
เคสไอแพดทั่วไปแล้วจะมีแค่ตัวเคสกับหน้าปกเอาไว้ปิดจอเพื่อล็อคหน้าจอเข้าโหมด Sleep ซึ่งข้อดีคือราคาถูก แต่พอ Apple อัพเดต iPadOS ให้ฟีเจอร์มากขึ้นจนใช้ทำงานได้หลากหลายอย่างไม่แพ้ MacBook ได้แล้ว ถ้าเคสนั้นมีคีย์บอร์ดและ Trackpad จะช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้นมาก โดยเฉพาะเวลาต้องพิมพ์เมล์, ตอบข้อความหรือตอบแชตต่างๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ต้องพิมพ์แบบแตะหน้าจอแล้ว
กลับกันบางคนอาจแย้งว่าเคสคีย์บอร์ดของไอแพดมีราคาแพง สู้ซื้อคีย์บอร์ดบลูทูธแบบต่อได้ 3 อุปกรณ์ มาใช้แทนยังถูกกว่าเยอะแล้วยอมพกของใช้เพิ่มอีกชิ้นยังจะดีกว่า ซึ่งวิธีนี้ก็ไม่ผิด แต่ถ้ากระเป๋ามีขนาดไม่ใหญ่และต้องพกของหลายชิ้นไปไหนมาไหนมันก็ไม่สะดวกเท่ากับการรวมของสองชิ้นให้เป็นหนึ่งเดียวกันและไม่ต้องกลัวว่าจะเผลอลืมของเอาไว้ตรงไหนอีกด้วย
ซื้อเคสไอแพดแบบมีคีย์บอร์ดมาใช้แล้วดีอย่างไร มีเรื่องอะไรต้องรู้บ้าง?
- เคสไอแพดพร้อมคีย์บอร์ดออกแบบให้แป้นพิมพ์รวมเป็นชิ้นเดียวกับเคส ทำให้พกพาง่ายและมีสายคาดไว้เก็บ Apple Pencil ไม่ให้ตกหาย
- คีย์บอร์ดของเคสเชื่อมต่อกับแท็บเล็ตด้วย Bluetooth และชาร์จแบตคีย์บอร์ดด้วย USB-C
- แป้นพิมพ์เคสไอแพดบางรุ่นจะมีไฟ LED Backlit ไว้ให้พิมพ์งานตอนแสงน้อยไฟสลัวได้สะดวก
- เคสบางรุ่นออกแบบให้หมุน iPad เป็นแนวตั้งได้ให้ใช้อ่านเอกสารและไฟล์ PDF และทำงานสะดวกขึ้น
- นอกจากซื้อเคสติดคีย์บอร์ดมาใช้ก็มีวิธีซื้อเคสธรรมดาและคีย์บอร์ดบลูทูธมาเชื่อมต่อได้และราคาถูกลงไปมากแต่ต้องพกอุปกรณ์แยกเป็นสองชิ้นแทน
- การเปลี่ยนดีไซน์ไม่ฉีกจากเดิมมากทำให้เคสไอแพดใช้งานร่วมกันได้หลายรุ่น เวลาเปลี่ยนแท็บเล็ตก็ยังใช้เคสเก่าได้ไม่ต้องเสียเงินซ้ำซ้อน

6 เคสไอแพดติดคีย์บอร์ดน่าใช้ ทำงานสะดวกพกก็ง่าย!
- Just Must Folio Case with Keyboard and Trackpad (1,490 บาท)
- Nillkin Carry Go Portable Handle Backlit Keyboard Case (2,679~2,979 บาท)
- STM dux keyboard trackpad (3,950 บาท)
- ESR Rebound Magnetic Keyboard (4,690 บาท)
- Essager Magnetic Keyboard with Trackpad F91 Magic (5,905 บาท)
- JCPal FolioKeys Pro Slim Keyboard Case with Trackpad (5,990 บาท)
1. Just Must Folio Case with Keyboard and Trackpad (1,490 บาท)

| iPad รุ่นที่รองรับ | iPad Gen 10~11 ขนาด 10.9~11″ |
| Connectivity | Bluetooth USB-C |
| แบตเตอรี่และระยะเวลาใช้งาน | แบตเตอรี่ใช้งานได้หลายชั่วโมง |
| Features | แป้นพิมพ์ภาษาไทย / อังกฤษ ถอดแยกคีย์บอร์ดและเคสจากกันได้ มีช่องเก็บ Apple Pencil ระยะใช้งานไกล 10 เมตร |
| ราคา | 1,490 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: iStudio by SPVi Shopee Mall |
Just Must Folio Case with Keyboard and Trackpad เป็นเคสไอแพดรุ่น 10 และ 11 โดยเฉพาะ ทำให้เจ้าของหยิบมันออกมาใช้งานฉาบฉวยอย่างตอบเมล์, ข้อความหรือเขียนจดบันทึกตอนเข้าประชุมหรือเลคเชอร์ได้สะดวกและมีแป้น Trackpad ไว้คุมเคอร์เซอร์เมาส์ใช้งานได้ง่ายขึ้นมาก จะกดเลือกหรือใช้ Gesture control ก็สะดวกรวดเร็วแถมมีช่องเก็บ Apple Pencil ติดมาให้ เวลาใช้ก็หยิบออกมาเขียนและเก็บกลับช่องแล้วชาร์จกับ iPad ได้ตามปกติและไม่ต้องกลัวหายอีกด้วย เวลาเก็บตัวเคสก็จะปิดบนสไตลัสด้ามนี้พอดีจึงไม่หล่นหายไปไหนแน่นอน และยังถอดคีย์บอร์ดแยกจากเคสเพื่อใช้งานได้ถ้าโต๊ะเล็กเกินไปหรืออยากเอาไปใช้กับโน้ตบุ๊ค Windows หรือมือถือ Android ก็ไม่มีปัญหาเพียงกดคีย์ลัดสลับเลเยอร์เท่านั้น
กลับกันเคสของ Just Must ตอนนี้มีเฉพาะ iPad ทั้งสองรุ่นข้างต้นเท่านั้นและการสกรีนปุ่มเป็นคำสั่งแบบ Windows, Android ไว้ให้ใช้กับระบบปฏิบัติการอื่นๆ ได้ ถึงจะไม่ได้เป็นแป้นสำหรับอุปกรณ์ Apple โดยตรงแต่ก็ใช้งานได้สะดวกพอควร
ข้อดี
- มีราคาถูกมากเพียง 1,490 บาทเท่านั้น สามารถซื้อมาใช้ได้แล้ว
- มีช่องสำหรับเก็บ Apple Pencil เอาไว้เก้บสไตลัสไม่ให้ตกหาย
- ติดแป้น Trackpad มาให้คุมเคอร์เซอร์เมาส์ใช้งานได้ง่ายและถ้าไม่ใช้ก็กดปิดได้
- มี Hotkeys ติดมาบรรทัดบนสุดตรง F1~F12 ไว้ให้ควบคุมเครื่องได้ง่าย
- มีปุ่มสลับเลเยอร์การทำงานเป็น Windows หรือ Android ให้กดใช้งาน
ข้อสังเกต
- มีเฉพาะ iPad Gen 10 หรือ Gen 11 เท่านั้น ไม่มีรุ่นอื่นให้เลือก
- การสกรีนคำสั่งบางส่วนยังเป็นของ Windows อยู่บ้าง แต่ก็ไม่กระทบการใช้งานนัก
2. Nillkin Carry Go Portable Handle Backlit Keyboard Case (2,679~2,979 บาท)

| iPad รุ่นที่รองรับ | iPad Air 4~6 iPad Pro 11″ (2022~2025) |
| Connectivity | Bluetooth USB-C |
| แบตเตอรี่และระยะเวลาใช้งาน | แบตเตอรี่ 500mAh ปิดไฟ LED Backlit ใช้ได้ 100 ชม. เปิดไฟ LED Backlit ใช้ได้ 14 ชม. |
| Features | มีขาตั้งกางได้มากสุด 180 องศา มีหูกระเป๋าไว้ถือเครื่องได้สะดวก มีบานสไลด์ไว้ปิดเลนส์กล้อง มีแป้น Trackpad ไว้คุมเคอร์เซอร์เมาส์ มีไฟ LED Backlit ให้พิมพ์งานได้สะดวก มีช่องเก็บ Apple Pencil ให้ใช้ ถอดแยกแป้นพิมพ์จากเคสได้ มี Shortcut keys ให้ใช้งาน |
| ราคา | 2,679~2,979 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ ร้าน Nillkin Shopee Mall iPad Pro 11″ (2024) ราคา 2,679 บาท iPad Air 4~6 / iPad Pro 11 (2022) ราคา 2,830 บาท iPad Pro 11″ (2025) |
ถึงจะชื่อว่าเคสแต่ดีไซน์ของ Nillkin Carry Go Portable Handle Backlit Keyboard Case ก็มีหูหิ้วติดมาให้ถือคู่กระเป๋าได้ ด้านฟังก์ชั่นก็มีให้ครบถ้วนทั้งช่อง Apple Pencil กับคีย์บอร์ด Bluetooth และแป้น Trackpad ไว้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น เอาไปใส่ iPad Air / Pro ได้หลายรุ่นตั้งแต่โมเดลเก่าปี 2022 จนเกือบถึงโมเดลล่าสุด ส่วนจุดเด่นเฉพาะตัว ได้แก่ ปุ่มลัด Shortcut key บรรทัดบนสุดเหนือบรรทัดตัวเลขอย่างคีย์บอร์ด MacBook แถมมีไฟ LED Backlit ไว้อำนวยความสะดวกเวลาแสงน้อยไฟสลัวแล้วต้องทำงานก็พิมพ์ได้สะดวก แถมมีขาตั้งหลังเคสติดมาให้ตั้งใช้งานได้ง่ายไม่ว่าจะวางใช้งานแนวตั้งหรือนอนก็ได้
อย่างไรก็ตามถึงจะมีไฟ LED Backlit ให้ใช้งานเวลาไฟสลัวแสงน้อยได้ง่ายและเปลี่ยนได้หลายสีก็จริง แต่แลกกับระยะเวลาใช้งานจะลดลงไปพอสมควรจาก 100 เหลือ 14 ชม. เท่านั้น แต่ก็ยังชาร์จด้วยสาย USB-C ได้ และเคสมีเฉพาะสีเทาหรือดำเท่านั้น ถ้าใครอยากได้เคสสีอื่นๆ น่าจะไม่ถูกใจไม่เข้ากับรสนิยมนัก แต่ในภาพรวมก็เป็นเคสไอแพดกันกระแทกน่าใช้อีกแบรนด์หนึ่งและดีไซน์มาเพื่ออุปกรณ์ Apple โดยเฉพาะอีกด้วย
ข้อดี
- มีเคสเฉพาะสำหรับ iPad Air และ Pro ให้เลือกหลายรุ่นและเป็นเคสกันกระแทกในตัว
- ติดหูกระเป๋าไว้ให้ถือได้สะดวกเหมือนกระเป๋าใบหนึ่ง ไม่ต้องพกใส่กระเป๋าก็ได้
- เลือกใช้งานได้หลายรุ่น รองรับ iPad Air, Pro ตั้งแต่รุ่นเก่าถึงรุ่นใหม่ล่าสุด
- มีคีย์ลัดให้กดใช้งานได้สะดวกรวดเร็วและมีไฟ LED Backlit ให้พิมพ์งานสะดวกขึ้น
