Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

IT NEWS

5D Memory Crystal เทคโนโลยีเก็บข้อมูลบนกระจก ที่อาจอยู่ได้นานเท่าอายุจักรวาล

5D Memory Crystal

เทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลกำลังเดินทางมาถึงจุดที่ “อายุการใช้งาน” กลายเป็นประเด็นสำคัญพอ ๆ กับความจุและความเร็ว ล่าสุดมีสตาร์ทอัพจากสหราชอาณาจักรชื่อว่า SPhotonix ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าของเทคโนโลยีที่เรียกว่า 5D Memory Crystal ซึ่งเป็นระบบเก็บข้อมูลบนแผ่นกระจกซิลิกา (fused silica) ที่บริษัทอ้างว่าสามารถเก็บข้อมูลได้นานถึง 13.8 พันล้านปี หรือใกล้เคียงกับอายุของจักรวาล

SPhotonix ระบุว่า เทคโนโลยีนี้ได้ก้าวออกจากห้องแล็บ และเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนเตรียมใช้งานจริงใน data center โดยตั้งเป้าทดสอบระบบ cold storage เชิงพาณิชย์ภายในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า

Advertisement

5D Memory Crystal คืออะไร ทำงานอย่างไร

หัวใจหลักของ 5D Memory Crystal คือแผ่นกระจก fused silica ขนาดประมาณ 5 นิ้ว ซึ่งถูกเขียนข้อมูลลงไปด้วย femtosecond laser หรือเลเซอร์ที่มีความแม่นยำสูงระดับเฟมโตวินาที

ข้อมูลไม่ได้ถูกบันทึกแบบจุดสองมิติหรือสามมิติทั่วไป แต่ถูกเข้ารหัสผ่าน “ห้ามิติ” ได้แก่

  • พิกัดเชิงพื้นที่ 3 แกน (x, y, z)
  • มุมหรือทิศทาง (orientation) ของโครงสร้างนาโน
  • ความเข้ม (intensity) ของโครงสร้างนาโน

โครงสร้างระดับนาโนเหล่านี้จะถูกอ่านกลับมาด้วยแสงโพลาไรซ์ (polarized light) ผ่านระบบออปติคัล ทำให้สามารถดึงข้อมูลออกมาได้โดยไม่ต้องพึ่งสนามแม่เหล็กหรือกระแสไฟฟ้าใด ๆ ในการเก็บรักษา


ความจุสูงถึง 360TB ในแผ่นกระจกเดียว

SPhotonix เคลมว่า แผ่นกระจกขนาดเพียง 5 นิ้วหนึ่งแผ่น สามารถเก็บข้อมูลได้สูงสุดถึง 360 เทราไบต์ (TB) ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับสื่อจัดเก็บข้อมูลระยะยาวในปัจจุบัน

ที่สำคัญคือ ตัวสื่อเก็บข้อมูลไม่ต้องใช้ไฟฟ้าในการรักษาข้อมูล (non-volatile) และมีลักษณะเป็น air-gapped โดยธรรมชาติ ทำให้เหมาะกับงานเก็บข้อมูลระยะยาว เช่น

  • ข้อมูลสำรองระดับองค์กร
  • ข้อมูลกฎหมายหรือข้อมูลภาครัฐ
  • ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ต้องเก็บหลายร้อยปี

อายุการใช้งานระดับ “จักรวาล”

จุดขายที่โดดเด่นที่สุดของ 5D Memory Crystal คืออายุการเก็บข้อมูลที่บริษัทอ้างว่าสามารถคงสภาพได้นานถึง 13.8 พันล้านปี หากไม่มีความเสียหายทางกายภาพจากภายนอก

สาเหตุที่ทำให้กระจก fused silica มีความทนทานสูงมาก เพราะวัสดุชนิดนี้สามารถทนต่อ

  • ความร้อนสูง
  • รังสี
  • ความชื้น
  • สนามแม่เหล็ก

ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สื่อจัดเก็บข้อมูลแบบเดิมเสื่อมสภาพตามกาลเวลา


ความเร็วปัจจุบันยังต่ำ แต่มีแผนเร่งพัฒนา

ในด้านประสิทธิภาพ SPhotonix ยอมรับตรงไปตรงมาว่าเทคโนโลยีนี้ยังไม่เหมาะกับงานที่ต้องการความเร็วสูงในปัจจุบัน โดยต้นแบบล่าสุดมีความเร็วประมาณ

  • เขียนข้อมูล: ราว 4 MB ต่อวินาที
  • อ่านข้อมูล: ราว 30 MB ต่อวินาที

อย่างไรก็ตาม บริษัทมี roadmap ชัดเจนว่าจะพัฒนาระบบให้รองรับความเร็วระดับ 500 MB ต่อวินาที ภายในช่วง 3–4 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้สามารถใช้งานในระดับ data center ได้จริงมากขึ้น

สำหรับงาน cold storage นั้น SPhotonix มองว่า latency ระดับ 10 วินาทีขึ้นไป เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เพราะไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์


ต้นทุนระบบ และราคาที่คาดการณ์ได้ในตลาด

SPhotonix ประเมินต้นทุนของระบบรุ่นแรกไว้ที่

  • เครื่องเขียนข้อมูล (writer): ประมาณ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.05 ล้านบาท
  • เครื่องอ่านข้อมูล (reader): ประมาณ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 210,000 บาท

บริษัทคาดว่าจะมีเครื่องอ่านแบบใช้งานภาคสนาม (field-deployable reader) พร้อมใช้งานภายในราว 18 เดือนนับจากปัจจุบัน


