Home » Adver

Review – HP Pavilion Gaming 15 สเปก i5-9300H / i7-9750 + GTX 1650 + RAM 8GB + SSD 512GB เริ่ม 24,990 บาท

25 Dec 19 - By l

HP Pavilion Gaming 15 สเปกใหม่ที่มาพร้อมกับ i5-9300H / i7-9750H + GTX 1650 ถือว่าเป็นรุ่นส่งท้ายปี 2019 กับการที่เป็น Gaming Notebook คุ้มค่าคุ้มค่า ด้วยสเปกชิปประมวลผล Intel Core i Gen 9 รหัส H จับคู่มากับการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 16 Series คุณภาพเยี่ยม ตอบสนองทุกการใช้งานได้อย่างราบรื่น รวดเร็ว ในดีไซน์ที่แตกต่างไปจาก Gaming Notebook แบรนด์อื่นๆ ออกแบบโน้ตบุ๊ครุ่นนี้ให้มีความสวย ทันสมัยให้ความแข็งแรง ทนทาน เพิ่มความโดดเด่น ใช้งานง่ายและสะดวก รวมไปถึงการรับประกันที่เป็นแบบ On-site Serive ระยะเวลา 2 ปี

HP Pavilion Gaming 15 รุ่นนี้ยังคงใช้ดีไซน์เดิมเหมือนกับสเปกก่อนหน้าที่เป็น i5-9300H + GTX 1650 / GTX 1660 Ti หลักๆ แล้วก็ช่องระบายความร้อนที่ใหญ่ขึ้นใต้ตัวเครื่องก็มีช่องดูดลมเย็นที่ใหญ่ขึ้น รวมไปถึงบานพักที่ยกสูงยิ่งขึ้นด้วย เรียกได้มีความเฉียบและใช้งานได้จริงในเรื่องของการจัดการความร้อน เพิ่มเติมมาเลยก็คือได้ SSD M.2 ความจุ 512GB ใช้งานทันที มาพร้อมแรมขนาด 8GB และ Windows 10 แท้ แน่นอนว่ามีอยู่ 2 สีสันหลักก็คือ สีเขียวและสีม่วง สนนราคาขายจริงอยู่ที่ 24,990 – 28,990 บาท

Specification

HP Pavilion Gaming 15 สเปกชิปประมวลผล Intel รุ่นใหม่ล่าสุด ตอนนี้จะมีอยู่ 2 สเปก 2 ราคา จำนวน 2 สี คือ ม่วงและเขียว หลักๆ โดยจะเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 9 อย่าง i5-9300H และ i7-9750H ซึ่งทำให้การใช้งานโดยรวมรวดเร็มแน่นอน มีความแรงเพียงพอกับทุกๆ การใช้งานอย่างตัดต่อวีดีโอ โปรเซสไฟล์ต่างๆ หรือการเล่นเกมหนักๆ เรียกได้ว่าเทียบกับชิปประมวลผลระดับ Desktop ได้สบายๆ

ที่สำคัญมาพร้อมกับการ์ดจอแยกตัวแรงอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR5) ที่ตอบสนองการเล่นเกม 3 มิติได้อย่างลื่นไหล ทั้งเกมออนไลน์และออฟฟไลน์ โดดเด่นด้วยการปลดปล่อยความร้อนที่ร้อนที่น้อย พร้อมหน่วยความจำแรมขนาด 8GB มาตรฐาน DDR4 bus 2666 MHz ส่วนที่เก็บข้อมูลเป็น SSD M.2 NVMe ความเร็วสูงที่ความจุ 512GB พร้อมรองรับการอัพเกรด HDD 2.5″ SATA 3 ได้ภายหลัง

นอกเหนือจากนั้นยังได้หน้าจอแบบด้านขอบจอบาง พาเนล IPS คุณภาพดี ขนาด 15.6″ ความละเอียด Full HD ที่ Refresh Rate 60Hz (ไม่มีรุ่น 144Hz ให้เลือก) ที่รองรับทุกๆ การใช้งาน ที่สำคัญได้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 นอกจากนี้ยังมีกล้องเว็บความละเอียด HD และมีไมค์ดิจิตอลในตัว การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi แบบ Intel Wireless-AC 9560 มิติของตัวเครื่อง HP Pavilion Gaming 15 เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คจอขนาด 15.6″ ก็มีขนาดเล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัดแถมมีน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 2.25 กิโลกรัม พกพาง่าย พร้อมการรับประกัน 2 ปี ซ่อมฟรีถึงบ้านและบริการช่วยเหลืออื่นๆ อีกด้วย

Hardware / Design

หน้าตาการออกแบบของ HP Pavilion Gaming 15 สเปก Intel รุ่นปลายปี 2019 ยังคงดีไซน์ไว้เหมือนรุ่นปัจจุบัน ด้วยความโดดเด่นที่สวยดุดันตามสไตล์ของ Gaming Notebook ที่บรรดาเกมเมอร์ชื่นชอบกัน ใช้เป็นโทนสีดำตลอดทั้งตัวเครื่องตัดกับสีเขียว (หรือม่วง) โดยฝาหลังของตัวเครื่องมีโลโก้ HP เป็นเอกลักษณ์สะดุดตาให้ความมันวาวด้านบน ประกอบกับพื้นผิวสีดำด้านให้ความรู้สึกเป็น Gaming ที่ดี วัสดุทั้งหมดของตัวเครื่องพลาสติกเกรดดี มองแล้วคล้ายกับโลหะ แต่ได้มีการปรับดีไซน์ใหม่ดูดลมเย็นได้ดีขึ้น

ส่วนดีไซน์อื่นๆ ของ HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 ก็ถือว่าน่าประทับใจเช่นเดียวกัน กับมิติที่ตัวเครื่องที่เล็กลงเมื่อเทียบกับรุ่นปี 2018 ให้ความบางลงเพียง 23.4 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนักตัวเครื่องเบาๆ ที่ 2.25 กิโลกรัม ลำโพงจะอยู่ที่ด้านบนตัวเครื่องเหนือชุดคีย์บอร์ดทำเป็นลายแปดเหลี่ยมพื้นผิวนูนต่ำให้เสียงที่ดีใช้ได้เลยทีเดียว ที่สำคัญและโดดเด่นกว่ารุ่นไหนในท้องตลาดตอนนี้คือเป็น Gaming Notebook ขอบจอบางที่ดูแล้วสวยงามลงตัวอีกรุ่นนึงในตลาด

ด้านในตัวเครื่องมาพร้อมสีสันที่โดดเด่นดำแซมด้วยสีเขียว (หรือม่วง) เช่นเดียวกัน วัสดุจะเป็นพลาสติกเกรดดีให้ความรู้สึกที่แข็งแรง ตัดด้วยไฟสีม่วงจากแป้นคีย์บอร์ดแบบใหม่ ที่ช่วยเสริมความสวยงามได้ดี ส่วนด้านซ้ายจะเป็นปุ่ม Power มีไฟเมื่อเปิดใช้งาน ด้านขวาจะเป็น BANG & OLUFSEN การันตีด้านคุณภาพเสียง รวมถึงมีการใช้บานพับแบบแกนเดียวขนาดใหญ่ ที่ดูแข็งแรงทนทานสวยงามเข้ากับเครื่องได้ดีมากๆ ที่เชื่อได้ว่าไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องบานพับในระยะยาวของการใช้งานแต่อย่างใด พร้อมยกหน้าจอให้ระดับสูงกว่าเดิม ทำให้มุมมองการใช้งานดียิ่งขึ้น

ด้านหลังตรงแกนฝาพับจะมีสกรีนตัวอักษร Pavilion สีเขียว (หรือม่วง)ไว้ เพื่อบ่งบอกว่าเป็นซีรีส์ Pavilion ชัดเจนดูโดดเด่น นอกจากนี้การระบายความร้อนยังแบ่งเป็น 2 ช่อง พัดลม 2 ตัวแยกออกจากันชัดเจน ซึ่งใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อน ส่วนด้านล่างตัวเครื่องจะมียางรองสี่จุดตามมุมตัวเครื่องทำเป็นรูปแนวแนวยาวสวยงามตามลักษณะของเครื่อง

