่ใช้งานชิป Tegra 4 น่าจะเริ่มออกมาตั้งแต่ช่วงปลายปีเป็นต้นไป คาดว่าในช่วงแรกน่าจะเน้นไปที่กลุ่มแท็บเล็ต Android ก่อนเช่นเคย

Samsung Exynos

ส่วนของ Samsung เองก็ได้จัดการเปิดตัวชิปประมวลผล Exynos รุ่นใหม่ของตนด้วยเช่นกัน ในชื่อ Exynos Octa ที่น่าสนใจก็คือมีคอร์ประมวลผลสูงสุดถึง 8 คอร์ แต่จะแบ่งคอร์ออกเป็นสองชุด คือชุดที่ใช้สถาปัตยกรรม Cortex A7 จำนวน 4 คอร์ ไว้สำหรับประมวลผลงานเบาๆ ธรรมดาทั่วไป ส่วนอีก 4 คอร์เป็นสถาปัตยกรรม Cortex A15 โดยเอาไว้ใช้ประมวลผลงานหนักๆ ซึ่งตัวของ Exynos Octa นี้น่าจะลงมาอยู่ในสมาร์ทโฟน/แท็บเล็ตรุ่นไฮเอนด์ของ Samsung ในปีนี้อย่างแน่นอน

ชิปประมวลผลจากผู้ผลิตรายอื่นๆ

ในปีนี้เราน่าจะได้เห็นชิปประมวลผลจากผู้ผลิตรายอื่นๆ มาอยู่ในสมาร์ทโฟน/แท็บเล็ตมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องราคาประหยัด หรือที่เรียกง่ายๆ ว่ามือถือจีน แท็บเล็ตจีน รวมไปถึงแท็บเล็ตราคาประหยัดจากอินเตอร์แบรนด์หลายๆ รายที่หันลงมาเล่นตลาดนี้ด้วย ซึ่งเครื่องกลุ่มนี้มักจะใช้ชิปประมวลผลจาก MediaTek เป็นหลัก ซึ่งประสิทธิภาพก็อยู่ในระดับที่สามารถใช้งานทั่วไปได้สบายๆ แต่อาจจะมีกระตุกบ้างถ้ามีการใช้งานหนักๆ ซึ่งก็เป็นไปตามราคาเครื่องครับ

Intel

นอกเหนือจากนี้ยังมีในส่วนของแท็บเล็ตที่ใช้ชิปประมวลผลของทาง Intel โดยสถาปัตยกรรมเป็น X86 ที่ส่วนมากแล้วแท็บเล็ตประเภทนี้จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows ซึ่งในส่วนของ Intel จะมีการเลือกใช้งานในแท็บเล็ตตั้งแต่ชิปประมวลผล Intel Atom ที่เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป และ Intel Core i จะเหมาะกับการใช้งานที่เน้นการประมวลผลหรือใช้งานหนัก

AMD

แน่นอนว่าเป็นสถาปัตยกรรมเป็น X86 และหลักๆ แล้วจะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows คาดว่าจะมีการใช้งานในแท็บเล็ตและวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในปีนี้ ที่สำคัญคือจะมาเป็นเทคโนโลยี APU ซึ่งมีหน่วยประผลกราฟิกที่เหนือกว่าฝั่งของ Intel

 

เเรม (RAM)

samsung-20nm-lpddr2

เเรมหรือหน่วยความจำนั้นเป็นที่เก็บข้อมูลชั่วคราวที่เรากำลังเรียกใช้งานอยู่ ซึ่งปกติเเล้วเเรมจะมีความเร็วสูงกว่าข้อมูลที่เก็บเอาไว้ในพื้นที่เก็บข้อมูลปกติ (รอม) ทำให้สามารถใช้งานเเบบมัลติทาสก์ได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้เเล้วเเอพลิเคชันบางตัวมีการใช้งานหน่วยความจำที่สูง จึงไม่มีเเรมเพียงพอที่จะรันเซอร์วิสในเเบคกราวด์อื่นๆ ทำให้เกิดอาการเเอพลิเคชันไม่รันในเเบคกราวด์เพราะโปรเเกรมที่อยู่ในพื้นหลังจะปิดตัวเองอัตโนมัติถ้าเเรมไม่พอ ทำให้ไม่สามารถใช้งานมัลติทาสก์ได้อย่างเต็มที่ถ้าเเรมมีน้อยเกินไป เพราะเมื่อสลับเเอพนั้นจะเหมือนเราเปิดเเอพขึ้นมาใหม่เสมอ ไม่ใช่สภาพล่าสุดที่เราใช้งานเเรมมาตรฐานถ้าต้องการใช้งานได้ดีขั้นต่ำควรอยู่ที่ 512 MB ขึ้นไปครับ โดยในปัจจุบันแรมของสมาร์ทโฟนจะมีแบ่งตามระดับราคาคร่าวๆ ดังนี้

