
โน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 50000 บาท สำหรับพนักงานออฟฟิศส่วนใหญ่ก็แพงจนบางคนตัดสินใจซื้อค่อนข้างยากจนถอยกลับไปซื้อรุ่นราคาไม่เกิน 30,000 บาท กัน แต่ก็ได้สเปคดีใช้งานได้หลายปีไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องบ่อย, ตัวเครื่องแข็งแรงทนทานน้ำหนักไม่สูงมาก แถมมีฟีเจอร์หลายอย่างติดมาให้ใช้ โดยเฉพาะเซนเซอร์สแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือเพื่อไม่ให้คนอื่นขโมยใช้งานโดยพลการแถมช่วยยืนยันตัวเวลาทำธุรกรรมออนไลน์ได้อีกด้วย ยังไม่รวมฟีเจอร์เฉพาะจากแต่ละบริษัทที่เพิ่มเข้ามาเป็นจุดขายเฉพาะตัวอีกด้วย
ชิปเซ็ตของโน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 50000 บาท ตอนนี้มี AMD Ryzen AI 300 Series หรือ Intel Core Ultra 100~200 Series เป็นตัวยืนพื้น นอกจากสมรรถนะสูงและทำงานร่วมกับส่วนเสริม AI ในซอฟท์แวร์ต่างๆ ดีขึ้นแล้ว ยังประหยัดพลังงานมาก ถ้าใครเป็นหัวหน้าแผนกที่ต้องเข้าห้องประชุมนานหลายชั่วโมงหรือเป็นตำแหน่งชีพจรลงเท้าอย่างเซลส์ก็พกใส่กระเป๋าไปพรีเซนต์งานกับลูกค้าได้โดยไม่ต้องกลัวแบตเตอรี่จะหมดในนาทีสำคัญ ยังไม่รวมฟีเจอร์เสริมไม่ว่าจะพอร์ต USB-C Full Function หรือ Thunderbolt 4 ไว้ให้เอา USB-C Hub ต่อแล้วพ่วงอุปกรณ์เสริมใช้เป็นคอมตั้งโต๊ะได้ด้วย
เลือกโน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 50000 บาท ยังไงให้คุ้มใช้ได้หลายปี!
- ซีพียูของโน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 50000 บาท ถ้าเลือก AMD จะได้ Ryzen AI 7 350 หรือ Intel Core Ultra 7 258V นอกจากทำงานธุรการและประชุมออนไลน์ได้ดีแล้ว จีพียูก็แรงพอใช้ทำงานกราฟิคได้ดีแถมเล่นเกมบนความละเอียด 1080p เสริมด้วยระบบ Upscaling ได้ด้วย
- RAM 16 GB ไม่ว่าจะ DDR4 หรือ DDR5 ก็ดีพอใช้ทำงานธุรการในออฟฟิศได้ดีแล้วและใช้ตัดต่อคลิปสั้นและแต่งภาพนิ่งได้ระดับหนึ่ง ถ้าได้ 32 GB จะเปิดโปรแกรมได้หลายตัวพร้อมกัน
- ถ้าโน้ตบุ๊กรุ่นไหนได้พาเนลหน้าจอ OLED สีสันบนหน้าจอจะสดมากแถมขอบเขตสีกว้างด้วย แต่แนะนำให้เปิดฟีเจอร์ถนอมพาเนลเอาไว้เสมอเพื่อยืดอายุการใช้งานให้นานยิ่งขึ้น
- โน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 50000 บาท สามารถซื้อ MacBook Air ชิป Apple M4 ได้สบายมาก ถ้าเอารุ่นหน้าจอ 13″ จะเหลือเงินไว้เพิ่ม Unified Memory ได้ถึง 24 GB, SSD 512 GB หรือถ้าเอารุ่นจอ 15″ จะได้จอใหญ่แต่ได้รุ่นความจุ 16+512 GB แทน
- โปรแกรมทดแทน Microsoft Office Suite ในปัจจุบันมีให้เลือกใช้เยอะมาก ฟอร์แมตหน้ากระดาษไม่เพี้ยนแถมใช้งานฟรีเพราะเป็นโปรแกรมประเภท Open source หรือ Freeware เช่น LibreOffice, WPS Office และ ONLYOFFICE เป็นต้น

6 โน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 50000 บาท สเปคดีเหมาะกับคนทำงาน!
