Home » asus review

Review – ASUS ZenBook 13 UX331UAL โน้ตบุ๊คหรูหราบางเบาไม่ถึงโล พร้อม Core i Gen 8 + SSD

8 Nov 18 - By l

หากกล่าวถึงโน้ตบุ๊กสายบางเบาระดับอัลตร้าบุ๊ก ชื่อของ ZenBook คงเป็นหนึ่งในตัวเลือกของหลาย ๆ ท่านอย่างแน่นอน ด้วยชื่อเสียงของ ASUS ที่สั่งสมมายาวนาน และการเป็นหนึ่งในผู้นำนวัตกรรมด้านความบางเบาของผลิตภัณฑ์ซีรีส์นี้ จึงทำให้ ASUS ZenBook ยังคงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับผู้ที่กำลังมองหาโน้ตบุ๊กบางเบา พกง่าย ใช้งานได้ทั้งวัน แถมในปัจจุบันก็มีสเปคให้เลือกอย่างหลากหลายตามความต้องการ อย่างเช่นในรุ่น ASUS ZenBook 13 UX331UAL ของเราในรีวิวนี้ครับ

ซึ่งตัวของ ASUS ZenBook 13 UX331UAL เป็นโน้ตบุ๊กสายบางเบาที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับใช้งานทั่วไป มีจุดเด่นในด้านน้ำหนักที่เบาสุดเพียง 985 กรัม ในขณะที่ยังคงใช้หน้าจอขนาด 13.3″ ตามมาตรฐานโน้ตบุ๊กในปัจจุบันอยู่ โดยรุ่นที่ทางทีมงานได้รับมารีวิวในครั้งนี้จะเป็น ASUS ZenBook 13 UX331UAL โมเดลย่อย EG059TS ซึ่งใช้พลังประมวลผลของ Intel Core i3 Gen 8 ครับ

Unbox Preview

Specifications

ASUS ZenBook 13 UX331UAL รุ่นที่ทางทีมงานได้รับมารีวิวในครั้งนี้ มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core i3-8130U ที่มี 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 2.2 GHz เร่งความเร็วด้วย Hyper Threading ได้สูงสุด 3.4 GHz ภายในมีชิปกราฟิก Intel UHD Graphics 620 ที่พอเล่นเกมออนไลน์ทั่ว ๆ ไปได้ ส่วนแรมก็ให้มาเลย 8 GB แบบ LPDDR3 ออนบอร์ด ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในยุคของ Windows 10 ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากตัวเครื่องมาพร้อมกับ SSD ความจุ 256 GB อีกด้วย

หน้าจอของ UX331UAL มีขนาด 13.3 นิ้วเคลือบผิวแบบด้าน ความละเอียดระดับ Full HD (1920 x 1080) พาเนล IPS ที่สามารถแสดงสีได้ถึง 72% ตามมาตรฐาน NTSC ระบบปฏิบัติการที่ติดมาในเครื่องก็เป็น Windows 10 Home Single Language ที่พร้อมใช้งานได้ทันทีตั้งแต่แกะกล่อง

พอร์ตเชื่อมต่อในเครื่องจัดว่าให้มาอย่างครบครันทั้ง USB 3.0 แบบ Type-A ปกติจำนวน 2 พอร์ต USB 3.1 Type-C อีก 1 พอร์ต รวมถึงยังให้ HDMI และช่องเสียบหูฟังมาให้ด้วย แต่สำหรับช่องอ่านการ์ดหน่วยความจำ จะเป็นแบบ MicroSD นะครับ สนนราคาแนะนำของรุ่นนี้ก็เริ่มต้นที่ 25,900 บาท (สเปค Core i3) นอกจากนี้ยังมีรุ่นย่อยอื่น ๆ อีก ตามนี้เลย

ASUS ZenBook 13 UX331UAL EG059TS (Core i3 / สีโรสโกลด์) – 25,900 บาท ***เครื่องที่รีวิว***

ASUS ZenBook 13 UX331UAL EG060TS (Core i3 / สีน้ำเงินเข้ม) – 25,900 บาท

ASUS ZenBook 13 UX331UAL EG002TS (Core i5 / SSD 256 GB / สีน้ำเงินเข้ม) – 29,900 บาท

ASUS ZenBook 13 UX331UAL EG021TS (Core i5 / SSD 512 GB / สีโรสโกลด์) – 32,900 บาท

ASUS ZenBook 13 UX331UAL EG014TS (Core i5 / SSD 512 GB / สีน้ำเงินเข้ม) – 32,900 บาท

