Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec

PR-News

สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มาพร้อม AI แนวทางสู่ความสำเร็จที่มาพร้อมความสมดุล

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก เทคโนโลยีนี้ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นรากฐานสำคัญของภูมิทัศน์ทางธุรกิจในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการใช้งานและการดำเนินการของระบบ AI นั้นขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานเป็นอย่างมาก ซึ่งมักเป็นส่วนที่คนเข้าใจน้อยที่สุด แต่กลับเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในระบบนิเวศของ AI

จากรายงานของ Vanguard โครงสร้างพื้นฐานเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยากที่สุดในการดูแลด้านไอที และเป็นปัจจัยหลักที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้องค์กรต่าง ๆ ต้องยกเลิกโครงการด้าน AI ทั้งนี้ไม่มีแนวทางแก้ไขแบบสำเร็จรูปที่เหมาะกับทุกองค์กร ผู้จัดการฝ่ายไอทีในปัจจุบันต้องเผชิญแรงกดดันมหาศาลในการบริหารจัดการและแก้ไขข้อขัดแย้งต่าง ๆ จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่าย ในขณะเดียวกัน ความต้องการแอปพลิเคชันสำหรับองค์กรก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระบบประมวลผลธุรกรรมออนไลน์แบบดั้งเดิม ไปจนถึงแอปพลิเคชันที่ทำงานแบบคลาวด์เนทีฟ (cloud-native) ทั้งหมดล้วนต้องประมวลผลข้อมูลมากขึ้นและต้องการกำลังประมวลผลของโปรเซสเซอร์ที่สูงขึ้น

Advertisement
AI

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ความสำคัญและความเกี่ยวข้องในการนำ AI มาใช้ทั่วทั้งองค์กร จำเป็นต้องอาศัยแนวทางความร่วมมือแบบองค์รวม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควรมุ่งเน้นไปที่การพิจารณาว่าโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่นั้นเหมาะสมกับจุดประสงค์การใช้งานหรือไม่ และการอัพเกรดจะให้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่คุ้มค่าหรือไม่ การดำเนินการเช่นนี้จะช่วยให้องค์กรหลีกเลี่ยงการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดเกินความจำเป็น และสามารถมุ่งเน้นไปที่กลยุทธ์และทิศทางที่ตอบโจทย์กว่า ซึ่งจะช่วยให้สามารถใช้ประโยชน์จากศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่

ทำไมจึงต้องถกกันเรื่อง AI

AI ไม่ได้ประกอบด้วยเวิร์คโหลดงานหรือกรณีการใช้งานเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงงานหลากหลายประเภท ตั้งแต่การอนุมานแบบทั่วไป ไปจนถึงการฝึกฝนโมเดล (model training) ที่ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมากและมีความซับซ้อน AI ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับองค์กรต่าง ๆ ในหลากหลายอุตสาหกรรม ที่ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

AI

AI สามารถนำมาใช้ปฏิรูปการดำเนินงานได้ในหลาย ๆ ด้าน รวมถึง:

  • เพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจด้วยการวิเคราะห์ขั้นสูงและข้อมูลเชิงลึก พร้อมทั้งเสริมศักยภาพให้กับบุคลากร ช่วยให้พนักงานสามารถมุ่งเน้นไปที่งานที่มีคุณค่าสูงขึ้น
  • ปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า การตอบสนอง และความแม่นยำ ด้วยระบบ AI ที่มีความสามารถในการตีความ แชทบอท ผู้ช่วยเสมือนจริง และระบบแนะนำที่ปรับให้เข้ากับความต้องการของแต่ละบุคคล
  • เปิดโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ โดยใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกและอัลกอริทึมขั้นสูง รวมถึงเร่งกระบวนการวิจัยและเวลาในการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกด้วย generative  AI
  • เสริมสร้างการจัดการความเสี่ยงและการบรรเทาผลกระทบ โดยการวิเคราะห์รูปแบบและความผิดปกติของข้อมูล ควบคู่ไปกับการพัฒนาการตรวจจับการฉ้อโกงและภัยคุกคามทางไซเบอร์ด้วยแมชชีนเลิร์นนิ่ง (ML) ในกรณีการใช้งานต่าง ๆ เช่น เครื่องมือการปรับแต่งให้เข้ากับบุคคลและการปรับราคาให้เหมาะสมที่สุด