- MSI Venture A16 AI+ A3HMG-021TH (33,490 บาท)
- Acer Swift AI 14 SF14-51-73EM (39,990 บาท)
- Lenovo Yoga Pro 7 14AKP10-83KG0004TA (40,815 บาท)
- HP OmniBook 7 16-ay0017TU (43,990 บาท)
- MacBook Air M4 (16+512 GB / 15″) (44,100 บาท)
- ASUS VivoBook S 14 OLED S5406SA-QD778WA (46,990 บาท)
1. MSI Venture A16 AI+ A3HMG-021TH (33,490 บาท)

| CPU | AMD Ryzen AI 7 350 แบบ 8 คอร์ 16 เธรด (Zen 5*4 / Zen 5c*4) ความเร็วสูงสุด 5 GHz |
| GPU | AMD Radeon 860M |
| SSD | M.2 NVMe SSD 1 TB |
| RAM | 16 GB DDR5 บัส 5600MHz |
| Software | Windows 11 Home Microsoft Office Home 2024 |
| Display | 16″ ความละเอียด 2K (2048*1280) พาเนล OLED Refresh Rate 120Hz 100% DCI-P3 |
| Price | 33,490 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: MSI Thailand |
MSI Venture A16 AI+ A3HMG-021TH นับเป็นโน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 50000 บาท เทียบชั้นระดับพรีเมียมของแบรนด์คู่แข่งได้ด้วยบอดี้อลูมิเนียมแข็งแรง แต่ราคาไม่แพงเหลือส่วนต่างเอาไว้ซื้อกระเป๋าโน้ตบุ๊ก, เมาส์หรือ USB-C Hub ก็ได้ ติดตั้งชิปเซ็ต AMD Ryzen AI 7 350 ใหม่พร้อม RAM 16 GB DDR5, SSD 1 TB มี Windows 11 Home และ Microsoft Office Suite มาพร้อมใช้ เพียง Sign in ก็ทำงานได้ทันที มีแบตเตอรี่ในตัว 90Whr ใช้ทำงานได้นานหลายชั่วโมงไม่ต้องกลัวเครื่องดับในนาทีสำคัญ เสริมด้วยเซนเซอร์สแกนใบหน้าและลายนิ้วมือไว้ยืนยันตัวเจ้าของก่อนปลดล็อคเครื่องให้ใช้งานด้วย
ในเมื่อเป็นโน้ตบุ๊กทำงานจาก MSI ก็ได้บานพับหน้าจอกางได้ราบเสมอพื้นโต๊ะและกดปุ่ม Flip-n-Share พลิกภาพหน้าจอให้คู่สนทนาดูได้ มีพอร์ต USB-C Full Function ไว้ต่อ USB Hub แปลงเป็นพอร์ตอื่นๆ ได้ ใช้ต่อหน้าจอแยกควบคู่กับ HDMI, ชาร์จไฟด้วยอะแดปเตอร์ GaN 65W ได้พร้อมกัน ตอบโจทย์พนักงานออฟฟิศมาก ด้านข้อสังเกตโดยหลักๆ แล้ว คือพาเนลจอเป็น OLED จึงควรเปิดฟีเจอร์ถนอมพาเนลไว้เสมอและมีอินเทอร์เฟสสำหรับ SSD แค่ช่องเดียว แถมมีความจุ 1 TB ตั้งต้นมาจากโรงงานแล้ว จึงไม่แนะนำให้ถอดเปลี่ยนแต่ซื้อ External SSD มาเซฟงานแทนจะดีกว่า
ข้อดี
- ซีพียูมีคอร์เธรดมากใช้ทำงานออฟฟิศได้ดี จีพียูใช้เล่นเกมบนความละเอียด 1080p ได้ลื่นไหล
- ติดตั้ง Microsoft Office Home 2024 มาให้พร้อมใช้งาน
- มีหน่วยความจำ RAM 16 GB อัพเกรดเพิ่มได้จน 96 GB และ SSD 1 TB ให้ใช้งาน
- หน้าจอ OLED ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ให้สีสันสวยงามสมจริง
- มีพอร์ต USB-C Full Function ไว้ต่อ USB Hub ขยายเป็นพอร์ตอื่นๆ และชาร์จไฟได้
- แบตเตอรี่มีความจุสูงถึง 90Whr ใช้งานได้นานหลายชั่วโมง
- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้รวดเร็วและเสถียรด้วย Wi-Fi 6E
- มีเซนเซอร์สแกนใบหน้าและลายนิ้วมือติดตั้งมาให้ใช้ยืนยันตัวเจ้าของก่อนปลดล็อคเครื่อง
- บานหน้าจอกางได้ราบเสมอพื้นโต๊ะและกดปุ่ม Flip-n-Share พลิกภาพหน้าจอให้คู่สนทนาดูได้
ข้อสังเกต
- มีช่องอินเทอร์เฟสสำหรับ SSD เพียงช่องเดียวเท่านั้น อัพเกรดได้ค่อนข้างจำกัด
- ควรเปิดฟีเจอร์ถนอมพาเนลหน้าจอ OLED เอาไว้เสมอเพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน
2. Acer Swift AI 14 SF14-51-73EM (39,990 บาท)

| CPU | Intel Core Ultra 7 258V แบบ 8 คอร์ 8 เธรด (4P+4E) ความเร็วสูงสุด 4.8 GHz |
| GPU | Intel Arc Graphics 140V |
| SSD | M.2 NVMe SSD 512 GB |
| RAM | 32 GB LPDDR5X บัส 8533MHz |
| Software | Windows 11 Home Microsoft Office Home & Student 2021 |
| Display | 14″ ความละเอียด FHD+ (1920*1200) พาเนล OLED 100% DCI-P3 |
| Price | 39,990 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: BaNANA |
Acer Swift AI 14 SF14-51-73EM เหมาะกับคนอยากได้โน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 50000 บาท น้ำหนักเบาเพียง 1.26 กก. ไว้พกไปพบลูกค้าหรือทำงานนอกสถานที่ได้ง่ายๆ ถ้านั่งโต๊ะก็ต่อ USB Hub เข้ากับ USB-C Thunderbolt 4 ด้านข้างแปลงเป็นพอร์ตอื่นๆ อย่าง HDMI, SD Card reader หรือ LAN เพื่อใช้เป็นคอมตั้งโต๊ะก็ได้ แถมชิปเซ็ต Intel Core Ultra 7 258V ก็มีสมรรถนะก็สูงพอให้ทำงานได้ดีรอบด้านตั้งแต่งานเอกสารทั่วไปจนกระทั่งแต่งภาพหรือตัดต่อวิดีโอก็เหมาะ เวลาประชุมออนไลน์ก็ใช้ฟีเจอร์ AI ของ Windows 11 ได้ดีด้วย Intel AI Boost NPU หรือถ้านั่งอยู่ต่อหน้ากันก็ดันบานหน้าจอให้ราบเสมอพื้นให้เพื่อนร่วมงานดูก็ได้
นอกจากเรื่องสมรรถนะ Swift AI 14 ก็ได้หน้าจอ OLED ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 ให้สีสันสวยงามสมจริงเหมาะกับการใช้งานทุกรูปแบบ มีเซนเซอร์สแกนใบหน้าและลายนิ้วมือติดมาให้ ใช้เพื่อปลดล็อคเครื่องและทำธุรกรรมออนไลน์ร่วมกับระบบ Windows Passkey ได้ แต่ถ้าใครซื้อเครื่องนี้มาใช้แนะนำให้มี External SSD/HDD ความจุสัก 1 TB เอาไว้เซฟไฟล์งานจะสะดวกกว่า
ข้อดี
- ซีพียู Intel Core Ultra 7 258V มีสมรรถนะสูง ใช้ทำงานเอกสารและแต่งภาพกราฟิคดี
- มี RAM 32 GB LPDDR5X ติดตั้งมาให้ ใช้ทำงานเอกสารหรือตัดต่อภาพหรือคลิปสั้นก็ได้
- หน้าจอเป็นพาเนล OLED ขอบเขตสีกว้างสวยงาม ใช้แต่งสีทำงานกราฟิคได้
- ติดตั้ง Microsoft Office Home & Student 2021 มาให้พร้อมใช้งาน
- มีเซนเซอร์สแกนใบหน้าและลายนิ้วมือไว้ใช้ยืนยันตัวเจ้าของก่อนปลดล็อคให้ใช้