  • ช่วงราคาไม่เกิน 10,000 บาท โดยมากจะมีแรมอยู่ที่ 512 MB – 1024 MB
  • ช่วงราคา 10,001 บาท – 15,000 บาท โดยมากจะมีแรมอยู่ที่ 1024MB – 2 GB
  • ช่วงราคา 15,001 บาทเป็นต้นไปจะมีทั้ง 1 GB และ 2 GB (รุ่นท็อปของปีนี้น่าจะเป็น 3 GB กันหมด)

 

รอม (ROM)

รอมหรือพื้นที่เก็บข้อมูลนั้นในปัจจุบันได้พัฒนาความจุไปมาก โดยส่วนใหญ่เเล้วในรุ่นระดับกลางก็จะเห็นตั้งเเต่ 8 GB ขึ้นไป ซึ่งจะเเบ่งออกเป็นสองส่วนคือ System Partition ที่เป็นส่วนของระบบในการติดตั้งตัวรอมเเละพื้นที่ติดตั้งเเอพลิเคชันในเครื่อง ส่วนที่เหลือก็เป็นที่เก็บข้อมูลเเบบปกติเหมือนกับ micro-SD card ทั่วไป เช่น เอาไว้เก็บรูปหรือเพลงได้

 

ขนาดเเละความละเอียดของหน้าจอ (Size & Resolution)

 

marimi-tablete

ในปัจจุบันหน้าจอของแท็บเล็ตหลักๆ แล้วจะมีตั้งเเต่ขนาด 7 นิ้วไปจนถึง 11 นิ้ว ซึ่งมีให้เลือกตามความเหมาะสม สำหรับคนที่ต้องการพกพาที่สะดวกสบายที่สุดคงต้องมองเป็นขนาดหน้าจอ 7 – 8 นิ้ว ที่นอกจากนี้เเล้วส่วนมากหน้าจอที่มีขนาดเล็กมักจะมีราคาต่ำกว่าหน้าจอขนาดใหญ่อีกด้วย โดยความละเอียดสูงสุดจะอยู่ที่ 1280 x 720 พิกเซลขึ้นไป

สำหรับคนที่ต้องใช้งานแท็บเล็ตอ่านข่าวสารและเล่นเกมเป็นหลักนั้น ควรเลือกหน้าจอที่มีขนาด 9 นิ้วขึ้นไป เพราะตัวอักษรจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเเละอ่านได้สบายตากว่าในระยะเวลานาน ส่วนความละเอียดหน้าจอนั้นควรจะอยู่ที่ 1280 x 720 พิกเซลขึ้นไป โดยแท็บเล็ตรุ่นระดับสูงๆ จะมาพร้อมกับความละเอียดที่สูงมากๆ อย่าง 1920 x 1080 ขึ้นไป เพื่อความเรียบเนียบในการแสดงผล ส่งผลให้ได้ประสบการณ์ใช้งานที่ดี

 

เทคโนโลยีหน้าจอ (Panel)

 

displays_3wtmk-580x264

ปัจจุบันนี้หน้าจอเเยกออกเป็นสองเเบบใหญ่ๆ คือ LCD เเละ AMOLED โดย LCD นั้นจะเป็นเทคโนโลยีเเบบดังเดิมคือมีเเสงไฟปล่อยจากข้างหลังจอเเละมีการเปิดปิดของพิกเซลในการเเสดงสี ส่วน AMOLED นั้นพิกเซลจะเปล่งเเสงได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องอาศัยไฟ Backlit เหมือน LCD