การใช้งาน AI ที่หลากหลายด้านนี้ จำเป็นต้องมีการตั้งค่าโครงสร้างพื้นฐานที่แตกต่างกัน ทำให้มีความจำเป็นที่ทีมสถาปัตยกรรมองค์กรต้องใช้แนวทางที่สมดุลและปรับแต่งให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์เฉพาะ

นอกจากนั้น ความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI เริ่มเกินขีดความสามารถขององค์กรในการรองรับโครงการและความสามารถด้าน AI ที่หลากหลาย ซึ่งถูกนำไปใช้ในสภาพแวดล้อมการผลิตจริง กรณีการใช้งาน AI ที่มีเป้าหมายเฉพาะนั้นมีความหลากหลาย และหลายองค์กรกำลังใช้งานโมเดลหลายร้อยโมเดล จากการสำรวจองค์กรที่ใช้ AI ในการผลิตจริงโดย Vanguard พบว่า มีการใช้งานโมเดลเฉลี่ย 125 โมเดล และต้องใช้ข้อมูลมากกว่าหนึ่งเพตาไบต์ในการฝึกฝนโมเดลเหล่านั้น และมีการคาดการณ์ว่าความต้องการในการประมวลผลจะเพิ่มขึ้นอีก ในสภาพแวดล้อมที่การประมวลผลด้าน AI ขยายตัวเช่นนี้ โครงสร้างพื้นฐานกำลังกลายเป็นปัญหาคอขวดที่องค์กรต้องให้ความสำคัญ

AI

โครงสร้างพื้นฐานเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จในการนำ AI มาใช้

องค์ประกอบสำคัญในการรองรับ AI ประกอบด้วย การประมวลผลประสิทธิภาพสูง การจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ และการเชื่อมต่อเครือข่ายที่เชื่อถือได้ แต่ไม่ใช่ทุกเวิร์คโหลดงาน AI ที่ต้องใช้ทรัพยากรในระดับเดียวกัน บ่อยครั้งที่โปรเซสเซอร์ทั่วไป (CPU) สามารถจัดการเวิร์คโหลดงาน AI ขนาดเล็กได้ ในขณะที่แอปพลิเคชันที่มีความเฉพาะทางมากขึ้น เช่น โมเดลการฝึกฝนขนาดใหญ่ จำเป็นต้องใช้ตัวเร่งความเร็วขั้นสูง (เช่น GPU)

ดังนั้นขั้นแรกผู้นำด้านไอทีควรพิจารณาประเด็นต่อไปนี้ก่อนเริ่มวางแผนและสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับด้าน AI:

  1. ประเมินความต้องการเฉพาะด้าน AI: ทีมสถาปัตยกรรมขององค์กรควรประเมินกรณีความต้องการการใช้งาน AI ที่เฉพาะเจาะจงขององค์กร
  2. สร้างความสมดุลระหว่าง CPU และ GPU: สร้างอีโคซิสเต็มที่สมดุลระหว่าง CPU และ GPU ที่ออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมกับเวิร์คโหลดงาน
  3. ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล: ทีมโครงสร้างพื้นฐานและดำเนินงาน (I&O) ควรพิจารณาการนำ “private AI” มาใช้ เพื่อใช้รันงาน AI ภายในองค์กรเพื่อช่วยปกป้องข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนต่อองค์กร

ในขณะที่เวิร์คโหลดงาน AI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจต่าง ๆ จำเป็นต้องเน้นย้ำถึงความสำคัญของกลยุทธ์โครงสร้างพื้นฐานที่คุ้มค่า ดาต้าเซ็นเตอร์ที่ประมวลผลเวิร์คโหลดงาน AI ต้องใช้พลังงานจำนวนมาก ทีมสถาปัตยกรรมองค์กรควรเลือกโปรเซสเซอร์ที่ประหยัดพลังงาน ลงทุนในโซลูชันระบบทำความเย็น และนำแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืนมาใช้เพื่อช่วยจัดการต้นทุนการดำเนินงาน

โครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่แข็งแกร่งต้องมีความสามารถในการมองเห็นทรัพยากรด้านการประมวลผล การจัดเก็บข้อมูล และเครือข่าย ทีม I&O ควรติดตั้งเครื่องมือสังเกตการณ์ในดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อช่วยให้ธุรกิจเข้าใจรูปแบบการใช้งานและช่วยให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานสามารถขยายตัวได้ตามความต้องการด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น

AI

รากฐานสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมร้องรับ AI

องค์กรต่าง ๆ ควรใช้แนวทางที่เป็นรูปธรรมในการสร้างสภาพแวดล้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของเวิร์คโหลดงาน AI โดยพิจารณาผ่านกรอบการทำงานหลักสามส่วนต่อไปนี้ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของดาต้าเซ็นเตอร์ โดยไม่จำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานใหม่จำนวนมาก:

  1. ทันสมัย: เปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์รุ่นเก่าเป็นระบบที่ใหม่กว่าและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อประหยัดพื้นที่และพลังงานให้ได้มากที่สุด เช่น สถาปัตยกรรมคอร์ “Zen 5” รุ่นใหม่ ให้ประสิทธิภาพการประมวลผลคำสั่งต่อรอบ (IPC) ดีขึ้นถึง 17% สำหรับงานระดับองค์กรและคลาวด์ และสูงขึ้นถึง 37% สำหรับงานด้าน AI และการประมวลผลประสิทธิภาพสูง (HPC) เมื่อเทียบกับ “Zen 4”
  2. ใช้กลยุทธ์ไฮบริดคลาวด์: สำหรับเวิร์คโหลดงานที่มีความเข้มข้นและขนาดที่แตกต่างกัน สภาพแวดล้อมในรูปแบบเสมือนและคอนเทนเนอร์จะให้โซลูชันที่มีความยืดหยุ่น การใช้ประโยชน์จากกลยุทธ์ทั้งแบบไพรเวทและไฮบริดคลาวด์จะช่วยให้องค์กรสามารถปรับขนาดแอปพลิเคชัน AI ได้โดยไม่ต้องจัดสรรทรัพยากรที่ไม่จำเป็น
  3. ลงทุนอย่างสมดุลในทรัพยากรตัวเร่งความเร็ว: องค์กรต่าง ๆ ควรปรับขนาดการลงทุนในโคโปรเซสเซอร์ (GPU) ให้เหมาะสมกับความต้องการของเวิร์คโหลดงานเฉพาะ การจับคู่ตัวเร่งความเร็วกับ CPU ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะได้ประสิทธิภาพสูงสุดโดยไม่สิ้นเปลืองงบประมาณ

สิ่งเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำความสำคัญในการเลือก CPU และ GPU ที่เหมาะสมเพื่อรองรับเวิร์คโหลดงานด้าน AI โดยหากใช้ SPECrate®2017_int_base เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการวัดประสิทธิภาพการประมวลผลทั่วไป บริษัทที่เลือกใช้โปรเซสเซอร์ 5th Gen EPYC™ และตัวเร่งความเร็ว Instinct™ รุ่นล่าสุดจาก AMD เพื่อพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ให้ทันสมัย จะสามารถใช้พลังงานน้อยลงประมาณ 71% และใช้เครื่องเซิร์ฟเวอร์น้อยลงประมาณ 87% เมื่อเทียบกับการใช้โปรเซสเซอร์รุ่นเก่าจากคู่แข่ง สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ความยืดหยุ่นกับ CIOs ในการใช้ประโยชน์จากการประหยัดพื้นที่และพลังงาน หรือเพิ่มประสิทธิภาพให้กับงานประจำวันด้านไอที พร้อมด้วยประสิทธิภาพด้าน AI ที่น่าประทับใจ