- พอร์ต USB-C รองรับ Thunderbolt 4 ต่อแยกเป็นพอร์ตอื่นๆ ได้อีกมาก
- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้รวดเร็วและเสถียรด้วย Wi-Fi 7
- น้ำหนักเครื่องเพียง 1.26 กก. เท่านั้น พกพาสะดวกสบายไม่หนักมาก
- ก้านบานพับหน้าจอกางได้กว้างจนขนานไปกับพื้นโต๊ะ แชร์หน้าจอให้เพื่อนร่วมงานดได้ง่าย
ข้อสังเกต
- หน้าจอมีความละเอียด FHD+ เท่านั้น ถ้าเป็น QHD หรือ 2.8K จะดีมาก
- ติดตั้ง SSD มาให้ 512 GB อาจจะเปลี่ยนเพื่อเพิ่มความจุหรือใช้ External SSD เก็บงานแทน
3. Lenovo Yoga Pro 7 14AKP10-83KG0004TA (40,815 บาท)

| CPU | AMD Ryzen AI 7 350 แบบ 8 คอร์ 16 เธรด (Zen 5*4 / Zen 5c*4) ความเร็วสูงสุด 5 GHz |
| GPU | AMD Radeon 860M |
| SSD | M.2 NVMe SSD 1 TB |
| RAM | 32 GB LPDDR5X บัส 8000MHz |
| Software | Windows 11 Home Microsoft Office Home 2024 |
| Display | 14.5″ ความละเอียด 3K (2944*1840) พาเนล OLED Refresh Rate 90Hz 100% DCI-P3 100% Adobe RGB Delta-E <1 Dolby Vision VESA DisplayHDR True Black 600 |
| Price | 40,815 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Lenovo Thailand |
Lenovo Yoga Pro 7 14AKP10-83KG0004TA ในภาพรวมถือป็นโน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 50000 บาท ที่น่าใช้มาก ไม่ว่าจะซีพียู AMD Ryzen AI 7 350 พิมพ์นิยมสำหรับคอมทำงานปี 2026 นี้ มี SSD, RAM พร้อมโปรแกรม Microsoft Office Home 2024 ไว้ให้เจ้าของเครื่อง Sign in เคลมสิทธิ์ใช้ได้ทันที หน้าจอความละเอียด 3K ขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 มีค่า Delta-E <1 เวลาเกลี่ยสีจะทำได้ถูกต้องแม่นยำขึ้นและได้ชุดระบายความร้อน Lenovo X Power ช่วยจัดการอุณหภูมิให้ชิปเซ็ตไม่ร้อนมากแม้จะทำงานเต็มกำลังก็ตาม แถมยังเล่นเกมชั้นนำบนความละเอียด 1080p Medium เสริมด้วย AMD FSR Upscaling ก็เล่นได้ไหลลื่นแล้ว
องค์ประกอบน่าใช้รอบตัว Yoga Pro 7 ได้แก่ USB-C 4.0 Full Function คู่ ไว้ต่อใช้งานได้ยืดหยุ่นไม่ว่าชาร์จไฟหรือต่อหน้าจอ USB-C ก็ได้ มีโปรแกรม Lenovo AI Now ไว้ช่วยปรับตั้งค่าเครื่องแค่พิมพ์สั่ง AI เท่านั้น ติดตั้งเซนเซอร์สแกนหน้าไว้ยืนยันตัวเจ้าของก่อนปลดล็อคเครื่องหรือทำธุรกรรมออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย แต่แนะนำให้เจ้าของเครื่องเปิดฟีเจอร์ถนอมพาเนล OLED ไว้ด้วยจะช่วยยืดอายุพาเนลให้ใช้ได้นานขึ้นอีกพอควร
ข้อดี
- ซีพียู AMD Ryzen AI 7 350 ใช้ทำงานได้รอบด้านไม่ว่าจะธุรการ, กราฟิคหรือตัดต่อวิดีโอสั้น
- มีหน่วยความจำ SSD, RAM จุมากพอใช้ทำงานได้ดี มีช่องรองไว้เพิ่ม SSD ได้