โดยธรรมชาตินั้นข้อดีของ LCD คือสามารถเเสดงสีได้เป็นธรรมชาติเเละมีอายุการใช้งานยาวนาน อีกทั้งยังมีต้นทุนที่ต่ำเนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่มีมานานเเล้ว ข้อจำกัดคือไม่สามารถเเสดงสีดำได้สนิทนักโดยจะเห็นว่ามีเเสงสีขาวเเสดงขึ้นมาบ้าง

ส่วน AMOLED นั้นมีข้อดีคือสามารถเเสดงสีดำได้สนิทเนื่องจากเป็นการปิดการเเสดงสีของพิกเซลที่เเท้จริง เเละไม่มีเเสงไฟปล่อยจากด้านหลังเหมือนหน้าจอ LCD เเต่ส่วนใหญ่เเล้วจอ AMOLED นั้นจะมีการเเสดงคอนทราสที่สูง ทำให้สีนั้นมีความสดกว่าต้นฉบับ ซึ่งอาจจะกระทบต่อการใฃ้งานสำหรับคนที่ต้องการความเที่ยงตรงของสีได้

จอ LCD ในปัจจุบันเเบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ

  • TN Panel (Twisted nematic) เป็นหน้าจอเเบบปกติที่ใช้กันทั่วไป ส่วนใหญ่ใช้ในเครื่องระดับล่าง – กลาง
  • IPS Panel (In-Plane-Switching) เป็นพาเนลที่ถูกพัฒนาในเรื่องของมุมการมองที่กว้างขึ้นกว่า TN เเละสร้างเม็ดสีที่ออกมาคมชัดเเละเที่ยงตรงกว่าเเบบ TN ที่ส่วนใหญ่ถูกใช้ในเครื่องระดับกลางไปทางสูงเเละเครื่องระดับสูง

ส่วนจอ OLED นั้นปัจจุบันที่ถูกใช้กันอย่างเเพร่หลายมีเฉพาะของ Samsung เท่านั้นโดยในชื่อเครื่องหมายการค้าชอง Samsung ที่ชื่อ Super AMOLED ซึ่งข้อดีชองจอชนิดนี้ก็อย่างที่กล่าวมาข้างต้นคือ นอกจากนี้เเล้วยังมีการประหยัดพลังงานที่ยืดหยุ่นตามการใช้งาน คือจะใช้พลังงานเมื่อเฉพาะมีการเปล่งเเสงสีอื่นที่ไม่ใช่สีดำออกมา เเต่ถ้ามีการเปล่งเเสงอื่นๆ (ขาว เเดง เขียว น้ำเงิน เเละอื่นๆ) ออกมามากที่ไม่ใช่สีดำก็มีอัตราการกินพลังงานไม่ต่างกับหน้าจอชนิดอื่นเช่นกัน

จอ Super AMOLED ในปัจจุบันเเบ่งออกมาสองประเภทหลักๆ คือ

  • การเรียงพิกเซลเเบบ Pentile การเรียงพิกเซลโดยใช้จำนวน Subpixel ที่ไม่ใช่ตามปกติ (RGB) โดยมีการเพิ่ม Subpixel เข้าไปทำให้พิกเซลนั้นไม่ได้เรียงตัวเเบบปกติเเละมีรอยหยักที่เห็นได้ชัดเจนเเละไม่คมชัดเท่าเเบบ RGB เเบบปกติ จอที่มีการเรียงเเบบ Subpixel จะมีสีที่เพี้ยนตามจำนวน Subpixel ที่เพิ่มเข้ามา เช่นถ้าเป็น RGBG ภาพก็จะออกมาเป็นโทนเขียวมากกว่าปกติ เเม้จะเเสดงสีขาวก็จะเป็นเเบบสีขาวอมเขียว ซึ่งทาง Samsung ได้บอกว่าการเรียงพิกเซลเเบบนี้จะทำให้จอ Super AMOLED มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นเพราะจะมีพิกเซลสีน้ำเงินน้อยกว่าปกติซึ่งเป็นเม็ดพิกเซลที่เสื่อมสภาพก่อนเม็ดอื่นๆ
  • การเรียงพิกเซลเเบบ RGB เป็นการใช้การเรียงพิกเซลเเบบมาตรฐานเหมือนกับจอ LCD ทำให้ไม่ภาพที่ได้ออกมาไม่มีรอยหยักเเละมีความคมของภาพมากกว่า