Hardware / Design

รูปลักษณ์ของ ASUS ZenBook 13 UX331UAL จัดว่าอยู่ในระดับมาตรฐานของโน้ตบุ๊กจาก ASUS ที่เน้นความเรียบง่าย แต่ถ้าลองยกเครื่องขึ้นมาก็จะพบความแตกต่างครับ เนื่องจาก UX331UAL มีน้ำหนักเพียงแค่ 985 กรัมเท่านั้น จัดว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มของโน้ตบุ๊กที่น้ำหนักเบาสุดในตลาดเลยก็ว่าได้ วัสดุหลักของตัวเครื่องภายนอกก็จะเป็นแมกนีเซียม-อลูมินัมอัลลอยที่มีน้ำหนักเบามาก ๆ นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีขนาดกะทัดรัดกว่าโน้ตบุ๊ก 13″ ทั่วไป ด้วยการเลือกใช้จอแบบ NanoEdge ที่มีขอบบาง ซึ่งช่วยให้ตัวเครื่องดูกะทัดรัดยิ่งขึ้น โดยมีความหนาสุดเพียง 13.9 มิลลิเมตรเท่านั้น
ด้วยน้ำหนักและความบางอันโดดเด่นของ ASUS ZenBook 13 UX331UAL ทำให้โน้ตบุ๊กเครื่องนี้เหมาะกับการนำไปใช้ทำงานนอกสถานที่ โดยมีให้เลือกด้วยกัน 2 เฉดสี คือสีชมพูโรสโกลด์ที่ให้ความสดใส และก็สีน้ำเงินเข้มที่ให้ความสุขุม ใช้งานได้ทุกเพศทุกวัย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ส่วนฝาด้านล่างของ ASUS ZenBook 13 UX331UAL ก็จะเป็นลักษณะของฝาเดียวปิดทั้งเครื่องตามสไตล์ของโน้ตบุ๊กที่เน้นความบางเบา สามารถเปิดได้โดยการขันน็อตทุกตัวออกมาครับ แต่อย่างไรก็ตาม UX331UAL ไม่สามารถอัพเกรดแรมเพิ่มเข้าไปได้ เนื่องจากเป็นแรมแบบชิปติดบอร์ดมาจากโรงงานเลย โดยฝาด้านล่างนี้ก็จะมีทั้งช่องระบายอากาศ ช่องตะแกรงสำหรับลำโพง แป้นยางรองเครื่องทั้ง 4 มุม รวมถึงยังมีสติ๊กเกอร์ Windows 10 ติดมาให้ด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าโน้ตบุ๊กเครื่องนี้มาพร้อมกับ Windows 10 ของแท้มาจากโรงงาน
เมื่อดูด้านข้างตัวเครื่อง จะเห็นว่า UX331UAL มีขนาดที่บางมาก ๆ ส่วนหนึ่งก็เนื่องมาจากการออกแบบแผงวงจรและอุปกรณ์ภายใน อีกส่วนก็มาจากการออกแบบสันข้างให้มีลักษณะเป็นรูปลิ่ม จึงทำให้ตัวเครื่องดูบางเฉียบนั่นเอง

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดของ ASUS ZenBook 13 UX331UAL มีลักษณะการวางปุ่มในแบบ island ที่ระยะห่างระหว่างปุ่มทำออกมาได้พอดี รวมถึงขนาดของแต่ละปุ่มก็ไม่ใหญ่และไม่เล็กจนเกินไป ทำให้สามารถกดปุ่มได้ง่าย ระยะในการกดก็ให้สัมผัสในการพิมพ์ที่ดี ซึ่งคุณสมบัติต่าง ๆ เหล่านี้ช่วยให้การพิมพ์งานบน UX331UAL ทำได้อย่างไหลลื่น นอกจากนี้แต่ละปุ่มยังมีไฟ LED สีขาวที่ช่วยให้แสงสว่างเวลาใช้งานได้อีกด้วย ซึ่งผู้ใช้สามารถปรับระดับความสว่างของไฟ LED backlit ได้ด้วยการกด fn+F3 เพื่อลด หรือ fn+F4 เพื่อเพิ่มความสว่าง

 

ส่วนทัชแพดก็รองรับการสั่งงานแบบมัลติทัช ได้เต็มรูปแบบ โดยที่ปุ่มคลิกซ้ายกับคลิกขวาจะฝังเข้าไปตรงฝั่งด้านล่างของทัชแพดโดยไม่มีเส้นระบุไว้ ซึ่งเท่าที่ลองใช้งานมา พบว่าสามารถใช้งานได้ราบรื่นดีมากครับ น่าจะเป็นทัชแพดของโน้ตบุ๊ก Windows ที่ดีรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว
ตรงบริเวณใกล้ ๆ ปุ่มลูกศรขวาจะมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ ซึ่งสามารถใช้งานร่วมกับฟีเจอร์ Windows Hello ของ Windows 10 ได้ทันที ช่วยให้การล็อกอินเข้า Windows ทำได้ง่ายและรวดเร็วมาก การใช้งานก็จะเป็นการแตะนิ้วลงไปบนเซ็นเซอร์เหมือนกับเซ็นเซอร์บนมือถือเลยครับ ความแม่นยำก็จัดอยู่ในระดับที่ดีเลยทีเดียว