- ตัวเคสเสริมตัวกันกระแทกและบานสไลด์ปิดเลนส์กล้องมาให้เพื่อความปลอดภัย
- มี Trackpad ไว้ควบคุมเคอร์เซอร์เมาส์และใช้ Gesture control ได้
- ก้านบานพับสามารถกางตั้งเครื่องใช้งานได้สะดวกทั้งแนวตั้งและนอน
ข้อสังเกต
- ถ้าเปิดไฟ LED Backlit จะใช้งานได้เพียง 14 ชม. ต้องต่อสาย USB-C ชาร์จไฟ
- มีเฉพาะสีดำหรือเทาเท่านั้น ถ้าชอบเคสมีสีสันเยอะๆ อาจจะไม่ถูกใจนัก
3. STM dux keyboard trackpad (3,950 บาท)

| iPad รุ่นที่รองรับ | iPad Gen 10 ขนาด 10.9~11″ |
| Connectivity | Bluetooth USB-C Audio combo |
| แบตเตอรี่และระยะเวลาใช้งาน | ระยะเวลาใช้งานตามแบตเตอรี่ iPad |
| Features | เข็มขัดรัด Apple Pencil และสไตลัสอื่นๆ ดีไซน์กันกระแทกรอบตัว Shortcut keys Multifunction Trackpad พอร์ต Audio combo ขาตั้งแท็บเล็ตกางได้ 180 องศา |
| ราคา | 3,950 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: iStudio by UFicon |
STM dux keyboard trackpad เป็นเคสไอแพดติดคีย์บอร์ดและ Multifunction Trackpad มาให้เหมือนรุ่นอื่นพร้อม Shortcut keys ในบรรทัดบนสุดของแป้นพิมพ์และใช้สายคาดปกเคสแม่เหล็กเอาไว้ล็อค Apple Pencil และสไตลัสรุ่นอื่นได้เหมือนกันแล้ว จุดเด่นเฉพาะตัวของเคสตัวนี้คือวัสดุทำเคสเป็นโพลีคาร์บอเนตและโพลียูรีเธนซึ่งเป็นพลาสติกและโพลีเมอร์ความยืดหยุ่นสูง ทนการตกกระแทกมากแถมทางบริษัทก็ออกแบบให้คีย์บอร์ดตัวนี้ไม่มีแบตในตัวแต่ทำเป็นสาย USB-C พิเศษ มาต่อกับ iPad Gen 10~11 แล้วปิดช่องพอร์ตเพื่อกันน้ำและฝุ่นเข้าเครื่องได้ และแยกออกมาเป็นพอร์ต USB-C กับ AUX ได้ เหมาะกับคนต้องพกเครื่องไปใช้งานแบบสมบุกสมบันมาก
กลับกันเคสนี้จะมีเฉพาะ iPad Gen 10~11 เท่านั้น ไม่มีรุ่น Air / Pro ตัวเลือกจึงค่อนข้างจำกัดอยู่บ้าง แถมคีย์บอร์ดก็ยึดเป็นชิ้นเดียวกับเคสถอดแยกออกมาไม่ได้ ถ้าหน้าโต๊ะมีพื้นที่จำกัดจะวางเครื่องไม่สะดวกเท่าไหร่ แต่ถ้าเน้นเรื่องการปกป้องเครื่องให้สวยเหมือนใหม่เสมอควรเก็บรุ่นนี้ไว้เป็นตัวเลือกแรกๆ เลย
ข้อดี
- วัสดุทำเคสเป็นโพลีคาร์บอเนตกับโพลียูรีเธน จึงแข็งแรงยืดหยุ่นสูงทนต่อการตกกระแทกมาก
- ติด Shortcut keys มาตรงบรรทัดบนสุดของคีย์บอร์ดและมี Multifunction Trackpad ให้ใช้
- มีเข็มขัดไว้รัด Apple Pencil และสไตลัสรุ่นอื่นไม่ให้หล่นหายเวลาพับเก็บเครื่อง
- มีสาย USB-C ของเคสไว้ต่อแท็บเล็ตแล้วปิดกันน้ำโดยเฉพาะแล้วแยกเป็น USB-C / AUX
- ติดขาตั้งไว้ด้านหลังเคสให้กางใช้งานได้ถึง 180 องศา ใช้งานได้สะดวกขึ้นทั้งแนวตั้งและนอน