 

กล้องดิจิตอล (Camera)

Acer Android Tablet Camera

เทคโนโลยีกล้องดิจิตอลสำหรับอุปกรณ์พกพาในตอนนี้ส่วนใหญ่เเล้วจะเเข่งกันที่ความละเอียดพิกเซลเสียส่วนใหญ่ เเต่ก็มีการพัฒนาในเรื่องของค่ารูรับเเสงที่ดียิ่งขึ้นทำให้ถ่ายรูปในที่เเสงน้อยได้ดีกว่าเดิม โดยดูจากค่า F ที่มีจำนวนยิ่งน้อยถือว่ายิ่งรับแสงสว่างได้ดี เช่น F2.2 นั้นดีกว่ากล้องที่มีค่า F ที่ 2.4 ซึ่งนอกเหนือจากค่า F ที่มีเลขน้อยจะช่วยให้รับแสงสว่างได้ดีขึ้นแล้ว ยังจะช่วยให้สามารถถ่ายภาพแบบ หน้าชัดหลังเบลอ ได้ดีขึ้นอีกด้วย เเละส่วนใหญ่ก็มี LED Flash มาให้สำหรับเพิ่มเเสงสว่างเวลาถ่ายในที่มืดเหมือนกันหมด

ที่ปกติแล้วแท็บเล็ตหลายๆ รุ่นก็จะมีการติดตั้งกล้องมาไว้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งด้านหน้าจะไว้ใช้งาน VDO Call หรือถ่ายรูปตัวเองเป็นหลัก คุณภาพของกล้องก็จะไม่สูงมากนัก สเปกเริ่มต้นอยูที่สามแสนพิกเซล จนไปถึงระดับ 1 – 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องด้านหลังจะมีคุณภาพที่สูงกว่าเพราะไว้ใช้งานถ่ายรูปแบบหลัก ซึ่งมีความละเอียดส่วนมากเริ่มต้นตั้งแต่ 2 พิกเซลขึ้นไป

อย่างไรก็ตามกล้องที่มีคุณภาพดีนั้น ปัจจัยหลักที่สำคัญคือเรื่องของเซนเซอร์ที่ยังไม่มีการพูดถึงกันมากนักสำหรับผู้ผลิต ทำให้ส่วนใหญ่ต้องดูจากภาพถ่ายของเครื่องจริง หรือข้อมูลเฉพาะรุ่นเป็นส่วนใหญ่ว่าเน้นเรื่องกล้องมากเเค่ไหน ส่วนใหญ่เเล้วแท็บเล็ตที่ใช้กล้องคุณภาพสูงอาจจะยังไม่มีมากมายนักหากเทียบกับสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ยังมีอีกปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของภาพถ่ายก็คือเรื่องของซอฟต์แวร์และกระบวนการประมวลผลภาพในตัวเครื่อง

ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตอีกเช่นกัน ว่าจะทำส่วนนี้ออกมาได้ดีขนาดไหน ไล่มาตั้งแต่ก่อนถ่ายภาพเลย ว่าจะคำนวณค่าความสว่าง, White Balance, ISO ได้ดีขนาดไหน รวมไปถึงกระบวนการประมวลผลหลังถ่ายภาพแล้วอีก ทำให้ไม่สามารถฟันธงได้ 100% ว่ากล้องตัวไหนจะดีจะแย่ขนาดไหน ต้องชมจากภาพตัวอย่างที่เอามาเปิดบนจอเดียวกัน ไม่ใช่เปิดบนจอแท็บเล็ตเครื่องใครเครื่องมัน

 

วัสดุของตัวเครื่อง (Material)

อีกส่วนประกอบหนึ่งในการเลือกซื้อแท็บเล็ต อย่างวัสดุในการผลิตจนเป็นแท็บเล็ตหนึ่งเครื่อง ที่หลักๆ แล้ววัสดุที่เราเห็นกันก็จะมี อาทิเช่น พลาสติก (มีทั้งแบบด้านและแบบมัน), ซอฟท์ทัช และลูมิเนียมอัลลอยด์ (อะลูนิเนียมผสมโลหะอื่น) ว่าแล้วเราก็ไปชมรายละเอียดของแต่ละวัสดุกันเลย