Screen / Speaker

หน้าจอของ ASUS ZenBook 13 UX331UAL มีขนาด 13.3″ พาเนลแบบ IPS ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในด้านของมุมมองการแสดงผลที่สามารถมองจอจากมุมอื่นได้โดยที่สีไม่ค่อยเพี้ยน โดยเมื่อทดสอบด้วยสายตาก็จัดว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ส่วนสีสันก็จัดว่าสดใส อยู่ในระดับที่ดี เมื่อทดสอบด้วย Spyder 5 Elite ก็พบว่าสามารถแสดงสีตามมาตรฐาน sRGB ได้ถึง 89% ซึ่งจัดว่าอยู่ในระดับที่ใช้ทำงานกราฟิกได้ประมาณหนึ่งเลย ส่วนการทดสอบจอในด้านต่าง ๆ พบว่าจอสามารถแสดงค่าคอนทราสต์ได้ดี น่าเสียดายที่ตรงหัวข้อ Color Accuracy ที่คะแนนการทดสอบไม่ขึ้นในโปรแกรมด้วย แต่จากที่ผมลองใช้ในการแต่งภาพด้วยโปรแกรม Adobe Lightroom ดู ก็พบว่าสีสันบนจอจัดว่าอยู่ในกลุ่มที่เชื่อถือได้ประมาณหนึ่งเลย ส่วนความสว่างของจอก็อยู่ในระดับทั่ว ๆ ไปสำหรับจอโน้ตบุ๊ก สามารถใช้งานได้ในทุกสถานที่ แถมยังมีข้อดีตรงที่เป็นจอด้านซึ่งมีแสงสะท้อนน้อยกว่าจอกระจกในโน้ตบุ๊กทั่วไปอีกด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลำโพงของตัวเครื่องจะถูกซ่อนอยู่ตรงบริเวณฝั่งซ้ายและขวาสุดของที่วางข้อมือ โดยตะแกรงลำโพงจะหันลงด้านล่าง เพื่อให้เสียงสะท้อนกับพื้นแล้วเข้าหูของผู้ใช้พอดี ซึ่งเสียงที่ได้จากลำโพง Harman Kardon ใน ASUS ZenBook 13 UX331UAL ก็มีมิติ มีพลังเสียงที่ดี สามารถใช้ดูหนังฟังเพลงในห้องนอนได้สบาย จากที่ผมทดสอบด้วยการถือเครื่องแบบลอย ๆ พบว่าพลังเสียงจะลดลงจากเวลาวางเครื่องกับโต๊ะเล็กน้อย

Connector / Thin And Weight

ASUS ZenBook 13 UX331UAL มีพอร์ตให้ใช้งานค่อนข้างครบครัน อย่างฝั่งซ้ายก็จะมีช่องเสียบสายชาร์จ ช่อง HDMI ช่อง USB 3.0 จากนั้นก็เป็นช่อง USB 3.1 แบบ Type-C แล้วก็เป็นไฟ LED แสดงสถานะของแบตเตอรี่และการทำงานของเครื่อง โดยตัวพอร์ต USB-C นี้ไม่รองรับ Thunderbolt นะครับ

ส่วนฝั่งขวาก็จะมี USB 3.0 ช่องเสียบแจ็คหูฟังขนาด 3.5 mm. และก็ช่อง MicroSD

ส่วนความบางของตัวเครื่อง จุดที่หนาสุดก็อยู่ที่ราวๆ 13.9 มิลลิเมตรเท่านั้น ร่วมกับน้ำหนักเพียง 985 กรัม ทำให้สามารถพกพา นำไปใช้งานนอกสถานที่ได้สะดวกมาก ๆ การกระจายน้ำหนักของตัวเครื่องทำได้ดี สามารถจับถือเครื่องได้ง่าย ไม่หนักมือจนเกินไป แทบจะเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มของโน้ตบุ๊กขนาด 13 นิ้วที่เบาที่สุดรุ่นหนึ่งเลยก็ว่าได้

Performance / Software

ระบบปฏิบัติการที่มาพร้อมกับ ASUS ZenBook 13 UX331UAL เป็น Windows 10 Home รุ่น Single Language ซึ่งสามารถใช้งานได้ทันที เนื่องจากมีการติดตั้งไดรเวอร์ของแต่ละอุปกรณ์ในเครื่องมาให้เรียบร้อยแล้ว รวมถึงถ้าหากต้องการล้างข้อมูลในเครื่อง ก็สามารถ reset Windows ได้โดยไม่ต้อง format ข้อมูลใน SSD เลย