AI

ท้ายที่สุดแล้ว CIOs จะต้องขอให้ทีมของพวกเขาใช้แนวทางที่เป็นรูปธรรม ซึ่งต้องยอมรับว่า AI ไม่ใช่หน่วยเดียว เวิร์คโหลดงานและกรณีการใช้งานด้าน AI มีความหลากหลายอย่างมาก: ทั้งการทำงานแบบสแตนด์อโลน (ทั้งขนาดใหญ่และเล็ก) กรณีการใช้งาน และฟังก์ชันภายในเวิร์คโหลดงานต่าง ๆ

วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการเวิร์คโหลดงาน AI อย่างมีประสิทธิภาพคือการใช้แนวทางที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ผ่านขุมพลังโปรเซสเซอร์และตัวเร่งความเร็ว โดยการเลือกขึ้นอยู่กับความต้องการเฉพาะของงาน ซึ่งเส้นทางสู่ความพร้อมด้าน AI ต้องอาศัยการวางแผนที่รอบคอบและการลงทุนเชิงกลยุทธ์ องค์กรด้านไอทีสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้อย่างมีข้อมูลด้วยการให้ความรู้แก่ตนเองและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กร ซึ่งจะช่วยให้สามารถเลือกเทคโนโลยีที่ผสมผสานกันอย่างเหมาะสมเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของเวิร์คโหลดงานด้าน AI

Click to comment

บทความน่าสนใจ

Buyer's Guide

9 โน้ตบุ๊กทำงานสเปกดี เริ่มต้น 16,000 บาท เล่นเกมเบาๆ ทำงานลื่นปี 2026 กับงานออฟฟิศ ประชุม Zoom หรือใช้ AI Copilot ต้องโน้ตบุ๊กสเปกดีแต่ไม่ต้องจ่ายแพง เวลานี้งบ 16,000-25,000 บาท ก็ได้ซีพียูแรงๆ ไปใช้งานกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Intel Core Ultra,...

IT NEWS

กระแสข่าวหลุดรอบล่าสุดเกี่ยวกับโรดแมป APU ของ AMD กำลังถูกพูดถึงหนัก เพราะประเด็นหลักมันกระทบตรง ๆ กับคนซื้อโน้ตบุ๊กและเครื่องพกพายุคใหม่: แหล่งข่าวหลุดอ้างว่า AMD จะยังคงใช้ iGPU สถาปัตยกรรม RDNA 3.5 ใน APU กลุ่ม Entry และ Mainstream ไปยาวถึงปี 2029 ส่วน...

IT NEWS

Apple อาจกำลังจะ “เร่งเครื่องจริง” เรื่อง AI ในช่วงปี 2026–2027 หลังรายงานที่อ้างข้อมูลจาก Mark Gurman (Bloomberg) ระบุว่า Apple กำลังพัฒนา Siri chatbot เวอร์ชันใหม่ในชื่อโค้ดเนม Campos ซึ่งแนวทางการใช้งานจะเข้าใกล้ ChatGPT มากขึ้น และยังมีแผนทำอุปกรณ์สวมใส่รูปแบบ “พิน (pin)”...

IT NEWS

สถานการณ์ขาดแคลนหน่วยความจำ DRAM ยังคงส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาด GPU ที่ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในตลาดมือหนึ่งและตลาดมือสอง ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยเริ่มมองหาทางเลือกที่ถูกลงผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายมือสอง แต่ท่ามกลางวิกฤตราคาแพงนี้เอง กลุ่มมิจฉาชีพก็เริ่มขยับตัวหนักขึ้น ใช้วิธีการปลอมแปลงการ์ดจอระดับสูงอย่างแนบเนียน และอาศัยความต้องการของผู้ซื้อเป็นเครื่องมือในการหลอกลวง Advertisement หนึ่งในกรณีที่ถูกเปิดโปงล่าสุด กลายเป็นตัวอย่างชัดเจนของปัญหา RTX 4080 ปลอมที่กำลังระบาดในตลาดมือสองของจีน และมีแนวโน้มลุกลามไปยังหลายประเทศ เปิดโปงขบวนการ RTX 4080 ปลอม โดยช่างซ่อมการ์ดจอชื่อดังของจีน...

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก