Home » Adver

Review – ASUS ZenBook 14 UX434 โน้ตบุ๊คบางเบา ล้ำสุดๆ ด้วย ScreenPad 2.0 สเปก Core i Gen 10 + MX250

11 Dec 19 - By l

ASUS ZenBook 14 UX434 เป็นโน้ตบุ๊กบางเบาสเปก Intel Core i Gen 10 ที่เน้นความกะทัดรัด พกพาสะดวก ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊ค 2 จอสุดล้ำ ได้ดีไซน์ตัวเครื่องขอบจอบางเป็นมาตรฐาน จากการใช้หน้าจอแสดงผล 14″ ขอบบางแบบ NanoEdge ความละเอียด Full HD พาเนล IPS คุณภาพสูงซึ่งทำให้ ZenBook รุ่นนี้กลายเป็นโน้ตบุ๊กมิติตัวเครื่องเทียบเท่าขนาด 13.3″ เท่านั้น เบาสุดเพียงแค่ 1.26 กิโลกรัม ส่วนตัวเครื่องก็บางเพียง 16.9 มิลลิเมตรเท่านั้นได้สเปก Core i Gen 10 ที่สดใหม่

โดดเด่นด้วย ScreenPad 2.0 กับหน้าจอที่สอง ต่อยอดมาจากปีก่อน ติดตั้งแทนที่ทัชแพดแบบเดิมๆ เป็นหน้าจอที่สอง แบ่งเป็นสองสเปกคือ Intel Core i5-10210U / Core i7-10510U ที่เป็น Core i Gen 10 + GeForce MX250 สำหรับ ASUS ZenBook 14 UX434 สนนราคาเริ่มแค่ 26,990 บาท ถึง 35,990 บาท สเปกอื่นๆ ก็น่าสนใจด้วยแรม 8GB พร้อม SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB มี Windows 10 แท้ในตัว ประกัน 2 ปีตามมาตรฐาน ASUS นับว่าถูกคุ้มมากๆ เมื่อเทียบกับฟีเจอร์ที่ได้ ส่งผลให้เป็นสุดยอดโน้ตบุ๊คยุคใหม่เลยก็ว่าได้

VDO Review

Specification

สเปกของ ASUS ZenBook 14 UX434 จะถูกแบ่งด้วยกันเป็น 2 รุ่นหลักๆ คือ Core i5-10210U / Core i7-10510U  ซึ่งในครั้งนี้แอดมินโป้งได้มาเป็นสเปก Core i5 ซึ่งด้านประสิทธิภาพด้วยอย่างการใช้ชิปประมวลผล Intel Core i5-10210U ความเร็ว 1.60 GHz ที่สามารถเร่งการทำงานไปได้ถึง 4.20 GHz โดยเป็นชิปประหยัดพลังงานพิเศษ แบบ 4 คอร์ 8 เทรด ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนาน เป็นสถาปัตยกรรม Intel Core i Gen 10 (Comet Lake) รุ่นล่าสุด ที่เป็นเทคโนโลยีการผลิตที่ 14 นาโนเมตร

โดยมาพร้อมขนาดหน้าจอ 14″แบบกระจก ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล พาเนลคุณภาพสูงอย่าง IPS ซึ่งให้สีสันที่สวยสมจริง พร้อม ScreenPad 2.0 ขนาด 5.65″ ความละเอียด 2160 x 1080 พิกเซล พาเนล IPS รองรับ Touchscreen ในส่วนของกราฟิกการ์ดก็เป็น NVIDIA GeForce MX250 2GB GDDR5 ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติได้ดี เล่นเกมออนไลน์พอได้ แรมก็ติดตั้งมาให้ขนาด 8GB DDR4 ซึ่งพอเพียงกับการใช้งานแน่นอน สำหรับฮาร์ดดิสก์เป็นแบบ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่สำคัญยังเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 AX 2×2 และ Bluetooth 5.0 ด้วย อีกทั้งยังมีน้ำหนักเพียง 1.26 กิโลกรัมเท่านั้น

นอกจากนี้ในส่วนของกล้องด้านหน้ารองรับการใช้งาน VDO Call และ 3D IR Camera ที่ใช้งานร่วมกับ Windows Hello สนนราคา ASUS ZenBook 14 UX434 รุ่นที่มารีวิวมีราคากลางอยู่ที่ 29,990 บาท ส่วนการรับประกันมีระยะ 2 ปีตามมาตรฐาน ASUS พร้อมประกันอุบัติเหตุใน 1 ปีแรกอีกด้วย รวมถึงติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 แท้

  • Intel Core i5-10210U / RAM 8GB / SSD 512GB / Windows 10 ราคา 26,990 บาท
  • Intel Core i5-10210U / NVIDIA GeForce MX250/ RAM 8GB / SSD 512GB / Windows 10 ราคา 29,990 บาท
  • Intel Core i7-10510U / NVIDIA GeForce MX250/ RAM 8GB / SSD 512GB / Windows 10 ราคา 35,990 บาท

Hardware / Design

ด้วยการออกแบบตัวเครื่องที่เน้นเป็นสุดยอดโน้ตบุ๊คที่หรูหราบางเบา แต่ก็ยังมาพร้อมความคุ้มค่าทำให้ ASUS ZenBook 14 UX434 มีความบางเบาที่สุด โดยบางเพียง 16.9 มิลลิเมตร และน้ำหนักแค่ 1.26 กิโลกรัม  สามารถพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ โดยเหมาะมากๆ สำหรับคนที่ต้องการที่สุดของโน้ตบุ๊คในเกรดระดับสูง หรือคนทำงานพนักงานออฟฟิศที่เน้นใช้งานทั่วไปให้ประสิทธิภาพพอตัว แต่พกพาไปที่นู้นที่นั่นบ่อยๆ ซึ่งรองรับการทำงานได้ยาวนานกว่าโน้ตบุ๊คปกติ ที่สำคัญคือได้ภาพลักษณ์ด้วย

โดย ASUS ZenBook 14 UX434 วัสดุหลักเป็นอะลูมิเมียมเกรดสูงแบบ Unibody ที่ไร้รอยต่อ ผสานกับลวดลายการออกแบบอันเป็นแบบฉบับของ ZenBook ด้วยสีสันอย่าง Royal Blue สีน้ำเงินเข้มแซมด้วยสีทองอ่อน เพิ่มสีสันให้กับรายละเอียดรอบนอกเครื่องแบบโค้งมน รวมไปถึงด้านในอย่างตัวอักษรคีย์บอร์ด มีความโดดเด่นขึ้นมาอีกขั้น กับราคาก็ไม่แพงด้วยจากการที่สเปกเป็นชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 และการ์ดจอ NVIDIA GeFroce MX250 ซึ่งให้ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมกว่ารุ่นก่อนๆ

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เข้ามาเสริมให้การทำงานเป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพของ ASUS ZenBook 14 UX434 ก็คือ บานพับ ErgoLift Hinge นั้นเวลาที่กางออกมาใช้งานในรูปแบบโน๊ตบุ๊คจะทำให้คีย์บอร์ดทำมุม 3 องศากับฐานตั้ง พร้อมกางจอได้สูงสุดที่ 145 องศา จากการที่มีบานพับแบบพิเศษช่วยยกตัวเครื่องสูงขึ้จากพื้น โดยขอบตัวเครื่องด้านหลังจะมียางรองพร้อมทำหน้าที่เป็นฐานรองด้านหลัง

ซึ่งมุม 3 องศาที่ว่านี้นั้นทาง ASUS ได้ทำการวิจัยออกมาเป็นอย่างดี ว่ามันจะช่วยให้เราใช้งานโน๊ตบุ๊คนั้นสามารถที่จะพิมพ์ได้อย่างสบาย แถมเวลาที่กางบานพับออกมานั้นมันจะทำให้ส่วนของฐานคีย์บอร์ดมีระยะห่างกับฐานตั้งซึ่งทำให้ความร้อนที่เกิดขึ้นในส่วนของตัวเครื่องนั้นมีการดูดลมเย็นเข้าไปช่วย พร้อมกันนั้นยังให้เสียงที่ดีขึ้นด้วย เรียกได้ว่าด้วยฟีเจอร์บานพับเดียวนี้ ทำให้การใช้งานดีขึ้นทั้ง 3 ด้านเลย

ฝาหลังเป็นลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง ASUS ZenBook 14 UX434 ที่ให้ผิวสัมผัสที่ดีมีความพรีเมียม พร้อมโลโก้ ASUS ตามมาตรฐาน สำหรับขอบตัวเครื่องมีความสวยงามเรียบง่ายแต่ดูแพง ส่วนด้านในก็จะเป็นอะลูมิเนียมแบบด้านที่ดูหรูหราไม่แพ้ด้านนอกทีเดียว นอกจากนี้ใต้เครื่องก็เรียกได้ว่าไม่มีช่องระบายอากาศให้เห็นเลย สำหรับ ASUS ZenBook 14 UX434 ในการท่ายเทความร้อนออกไปจากช่องทางใต้หน้าจอ ทำให้สเปกแรงแบบนี้ก็ยังถ่ายเทความร้อนได้อย่างรวดเร็วน่าประทับใจ แม้จะมีพัดลมเพียงตัวเดียวก็สามารถจัดการความร้อนภายในได้เป็นอย่างดี

อีกทั้งตัวเครื่อง ASUS ZenBook 14 UX434 เอง ก็ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน MIL-STD-810G ระดับกองทัพสหรัฐฯ ที่มีการทดสอบในหลากหลายด้าน เช่น ทดสอบการตกหล่น ทดสอบการสั่นสะเทือน ทดสอบการทำงานในสภาวะอุณหภูมิต่าง ๆ ทำให้มั่นใจได้เลยว่าจะสามารถใช้งาน ASUS ZenBook 14 UX434 เครื่องนี้ได้ในแทบทุกสภาพแวดล้อมอย่างแน่นอน เรียกว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่เน้นความบางเบาหรูหราซึ่งมิติตัวเครื่องเทียบเท่ากับกระดาษ A4 เท่านั้นเอง

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดของ ASUS ZenBook 14 UX434 จัดว่าอยู่ในขนาดเทียบเท่ากับโน้ตบุ๊กหน้าจอ 14″ ทำให้พอมีพื้นที่เว้นว่างบ้าง โดยมีระยะการกดที่ 1.4 มิลลิเมตร ซึ่งให้สัมผัสในการกด การเด้งของปุ่มที่ดี  การตอบสนองทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วกันและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำในการกด ส่วนไฟ LED ที่คีย์บอร์ดก็จะเป็นสีขาวตัวอักษรเป็นสีทองจากใต้ปุ่ม พร้อมไฟส่องสว่างทำให้เราใช้งานในที่แสงน้อยหรือมืดๆ ซึ่งสามารถปรับความสว่างได้ 3 ระดับ ส่วนปุ่ม Fn ที่เป็นทางลัดต่างๆ ติดตั้งอยู่ชุดคีย์บอร์ดแถวบนเป็นมาตรฐาน ใช้งานได้สะดวก

\ทัชแพดก็พิเศษสุดๆ ด้วยการใช้เทคโนโลยีเป็น ScreenPad 2.0 ที่พัฒนาต่อจากรุ่นก่อนหน้า ซึ่งเป็นหน้าจอที่ 2 มีขนาดที่ 5.65″ ความละเอียด 2160 x 1080 พิกเซล พาเนลเป็น IPS คุณภาพสูงเทียบเท่าหน้าจอมือถือดีๆ ในปัจจุบันก็ว่าได้ จัดว่าเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดที่พัฒนาต่อยอดมา ที่นอกเหนือจะทำหน้าที่ทัชแพดแบบเดิมๆ ที่ซ่อนปุ่มคลิกซ้ายขวาแบบปกติแล้ว ยังสามารถเปลี่ยนเป็นหน้าจอทัชสกรีนได้ อารมณ์แบบมือถือสมาร์ทโฟนเลย ซึ่งสามารถสนับสนุนการงานที่ยืดหยุ่นแบบสุดๆ

ScreenPad 2.0

ถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่ไม่เหมือนใคร สำหรับ ASUS ZenBook 14 UX434 จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คบางเบาพรีเมียม โดยมี ScreenPad 2.0 ซึ่งทำหน้าที่เป็นจอทัชสกรีน พร้อมชิปประมวลผลแยกภายใน ช่วยนำเสนอรูปแบบใหม่ในการทำงานร่วมกับโน้ตบุ๊ก มีฟังก์ชั่นการใช้งานอันชาญฉลาดที่ปรับการทำงานตัวเองให้เข้ากับการทำงานของผู้ใช้ ช่วยการทำงานสะดวกและรวดเร็วขึ้น ส่งผลให้เปลี่ยนประสบการณ์ใช้งานโน้ตบุ๊คแบบเดิมๆ ไปตลอดกาล

ทั้งนี้เป็นการพัฒนาจาก ScreenPad รุ่นก่อน โดยยังสามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบ ด้วยฟีเจอร์ ได้แก่ โหมดเครื่องคิดเลขMusic Player, NumKey เปลี่ยนการทำงานของสกรีนแพดเป็นคีย์แพดตัวเลข, แถบเมนูลัด (Launcher)ให้ผู้ใช้สามารถเปิดและเปลี่ยนการใช้งานแอพพลิเคชั่นบนเดสก์ทอปได้ และใช้งานฟีเจอร์เด็ดอย่าง ASUS Sync หรือจะปิดหน้าจอให้เป็นสีดำแบบไม่ขึ้นโลโก้อะไรเพื่อใช้งานทัชแพดปกติก็ทำได้ ด้วยการใช้ 3 นิ้ว Multi Touch ลงขึ้นลงไปมา

ขับเคลื่อนโดยซอฟต์แวร์ ScreenXpert ใหม่ ได้อินเตอร์แอคทีฟนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้น เนื่องจากมาพร้อม ASUS Utilities อันได้แก่ Quick Key, Handwriting (การเขียนด้วยลายมือ) และ Number Key เพื่อการป้อนข้อมูลตัวเลขที่รวดเร็ว การปรับปรุงระบบอินเทอร์เฟซเสมือนสมาร์ทโฟนนี้ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานสกรีนแพดได้ง่ายยิ่งขึ้น ASUS ยังเปิดโอกาสให้นักพัฒนาโปรแกรมสามารถใช้ ASUS API เพื่อปรับแต่งซอฟต์แวร์ของตัวสกรีนแพด นอกจากนี้ยังประหยัดพลังงานมากกว่ารุ่นก่อน ให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานขึ้น 2.5 เท่าเมื่อเปิดใช้งานจอ ScreenPad

ScreenPad 2.0 ยังทำงานร่วมกับโปรแกรม Office อย่าง Word / Exel / Power Point โดยทำหน้าที่เป็นชุดเครื่องมือส่วนเสริม ผู้ใช้ยังสามารถเลือกปรับแต่งได้ตามความต้องการ ซึ่งจากสเปกแล้วจัดได้ว่าดีเยี่ยมไม่แพ้กับหน้าจอสมาร์ทโฟนเลย ด้วยขนาดที่ 5.65″ ความละเอียด 2160 x 1080 พิกเซล พาเนลเป็น IPS คุณภาพสูง ซึ่งทำหน้าที่เป็นจอที่สองได้สบายๆ รวมไปถึงกรณีที่ต้องการใช้เป็นทัชแพดปกติก็ปิดได้ง่ายๆด้วยปุ่ม F6 เท่านั้น

Screen / Speaker

หน้าจอของ ASUS ZenBook 14 UX434 เป็นจอกระจก แบบขอบบางทั้ง 4 ด้าน ให้ความละเอียด Full HD พาเนล IPS ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา ที่ให้ภาพคมชัด สวยงามทุกมุมมอง เมื่อประกอบกับขอบจอที่บางเฉียบเพียง 2.9 มม. ตามสไตล์ NanoEdge โดยให้พื้นที่หน้าจอถึง 92% เป็นหน้าจอแสดงผล ทำให้ไม่ว่าจะการใช้งานทั่วไป การเปิดหน้าเว็บ การชมภาพยนตร์ ซีรีส์ รวมถึงการเล่นเกมดูเต็มอารมณ์มากยิ่งขึ้น ส่วนขอบจอด้านบนจะเป็นตำแหน่งของกล้องหน้า รวมถึงยังมีหลอดไฟ LED สำหรับแสดงสถานะว่ากล้องทำงานอยู่

เรียกได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่ให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่ง อีกทั้งแม้ขอบหน้าจอจะบางแต่ก็ยังติดตั้ง Webcam และไมโครโฟนแบบคู่มาปกติที่ขอบด้านบน พร้อมด้วย 3D IR Camera ไว้ใช้งานร่วมกับ Windows Hello ด้วย ส่งผลให้เราสามารถใช้งานได้สะดวกสบาย ไม่ต้องกรอกรหัสแบบเดิมๆ อีกต่อไป รวมถึงมีความปลอดภัยด้วย นอกจากนี้ยังมีการที่ใส่ยางขอบจอแบบติดเนียนตามตลอดแนวขอบจอเลย ทำให้ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีกว่าโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ที่มักจะติดตั้งมาเป็นจุดๆ ในบางตำแหน่งเท่านั้น

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ ASUS ZenBook 14 UM431D ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite  โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 94% และ AdobeRGB ที่ 72% เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันนั้นดีมากกว่าโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ พอตัว ซึ่งมีความเที่ยงตรงของสีสูง ส่วนความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 250 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่ามีความสว่างในระดับกลางๆ ทำให้เมื่อคาลิเบตหน้าจอแล้วสามารถไปทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นความเที่ยงตรงได้มาตรฐานระดับมืออาชีพเลยทีเดียว ส่งผลให้มีคะแนนรวมอยูท่ี 4.0 คะแนน ถือว่าสูงกว่าโน้ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปี 2019 นี้

ตัวลำโพงเป็นแบบสเตอริโอเลือกใช้ลำโพง 2 ตัว ระบบเสียง Harman/Kardon พร้อมด้วย Smart AMP ให้ที่เสียงที่ดีมากทั้งความดังและคุณภาพ ผ่านตัวซอฟต์แวร์ ASUS SonicMaster ทั้งในเรื่องของเสียงเบสที่มีน้ำหนัก เสียงกลางที่สมดุล และเสียงแหลมที่ออกมาใสๆ พร้อมทั้งความดังและกังวาลที่มากกว่า เมื่อกางบานพับจอแบบ ErgoLift ออกมา ฐานเครื่องก็จะยกขึ้นเพื่อให้เสียงจากลำโพงสะท้อนกับพื้นเพิ่มมิติของทิศทางเสียง  ซึ่งตัวลำโพงจะอยู่บริเวณใต้ตัวเครื่องซ้ายและขวาลักษณะยิงลงพื้น 2 ตัว ทำให้เสียงที่ออกมามีเสียงดังฟังชัด

Connector / Thin And Weight

ASUS ZenBook 14 UX434ในเรื่องพอร์ตเชื่อมต่อก็ถือว่ามีความครบครันตามมาตรฐานของโน้ตบุ๊คบางเบา ไม่ว่าจะเป็นพอร์ต USB 3.1 Type-A จำนวน 1 พอร์ต (น่าจะให้มาสักสอง) ไว้สำหรับการเชื่อมต่อกับแฟลชไดร์ฟหรือฮาร์ดดิสก์ภายนอกไว้ถ่ายโอนข้อมูลได้รวดเร็ว พอร์ต USB 2.0 Type-A อีก 1 พอร์ตที่ไว้เชื่อมต่อกับเมาส์หรืออุปกรณ์อื่นๆ และมีพอร์ต USB 3.1 Type-C มาให้ 1 พอร์ต ทางด้านพอร์ทการเชื่อมต่อหน้าจอก็จะมีพอร์ท HDMI มาให้ รูเชื่อมต่อหูฟังเป็นแบบ Combo ไมค์และหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร ส่วนช่องอ่าน SD Card จะอยู่ด้านขวามือตัวเครื่อง แต่หากใครที่ต้องการใช้พอร์ท Lan ก็สบายใจได้ เพราะ ASUS บันเดิลอแดปเตอร์แปลง USB to Lan มาให้เลย

ขนาดของ Ultrabook ตัวนี้ถือว่ามีมิติที่ค่อนข้างเล็กและบางเบา น้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 1.26 กิโลกรัม และตัวอแดปเตอร์ที่ชาร์จเองก็มีขนาดเล็ก กะทัดรัดซึ่งเมื่อรวมเข้าไปด้วยกันแล้วน่าจะมีหนักราวๆ 1.5 กิโลกรัม ถือว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามากๆ เลยทีเดียว เพราะปกติแล้วโน้ตบุ๊ค 14″ รุ่นก่อนๆ แค่ตัวเครื่องก็จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.6 กิโลกรัมขึ้นไปแน่นอน  ซึ่ง ASUS ZenBook 14 UX434 ออกแบบมาเพื่อตอบสนองในเรื่องของการพกพาใส่กระเป๋าไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ เช่นเอาไปใช้ตามร้านกาแฟ หรือออฟฟิศชิลๆ เลยล่ะ

Performance / Software

 . 

ASUS ZenBook 14 UX434 ที่ได้รับมารีวิวเป็นสเปกขายจริง ได้ชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดระดับสูงอย่าง Intel Core i5-10210U สถาปัตยกรรม Comet Lakeใหม่ล่าสุด ทำงานแบบ 4 Core / 8 Thread ความเร็ว 1.60 – 4.20 GHz เทคโนโลยีการผลิตที่ 14 นาโนเมตร มีค่า TDP ที่ 10 – 15 – 25Watt ที่เน้นความแรงกว่า Ice Lake 10 นาโนเมตร รองรับการใช้งานทั่วไปได้สบายๆ ส่วนแรมก็ให้มาเป็นแบบ 8GB DDR3 Onboard ที่เพียงพอต่อการใช้งานทันที อีกทั้งได้ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่ได้ทั้งขนาดที่ใหญ่ใส่ไฟล์ได้เยอะ

โดยมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home Single Language มาตั้งแต่แกะกล่อง ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงเรื่องลิขสิทธิ์ Windows เลยครับ ส่วนถ้าต้องการเคลียร์เครื่อง ก็สามารถใช้งานฟังก์ชัน Reset this PC ที่อยู่ใน Settings ของ Windows 10 ได้เลยโดยไม่ต้องฟอร์แมต SSD เพื่อลง Windows ใหม่

 .   

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 620 ไม่ต่างจาก Core i Gen 8 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่ก็รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงได้แบบไม่มีปัญหา และนอกจากนี้ยังมาพร้อมกับการ์ดจออย่าง NVIDIA GeForce MX250 (2GB GDDR5) ที่ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับ GTX 950M พอเล่นเกมออนไลน์ได้เลย ซึ่งเดี๋ยวไปดูผลทดสอบกันอีกที

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลที่เป็นรหัส U รุ่นก่อนหน้าแล้วอย่าง Core i Gen 8 ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้นแต่ก็ยังใกล้เคียงของเดิม เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ ไม่น่าเป็นห่วงนัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำผลทดสอบเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 512GB แบบ M.2 NVMe ระดับกลางๆ แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 SATA 3 แบบทั่วไป ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 3278 MB/s และเขียนที่ 2532 MB/s เป็นระดับความเร็วในการเขียนอ่านทำงานโดยรวมที่น่าประทับใจ จัดว่าเป็น SSD M.2 NVMe ระดับสูงที่ความเร็วดีมากๆ

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 3,946 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ  จากการที่เป็นโน้ตบุ๊คใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 มีการ์ดจอแยกเป็น NVIDIA GeForce MX250 ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่าโน้ตบุ๊คในสเปกใกล้เคียงกันที่ไม่มีการ์ดจอแยกนั่นเอง

ทดสอบเกมสำหรับ ASUS ZenBook 14 UX434 คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 3 ออนไลน์ เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยค่อนข้างลื่นไหล น่าประทับใจทีเดียว เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คที่ไม่ได้เน้นเล่นเกมมาก ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i5-10210U ที่สามารถรีดพลัง NVIDIA GeForce MX250 ประกอบกับยังใช้แรม 8GB DDR4 รวมไปถึง SSD ก็ส่งผลช่วยด้วย

เกมออนไลน์อย่าง DOTA 2  ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมด ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ที่ 45 ขึ้นไปตลอด (อยากลื่นกว่านี้ก็ปรับกลางๆ ได้) แต่ในส่วนของเกมอื่นๆ อย่าง Overwatch ที่ปรับ Low ได้เฉลี่ยอยู่ที่ 83 นับได้ว่าตัวเครื่องของ ASUS ZenBook 14 UX434 สามารถดึงประสิทธิภาพได้มากกว่าโน้ตบุ๊คที่สเปกใกล้เคียงกัน ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ อยู่ คาดว่าถ้าปรับ Medium ก็น่าจะเล่นได้ลื่นๆ

ASUS ZenBook 14 UX434 เองก็ยังมีในส่วนของซอต์ฟแวร์ที่จะเป็นตัวช่วยในการใช้งานของเราอีกด้วยอย่าง MyASUS (โดยเปิดเครื่องมาเจอเลยพร้อมมี Hotkey ให้กดใช้งาน) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน รวมไปถึงโหมดพัดลมและโปรไฟล์สีการแสดงผลอีกด้วย

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ ASUS ZenBook 14 UX434 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน้ตบุ๊คหลายรุ่น โดยสามารถใช้งานจริงต่อเนื่องยาวนานได้ 10 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบปกติ (ดูภาพยนตร์และเล่นอินเตอร์เน็ต) และคาดว่าจะระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่จะเปลี่ยนแปลงตามการใช้งานของแต่ละคน โดยอาจจะขึ้นอยู่กับหลายๆ ตัวแปร แน่นนอว่าในการทดสอบครั้งนี้ก็ได้ปรับเป็น Power Saver Mode และปิดในส่วนของ ScreenPad 2.0 ลงด้วย (แน่นอนว่าถ้าเปิดน่าจะกินแบตเตอรี่มากกว่านี้)

อุณหภูมิปกติของเครื่องจะอยู่ที่ 40 – 60 องศาเซลเซียส แต่พอรีดประสิทธิภาพเต็มที่จะเห็นว่าชิปประมวลผลจะร้อนที่สุดที่ 88 องศาเซลเซียส และการ์ดจอแยกร้อนสุดที่ 73 องศาเซลเซียส นับว่าระบบระบายความร้อนของ ASUS ZenBook 14 UX434 เครื่องนี้ทำออกมาได้ดีแล้วล่ะ เทียบกับโน้ตบุ๊คบางเบาหลายๆ รุ่น นับว่าสามารถจัดการระบบระบายความร้อนออกมาอย่างน่าประทับใจไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อการใช้งาน ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเพราะชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 Comet Lake ที่ 14 นาโนเมตรเหมือน Gen 8 ส่วนการ์ดจอถือว่าเย็นสบายๆ เลย ใช้งานแบบไร้กังวล ประสิทธิภาพดีไม่มีอาการหน่วงเลย

Conclusion / Award

เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับโน้ตบุ๊คอีกหนึ่งรุ่นที่ทุกๆ คนให้ความสนใจอย่าง ASUS ZenBook 14 UX434 ที่ต่อยอดความสำเร็จตระกูล ZenBook ได้เป็นอย่างดีมาพร้อมความสมบูรณ์แบบ อย่าง ScreenPad 2.0 ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร อีกทั้งเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงสเปคประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน ก็ทำได้ดีเยี่ยม

สมกับเป็นโน้ตบุ๊คบางเบาระดับสูงของทาง ASUS ที่ทุกคนต่างในการยอมรับ นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยการทดสอบตามมาตรฐาน MIL-STD-810G ระดับกองทัพสหรัฐฯ ที่มีความทนทานมากกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปชัดเจน ซึ่งทาง ASUS ให้คุณสมบัติและฟีเจอร์ที่มากกว่าแบรนด์อื่นๆ ในรุ่นและราคาที่มีความใกล้เคียงกัน

ทางด้านราคา ASUS ZenBook 14 UX434 ถือว่าเป็นที่สุดของความคุ้มค่า สนนราคาเริ่มต้นที่ 26,990 บาท ซึ่งเหนือกว่าในเรื่องชิปประมวลผล แรมและฮาร์ดดิสก์ที่มากกว่าคู่แข่งอื่นๆ ในกลุ่มที่ใกล้เคียงกัน จากการใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 ที่สดใหม่ ซึ่งมีตัวเลือกเป็น Core i5-10210U และ Core i7-10510U โดยมีทั้งรุ่นการ์ดจอออนชิปและการ์ดจอแยก ส่วนแรมได้เป็นมาตรฐาน 8GB พร้อม SSD ความจุ 512GB

เทียบกับ ZenBook รุ่นก่อนๆ ถือว่าราคาไม่แพงเลย  อีกทั้งด้วยการที่ตัวเครื่องมีขนาดเล็กเทียบและมีหน้าจอขนาด 14″ แต่มิติรูปทรง น้ำหนัก มีขนาดเล็กกว่าโน้ตบุ๊ค 14″ ทั่วไป ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 1.26 กิโลกรัมและบางเพียง 16.9 มิลลิเมตรเท่านั้น และเล็กกว่า ZenBook เมื่อ 2 ปีก่อนถึง 13% ด้วยกัน ที่นอกเหนือจาก ASUS ZenBook 14 UX434 จะเป็นรุ่นหน้าจอ 14″ ยังมี ASUS ZenBook 13 / 15 รุ่นใหม่มาเป็นตัวเลือกด้วย

สำหรับฟีเจอร์ ScreenPad 2.0 นำเสนอจอทัชสกรีนขนาด 5.65 ” บนตัวเครื่อง ASUS ZenBook 14 UX434 ซึ่งขับเคลื่อนโดยซอฟต์แวร์ ScreenXpert ใหม่ สกรีนแพด 2.0 แบบอินเตอร์แอคทีฟนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้น เนื่องจากมาพร้อม ASUS Utilities อันได้แก่ Quick Key, Handwriting (การเขียนด้วยลายมือ) และ Number Key เพื่อการป้อนข้อมูลตัวเลขที่รวดเร็ว

การปรับปรุงระบบอินเทอร์เฟซเสมือนสมาร์ทโฟนนี้ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งาน ScreenPad 2.0 ได้ง่ายยิ่งขึ้น ASUS ยังเปิดโอกาสให้นักพัฒนาโปรแกรมสามารถใช้ ASUS API เพื่อปรับแต่งซอฟต์แวร์ของตัว ScreenPad 2.0 นอกจากนี้ยังประหยัดพลังงานมากกว่ารุ่นก่อน ให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานขึ้น 2.5 เท่าเมื่อเปิดใช้งานจอ ScreenPad 2.0 ช่วยให้เราสามารถทำได้อย่างสมบูรณ์แบบและยืดหยุ่นมากกว่าเดิมมาก

สำหรับ ASUS ZenBook 14 UX434 สมแล้วที่จะเป็นสุดยอดโน้ตบุ๊คบางเบาในราคาคุ้มค่า ยิ่งถ้าเทียบกับ Ultrabook ที่ใช้ชิปประมวลผลของ Intel นี่ยิ่งชัดเจน พร้อมชูนวัตกรรม ErgoLift ของคีย์บอร์ดที่ทำมุม 3 องศา ช่วยให้การพิมพ์งานง่ายกว่าเคย พร้อมระบายความร้อนดีขึ้น ระบบเสียงดีขึ้น เรื่องของหน้าจอและระบบเสียงก็ให้ประสบการณ์ใช้งานที่เยี่ยมยอดไม่แพ้กันเลย ในช่วงงบประมาณ 26,990 – 35,990 บาท จัดว่าเป็นอีก 1 ตัวเลือกการซื้อ Ultrabook มาใช้งานได้เป็นอย่างดี

สรุปแล้ว ASUS ZenBook 14 UX434 ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คบางเบาที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่งก็ว่าได้ในช่วงราคานี้ เพราะมาพร้อมกับประสิทธิภาพที่สูงเหมาะกับการทำงานทั่วไป หรือหนักๆ อย่างตัดต่อวีดีโอ ที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก หรือถ้าจะเล่นเกมบ้างก็สามารถทำได้ดีลื่นไหล ทั้งจากรูปลักษณ์และใช้งานจริง สมราคาที่จ่ายไป กับสเปกใหม่ล่าสุดอย่าง Intel Core i Gen 10 และการ์ดจอ NVIDIA GeForce MX250 โดยรุ่นที่แนะนำเป็นสเปกที่เราได้รับมารีวิว 29,990 บาท ดูแล้วจะคุ้มค่าสุด ส่วนรุ่น i7 ราคากระโดดไปหน่อย

การรับประกันก็ตามมาตรฐานของ ASUS ที่แม้ว่าจะไม่ออนไลน์อย่างหลายๆ แบรนด์ แต่ก็สามารถเคลมผ่านทาง 7-11 ได้สะดวกไม่แพ้กัน รวมไปถึงในปีแรกแค่เราลงทะเบียนก็จะได้ประกันอุบัติเหตุในปีแรก อย่าง Perfect Warranty แล้ว ถือว่าได้อยู่เพราะก็มีจุดเด่นต่างกันออกไป ให้เราได้ตัดสินใจเลือกอีกที

จุดเด่น

  • ติดตั้ง ScreenPad 2.0 เพิ่มประสบการณ์ใช้งานโน้ตบุ๊คที่โดดเด่น
  • เป็นโน้ตบุ๊คหน้าจอ 14″ แต่มีขนาดตัวเครื่องเล็กเทียบเท่ารุ่นหน้าจอ 13.3″
  • ดีไซน์พิเศษบานพับ ErgoLift Hinge ช่วยให้ใช้งานดีขึ้น ในหลายๆ ส่วน
  • หน้าจอมีความละเอียดสูงระดับ Full HD พาเนล IPS ขอบเขตสีใกล้เคียง 100% sRGB
  • ขอบจอบางเฉียบด้วย เทคโนโลยี Nano Edge บางพิเศษกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป
  • ใช้งานจริงลื่นไหลแบบสุดๆ ด้วย Core i Gen 10 + MX250 + RAM 8GB + SSD 512GB
  • เล่นเกม 3 มิติ หรือตัดต่อวีดีโอพอได้ ใช้งานทั่วไปลื่นไหลสบายมาก
  • ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน MIL-STD-810G ทนทานต่อการใช้งาน
  • น้ำหนักเบากว่าเดิม วัสดุตัวเครื่องคุณภาพสูงทั้งตัว
  • ลำโพง Harman/ Kardon ให้เสียงที่ดีในระดับหนึ่ง
  • มาพร้อม 3D IR Camera ใช้งานผ่านทาง Windows Hello
  • มี Windows 10 แท้มาให้พร้อมใช้งานทันที
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง
  • ประกัน 2 ปี พร้อมประกันอุบัติเหตุ 1 แรก เคลมผ่าน 7-11 ได้
  • ราคาคุ้มค่า ประสิทธิภาพดี เมื่อเทียบแบรนด์อื่นๆ

ข้อสังเกต

  • การแกะอัพเกรดทำได้ยาก ทำได้แต่ SSD
  • ยังมีการติดตั้งพอร์ต USB 2.0 Type-A มาให้อยู่
  • หน้าจอแบบกระจกค่อนข้างสะท้อนกับแสง

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับเครื่องในกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาดหน้าจอ 14 นิ้วด้วยกัน ซึ่ง ASUS ZenBook 14 UX434 ก็ได้รางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Mobility

ปัจจัยสำคัญของด้านของพกพา ก็คือขนาดที่กะทัดรัด แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นาน และการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ครอบคลุม ซึ่ง ASUS ZenBook 14 UX434 ตอบโจทย์ทั้งสามด้านได้อย่างครบถ้วนครับ กับตัวเครื่องบางเบา ทำให้เป็นโน้ตบุ๊กที่เหมาะมาก ๆ สำหรับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ และนอกจากความบางเบา ยังมีความแข็งแกร่งอีกด้วย จากการใช้วัสดุที่ผ่านการทดสอบความทนทานตามมาตรฐานระดับกองทัพ ดังนั้นจึงหายห่วงเรื่องความทนทานได้เลย ส่วนแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมงอีกด้วย

Best Design

ดีไซน์โดยรวมของ ASUS ZenBook 14 UX434 มีความโดดเด่นเรื่องสีสัน Royal Blue สีน้ำเงินเข้มแซมด้วยสีทองอ่อน รวมถึงหน้าจอขอบบางแบบ NanoEdge ที่ทำให้สามารถใช้งานจอขนาด 14 นิ้วภายในตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกว่าโน้ตบุ๊กทั่วไปที่ใช้จอขนาดเดียวกัน ให้มิติที่เล็กกระชับลงกว่าเดิม  ไปจนถึงบานพับ ErgoLift ที่ช่วยเสริมประสบการณ์การใช้งานได้เป็นอย่างดี เพิ่มสีสันให้กับรายละเอียดรอบนอกเครื่องแบบโค้งมน ดูแล้วเรียบหรูตามสไตล์คนรุ่นใหม่

Best Ultrabook

จัดเต็มด้วยฟีเจอร์จริงๆ สำหรับ ASUS ZenBook 14 UX434 สำหรับประเภท Ultrabook ที่ถือว่าเป็นโน้ตบุ๊คบางเบาราคาเริ่มต้น 26,990 บาท ที่คุ้มค่าที่สุดรุ่นหนึ่ง ที่มาพร้อมสเปคอย่างชิปประมวลผล Intel Core i Gen 10 การ์ดจอ MX250 รวมถึงมีแรม 8GB DDR4 และฮาร์ดดิสก์แบบ SSD 512GB ซึ่งมี 3D IR Camera และ ScreenPad 2.0 ซึ่งทำหน้าที่เป็นจอทัชสกรีน ช่วยให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีเยี่ยม เป็นโน้ตบุ๊คบางเบาเหมาะกับการใช้งานทั่วไปเน้นหลากหลาย ดีไซน์ก็พรีเมียม เรียกได้ว่าหาได้ยากสำหรับโน้ตบุ๊คบางเบาแบบนี้

© Copyright - Notebookspec.com All Rights