เงินทุนและสถานะความพร้อมของเทคโนโลยี

SPhotonix เป็นสตาร์ทอัพที่แยกตัวออกมาจากงานวิจัยของ University of Southampton และก่อตั้งขึ้นในปี 2024 ล่าสุดบริษัทระดมทุนไปแล้วประมาณ 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 157 ล้านบาท

ในเชิงมาตรฐานอุตสาหกรรม เทคโนโลยีของบริษัทอยู่ที่ระดับ Technology Readiness Level (TRL) 5 และกำลังมุ่งไปสู่ TRL 6 ซึ่งหมายถึงการทดสอบในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงการใช้งานจริง ไม่ใช่แค่ในห้องทดลอง


คู่แข่งในตลาด glass-based storage

SPhotonix ไม่ใช่รายเดียวที่มองเห็นอนาคตของการเก็บข้อมูลบนวัสดุที่ไม่ใช่แม่เหล็ก

  • Microsoft Project Silica เคยสาธิตการเก็บข้อมูลบนกระจกมาก่อน
  • Cerabyte กำลังพัฒนา media แบบเซรามิกสำหรับระบบคลังข้อมูลอัตโนมัติ

ความแตกต่างของ SPhotonix คือการเลือก ขายลิขสิทธิ์เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มออปติคัล ให้เข้ากับ data center ที่มีอยู่แล้ว แทนการสร้างบริการเก็บข้อมูลครบวงจรของตัวเอง


บทสรุป: จะเป็นอนาคต หรือแค่เทคโนโลยีเฉพาะทาง

แม้ 5D Memory Crystal จะดูน่าทึ่งทั้งในแง่ความจุและอายุการใช้งาน แต่คำถามสำคัญยังคงอยู่ที่

  • ความเร็วในระดับระบบจริง
  • ต้นทุนต่อ TB เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีอื่น
  • ความสะดวกในการผนวกรวมเข้ากับโครงสร้าง data center ปัจจุบัน

หาก SPhotonix สามารถยกระดับประสิทธิภาพได้ตามแผน เทคโนโลยีนี้อาจไม่ใช่แค่ของโชว์ในห้องแล็บ แต่กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญของระบบ cold storage ระยะยาว ในยุค data explosion ได้จริง

ที่มา: tomshardware

Click to comment

บทความน่าสนใจ

IT NEWS

ในช่วงต้นปี 2021 วงการ CPU เริ่มได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเทคโนโลยี cache รูปแบบใหม่จาก AMD ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแนวทางการออกแบบ CPU ไปอย่างสิ้นเชิง และในช่วงกลางปีเดียวกันที่งาน Computex ทาง AMD ก็ได้เปิดตัวเทคโนโลยีดังกล่าวอย่างเป็นทางการในชื่อ 3D V-Cache ซึ่งเป็นการนำ L3 cache มาซ้อนในแนวตั้ง (vertical stacking)...

IT NEWS

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Microsoft กลายเป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีที่ผลักดันเรื่อง AI อย่างหนักหน่วงที่สุด ตั้งแต่ Windows, Office, Edge ไปจนถึงบริการคลาวด์แทบทุกตัว ล้วนมี Copilot และฟีเจอร์ AI แทรกอยู่แทบทุกมุม จนเกิดกระแสต่อต้านจากผู้ใช้จำนวนไม่น้อยที่มองว่า “มากเกินไป” และเริ่มตั้งคำถามว่า AI เหล่านี้จำเป็นจริงหรือไม่ ล่าสุด โลกอินเทอร์เน็ตก็ได้ของเล่นชิ้นใหม่ที่สะท้อนอารมณ์ประชดประชันต่อ Microsoft ได้อย่างแสบสัน...

IT NEWS

Google ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า ขณะนี้ระบบปฏิบัติการ Android กำลังเผชิญกับบั๊กซอฟต์แวร์ที่ทำให้ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงบนสมาร์ตโฟนทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะในเครื่องที่เปิดใช้งานฟีเจอร์ช่วยการเข้าถึงที่ชื่อว่า Select to Speak บั๊กดังกล่าวส่งผลให้การกดปุ่มเพิ่มหรือลดเสียง ไม่ได้ควบคุมระดับเสียงสื่ออย่างเพลงหรือวิดีโออย่างที่ผู้ใช้คาดหวัง แต่กลับไปปรับระดับเสียงของระบบ Accessibility แทน ซึ่งสร้างความสับสนและรบกวนการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างมาก Advertisement ที่สำคัญ ยังมีรายงานว่าปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงไม่สามารถใช้เป็นปุ่มชัตเตอร์ถ่ายภาพในแอปกล้องได้อีกด้วย ทั้งที่เป็นทางลัดยอดนิยมของผู้ใช้ Android มายาวนาน บั๊ก Android ที่กระทบการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน...

IT NEWS

Microsoft เริ่มปล่อยอัปเดต Windows รุ่นใหม่ที่มาพร้อมระบบอัปเดตใบรับรอง Secure Boot แบบอัตโนมัติ สำหรับอุปกรณ์ที่เข้าเกณฑ์บน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 และ 25H2 เพื่อเตรียมรับมือกับใบรับรองความปลอดภัยเดิมที่กำลังจะหมดอายุในช่วงกลางปี 2026 การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทั้งผู้ใช้ทั่วไปและองค์กร เนื่องจาก Secure Boot เป็นระบบความปลอดภัยระดับเฟิร์มแวร์ที่ช่วยป้องกันมัลแวร์ฝังตัวลึก เช่น rootkit ไม่ให้แทรกแซงกระบวนการบูตเครื่องได้ตั้งแต่ก่อนที่...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก