
เก็บไฟล์ด้วยเสียงนก? นักวิจัยโชว์การถ่ายโอนข้อมูลผ่าน “เสียงร้องของนกสตาร์ลิง”
เมื่อเทคโนโลยีมาบรรจบกับธรรมชาติ ล่าสุดนักวิจัยสายดนตรีและวิทยาศาสตร์ชื่อ Benn Jordan ได้ทดลองอะไรที่ “เกินคาดคิด” เมื่อเขานำภาพ PNG มาสร้างเป็นคลื่นเสียง แล้ว “อัปโหลด” เสียงนั้นให้นกสตาร์ลิงเรียนรู้ จนสามารถเรียกคืนเป็นภาพต้นฉบับได้ในภายหลัง ด้วยอัตราการถ่ายโอนข้อมูลสูงถึง 2MB/s — โดยไม่ต้องใช้ Wi-Fi หรือสายเคเบิลใด ๆ ทั้งสิ้น
รู้จัก “นกสตาร์ลิง” ก่อนใช้งานเป็นแฟลชไดรฟ์มีชีวิต
นกสตาร์ลิง (Starling) ในภาษาอังกฤษหมายถึง นกกิ้งโครง หรือ นกเอี้ยง ในภาษาไทยเป็นกลุ่มนกขนาดเล็กถึงกลาง จัดอยู่ในวงศ์ Sturnidae พบได้ในหลายภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะยุโรป เอเชีย และแอฟริกา หนึ่งในสายพันธุ์ที่รู้จักกันดีที่สุดคือ European Starling หรือ Sturnus vulgaris
จุดเด่นของนกกลุ่มนี้คือ:
- มีความสามารถในการเลียนเสียงที่แม่นยำสูง ทั้งเสียงนกชนิดอื่น เสียงเครื่องจักร หรือแม้แต่เสียงมนุษย์
- มีระบบเสียงพิเศษจาก “ไซริงซ์ (syrinx)” ที่สามารถควบคุมความถี่เสียงแต่ละฝั่งของลำคอได้แยกกัน ทำให้สร้างเสียงซับซ้อนได้
- มีพฤติกรรมการอยู่รวมฝูง และเรียนรู้เสียงจากสภาพแวดล้อมตั้งแต่ยังเล็ก
ด้วยคุณสมบัติข้างต้น นกสตาร์ลิงจึงถูกนำมาใช้ในงานวิจัยครั้งนี้เพื่อเป็น “ตัวกลางในการเก็บและถ่ายทอดข้อมูลเสียง” ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกที่มีการทดลองในลักษณะนี้

ทำไมไม่ใช้นกแก้ว?
แม้หลายคนจะคุ้นชินกับการใช้นกแก้วฝึกเลียนเสียงมนุษย์ แต่งานนี้ Jordan เลือกใช้ “นกสตาร์ลิง” แทน เพราะนกประเภทนี้มี “กล้ามเนื้อควบคุมเสียง” พิเศษมากกว่าหลายชนิด และสามารถสร้างความถี่เสียงได้กว้างกว่าแม้แต่นกแก้วบางสายพันธุ์

เบื้องหลังของนกตัวนี้
นกสตาร์ลิงที่ใช้ในการทดลองไม่ใช่นกธรรมดา แต่มันเป็นลูกนกที่หลุดจากรังตั้งแต่ยังเล็ก ถูกพบข้างถนนใกล้รางรถไฟ และได้รับการเลี้ยงดูโดยมนุษย์ ทำให้นกตัวนี้สามารถจดจำเสียงที่ “ไม่ใช่เสียงธรรมชาติ” ได้ง่ายขึ้น เช่น เสียงชัตเตอร์กล้อง หรือเสียงพูดมนุษย์ที่มีเอฟเฟกต์สะท้อน
และนั่นคือคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้นกตัวนี้กลายเป็นผู้รับส่งข้อมูลดิจิทัลแบบมีชีวิต
ขั้นตอน “อัปโหลด” ข้อมูลเข้าสู่นก
Jordan เริ่มจากการวาดภาพนกแบบง่าย ๆ ด้วยไฟล์ PNG จากนั้นนำภาพนั้นไปผ่าน ซินธิไซเซอร์แบบสเปกตรัม (spectral synthesizer) เพื่อแปลงเป็น “เสียงที่ฟังได้” ซึ่งเมื่อเปิดออกมาแล้ว เสียงนี้จะมีลักษณะคล้ายเสียงอิเล็กทรอนิกส์ที่ค่อนข้างซับซ้อน
เขาใช้เวลาหลายชั่วโมงเปิดเสียงนี้ให้นกฟังอย่างต่อเนื่อง โดยหวังว่านกจะ “จดจำ” และ “เลียนแบบ” เสียงนั้นได้ในภายหลัง