พลาสติก

โดยเรียกได้พลาสติกนั้นว่าเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการประกอบเป็นเครื่องแท็บเล็ต ที่อาจจะเป็นพลาสติกแบบเกรดธรรมดา หรือคุณภาพสูงอย่าง ABS (มีทั้งแบบด้านและแบบมันวาว) ซึ่งของดีของการใช้พลาสติกเป็นวัสดุในการประกอบสำหรับผู้ผลิตค่ายต่างๆ ก็คือ มีต้นทุนที่ถูกที่สุด รวมไปถึงสามารถขึ้นรูปทรงได้ง่าย ถ่ายเทความร้อนได้งดี (ไม่อมความร้อน) ถึงว่าความแข็งแรงทนทานอาจจะมีไม่มากนัก สามารถใช้งานทั่วไปได้อย่างสบายๆ อย่างไม่ต้องกังวล แต่ก็อาจจะมีข้อสังเกตอยู่ว่า หากใช้ไปนานๆ อาจจะมีอาการกรอบ ทำให้แตกหักได้ง่าย รวมไปถึงสีสันที่เคลือบเอาไว้อาจจะหลุดลอกได้

 

Acer-Iconia-B1-720-660x3841

ซอฟท์ทัช

ซอฟท์ทัช (Soft Touch) เป็นวัสดุประเภทพลาสติกกึ่งยางที่เกิดจากกระบวนการฉีดพลาสติกเข้าสู่แม่พิมพ์แล้วทำการรีดผ่านโรลเย็น โดยวิธีการทำนั้นต้องอาศัยเวลาและน้ำหนักการดึงที่พอดี ไม่เช่นนั้นพื้นผิวยางจะเกิดความเสียหายได้ โดยหลังจากผ่านกระบวนการข้างต้นแล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการ Thermoforming ที่เป็นกระบวนการขึ้นรูป ให้พลาสติกขึ้นรูปเป็นรูปแบบต่างๆ ได้ด้วย

ซอฟท์ทัชจัดเป็นพลาสติก ABS ประเภทหนึ่ง โดดเด่นด้านสัมผัสที่ดี ไม่ลื่นหลุดมือง่าย ไม่สะท้อนแสงและไม่มันวาว แต่ทนต่อรอยขีดข่วนกับการถลอกได้ไม่ดีนัก ใช้ไปนานๆ ก็มีโอกาสที่จะลอกหลุดได้ โดยมีความหนาไม่ถึง 1 มิลลิเมตร ทำให้เมื่อนำมาปิดทับจะไม่ทำให้เครื่องหนาเกินไปรวมทั้งเสริมมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ รวมทั้งทำให้ดูดียิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

 

Acer_ICONIA_TAB_A200

อะลูมิเนียมอัลลอยด์

เป็นอีกขั้นของวัสดุในการประกอบเป็นแท็บเล็ต กับอะลูมิเนียมอัลลอยด์ ที่ในตอนนี้เราจะเห็นกันได้ง่ายๆ จาก iPad ของ Apple ที่ใช้กระบวนการพิเศษในการขึ้นรูปตัวเครื่องด้วยอะลูมิเนียมอัลลอยด์เพียงชิ้นเดียว (Unibody) ซึ่งก็จะได้ในเรื่องความแข็งแกร่งและน้ำหนักเบา รวมไปถึงเมื่อใช้งานก็รู้สึกได้ถึงความแข็งแรงและหรูหรากว่าวัสดุที่เป็นพลาสติก ที่สำคัญด้วยความที่อะลูมิเนียมอัลลอยด์เป็นโลหะ ให้ในการขึ้นรูปทรงเป็นชิ้นส่วนบางๆ ได้ง่ายโดยยังให้ในเรื่องความทนทานอยู่ แต่ก็มีข้อจำกัดตรงที่ค่อนข้างจะเป็นสื่อนำความร้อนได้ง่าย

