
เกิดอะไรขึ้นกับ Messenger Web
Meta เตรียมยุติการให้บริการ Messenger Web บนโดเมน messenger.com ภายใน เดือนเมษายน 2026 โดยหลังจากนั้น หากผู้ใช้เข้าเว็บไซต์เดิม ระบบจะ เปลี่ยนเส้นทาง (redirect) ไปยัง facebook.com/messages ซึ่งเป็นหน้า Messages ที่อยู่ในเว็บไซต์ Facebook หลักแทน
ภาพรวมคือ “แชตยังอยู่ครบ” แต่ “ช่องทางบนเว็บแบบเดิม” จะหายไป และถ้าคุณใช้งาน Messenger บนคอมพิวเตอร์เป็นหลัก ข่าวนี้กระทบตรง ๆ เพราะเส้นทางการใช้งานจะถูกบังคับให้ผูกกับการล็อกอิน Facebook มากขึ้น
ทำไมประเด็นนี้ถึงสำคัญสำหรับคนใช้ PC
ก่อนหน้านี้ ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยเลือกเข้า messenger.com เพราะมันเป็น “หน้าต่างแชตล้วน ๆ” ไม่ต้องเข้า Facebook เต็มรูปแบบ และเหมาะกับการทำงานบนจอใหญ่ เช่น
- คุยงาน/คุยลูกค้าระหว่างทำงานบนคอมพ์
- เปิดแชตทิ้งไว้ทั้งวันเหมือนแอปแชตประจำเครื่อง
- ใช้ Messenger โดยไม่อยากยุ่งกับฟีด/คอนเทนต์ใน Facebook
แต่หลังเมษายน 2026 เส้นทางบนเว็บจะถูกพาไปหน้า Messages ของ Facebook ซึ่งโดยธรรมชาติ “ต้องล็อกอิน Facebook” จึงจะใช้งานบนเว็บได้
มีสัญญาณว่าจะปิดแอปเดสก์ท็อปมาก่อนแล้ว
การปิด Messenger Web ครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการที่ Meta ยุติแอป Messenger บน Windows และ macOS ไปก่อนหน้า โดยประกาศว่าหยุดให้บริการช่วงกลางเดือนธันวาคม 2025
เมื่อแอปเดสก์ท็อปหาย + เว็บไซต์ messenger.com กำลังจะหายตาม เท่ากับผู้ใช้ PC ถูก “บีบให้เหลือทางเลือกหลัก” คือใช้งานผ่าน Facebook บนเว็บแทน (หรือไม่ก็กลับไปใช้มือถือเป็นหลัก)
ใครได้รับผลกระทบหนักสุด
1) คนที่ใช้ Messenger บนเว็บแทบทั้งหมด
ถ้าคุณเปิด messenger.com ค้างไว้ทั้งวัน บน PC/โน้ตบุ๊ก แบบไม่ลงแอป ตอนนี้ต้องเตรียมเปลี่ยนพฤติกรรมไปที่ facebook.com/messages
2) คนที่ “ใช้ Messenger แต่ไม่ได้ใช้ Facebook”
Meta ระบุชัดว่า หากคุณใช้งาน Messenger แบบ ไม่มีบัญชี Facebook หลัง messenger.com หายไป คุณจะ ใช้งานต่อได้ผ่านแอปมือถือ Messenger เป็นหลัก
นี่คือจุดที่ทำให้หลายคนไม่พอใจ เพราะเดิมที messenger.com คือทางออกของกลุ่ม “ไม่อยากกลับไปใช้ Facebook แต่ยังต้องคุยกับคนใน Messenger”
3) คนที่คุยงาน/คุยลูกค้าผ่าน Messenger บนคอมเป็นหลัก
เหตุผลไม่ใช่แค่ “เข้าเว็บไหน” แต่รวมถึง workflow เช่น การสลับหน้าต่าง การแจ้งเตือน การพิมพ์ยาว ๆ หรือการแปะไฟล์/ลิงก์ระหว่างทำงาน ซึ่งคนกลุ่มนี้ต้องปรับตัวเร็ว
หลังเมษายน 2026 ยังใช้ Messenger บนคอมได้ไหม