ค้นพบภาพซ่อนในเสียงของนก
หลังการทดลอง เขากลับมานั่งฟังเสียงที่อัดไว้จากนกตลอดทั้งวัน แล้วพบบางอย่างผิดปกติ — มีคลื่นเสียงช่วงหนึ่งที่ “หน้าตาเหมือนภาพนก” ที่เขาใช้เป็นต้นฉบับ!
นั่นหมายความว่า นกตัวนี้สามารถ สร้างเสียงเดิมขึ้นใหม่ ได้ในช่วงเวลาที่ไม่ได้เปิดเสียงให้ฟังแล้ว และเสียงนั้นยังคงรูปร่างคลื่นเหมือนภาพต้นฉบับแบบชัดเจน ซึ่งเท่ากับว่า “นกสามารถถ่ายทอดข้อมูลดิจิทัลกลับคืนได้” ด้วยเสียงของตัวเอง
ถ่ายโอนข้อมูลได้แค่ไหน?
จากการวิเคราะห์ Jordan ประเมินว่าเสียงที่นกเลียนแบบได้นั้นมีข้อมูลดิบประมาณ 176KB ถ้าคิดในมุมของการบีบอัดข้อมูลแบบ lossless หรือ ratio 10:1 จะได้ข้อมูลราว 2MB ต่อวินาที ซึ่งแม้จะยังห่างไกลจาก Wi-Fi หรือ 5G แต่การที่สามารถใช้ “ลำโพงกับนก” ในสวนหลังบ้านเพื่อถ่ายโอนข้อมูลได้ก็ถือว่า “น่าเหลือเชื่อ” แล้ว
“นกตัวน้อยตัวนี้จำเสียงได้ในย่านความถี่เดิมเป๊ะ ๆ และสามารถเลียนเสียงซ้ำได้จนได้รูปภาพคืนกลับมา” – Benn Jordan
ความเป็นไปได้ในอนาคต?
แม้จะยังอยู่ในระดับทดลอง และมีข้อจำกัดด้านความแม่นยำ ความจุ และสภาพแวดล้อม แต่การที่สามารถใช้ สิ่งมีชีวิตเป็นตัวกลางเก็บข้อมูลดิจิทัล ได้จริง ถือว่าเป็นแนวคิดสุดล้ำที่อาจต่อยอดได้ในอนาคต เช่น ใช้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีโครงสร้างสื่อสารทั่วไป หรือในงานวิจัยทางชีวภาพ
Jordan ยังเล่นมุกทิ้งท้ายว่า “ไม่แน่ว่าต่อไปเราอาจได้เห็นนกกระจอกเทศที่สามารถใช้เล่นเกม Doom ก็ได้นะ!”
สรุป
- นักวิจัยใช้เสียงนกสตาร์ลิงเพื่อเก็บ-ส่งภาพดิจิทัล
- ใช้คลื่นเสียงแปลงจากภาพ PNG ส่งให้นกเรียนรู้
- นกสามารถจำเสียงแล้วเลียนแบบจนได้คลื่นภาพคืนกลับ
- ความเร็วถ่ายโอน (จากการคำนวณ) สูงสุดถึง 2MB/s
- นกสตาร์ลิงมีโครงสร้างเสียงซับซ้อน เหมาะกับการทดลองลักษณะนี้
- เป็นแนวคิดใหม่ของ “การจัดเก็บข้อมูลด้วยเสียงของสิ่งมีชีวิต”
ที่มา: tomshardware