สำหรับการใช้วัสดุอย่างอะลูมิเนียมอัลลอยด์สิ่งหนึ่งที่ทางผู้ผลิตค่ายนั้นๆ ต้องรับภาระมากยิ่งขึ้นก็คือต้นทุนในผลิต เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าอะลูมิเนียมมีต้นทุนในผลิตนั้นสูงกว่าพลาสติก จึงทำให้แท็บเล็ตที่ใช้อะลูนิเนียมอัลลอยด์เป็นวัสดุนั้น ต้องเน้นไปในเรื่องความความหรูหรา สวยงาม หรือเน้นไปในทิศทางของไลฟ์สไตล์ โดยไม่เน้นในส่วนของราคาที่คุ้มค่าต่อสเปกที่ได้ซักเท่าไหร่นัก

Screen-Shot-2014-01-03-at-12.28.36

 

ช่องใส่ซิมการ์ดและเชื่อมต่อ 3G, 4G

Galaxy-S3-AIS_dtac_Truemove-H

แท็บเล็ตบางรุ่นจะมีในส่วนของรุ่นที่รองรับการใส่ซิมการ์ดได้ ทำให้สามารถใช้งานในเรื่องอินเตอร์เน็ต 3G ตามผู้ให้บริการต่างๆ ได้ และปัจจุบันนั้นในประเทศไทยได้มีการเปิดให้บริการ 3G ในระยะเริ่มเเรกเเล้ว โดยเเบ่งเป็นของ true เเละ dtac ในความถี่ 850 MHz, AIS ที่ 900 MHz เเละ TOT ที่ 2100 MHz ซึ่งต้องมีการตรวจสอบสเปกให้ดีว่าแท็บเล็ตเครื่องไหนใช้คลื่นอะไรได้บ้าง

อีกความเเตกต่างหนึ่งคือความเร็วสูงสุดของ 3G ที่รองรับ โดย HSPA จะรองรับที่ความเร็วสูงสุด 7.2 Mbps ส่วนเครื่องที่รองรับ HSPA+ นั้นจะได้ความเร็วสูงสุดถึง 21 Mbps หรือแท็บเล็ตในบางรุ่นก็พร้อมรองรับคลื่น 4G กันแล้ว ซึ่งอาจจะใช้ชื่อสเปกว่า LTE หรือชื่อรุ่นต่อท้ายว่า LTE ก็ให้เข้าใจกันว่าแท็บเล็ตรุ่นนั้นๆ รองรับการใช้งานแบบ 4G กันแล้ว อย่างไรก้ตามสำหรับในประเทศไทยตอนนี้ยังอยู่ในขั้นทดสอบกันอยู่ แต่ในอนาคตก็จะเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแน่นอน

นอกเหนือจากนี้แท็บเล็ตบางรุ่นยังรองรับการโทรการรับสายได้แบบมือถือทั่วไปอีกด้วยจากการที่สามารถใช้ซิมการ์ดได้ ที่เรียกได้ว่าทำให้แท็บเล็ตนั้นสามารถใช้แทนที่สมาร์ทโฟนได้อย่างเต็มรูปแบบทีเดียว สำหรับราคาก็ถือว่าไม่แพงเลย มีรุ่นที่เริ่มต้นเพียงประมาณ 3,900 บาทเท่านั้น

 

การเชื่อมต่อไร้สาย (Bluetooth & Wi-Fi)

196ntitled-1

สิ่งที่เเตกต่างในเเต่ละเลขเวอร์ชันของ Bluetooth คือความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลระหว่างอุปกรณ์กับเครื่อง ในเวอร์ชันล่าสุดคือ Bluetooth 4.0 นั้นถูกออกเเบบมาให้ใช้พลังงานต่ำเเละมีความเร็วในการเเพร์อุปกรณ์ที่เร็วกว่าเดิม อีกทั้งยังมีระยะทำการที่กว้างขึ้น