- ติดตั้ง Microsoft Office Home 2024 มาให้พร้อมใช้งาน ไม่ต้องซื้อเพิ่ม
- หน้าจอ OLED มีความละเอียดสูง ขอบเขตสีกว้างและแม่นยำ ได้การรับรองหลากหลายอย่าง
- มีเซนเซอร์สแกนใบหน้าไว้ยืนยันตัวเจ้าของก่อนปลดล็อคเครื่องหรือทำธุรกรรมออนไลน์
- ชุดระบายความร้อน Lenovo X Power ระบายความร้อนได้ดี ทำงานหนักแล้วไม่ลดสมรรถนะ
- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้รวดเร็วและเสถียรด้วย Wi-Fi 7
- มีพอร์ต USB-C 4.0 Full Function ถึง 2 ช่อง ไว้ต่อหน้าจอแยก, ชาร์จไฟและโอนไฟล์ได้
- โปรแกรม Lenovo AI Now มีฟีเจอร์ให้ใช้งานหลากหลายและพิมพ์สั่งให้เครื่องเปลี่ยนโหมดได้
ข้อสังเกต
- ควรเปิดฟีเจอร์ถนอมพาเนล OLED ของโน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 50000 บาท เอาไว้เสมอ
4. HP OmniBook 7 16-ay0017TU (43,990 บาท)

| CPU | Intel Core Ultra 7 255H แบบ 16 คอร์ 16 เธรด (6P+8E+2LPE) ความเร็วสูงสุด 5.1 GHz |
| GPU | Intel Arc Graphics 140T |
| SSD | M.2 NVMe SSD 1 TB |
| RAM | 32 GB LPDDR5X บัส 7467MHz |
| Software | Windows 11 Home |
| Display | 16″ ความละเอียด WQXGA (2560*1600) พาเนล IPS 100% sRGB |
| Price | 43,990 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Advice |
HP OmniBook 7 16-ay0017TU จะเหมาะกับพนักงานออฟฟิศสายธุรการกับบัญชีที่ต้องทำงานกับตัวเลขและไฟล์ Excel เป็นประจำ ถ้าได้เครื่องนี้มาเป็นโน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 50000 บาท ประจำตัวจะดีมาก เพราะซีพียู Intel Core Ultra 7 255H กับ RAM 32 GB และ SSD 1 TB จะช่วยให้โหลดไฟล์เอกสารขนาดใหญ่มาจัดการได้รวดเร็วไม่หน่วงให้เสียอารมณ์ ได้ Numpad ไว้พิมพ์ตัวเลขได้ง่ายไม่พอ หน้าจอยังมีความละเอียดสูงพอเปิดหน้าเอกสารแล้วก็เห็นเต็มตาไม่ต้องซูมช่องตารางเข้าออกบ่อยๆ ช่วยให้ทำงานได้สะดวกรวดเร็วขึ้น
ถ้าทำงานบนจอโน้ตบุ๊คไม่สะดวก Omnibook 7 ก็มีพอร์ต HDMI 2.1 และ Thunderbolt 4 อีกคู่เอาไว้ต่อหน้าจอแยกความละเอียดสูง 4K ให้ใช้ แถมถ้าพอร์ต USB-C ของจอสามารถชาร์จไฟแบบ Power Delivery ได้ ก็ต่อสายเส้นเดียวจบ ได้ภาพขึ้นจอและชาร์จไฟให้โน้ตบุ๊คไปพร้อมๆ กัน แถมตรงกล้องอินฟาเรดก็มีเซนเซอร์อินฟาเรดไว้สแกนใบหน้าเจ้าของเครื่องไม่ให้คนอื่นแอบล็อคอินเข้ามาใช้งานโดยพลการและช่วยยืนยันตัวเวลาทำธุรกรรมออนไลน์ได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่เวลาพกไปทำงานนอกสถานที่หรือเอาเข้าห้องประชุมแนะนำให้เตรียมพาวเวอร์แบงค์กำลังชาร์จ 65W ขึ้นไปเผื่อไว้ต่อชาร์จไฟในยามจำเป็นจะใช้งานได้อุ่นใจขึ้น
ข้อดี
- ซีพียู Intel Core Ultra 7 255H มีคอร์เธรดเยอะ เหมาะกับงานใช้กำลังประมวลผลสูง
