Home » Useful +Compare

Windows 7 รุ่นไหนเหมาะกับคุณที่สุด

22 Sep 09 - By l

ใกล้วันวางจำหน่ายเต็มทีแล้วครับสำหรับ Windows 7 ซึ่งหลายๆ คนคงทราบดีแล้วครับว่า ไมโครซอฟท์มีแผนการจะวางขาย Windows 7 ออกเป็นหลายๆ รุ่นด้วยกัน ซึ่งส่วนนี้ทำให้เกิดประโยชน์กับผู้บริโภคครับ ที่จะได้เลือกรุ่นที่ตรงกับความต้องการ ไม่ต้องจ่ายแพงกว่าเพื่อซื้อ ความสามารถที่ไม่ได้ใช้มา โดยกำหนดวางขายจริงของ Windows 7 ก็คือวันที่ 22 ตุลาคม 2552 ที่จะถึงนี้เอง ซึ่งตอนนี้คนทั่วไปก็สามารถสั่งจอง Windows 7 ได้แล้วครับ สำหรับใครที่เคยได้ทดสอบ Windows 7 มาบ้างแล้วคงจะตัดสินใจได้แล้วนะครับ ว่าจะซื้อรุ่นไหนกันดี แต่สำหรับใครที่ยังเลือกไม่ได้ หรือยังลังเลอยู่ ลองอ่านบทความนี้ดูครับ NBS นำข้อมูลของ Windows 7 แต่ละรุ่นมาเปรียบเทียบให้ดูกันแล้ว คิดว่าคงเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจแน่นอนครับ..

Windows 7 Starter

มาดูรุ่นน้องเล็กสุดของ Windows 7 กันก่อนครับ รุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อเจาะตลาดเน็ตบุ๊ค หรือโน๊ตบุ๊คขนาดเล็กโดยเฉพาะ Windows 7 Starter จะมาพร้อมกับการตัดความสามารถพิเศษต่างๆ ออกไป ทำให้ Windows 7 รุ่นนี้มีราคาถูกที่สุด สำหรับผู้ที่กำลังจะตัดสินใจซื้อ Windows 7 ก็ตัดรุ่นนี้ออกไปจากตัวเลือกได้เลยครับ เพราะ Windows 7 Starter นั้นจะไม่มีวางจำหน่าย (อ้าว) แต่จะถูกติดตั้งมาพร้อมกับ เครื่องเน็ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ เท่านั้นเองครับ

โดยความสามารถหลักๆ ของ Windows 7? Starter มีดังนี้ครับ

  • สนับสนุนเฉพาะ 32 บิตเท่านั้น สำหรับข้อแตกต่างระหว่าง 32 บิต และ 64 บิต สามารถติดตามอ่านได้ ที่นี่ คลิก
  • เกี่ยวกับ Home Group ซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่ของ Windows 7 นั้น Windows 7 Starter จะไม่มีความสามารถในการสร้าง หรือจัดการกับ Home Group ได้ครับ สามารถเข้าร่วมได้อย่างเดียว
  • Internet Explorer 8 (แน่นอนครับ เน็ตบุ๊คไม่มีบราวเซอร์ก็คงแปลกหน่อยล่ะ)
  • Windows Media Player 12 โปรแกมเล่นไฟล์มีเดียมากความสามารถ
  • เปิดโปรแกรมพร้อมกันได้ไม่จำกัด ผู้อ่านหลายๆ ท่านคงสงสัยครับ ว่ามันพิเศษตรงไหน ก็คงต้องเล่าตั้งแต่เริ่มต้นว่า เดิม Windows XP หรือ Vista รุ่น Starter นั้นจะสามารถเปิดโปรแกรมได้พร้อมกันไม่เกิน 3 โปรแกรมเท่านั้นครับ แต่ใน Windows 7 Starter นั้นไมโครซอฟท์ใจดีเป็นพิเศษ ให้ผู้ใช้สามารถเปิดโปรแกรมกี่โปรแกรมก็ได้ครับ

โดย Windows 7 Starter จะถูกตัดความสามารถอย่าง Aero, การเล่นดีวีดี, Personalize, ฯลฯ ออกไปครับ ซึ่งจริงๆ แล้ว Windows 7 Starter นี้คงจะเหมาะสำหรับ เล่นเน็ต หรือเช็คอีเมลเท่านั้นครับ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของ Windows 7 Starter สามารถอ่านได้ที่นี่ คลิก

Windows 7 Home Premium

Windows-7-Home-Premium-200x200

รุ่นนี้น่าจะเป็นรุ่นที่โดนใจใครหลายๆ คนนะครับ ด้วยราคาที่ถูกที่สุด สำหรับซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ (ราคา 119.99 $) โดยรุ่น Home Premium ก็มีจุดเด่นๆ ดังนี้ครับ