ได้ แต่รูปแบบจะเปลี่ยนไป
- ถ้าคุณมีบัญชี Facebook และล็อกอินอยู่ คุณสามารถส่ง-รับข้อความบนเว็บได้ผ่าน
facebook.com/messages - ถ้าคุณไม่มีบัญชี Facebook (หรือไม่ต้องการใช้) Meta ชี้ว่าให้ใช้ต่อผ่าน แอปมือถือ Messenger
สรุปแบบตรงไปตรงมา: “Messenger บนเว็บยังมีอยู่ แต่ถูกย้ายบ้านไปอยู่ใน Facebook”
สิ่งที่ควรทำตอนนี้ ถ้าคุณยังใช้ Messenger บน Web อยู่
- อัปเดตบุ๊กมาร์ก/ชอร์ตคัต
เปลี่ยนลิงก์หลักที่ใช้เป็นfacebook.com/messagesเพื่อให้ชินก่อนเดดไลน์ (เมษายน 2026) - ตรวจสอบสถานะบัญชี Facebook ของตัวเอง
ถ้าคุณเคยปิด/พักบัญชี Facebook แต่ยังใช้ Messenger อยู่ ให้ประเมินว่าจะกลับมาเปิดบัญชีเพื่อใช้บนเว็บหรือไม่ เพราะบนเว็บจะถูกบังคับให้ไปฝั่ง Facebook มากขึ้น - เรื่องแชตเดิมไม่ต้องกังวลมาก
หลายรายงานระบุว่า “บทสนทนายังอยู่ครบ” เพียงแต่ย้ายช่องทางเข้าถึง
Meta ให้เหตุผลอะไรบ้าง
ตัว Meta เองระบุการเปลี่ยนแปลงผ่านหน้า Help และแจ้งผู้ใช้บนหน้าเว็บ แต่ไม่ได้แจกแจงเหตุผลเชิงลึกแบบละเอียดในประกาศสั้น ๆ โดยสื่อหลายเจ้าให้ภาพไปในทาง “ลดภาระการดูแลหลายแพลตฟอร์ม/รวมบริการให้เหลือน้อยลง” ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองว่าบริษัทจะมี “แพลตฟอร์มให้ต้องดูแลน้อยลง” หลังปิดช่องทางที่ซ้ำซ้อน
แล้ว WhatsApp Web ที่เริ่มโทรได้…เกี่ยวไหม
จุดที่น่าสนใจคือ ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน WhatsApp เริ่มทยอยเพิ่มความสามารถ โทรด้วยเสียงและวิดีโอผ่านเว็บ (อย่างน้อยในกลุ่มผู้ใช้เวอร์ชันทดสอบ/เบตา และทยอยขยายวง) ซึ่งทำให้ WhatsApp “ใช้งานบน PC ได้ครบเครื่องขึ้น” สำหรับคนที่อยากคุยผ่านคอมเป็นหลัก
แน่นอนว่า Messenger กับ WhatsApp เป็นคนละฐานผู้ใช้ แต่เมื่อ Messenger บน PC ถูกลดทางเลือกลง คนที่ทำงานหน้า PC อาจเริ่มมองหาแอปที่ “ประสบการณ์บนเว็บ/เดสก์ท็อปครบ” มากกว่าเดิม
บทสรุป: Messenger บน Web ไม่ได้หายไปจากชีวิต แต่ “messenger.com กำลังจะหายไป”
ตั้งแต่ เมษายน 2026 เป็นต้นไป ใครที่คุ้นเคยกับการใช้งาน Messenger บน Web ผ่าน messenger.com ต้องเตรียมย้ายไปใช้ facebook.com/messages และสำหรับกลุ่มที่ใช้ Messenger โดยไม่ใช้ Facebook ทางเลือกหลักที่ Meta ชี้ไว้คือไปใช้ผ่านแอปมือถือแทน
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป อาจเป็นแค่ “เปลี่ยนลิงก์”
แต่สำหรับคนที่ตั้งใจ “ใช้ Messenger โดยไม่ยุ่งกับ Facebook” นี่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมที่เลี่ยงยาก
ที่มา: Neowin