- จีพียู Intel Arc Graphics 140T ใช้ทำงานกราฟิคได้ดีและเล่นเกมฆ่าเวลาได้ระดับหนึ่ง
- มีหน่วยความจำ RAM, SSD ความจุสูงพอให้ใช้ทำงานได้ดี มีช่อง PCIe 4.0 รองไว้ใส่เพิ่มได้
- หน้าจอมีขนาดใหญ่ 16″ ความละเอียดสูงและขอบเขตสีกว้าง 100% sRGB
- มีพอร์ต USB-C Full Function ไว้ต่อหน้าจอแยก, ชาร์จไฟและโอนไฟล์ 2 ช่อง
- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้รวดเร็วและเสถียรด้วย Wi-Fi 6E
- กล้องเว็บแคมมีเซนเซอร์สแกนใบหน้าไว้ยืนยันตัวเจ้าของก่อนปลดล็อคเครื่อง
ข้อสังเกต
- ไม่มี Microsoft Office Home 2024 ติดตั้งมาให้เหมือนโน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 50000 บาท เครื่องอื่น
- แบตเตอรี่มีความจุ 70Whr จับคู่กับซีพียูประสิทธิภาพสูงจะใช้งานโดยไม่ต่อสายชาร์จได้ไม่นานมาก
5. MacBook Air M4 (16+512 GB / 15″) (44,100 บาท)

| CPU | Apple M4 แบบ 10 คอร์ Neural Engine 16 คอร์ |
| GPU | Apple GPU แบบ 10 คอร์ |
| SSD | M.2 NVMe SSD 512 GB |
| RAM | Unified Memory 16 GB |
| Software | macOS Tahoe |
| Display | Liquid Retina Display 15.3″ 2.8K (2880*1864) พาเนล IPS ขอบเขตสี P3 True Tone Technology |
| Price | 44,100 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: BaNANA |
พอคิดจะซื้อโน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 50000 บาท สักเครื่อง ก็ไม่พ้น MacBook Air M4 แน่นอน แถมงบประมาณระดับนี้ก็ได้รุ่นจอ 15.3″ มีความละเอียดสูงขึ้นแถมเพิ่มแบตเตอรี่มาอีกเล็กน้อยด้วย เรื่องสมรรถนะยังคงดีพอให้ใช้งานได้อีกหลายปีตั้งแต่ทำงานเอกสารทั่วไปหรือทำบัญชีใน Microsoft Excel ผูกสูตรไว้ซับซ้อนระดับหนึ่ง ไปจนแต่งภาพนิ่งตัดต่อวิดีโอหรือเขียนโปรแกรมก็สบายมาก อย่างน้อย 4~5 ปี ตั้งแต่เริ่มเรียนมหาวิทยาลัยจนรับปริญญาหรือลากยาวไปจนทำงานเลยก็ยังได้
จุดเด่นของ MacBook Air M4 นอกจากต่อหน้าจอแยกความละเอียดสูง 4K สองบานได้พร้อมกันโดยไม่ต้องพับจอหลักได้และมีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือติดมาให้ แป้นทัชแพดแบบ Force Touch ก็ตอบสนองดี ควบคุมเครื่องง่ายทำงานสะดวกมากแถมกล้องเว็บแคม 12 ล้านพิกเซลมีฟีเจอร์ Center Stage เวลาประชุมออนไลน์แล้วกล้องจะ Crop ภาพเข้ามาส่วนหนึ่งและจัดให้ผู้พูดอยู่ตรงกึ่งกลางเฟรมพอดีและกดให้เป็นกล้องมุมสูงถ่ายภาพพื้นโต๊ะเอาไว้ถ่ายมือผู้พูดได้กรณีมีสินค้าต้องการโชว์ให้คู่สนทนาดู