โดยด้านหลังได้มีการวางตำแหน่งช่องระบายความร้อนแบบคู่แยกซ้ายขวาออกจากกัน ซึ่งมีการออกแบบได้ดูดุดันคล้ายรถสปอร์ตพร้อมขนาดที่ใหญ่ขึ้น  รวมไปถึงยางรองตัวเครื่องขนาดใหญ่ที่ดูแล้วมั่นคง รวมไปถึงฝาหลังสามารถถอดมาอัพเกรดหรือทำความสะอาดง่ายขึ้นอีกด้วย เพียงไขน๊อต 7 ตัวและค่อยๆ ดึงขึ้นเท่านั้น

สรุปเรื่องการออกแบบดีไซน์ของ HP Pavilion Gaming 15 สเปก Intel รุ่นปลายปี 2019 โดยมีการปรับดีไซน์มาจาก HP OMEN 15 ปี 2019  ซึ่งมีความต่างหลายๆ ส่วนเมื่อเทียบกับ HP Pavilion Gaming 15 สเปก AMD อย่างฝาหลังหรือช่องระบายความร้อน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการโน้ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ รวมไปถึงงานหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอ หรือจะเอาไปทำงานเล่นอินเตอร์เน็ตก็สามารถรองรับได้อย่างสบายๆ ที่สำคัญดีไซน์การออกแบบยังก้าวล้ำด้วยความดุดันและจริงจัง Gaming ที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ชัดเจน

Keyboard / Touchpad

ส่วนของคีย์บอร์ดนั้นตัวปุ่มเป็นพลาสติกสีดำเข้ากับตัวเครื่อง โดยสกรีนตัวอักษรเป็นสีเขียวพร้อมฟอนต์ที่ดูเข้ากับตัวเครื่อง (ถ้ารุ่นสีม่วงก็จะเป็นมีสีม่วง) การใช้งานก็เด้งรับกันนิ้วเป็นอย่างดี ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น แต่สำหรับคนที่นิ้วเล็กนิ้วใหญ่สามารถใช้งานได้สะดวกทั้งหมด แน่นอนว่ามาพร้อมกับปุ่มชุดตัวเลข Numpad ด้านขวา ในส่วนของไฟ LED Backlit สีแดงก็สามารถใช้งานได้ดีทีเดียว เห็นได้ชัดว่าดูเป็นเกมมิ่งมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญปุ่ม WASD ยังออกแบบแตกต่างด้วยไฮไลน์ขอบไว้ชัดเจน สำหรับปุ่ม Power อยู่มุมซ้ายบนเป็นสีเงินพร้อมมีไฟ LED แสดงสถานะการเปิดตัวเครื่อง

ทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่อง โดยมีสัมผัสที่หนืดเล็กน้อยกำลังดี ส่วนดีไซน์นั้นก็ใช้เป็นแบบปุ่มซ่อนคลิกซ้ายขวา ทำให้ความรู้สึกในการกดที่ดี รองรับการใช้งานมัลติทัช สำหรับการใช้งานจริงจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี ซึ่งตัวทัชแพดจะวางตัวไปทางด้านซ้ายของเครื่องเล็กน้อยไม่ได้อยู่ตรงกลางหน้าจอเป๊ะๆ โดยรวมก็สามารถใช้งานได้ดีไม่ปัญหาแต่อย่างใด

Screen / Speaker

หน้าจอแสดงผลของ HP Pavilion Gaming 15 สเปก Intel มีขนาด 15.6” ความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูงแบบด้าน Anti-glare สำหรับการเล่นเกมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน ด้วย Refresh Rate มาตรฐาน 60Hz รองรับการแสดงค่าสีตามมาตรฐาน sRGB ระดับที่ดี ให้ทุกการใช้งาน สมจริง ไร้อาการภาพเบลอและฉีกขาด และยังแสดงสีได้อย่างแม่นยำสำหรับการทำงานเฉพาะทางอีกด้วย แน่นอนว่ามีดีไซน์หน้าจอขอบจอบางเฉียบทั้งขอบด้านข้างและด้านบน ที่ยังสามารถติดตั้งกล้องเว็บแคมได้ปกติอยู่ ถือว่าอยู่ในเกณ์ของ Gaming Notebook ปี 2019