ข้อสังเกต
- มีเฉพาะ iPad Gen 10~11 เท่านั้น ไม่มีรุ่น iPad Air / Pro ให้เลือก
- คีย์บอร์ดใช้แบตเตอรี่ iPad จึงต้องต่อสายเพื่อใช้งานเสมอและถอดแยกคีย์บอร์ดไม่ได้
4. ESR Rebound Magnetic Keyboard (4,690 บาท)

| iPad รุ่นที่รองรับ | iPad Air 13″ (2024) iPad Pro 13″ (2024) |
| Connectivity | Bluetooth USB-C |
| แบตเตอรี่และระยะเวลาใช้งาน | สแตนด์บาย 1 ปี ใช้งานวันละ 2 ชม. ได้ 3 เดือน |
| Features | เคสและปกคีย์บอร์ดถอดแยกกันได้ ขาตั้งเป็น Magnetic Stand Multifunction Trackpad Shortcut keys สายปกเคสแบบแม่เหล็กรัด Apple Pencil LED Backlit keyboard |
| ราคา | 4,690 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ iPad Air 13″ (2024) iPad Pro 13″ (2024) |
ESR เองก็เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมไอทีคุณภาพดีอีกแบรนด์ซึ่งมีเคสไอแพดน่าใช้และดีไซน์ใกล้เคียงกับสินค้า Apple อย่าง ESR Rebound Magnetic Keyboard ซึ่งออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ iPad Air / Pro ขนาด 13″ โดยเฉพาะ องค์ประกอบของมันจะแยกเป็นตัวเคสสวมแท็บเล็ตแล้วประกบกับปกและคีย์บอร์ดแบบมีก้านบานพับด้วยแม่เหล็ก จึงใช้งานในแนวนอนตามปกติหรือหมุนมาเป็นแนวตั้งเพื่อใช้อ่านเอกสารหรือทำงานได้ง่ายขึ้นและมีสายคาด Apple Pencil ไว้รัดสไตลัสไม่ให้ตกหายเวลาพกไปไหน แต่ถ้าต้องการถอด iPad แยกออกมาใช้เดี่ยวๆ ได้ด้วย ซึ่งสะดวกมาก
ข้อดีของดีไซน์เคสและคีย์บอร์ดแบบรวมเป็นชิ้นเดียวกัน คือก้านบานพับจะพับได้ 2 ช่วง คือก้านอลูมิเนียมเหนือคีย์บอร์ดและบานพับกึ่งกลางซึ่งดูดติดอยู่กับ iPad ทำให้ปรับองศาหน้าจอให้มองเห็นได้ง่ายไม่ต้องก้มเยอะใช้งานสะดวกขึ้น แต่ด้วยดีไซน์นี้ทำให้ราคาสูงขึ้นพอควร และการมีไฟ LED Backlit ติดมาให้จึงพิมพ์งานเวลามีแสงน้อยไฟสลัวได้ง่ายขึ้น แต่แบตเตอรี่ก็จะหมดเร็วกว่าเดิมเช่นกัน อย่างไรก็ตามในองค์รวมถือเป็นเคสไอแพดน่าใช้อีกรุ่นไม่แพ้กับของตรงรุ่นจาก Apple เลย
ข้อดี
- ปกคีย์บอร์ดและเคสยึดติดกันด้วยแม่เหล็ก สามารถถอดแยกชิ้นใช้งานสะดวกขึ้น
- สามารถหมุนแท็บเล็ตใช้งานในแนวตั้งได้ง่าย ปรับความสูงและองศาได้หลากหลาย
- ติด Trackpad แบบ Multifunction และ Shortcut keys มาให้กดใช้งานได้ง่าย
- สายปกเคสเป็นแบบแม่เหล็ก รัด Apple Pencil และสไตลัสอื่นๆ ไม่ให้หล่นหาย
- มีไฟ LED Backlit ติดมาให้แต่ละปุ่มบนคีย์บอร์ด ให้พิมพ์งานในที่แสงน้อยได้ง่าย
ข้อสังเกต
- ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเคสไอแพดรุ่นอื่น แต่ฟีเจอร์ก็มีให้ใช้คุ้มค่า
- ระยะเวลาใช้งานด้วยแบตเตอรี่ในคีย์บอร์ดถ้าใช้ต่อเนื่องจะลดลงค่อยข้างเร็ว
5. Essager Magnetic Keyboard with Trackpad F91 Magic (5,905 บาท)

| iPad รุ่นที่รองรับ | iPad Pro Gen 3~5 ขนาด 11″ / 12.9″ |
| Connectivity | Bluetooth 5.2 USB-C |
| แบตเตอรี่และระยะเวลาใช้งาน | 500mAh |
| Features | RGB LED Backlit ขาตั้งเป็น Magnetic Stand Multifunction Trackpad มีสีขาวและดำให้เลือก ไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่ |
| ราคา | 5,905 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: Essager Shopee Mall |
Essager Magnetic Keyboard with Trackpad F91 Magic เป็นเคสไอแพดรุ่นทางเลือกเพื่อคนอยากได้ Magic Keyboard Folio ของ Apple แต่ไม่อยากจ่ายแพงระดับนั้นก็หันมาเลือกชิ้นนี้แทนได้แถมมีสีขาวอีกด้วย ถึงปุ่ม Shortcut keys ต่างๆ จะรวมเอาไว้กับบรรทัดตัวเลขบนสุดและไม่มีเคสให้สวมทับเครื่องแต่ติดตรงเข้ากับฝาหลังแบบแม่เหล็กและต่อ Bluetooth คีย์บอร์ดเข้ากับ iPad Pro เพื่อพิมพ์งานได้ทุกสถานการณ์ทั้งตอนปกติหรือแสงน้อยและใช้ Trackpad ทำงานสะดวกอีกด้วย ถ้าหยิบ MacBook ออกมาทำงานไม่สะดวกก็ใช้เครื่องนี้ทำงานแทนได้
จุดต้องปรับตัวคือแป้นพิมพ์นี้เอา Shortcut keys ทั้งหมดไปรวมไว้กับบรรทัดตัวเลข จึงต้องปรับตัวและกด Fn ผสมในหลายๆ ครั้ง และไม่มีเคสไว้สวม iPad โดยเฉพาะให้สวมเครื่องแล้วติดเข้ากับแม่เหล็กของเคสโดยตรงให้ได้ความบางพกง่าย ถ้าใช้งานตามปกติก็ไม่มีปัญหาแต่อาจไม่พอสำหรับผู้ใช้บางคนนัก
ข้อดี
- ใช้งานกับ iPad Pro Gen 3~5 ขนาด 11~12.9″ ได้ มีสีขาวและดำให้เลือก
- ขาบานพับเป็น Magnetic Stand ปรับองศาและมุมก้มเงยให้มองเห็นได้ง่าย
- แป้น Trackpad รองรับ Gesture control ใช้งานได้สะดวกขึ้น
- แป้นพิมพ์มี Shortcut keys ติดมาให้และไฟ RGB LED Backlit ให้พิมพ์งานง่ายขึ้น
- แบตเตอรี่มีความจุ 500mAh ใช้งานได้นานหลายชั่วโมง มีไฟแสดงสถานะแบตฯ ด้วย
ข้อสังเกต
- Shortcut keys รวมไว้กับบรรทัดตัวเลข ไม่ได้แยกแบบเคสไอแพดรุ่นอื่น
- ตัวเคสเป็นแบบแม่เหล็กติดกับ iPad โดยตรง ไม่มีเคสมาสวมทับเพื่อป้องกันตัวเครื่อง
6. JCPal FolioKeys Pro Slim Keyboard Case with Trackpad (5,990 บาท)

| iPad รุ่นที่รองรับ | iPad Air Gen 5~6 13″ (2024~2025) iPad Pro Gen 7~8 13″ (2024) |
| Connectivity | Bluetooth 5.2 USB-C |
| แบตเตอรี่และระยะเวลาใช้งาน | แบตเตอรี่ใช้งานได้หลายชั่วโมง |