อย่างไรก็ตาม MacBook Air ยังมีข้อสังเกตพอควรทั้งมีพอร์ต Thunderbolt 4 คู่เท่านั้น ไม่มีพอร์ตอื่นอย่าง HDMI, USB-A, SD Card Reader ซึ่งทาง Apple สงวนไว้ให้ MacBook Pro เท่านั้น ถ้าต้องการต่ออุปกรณ์เสริมก็ต้องพึ่ง USB Hub เรื่องถัดมาคือขอบหน้าจอมีติ่งกล้อง Center Stage ติดมาคั่น Menu Bar จนต้องปรับความละเอียดเอาเพื่อลบติ่งออกไปหรือหาสารพัดวิธีมาแก้ไขให้ติ่งกล้องหายไป นอกจากนี้แอพฯ ตั้งต้นของ macOS หลายตัวแม้จะใช้งานได้ก็ไม่ดีเท่าแอพฯ จากผู้พัฒนารายอื่น แต่ถ้าใครใช้ iPhone อยู่แล้วและจะซื้อไปใช้ทำงานได้หลายปีไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยจะจบกับเครื่องนี้ไปก็ไม่ผิดหวังแน่นอน
ข้อดี
- ชิปเซ็ต Apple M4 มีสมรรถนะสูง ใช้ทำงานได้ดีพอควรและประหยัดพลังงานมาก
- มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ให้ยืนยันตัวเวลาปลดล็อคเครื่อง, ติดตั้งแอพฯ และทำธุรกรรมต่างๆ
- แป้นทัชแพดเป็น Force Touch ใช้วิธีจับแรงกดและสั่นเพื่อทำงาน ตอบสนองได้ดีเยี่ยม
- หน้าจอมีความละเอียดสูง 2.8K และขอบเขตสีกว้าง P3 ใช้ทำงานกราฟิคได้ดีมาก
- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้รวดเร็วและเสถียรด้วย Wi-Fi 6E
- พอร์ต Thunderbolt 4 ทั้งสองช่องใช้ต่อหน้าจอแยก, ชาร์จไฟและโอนไฟล์ได้รวดเร็ว
- กล้องเว็บแคมมีฟีเจอร์ Center Stage จับภาพผู้พูดให้อยู่ตรงกลางได
ข้อสังเกต
- ตัวเครื่องมีเฉพาะ Thunderbolt 4 คู่ จึงควรพกและมี USB-C Hub ติดตัวและตั้งโต๊ะไว้เสมอ
- หน้าจอของ MacBook Air มีติ่งกล้องเว็บแคมเด่นชัด ต้องสเกลความละเอียดให้เหมาะสม
- แอพฯ ดั้งเดิมของ Apple หลายตัวใช้งานได้ แต่แอพฯ จากผู้พัฒนาท่านอื่นใช้งานดีกว่า
6. ASUS VivoBook S 14 OLED S5406SA-QD778WA (46,990 บาท)

| CPU | Intel Core Ultra 7 258V แบบ 8 คอร์ 8 เธรด (4P+4E) ความเร็วสูงสุด 4.8 GHz |
| GPU | Intel Arc Graphics 140V |
| SSD | M.2 NVMe SSD 1 TB |
| RAM | 32 GB LPDDR5X บัส 8533MHz |
| Software | Windows 11 Home Microsoft Office Home 2024 Microsoft 365 Basic |
| Display | 14″ ความละเอียด WUXGA (1920*1200) พาเนล OLED Refresh Rate 120Hz 100% DCI-P3 VESA DisplayHDR True Black 600 |
| Price | 46,990 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: ASUS Thailand |
โน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 50000 บาท รุ่นสุดท้ายเป็น ASUS VivoBook S 14 OLED S5406SA-QD778WA เป็นรุ่นย่อยสเปคจัดจ้านพลัง Intel Core Ultra 7 258V มี RAM, SSD ความจุสูงจึงใช้ทำงานได้ทุกแบบไม่ว่าจะงานธุรการหรือบัญชีที่ต้องทำงานเอกสารร้อยแปด, แต่งภาพตัดต่อคลิปสั้นหรือแม้แต่เขียนโปรแกรมก็ไหว หรือฝ่ายเซลส์ต้องการโน้ตบุ๊คไว้พกไปพรีเซนต์งานกับลูกค้าก็เหมาะเพราะได้ Microsoft Office Home 2024 ติดมาให้พร้อมใช้และใช้บริการ Microsoft 365 ได้ฟรี 12 เดือนด้วย