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019  ที่เป็นโน้ตบุ๊กที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพสูง จึงได้ทำการทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่นเล็กน้อย

ทดสอบแล้วให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 62% และ AdobeRGB ที่ 46% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับที่เพียงพอกับการใช้งานทั้วไป โดยให้ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 250 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน้ตบุ๊กทั่วไป คือ พอสู้แสงกลางแจ้งได้ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ทำได้ดีเช่นกัน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องกลางจอเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ที่ 250 cd/m2 แต่สำหรับช่องขอบมุมด้านบนซ้ายจะมีแสงสว่างที่ลดลงระดับ 8% เท่านั้น ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 3.0 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว นับว่าเป็นหน้าจอรุ่นหนึ่งที่คุณภาพดีระดับมาตรฐานของ Gaming Notebook ในตลาด

ทางด้านลำโพงเจ้าเครื่องนี้ก็เลือกใช้ระบบเสียง Bang & Olufsen โดยตัวลำโพงจะอยู่เหนือชุดคีย์บอร์ดจำนวน 2 ตัว แยกเสียงซ้ายขวาชัดเจน เช่นเดียวกับรุ่น Pavilion รุ่นอื่น ส่วนเรื่องเสียงก็ให้เสียงที่มีคุณภาพดีและเสียงดังพอสมควร เหมาะกับการดูหนัง ฟังเพลง ได้สบายๆ  อีกทั้งมีเทคโนโลยี HP Audio Boost ทำให้ได้พลังของเสียงที่มีคุณภาพ และความหนักแน่น สร้างประสบการณ์ที่ดูดีกว่าเสียงจากโน้ตบุ๊คทั่วไป

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง HP Pavilion Gaming 15 สเปก Intel ปี 2019 นี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่มีความครบครับ แม้ว่าจะเป็นเครื่องที่มีการออกแบบมาให้เป็นเครื่องที่มีขนาดความบางและน้ำหนักเบาแต่เรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อต่างๆ นั้น ก็มีมาให้มากพอทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A จำนวน 3 พอร์ต, USB 3.1 Type-C และ HDMI พร้อมช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร แบบแยกไมค์หูฟังหรือไมค์อย่างเดียว แน่นอนว่ามี SD Card Reader เป็นมาตรฐาน โดดเด่นกว่า Gaming Notebook ทั่วไปตรงที่ทาง HP ได้มีการเล่นสีสันเหมือนกับโทนตัวเครื่องด้วย อย่างตามรุ่นที่นำมารีวิวนีเป็นสีม่วง สัญลักษณ์พอร์ตต่างๆ ก็จะเป็นสีม่วงไปด้วย ดูแล้วลงตัวจริงๆ

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊ค 15.6″ ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กกว่าพอสมควร พร้อมดีไซน์ที่สวยงามมีลักษณะขอบมนๆ แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ที่เป็นเหลี่ยมๆ ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 2.25 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับตัวอแดปเตอร์เข้าไปด้วย ก็จะมีน้ำหนักที่ไม่เกิน 2.6 กิโลกรัม ก็จัดว่ามีน้ำหนักที่ไม่หนักจนเกินไปนัก แน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ หนุ่มๆ ชาวเกมเมอร์พกพาได้สบายๆ

Inside / Upgrade

การแกะเครื่อง HP Pavilion Gaming 15 สเปก Intel ปี 2019 นั้นสามารถทำได้ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่ายเสียทีเดียว เพราะงานประกอบค่อนข้างแน่นหนา ต้องใช้ฝีมือและทักษะพอสมควร ซึ่งหลังจากถอดน็อตทุกตัวเสร็จหมดแล้ว ต้องใช้บัตรแข็งค่อยๆ รูดถอดออกที่ละส่วน จากหลังมาหน้า ควรทำอย่างใจเย็น และขอบฝาด้านหลังตรงแกนฝาพับค่อนข้างคมระวังบาดนิ้วมือกันด้วย ส่วนหลายคนที่สงสัยว่ามีน็อตตรงแกนยางรองไหมบอกเลยว่ารุ่นนี้ไม่มี มีน็อตแค่เท่าที่เห็นคือ 7 ตัว ยาว 4 (ด้านหลัง) สั้น 3 (ด้านหน้า) โดยเมื่อแกะออกมาแล้วก็จะเห็นฮาร์ดแวร์หลายๆ อย่างชัดเจนตามรูปเลย