FINAL FINAL WiFi next logo

เป็นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตจากอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Wi-Fi อย่างเราเตอร์ ซึ่งส่วนใหญ่เเล้วรองรับกับอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Wi-Fi ที่รองรับเทคโนโลยีใหม่สุดคือ 802.11n ที่กำลังจะเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมในอีกไม่นานนี้ ไม่มีความเเตกต่างกันระหว่างรุ่นมากนัก ส่วนมาตรฐาน 802.11ac ที่เป็นมาตรฐานใหม่นั้น ยังไม่แท็บเล็ตตัวไหนที่ใช้งานกัน อีกทั้งอุปกรณ์ส่งคลื่น (เช่นพวก router) ยังไม่รับความนิยมมากนักในตลาด ดังนั้นก็ยังไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อแท็บเล็ตในปีนี้แต่อย่างใด

 

GPS

glonass_tableimage-425x317-1

ระบบจับตำเเหน่งของผู้ใช้โดยใช้สัญญาณดาวเทียม ซึ่งจริงๆ เเล้ว GPS นั้นหมายถึงระบบดาวเทียมระบุตำเเหน่งของสหรัฐ โดยมีดาวเทียมทั้งหมด 31 ดวงในการช่วยระบุตำเเหน่ง เเต่จริงๆ เเล้วระบบดาวเทียมยังมีของ GLONASS ที่ใช้บริการดาวเทียมของรัสเซียอีก 24 ดวงฝนการระบุตำเเหน่งเช่นเดียวกัน ซึ่งไว้ใช้งานหลักๆ ก็คือการระบุตำแหน่งของแท็บเล็ตเครื่องนั้นๆ ประกอบกับการใช้งานแอพพลิเคชั่นบางประเภท

ที่โดยส่วนมากนั้นแท็บเล็ตเกือบทุกตัวในตลาดจะติดตั้ง GPS มาให้อยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีแท็บเล็ตประเภทราคาถูกอาจจะไม่ได้มีการติดตั้งมาให้ ซึ่งถ้าใครคิดว่าไม่ได้ใช้งานอยู่แล้วในส่วนของการระบุตำแหน่ง ก็ไม่กังวลมากนัก

 

เเบตเตอรี่ (Battery)

tVQvayERBfCgAUcC

ในปัจจุบันเเบตเตอรี่ที่ใช้ส่วนใหญ่นั้นมีสองประเภทใหญ่ๆ คือ Li-ion เเละ Li-Po ที่ไม่เเตกต่างกันด้านการใช้งานเท่าไรนัก เเต่ Li-Po จะมีข้อได้เปรียบตรงที่ไม่เกิดอาการเเบตเตอรี่ระเบิดเเบบ Li-ion ทำให้มั่นใจได้ว่าปลอดภัยกว่าเเน่นอน

ค่าของเเบตเตอรี่ในสมาร์ทโฟนนั้นถูกนับหน่วยเป็น mAh มียิ่งมากยิ่งถือว่าใช้งานได้ยาวนานขึ้น เเต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับปัจจัยอื่นๆ อย่างหน้าจอเเละตัวประมวลผลด้วย ที่โดยส่วนมากแท็บเล็ตจะติดตั้งความจุของแบตเตอรี่มาอยู่ที่มากกว่า 4,000 mAh สำหรับแท็บเล็ตหน้าจอ 7 นิ้ว ส่วน 10 นิ้วโดยส่วนมากแล้วก็จะให้มามากกว่า 9,000 mAh เพื่อการใช้งานที่ต่อเนื่องยาวนาน มากกว่า 5-6 ชั่วโมง

 

Click to comment
 
Advertisement

บทความน่าสนใจ

How to

แท็บเล็ต นับเป็นอุปกรณ์ติดตัว สารพัดประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง สำหรับคนไอที เพราะเวลานี้แทบจะอยู่ระหว่างกลาง ระหว่างโทรศัพท์มือถือและโน๊ตบุ๊คพีซี เนื่องจากประสิทธิภาพและราคา ถือว่าสอดคล้องกัน บางรุ่นสามารถโทรศัพท์ได้ ด้วยการใส่ SIM card แต่ดีกว่าตรงที่มองเห็นตัวอักษรได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่หรือคนชรา สายตาไม่ดี ก็ยังพอมองเห็นได้ ไม่เล็กเหมือนมือถือ หรือจะเป็นคนทำงาน ที่เน้นการพรีเซนท์ ค้นหา ท่องเว็บและสายพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ ก็ยังสะดวก...