ลูกเล่นของ Vivobook S 14 OLED ได้ทั้งเซนเซอร์อินฟาเรดสแกนใบหน้าไว้ยืนยันตัวเจ้าของได้สะดวกรวดเร็วแถมปลอดภัย มีพอร์ต Thunderbolt 4 คู่ ไว้ใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นประกอบกับพอร์ตอื่นให้ใช้ได้ไม่ต้องพึ่ง USB Hub อย่างเดียว ด้านระบบจัดการพลังงานของซีพียู Intel Core Ultra 7 258V ก็ทำได้ดีช่วยยืดระยะเวลาใช้งานโดยไม่ต้องต่อชาร์จได้นานเกิน 10 ชม. ไม่ยาก อาจเตรียมพาวเวอร์แบงค์ไว้เผื่อชาร์จยามจำเป็นก็พอแล้ว แต่ชิ้นส่วนภายในโน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 50000 บาท เครื่องนี้เป็นออนบอร์ดแทบทั้งหมดยกเว้น SSD ตัวหลัก ถ้าไดรฟ์ไม่เสียเปิดเครื่องไม่ติดก็ไม่จำเป็นต้องถอดเปลี่ยนก็ได้ และถ้า ASUS เพิ่มความละเอียดหน้าจอให้เป็น WQXGA ก็จะดีมาก
ข้อดี
- ซีพียู Intel Core Ultra 7 258V มีสมรรถนะสูงทำงานได้ดีและประหยัดแบตเตอรี่มาก
- หน่วยความจำ RAM, SSD มีความจุมากพอให้ใช้ทำงานได้ดีไม่ต้องอัพเกรดเพิ่มก็ได้
- ติดตั้งพอร์ต Thunderbolt 4 มาให้ 2 ช่อง ไว้ต่อหน้าจอแยก, ชาร์จไฟและโอนไฟล์ได้
- เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้รวดเร็วและเสถียรด้วย Wi-Fi 7
- กล้องเว็บแคมมีเซนเซอร์อินฟาเรดไว้สแกนใบหน้าเจ้าของเพื่อปลดล็อคเครื่อง
- ติดตั้ง Microsoft Office Home 2024 มาให้และใช้บริการ Microsoft 365 ได้ 12 เดือน
- หน้าจอ OLED มีขอบเขตสีกว้างสวยงามให้ดูคอนเทนต์ต่างๆ ได้เต็มอิ่มขึ้น
- น้ำหนักเบาเพียง 1.3 กก. เท่านั้น พกพาง่ายสะดวกสบายมาก
ข้อสังเกต
- ความละเอียดจอควรเป็น WQXGA ให้ภาพคมชัดขึ้นและควรเปิดฟีเจอร์ถนอมพาเนลเสมอ
- ชิ้นส่วนแทบทั้งหมดเป็นออนบอร์ดและมีช่อง M.2 NVMe SSD เพียงช่องหลักอันเดียว
สรุปสเปค 6 โน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 50000 บาท



แม้ว่าโน้ตบุ๊กราคาไม่เกิน 50000 บาท จะแพงจนใครหลายคนตัดสินใจซื้อยากหรือเปลี่ยนใจลดไปซื้อรุ่นราคาถูกกว่านี้ก็ตาม แต่ถ้าคิดในองค์รวมไม่ว่าจะได้สเปคแรงพอให้ใช้งานได้หลายปี วัสดุประกอบเครื่องมีคุณภาพสูงพอให้ใช้งานได้นานไม่ต้องเปลี่ยนคอมใหม่อีกพักใหญ่ แถมถ้าราคามาหารจำนวนวันจะรู้ทันทีว่าช่วงแรกถึงราคาค่างวดจะสูงสักหน่อย แต่พอใช้ไปนานปีเข้าก็คุ้มค่าตัวแน่นอน ขอแค่หมั่นทำความสะอาดปัดฝุ่นเปลี่ยนซิลิโคนทุกปีสองปีก็ช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้นมากแล้ว
ประเด็นสำคัญในโลกการทำงาก็ไม่พ้นว่าถ้าเราลงทุนกับตัวเอง ยอมจ่ายเงินซื้อโน้ตบุ๊คราคาแพงสักนิดมาใช้ทำงานยังไงก็คุ้ม เพราะเราสามารถทำงานใหญ่ให้เสร็จในเวลาอันสั้น สิ่งที่ได้กลับมาก็เป็นผลงานในชื่อของเราทั้งนั้น
บทความที่เกี่ยวข้อง