การวางรูปแบบของฮาร์ดแวร์เครื่องนี้ทำได้ดูดีเลยที ซึ่งในส่วนที่สามารถทำการอัพเกรดไม่ว่าจะเป็นเพิ่ม HDD / SSD มาตราฐาน SATA ขนาด 2.5″ เข้าไปเลยก็ได้ หรือ Ram ที่สามารถใส่ได้สูงสุด 2 แถว โดยตัวเครื่องใส่มาให้แล้ว 8 GB DDR4 Bus 2666 1 แถว (แนะนำให้เพิ่ม 8GB อีก 1 แถวไปเลย) แน่นอนว่ารุ่นนี้ใส่ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ทันที ส่วนเรื่องระบายความร้อนตัวเครื่องมี Heat Pipe จำนวน 2 เส้น วางพาดยาวไล่ไปทั้งชิปการ์ดจอและตัวซีพียูเอง ส่วนพัดลมเครื่องนี้ก็มีมาให้ 2 ตัว ตามแบบฉบับ Gaming Notebook ปกติทั่วไป

Performance / Software

 .  

โดย HP Pavilion Gaming 15 สเปก Intel ปี 2019 รุ่นที่ได้รับมารีวิวมาพร้อมกับชิปประมวลผลที่เน้นประสิทธิภาพ อย่าง Intel Core i7-9750H โดยจะเป็นรุ่นยอดนิยมตลอดปี 2019 ซึ่งเป็นชิปประมวลผลที่เน้นการใช้งานหนักๆ ไม่จะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกม มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.60 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 4.50 GHz เป็นซีพียูแบบ 6 Core 12 Threads มาพร้อมแรมภายในขนาด 8GB DDR4 Buss 2666MHz แบบ 8GB x 1 ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบาย

ยกระดับประสิทธิภาพ จากการที่ HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 มีการนำชิปประมวลผล หรือ CPU รุ่นล่าสุดจาก Intel Core i Gen 9 รหัส H มาใส่ไว้ใน Gaming Notebook ตัวใหม่นี้ ทำให้การประมวลผลการทำงานหรือการเล่นเกมของ Gaming Notebook รุ่นใหม่นี้ ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ได้อย่างที่ไม่เคยมี Gaming Notebook รุ่นไหนเคยทำได้มาก่อน เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้สูงขึ้นกว่าเดิมมีผลอย่างมากต่อการทำงานที่ต้องใช้การประมวลผลของ CPU หนักๆ เช่น การต่อต่อวีดีโอ หรือเรนเดอร์งาน 3D เป็นต้น ซึ่งเทียบแล้วแรงกว่าฝั่ง AMD Ryzen 7 3750H อย่างแน่นอน

 .  

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 630 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3 มิติ ก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็สนับสนุนการเล่นเกมได้ในระดับนึงเหมือนกัน อีกทั้งยังมีกราฟิกการ์ดจอแยกอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 รุ่นใหม่ ที่ต้องบอกว่าแรงเทียบเท่าระดับพีซีแบบสบายๆ และแรงกว่า GTX 1060 แบบรู้สึกได้จากการที่สามารถขับเฟรมเรทได้ลื่นไหล โดยเป็นรอง GTX 1660 Ti อีกที ตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล Intel Core i7-9750H คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นรองอย่าง Intel Core i5-9300H ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงชิปรุ่นใหม่อย่าง AMD Ryzen 7 3750H ด้วย ตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงในระดับนึง เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับ GTX ที่เน้นการทำงานหรือเล่นเกมเป็นหลัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 SATA 3 แบบทั่วไป ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 2459MB/s และเขียนที่ 1750MB/s จัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีลื่นไหลเป็นอย่างดี ทั้งการใช้งานทั่วไปหรือประสิทธิภาพ

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 4,461 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมมีการ์ดจอแยก ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป กับสเปก Core i7-9750H + GTX 1650 ที่เชื่อว่าถ้าอัพเกรดแรมให้เป็น 16GB น่าจะดีกว่านี้อีก

คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจประมาณนึง โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 6 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 30 – 60 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-9750H ที่สามารถรีดพลัง NVIDIA GeForce GTX 1650 ออกมาได้อย่างเต็มที่และเหมาะสม ประกอบกับยังใช้แรม 8GB DDR4 ก็ถือว่าพอได้อยู่ แต่แนะนำว่าถ้าใช้งานจริงๆ อัพเกรดเป็น 16GB ก็จะดีมากๆ แน่นอนว่า SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ก็มีผลช่วยด้วย

ทดสอบเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง GTA V / FarCry 5 / BF V ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ตามภาพด้านบนกับเฟรมเรทเฉลี่ยที่ 45 – 70 ที่ต้องบอกว่าภาพก็สวยจนน่าประทับใจ เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว ซึ่งถ้าอยากให้เฟรมเรทลื่นไหลกว่านี้ก็สามารถเลือกปรับกราฟิกระดับกลางๆ ก็ได้

เกมออนไลน์อย่าง PUBG / Overwatch / DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกัน โดยทั้งนี้การตั้งค่าความละเอียดของภาพก็อยู่ที่ 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 50 – 80 – 100 ขึ้นไปตลอด ซึ่งสรุปโดยรวมแล้วน่าประทับใจ

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจของ HP Pavilion Gaming 15 สเปก Intel ปี 2019 ก็คือมาพร้อมซอฟต์แวร์บันเดิลอย่าง HP Support Assistant โดยเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เราดูแลคอมพิวเตอร์ได้อย่างเหมาะสม ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และช่วยแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว โปรแกรมนี้ยังระบุข้อมูลที่สำคัญสำหรับแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งนั่นหมายรวมไปถึงการอัพเดทไดร์เวอร์ต่างๆ และ Windows ด้วย จัดได้ว่าดีและใช้งานได้จริง

อีกทั้ง HP Pavilion Gaming 15 สเปก Intel ปี 2019 ยังมีเทคโนโลยี HP CoolSense เป็นคุณสมบัติที่รวมเอา ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และการออกแบบกลไกเพื่อช่วยในการจัดการอุณหภูมิของโน้ตบุ๊ก และช่วยให้เราเกิดรู้สึกสบายขณะใช้  โดยใช้เซ็นเซอร์การเคลื่อนที่ในโน้ตบุ๊กเพื่อตรวจจับว่ากำลังใช้งานแบบตั้งอยู่กับที่หรือแบบเคลื่อนที่ และจะทำการปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์และความเร็วของพัดลมเพื่อช่วยให้เย็นอยู่ตลอดเวลาโดยอัตโนมัตินั่นเอง

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน HP Pavilion Gaming 15 สเปก Intel ปี 2019 เครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับต่ำ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube ปรับเป็น Power Saver Mode พร้อมเปิดโปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวราวๆ 3 ชั่วโมงโดยประมาณ เรียกได้ว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของ Gaming Notebook จอ 15.6″ ทั่วไป แม้อาจจะไม่ยาวนานมาก แต่ก็เพียงพอกับการใช้งาน

ส่วนเรื่องอุณหภูมิในการใช้งานนั้น HP Pavilion Gaming 15 สเปก Intel ปี 2019 เมื่อใช้งานแบบปกติชิปประมวลผลจะอยู่ที่ประมาณ  40 – 90 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 27 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัดสุด ด้วย HP CoolSense ซึ่งทำงานโดยอัตโนมัติไม่สามารถบังคับเองได้

ที่ดูจากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของชิปประมวลผล CPU อยู่ที่ไม่เกิน 91 องศาเซลเซียส นับว่าไม่ได้ร้อนจนเกินไปนัก ส่วนการ์ดจอถือว่าเย็นทีเดียวโดยร้อนสุดเพียง 74 องศาเซลเซียสเท่านั้น โดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิได้เป็นอย่างดี ซึ่งเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้กลับมากับขนาดตัวเครื่องเล็กกระทัดรัดพกพาง่ายกว่าเดิม สำหรับเสียงรบกวนในเวลาทำงานนั้นถือว่าดังประมาณนึง จากการที่เราสามารถเพิ่มรอบสูงสุดได้ด้วยโหมด HP CoolSense นั่นเอง