| Features | ขาตั้งเป็น Magnetic Stand Multifunction Trackpad LED Backlit On / Off switch Fast Wireless Pairing Auto Wake / Sleep Shortcut keys |
| ราคา | 5,990 บาท ลิ้งค์สั่งซื้อ: iStudio by UFicon Shopee Mall |
ถ้ามี iPad Air / Pro ขนาดจอ 13″ แล้วจะซื้อเคสไอแพดพร้อมคีย์บอร์ดมาใช้สักตัวก็มี JCPal FolioKeys Pro Slim Keyboard Case with Trackpad ให้เลือก ดีไซน์เป็นเคสมีคีย์บอร์ดติดไฟ LED Backlit กับ Trackpad เป็นปกไว้ปิดหน้าจอแล้วตัดเข้าโหมด Sleep ได้ ขาตั้งเป็น Magnetic Stand ทำให้ตั้งและปรับองศาหน้าจอให้มองเห็นสะดวกขึ้นทั้งตอนทำงานและดูหนังฟังเพลงได้สะดวกขึ้นหรือจะถอดแยกจากเคสแล้วเลื่อนสวิตช์ปิดการทำงานคีย์บอร์ดไปเลยก็ได้เหมือนกัน ถือว่าสะดวกมากแต่ตัวเคสนี้ก็เป็นแบบแม่เหล็กดูดติดหลัง iPad โดยตรง ไม่มีเคสสวมทับเหมือนรุ่นอื่นและไม่มีสายปกคาดเครื่องและ Apple Pencil เพื่อกันตกหาย จึงต้องระวังเพิ่มขึ้นหน่อย แต่ในภาพรวมถือเป็นเคสไอแพดน่าใช้ไม่แพ้รุ่นอื่นเช่นกัน
ข้อดี
- แป้นพิมพ์และตัวเคสเป็น Magnetic Stand ปรับองศาการแสดงผลให้มองเห็นสะดวกขึ้น
- มีไฟ LED Backlit ติดมาให้พร้อมปุ่มปรับความสว่าง จึงพิมพ์งานตอนไฟสลัวง่าย
- มีสวิตช์เปิดปิดการทำงานและระบบ Wake / Sleep ช่วยประหยัดแบตเตอรี่
- รองรับ iPad Air / Pro 13″ พร้อมระบบ Fast Wireless Pairing เชื่อมต่อใช้งานได้ง่าย
- แบตเตอรี่ในตัวใช้งานได้นานหลายชั่วโมงและชาร์จด้วยสาย USB-C ได้สะดวก
- มีปุ่มปรับความสว่างของไฟ LED Backlit ติดมาให้กดใช้งานได้สะดวก
ข้อสังเกต
- ตัวเคสเป็นแบบแม่เหล็กติดกับ iPad โดยตรง ไม่มีเคสมาสวมทับเพื่อป้องกันตัวเครื่อง
- Shortcut keys รวมไว้กับบรรทัดตัวเลข ไม่ได้แยกแบบเคสไอแพดรุ่นอื่น
สรุปสเปค 6 เคสไอแพดติดคีย์บอร์ดน่าใช้ แปลงร่างแท็บเล็ตเป็นโน้ตบุ๊คได้เลย!



ข้อดีของ iPad คือ Apple ไม่ได้เปลี่ยนดีไซน์แท็บเล็ตและมิติตัวเครื่องเยอะมาก ทำให้เคสรุ่นก่อนหน้ายังใช้กับแท็บเล็ตรุ่นล่าสุดได้ เช่น iPad Air Gen 4 กับ 5 หรือ iPad Pro ซึ่งใช้ข้ามรุ่นได้ระดับหนึ่ง อาจจะต่างกันตรงกรอบเลนส์กล้องซึ่งตัดเว้นขนาดมาต่างกัน ทำให้ช่องมันกว้างขึ้นบ้างแต่เวลาใช้งานจริงก็ยังใช้ได้ตามปกติ ถ้าใครมี iPad เครื่องเก่าที่ใช้งานดีแต่เคสเก่าจนเริ่มปกป้องอุปกรณ์ไม่ได้หรืออยากให้มันทำงานดีขึ้นจะเปลี่ยนให้เป็นรุ่นใหม่ก็ลงทุนเพิ่มนิดหน่อยก็ใช้ทำงานได้ดีและพกพาสะดวกขึ้นแน่นอน
Images credits: JCPal, Nillkin
บทความที่เกี่ยวข้อง





