Home » 4. Other News

WiFO : การเชื่อมต่อแบบไร้สายโดยใช้ไฟ LED ที่มีแบนด์วิดธ์มากกว่า Wi-Fi เดิมถึง 10 เท่าตัว

25 Apr 15 - By l

เทคโนโลยีพัฒนาไปเรื่อยๆ ครับแน่นอนว่าเราอยู่ในยุคที่ Wi-Fi นั้นก็เร็วมากอยู่แล้วและมีัให้ใช้กันทั่วบ้านทั่วเมือง(ถึวแม้ว่าจะยังมีประสิทธิภาพที่ไม่คึ่อยดีนักในบางพื้นที่ของประเทศไทย) แต่ในอนาคตอันใกล้นี้เราอาจจะได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ที่มีความเร็วมากกว่า Wi-Fi ถึง 10 เท่าเลยทีเดียวผ่านทานการใช้งานการส่งข้อมูลด้วยแสง LED ครับ

osuinnovatio 600

เมื่อไม่นานมานี้นักวิจัยจาก Oregon State University ได้ทำการเผยข้อมูลการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ WiFO ซึ่งเป็นระบบที่มีความสามารถในการใช้แสง LED ในการสร้างแสงสเปกตรัมที่มองเห็นเพื่อที่จะใช้ในการทำการโอนถ่ายข้อมูลครับ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนั้น WiFO ยังคงเป็นเพียงแค่ระบบต้นแบบที่ยังคงต้องมีการพัฒนาต่อไปเท่านั้น ซึ่งทำให้รูปลักษณธืของมันนั้นยังไม่น่าพิสมัยและน่านำมาใช้งานจริงมากครับ

ถึงกระนั้นในระบบ WiFO ต้นแบบก็สามารถที่จะใช้ LED ในการสร้างแสงเพื่อทำการส่งข้อมูลได้ที่อัตราความเร็ว 50 – 100 Mb/s ต่ออุปกรณืที่ใช้ในการเชื่อมต่อเลยทีเดียวครับ ซึ่งนั่นถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับระบบ Wi-Fi ในปัจจุบัน เพราะถึงแม้ระบบ Wi-Fi ในปัจจุบันจะสามารถทำการส่งข้อมูลตามทฤษฎีได้สูงสุดถึง 100 Mb/s ก็ตามแต่ในการใช้งานจริงนั้นเมื่อมีอุปกรณ์เข้ามาในระบบหลายชิ้นแบนด์วิดธ์ก็จะลดลงจนทำให้บางทีอัตราการโอนถ่ายข้อมูลของ Wi-Fi นั้นอนยู่ที่ 10 Mb/s เท่านั้นครับ

หมายเหตุ – นั่นหมายความว่าหากยิ่งมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อในระบบเครือข่าย Wi-Fi มากเท่าไร แบนด์วิดธ์ก็จะลดลงเรื่อยๆ อย่างเช่นในสำนักงานที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์มากหรือในมหาวิทยาลัย หรือกระทั่ง WiFi ฟรีของค่ายส้มเองก็ต้องใช้วิธีการกำหนดแบนด์วิดธ์การใช้งานที่แต่ละเครื่องจะได้รับไว้ครับ

ทั้งนี้นักวิจัยจากทาง Oregon State University กำลังหาบริษัทที่จะให้ความช่วยเหลือในการวิจัยเพื่อที่จะทำการวิจัยเพื่อการใช้งานจริงต่อไป โดยทางนักวิจัยสัญญาครับว่าตัวรับสัญญาณ WiFo นั้นจะมีราคาอยู่ในระดับที่ต่ำมาก คืออาจจะต่ำกว่า $1 หรือ 33 บาทเสียอีก(ในทางทฤษฎีแต่ถ้าผลิตขายจริงคงต้องรวมค่าอื่นๆ เข้าไปอีกด้วยครับ) โดยจะมาในมาตรฐาน USB ที่สามารถจะใข้งานกับเครื่องทั่วไปได้เป็นอย่างดีครับ

หมายเหตุ – อย่างไรก็ตาม ตามข้อมูลนั้นไม่ได้เผยเอาไว้ครับว่าเมื่อไรที่เราจะได้ใช้งานกัน เพราะดูท่าแล้วเราคงอาจจะต้องรอให้ทางนักวิจัยจาก Oregon State University ได้ทุนเพิ่มเพื่อทำการวิจัยเรื่องนี้กันต่อไปก่อนครับ

 

ที่มา : vr-zone



© Copyright - Notebookspec.com All Rights