Conclusion / Award

สรุปการใช้งาน HP Pavilion Gaming 15 สเปก Intel  ปี 2019 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่เลือกติดตั้ง SSD มาเป็นมาตรฐานแทนที่ HDD แล้ว สนับสนุนทั้งการเล่นเกมหลากหลายเกม รวมไปถึงทำงานนอกสถานที่ และความบันเทิงดูหนังฟังเพลงที่บ้านแล้ว บอกได้เลยว่าทั้งในเรื่องของดีไซน์การออกแบบนั้นมีความน่าประทับใจ กับตัวเครื่องที่เล็กกระชับ ขอบหน้าจอที่บางลง ประสบการณ์ใช้งานที่เหนือชั้น รวมไปถึงมีสเปคประสิทธิภาพสูง เหลือเฟือในการใช้งานทั่วไป รวมไปถึงการเล่นเกมก็ทำได้อยู่ในเกรดที่ดี อีกทั้งมี Windows 10 มาให้พร้อมใช้งานด้วย ประกันก็เป็นแบบ 2 ปี On-site Service ที่เหนือกว่าหลายๆ แบรนด์

ส่วนสเปกก็เน้นประสิทธิภาพการใช้งานโดยมีให้เลือกเป็นชิปประมวลผล Intel Core i5-9300H หรือ Intel Core i7-9750H ที่เป็น Gen 9 ตระกูล H เหมือนกัน รองรับทุกๆ การทำงาน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความแรงอย่างที่สุด สำหรับการ์ดจอก็เป็นตัวใหม่อย่าง NVIDIA GeFroce GTX 1650 มาพร้อมมาตรฐานแรม 8GB DDR4 และที่เก็บข้อมูลมเป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่เพียงพอกับทุกๆ การใช้งาน ให้ประสบการณ์ที่ลื่นไหลประทับใจตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรก แต่ถ้าใครเน้นเล่นเกมหรือทำงานหนักๆ แนะนำให้อัพเกรดแรมเป็น 16GB หรือต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มก็ใส่ SSD / HDD 2.5″ เพิ่มได้ภายหลัง

ในเรื่องของการเชื่อมต่อก็ครบครันกว่าเดิมด้วย USB 3.1 Type-C จำนวน 1 ช่อง พร้อมมี USB 3.1 Type-A อีก 3 ช่อง เรียกได้ว่าเลือกตัด USB 2.0 Type-A ไปเลย ซึ่งเป็นข้อดีแตกต่างจาก Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ที่มีราคาใกล้เคียงกัน สำหรับการระบายความร้อนก็นับว่าทำได้ดีตามมาตรฐาน Gaming Notebook อยู่ คือ ไม่ได้ร้อนเกินไปกว่า 91 องศา ส่วนการ์ดจอก็แค่ 74 องศา เข้าใจว่าทาง HP ออกแบบมาได้ดีขึ้น ด้วยชิปประมวลผล Intel Core i7-9750H ที่แรงขึ้นแต่ก็ยังจัดการได้ดี ถือว่าน่าประทับใจอย่างมาก คือได้ทั้งประสิทธิภาพความแรงที่ขับเกมได้เฟรมเรทที่ดี ใช้งานได้แบบสบายๆ ไร้กังวลเลย

อย่างไรก็ตามใช่ว่า HP Pavilion Gaming 15 ปี 2019 จะไม่มีข้อสังเกตเสียทีเดียว โดยหน้าจอนั้นเป็นพาเนล IPS เกรดระดับดีกลางๆ ไม่ถึงขั้นดีมาก เหมือนกับรุ่นก่อนหน้าที่เป็นทั้ง Refresh Rate 144Hz และได้ sRGB 96% รวมไปถึงยังไม่มีรุ่นที่เป็นการ์ดจอที่เป็นตัวแรงกว่าอย่าง GTX 1660 Ti มาเป็นตัวเลือกแต่อย่างใด รวมไปถึงแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้น้อยไปหน่อยเพียง 3 ชั่วโมง แต่อย่างไรก็ตาม ถ้ารับข้อสังเกตได้ HP Pavilion Gaming 15 รุ่นนี้ ถือว่าเป็น Gaming Notebook รุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง HP ที่น่าสนใจทีเดียว สมราคา 24,990 / 28,990 บาท แลกกับประสิทธิภาพที่ได้รับกลับมา คือแรงกว่าสเปก AMD Ryzen 5 3550H / Ryzen 7 3750H (บางเกม) โดยที่สเปกอื่นๆ ใกล้เคียงกัน

จุดเด่น

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงาม งานประกอบแน่นวัสดุดี แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ
  • ตัวเครื่องเล็กกระชับ แม้จะเป็นหน้าจอ 15.6″ แต่เล็กพอๆ กับโน้ตบุ๊คจอ 14″
  • ตัวเครื่องมีความบาง 23.4 มิลลิเมตรและเบาที่ 2.25 กิโลกรัมเท่านั้น
  • ประสิทธิภาพสูงด้วยชิปประมวลผล Core i7-9750H และการ์ดจอ GTX 1650
  • ประสิทธิภาพในการเล่นเกมดีลื่นไหลทั้ง แนวออฟไลน์และออนไลน์
  • คีย์บอร์ดมีไฟเป็นสีเขียว (หรือม่วง) ที่ดูแล้วสวยงาม แตกต่างจากแบรนด์อื่น
  • มาพร้อม Windows 10 และซอฟต์แวร HP ใช้งานได้ทันที
  • มีพอร์ต USB 3.1 Type-C x 1 / Type-A x 3 มาให้พร้อมใช้งาน
  • ลำโพงคุณภาพเสียงดี น่าประทับใจ
  • สามารถจัดการความร้อนได้เป็นอย่างดี ถือว่าเย็นมากๆ
  • ประกัน 2 ปี On-site Service ซ่อมฟรีถึงบ้าน

ข้อสังเกต

  • ไม่มีรุ่นหน้าจอ Refresh Rate 144Hz คุณภาพสูงกว่ามาให้เลือกซื้อ
  • ไม่มีรุ่นที่เป็นการ์ดจอ NVIDIA GeForce GTX 1660 Ti ให้เลือกซื้อ
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ประมาณ 3 ชั่วโมง

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 15.6 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง HP Pavilion Gaming 15 สเปก Intel ปี 2019 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Design

เรื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ HP Pavilion Gaming โน้ตบุ๊คสาย Gaming มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดเจนใน HP Pavilion Gaming 15 สเปก Intel ปี 2019 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงามเรียบหรูดูเป็นเอกลักษณ์ โดยมีทิศทางเดียวกับรุ่นพี่อย่าง HP OMEN 15 ปี 2019 เลย ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชอบเล่นเกม อีกทั้งยังพกพาไปทำงานได้ลงตัว รวมไปถึงตัวเครื่องก็เล็กลง บางเบาลง ไฟเป็นสีม่วง ทำให้เป็นอีกหนึ่ง Gaming Notebook ที่หลายคนจับตามองทีเดียว

Best Performance

ด้วยสเปกชิปประมวลผล Intel Core i5 / i7 Gen 9 ตระกูล H ตัวล่าสุด ที่มาพร้อมการ์ดจอ Gaming ยอดนิยมอย่าง NVIDIA GeForce GTX 1650 (4GB GDDR6) ได้แรมมารตรฐานมาเป็น 8GB รวมไปถึงได้ SSD M.2 NVMe ความเร็วสูงที่ 512GB และติดตั้ง HDD 2.5″ ได้ภายหลัง ก็ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของตัวเครื่องนี้มีความน่าประทับใจ เมื่อเทียบกับราคาค่าตัว หาคู่เปรียบเทียบได้ยาก ทั้งจากในการใช้ทำงานจริงๆ รวมไปถึงการทดสอบด้วยโปรแกรมต่างๆ ค่าคะแนนต่างๆ ก็ทำออกมาได้ดี ส่วนการใช้งานทั่วไปนั้นก็ทำได้อย่างสบายๆ

© Copyright - Notebookspec.com All Rights