  • รองรับ 32 บิต และ 64 บิต
  • Internet Explorer 8
  • Windows Aero
  • Windows Mobility Center สำหรับจัดการกับความสว่างหน้าจอ, เสียง, การนำเสนอ, แบตเตอรรี และอื่นๆ ซึ่งออกแบบมาสำหรับคอมพิวเตอร์พกพา หรือโน๊ตบุ๊ค
  • ความสามารถในการจัดการ Homegroup ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้าง ปรับตั้งค่า รวมถึงเข้าร่วม Homegroup ได้เต็มที่
  • สนับสนุน Multi-touch คือสนับสนุนระบบสัมผัส แต่ไม่ใช่สัมผัสธรรมดาครับ เพราะมันคือระบบ มัลติทัช ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น
  • Premium Games ก็คือเกมสำหรับเล่นคลายเครียดที่มากับตัว Windows ครับ
  • Windows Media Center โปรแกรมจัดการเกี่ยวกับสื่อต่างๆ เช่น ไฟล์เพลง ไฟล์วิดีโอ ไฟล์รูปภาพ เป็นต้น

Windows 7 Professional

Windows-7-Professional-200x200รุ่นโปรนี้จะมาพร้อมกับความสามารถทั้งหมดที่มีในรุ่น Home Premium ครับ และยังเพิ่มความสามารถพิเศษเข้าไปอีก รุ่นนี้จะเหมาะกับผู้ใช้ทั่วๆ ไป รวมถึงผู้ใช้สำหรับธุรกิจขนาดเล็กก็ได้ สำหรับความสามารถต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามาก็มีดังนี้ครับ

  • Windows Server Domain ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้สามารถเชื่อมต่อไปยังเครือข่ายของที่ทำงาน (หรือที่ไหนๆ ) ที่ใช้ Windows Server
  • Remote Desktop Server
  • Location aware printing ความสามารถของ Windows ที่สามารถเลือกเครื่องพิมพ์ได้เอง ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน หรือที่ทำงาน
  • Encrypting file system คือการเข้ารหัสไฟล์ระบบของ Windows เพื่อความปลอดภัย
  • Presentation mode เมื่อเปิดใช้โหมดนี้ Windows จะทำการปรับเปลี่ยนภาพพื้้นหลังให้อัตโนมัติ และปิด Screen Saver ให้อีกด้วย
  • XP Mode คือ ความสามารถในการรัน Windows XP บน Windows 7 และยังสามารถนำโปรแกรมที่ติดตั้งอยู่บน Windows XP Mode มารันบน Windows 7 ได้อีกด้วย ช่วยลดปัญหาความเข้ากันได้กับโปรแกรมเก่าๆ ซึ่งคอมพิวเตอร์ที่จะรัน XP mode ได้ก็ต้องสนับสนุน virtualize ด้วยครับ (เลือกซื้อคอมพิวเตอร์ครั้งต่อไป คงต้องเล็งๆ จุดนี้ไว้ด้วยครับ)

ซึ่งราคาของรุ่น Professional จะอยู่ที่ 199.99 $ ครับ

Windows 7 Ultimate / Windows 7 Enterprise

Windows-7-Ultimate-200x200 เรียกว่าเป็นรุ่นที่มีฟังก์ชันสมบูรณ์ที่สุด คือรวมความสามารถของรุ่นอื่นๆ มา และยังเพิ่มความสามารถไปอีกด้วย โดยราคาของรุ่นอัลติเมตจะอยู่ที่ 219.99 $ ครับ ส่วนรุ่น Enterprise นั้นก็มีความสามารถเท่ากับรุ่น Ultimate ครับ แต่จะขายให้เฉพาะองค์กรใหญ่ๆ เท่านั้นครับ โดยความสามารถที่เพิ่มเข้ามาของทั้งสองรุ่น ก็มีดังนี้ครับ

  • AppLocker ให้ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดรายชื่อโปรแกรมที่สามารถเปิดได้
  • BitLocker การเข้ารหัสไดร์ฟ รวมถึงอุปกรณ์พวก USB ต่างๆ
  • DirectAccess เหมาะสำหรับการทำงานในองค์กร เป็นความสามารถในการเข้าใช้งานไฟล์ขององค์กร จากที่บ้าน หรือที่อื่น
  • BranchCache Distributed Cache อันนี้จะไปเกี่ยวข้องกับ DirectAccess ครับ ช่วยให้โหลดข้อมูลบนเน็ตเวิร์คได้เร็วขึ้น
  • Multilingual User Interface Pack คือการสนับสนุนอินเทอร์เฟสภาษาต่างๆ นอกจากภาษาอังกฤษครับ โดยผู้ใช้สามารถเลือกเปลี่ยนได้ 35 ภาษาทั่วโลก (มีภาษาไทยด้วย)
  • Virtual Hard Disk Booting ความสามารถในการบูต OS จาก virtual hard disk หรือไดร์ฟที่สร้างจำลองขึ้นมา

Windows 7 Family Pack

เป็นชุดรวม Windows 7 Home Premium จำนวน 3 ชุดรวมกันครับ โดยจะมีจำหน่าย เฉพาะในบางประเทศ ได้แก่ US, Canada ,UK , Ireland, Germany, France, Switzerland, Austria, and the Netherlands และ Sweden. โดยราคาเริ่มตั้งแต่ 150 $ ซึ่งถูกกว่าการซื้อแยก 3 ชุดอย่างมากครับ ข้อมูลเพิ่มเติม Windows 7 Family Pack คลิก

รุ่นไหนเหมาะที่สุด อันนี้ก็อยู่ที่ท่านผู้อ่านแล้วละครับ ว่าต้องการนำมาใช้ทำงานอะไร..

ที่มา : Windows 7 News



© Copyright - Notebookspec.com All Rights