โปรแกรม CPU-Z สามารถแสดงข้อมูลของชิปประมวลผลอย่าง Intel Core i3-8130U ได้ถูกต้อง ทั้งข้อมูลของสถาปัตยกรรม ความเร็ว ปริมาณหน่วยความจำแคช

ด้านของชิปกราฟิกที่มีในตัวก็เป็น Intel UHD Graphics 620 ที่สามารถใช้งานทั่วไปได้สบาย ๆ หรือจะเล่นเกมก็อยู่ในระดับที่สามารถเล่นเกมออนไลน์ได้ แต่อาจจะต้องปรับความละเอียดในเกมลงซักหน่อย

ผลการทดสอบความเร็วของ SSD ในเครื่องก็ถือว่าอยู่ในระดับที่เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไป ด้วยความเร็วในการอ่านที่ราว ๆ 5xx MB/s ความเร็วในการเขียนที่ประมาณ 2xx MB/s ทำให้การเปิด Windows การเรียกใช้งานไฟล์ การเขียนอ่านข้อมูลทำได้รวดเร็วทันใจ เรียกว่าน่าจะอยู่ในระดับมาตรฐานของคอมพิวเตอร์ในยุคนี้ได้เลย

เมื่อทดสอบพลังการประมวลผล การเรนเดอร์ด้วยโปรแกรม Cinebench R15 ก็อยู่ในระดับเดียวกับกลุ่มของชิปประมวลผลรุ่นกลางซึ่งสามารถใช้งานทั่วไปได้ แต่ถ้าเป็นงานที่มีการประมวลผล เรนเดอร์หนัก ๆ ก็อาจจะต้องใช้เวลารอกันซักหน่อย โดยจากที่ผมทดสอบด้วยการแต่งรูปด้วยโปรแกรม Adobe Lightroom ก็พบว่าตอนปรับค่าต่าง ๆ ในรูป ตัวโปรแกรมจะมี delay เล็กน้อย

ผลคะแนนจากการทดสอบด้วย PCMark 10 ก็อยู่ที่เกือบ ๆ 3,000 คะแนน ซึ่งจัดว่าอยู่ในกลุ่มเครื่องสำหรับใช้งานทั่วไป แต่คะแนนการทดสอบของด้านการเรนเดอร์อาจจะน้อยกว่ากลุ่มเครื่องที่ใช้ชิปประมวลผล Core i5 อยู่พอสมควร ดังนั้น หากต้องการเครื่องที่พอใช้งานด้านเรนเดอร์ ด้านกราฟิกได้ อาจจะมองเป็นรุ่น Core i5 น่าจะช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับการใช้งานได้มากกว่าเล็กน้อย แต่ถ้าคุณต้องการโน้ตบุ๊กบางเบา ใช้งานด้านเอกสาร นำเสนองาน ทำงานผ่านหน้าเว็บ ดูหนัง ฟังเพลง บอกเลยว่า UX331UAL รุ่น Core i3 ตอบโจทย์ได้สบาย

ปิดท้ายด้วยการทดสอบการเล่นเกมบน ASUS ZenBook 13 UX331UAL รุ่น Core i3 นะครับ โดยเกมที่ผมลองทดสอบก็มี 2 เกมหลัก ๆ ได้แก่ Dota 2 และ PUBG โดยมีการปรับความละเอียดหน้าจอด้วยกันสองแบบ แบบแรกคือ native ตามความละเอียดจอ (1920 x 1080) กับอีกแบบคือปรับลงมาเหลือ 1366 x 768 ถ้าให้แยกตามการตั้งค่ากราฟิก และความละเอียดจอ ผลเฟรมเรตเฉลี่ยก็ออกมาก็ประมาณนี้

Dota 2

Best (1080p) = 16 fps || Best (768p) = 21 fps

Medium (1080p) = 31 fps || Medium (768p) = 40 fps

Low (1080p) = 63 fps || Low (768p) = 73 fps

ดังนั้น หากต้องการเล่น Dota 2 บน UX331UAL รุ่น Core i3 แนะนำว่าปรับความละเอียดภาพซักระดับ Medium แล้วปรับความละเอียดจอที่ Full HD ก็ยังพอไหว หรือจะปรับความละเอียดจอลงมาเหลือซัก 1600 x 900 น่าจะกำลังดีครับ

ส่วนเกม PUBG ผมทดสอบที่กราฟิกระดับ Very low ผลคือได้เฟรมเรตเฉลี่ยของความละเอียด 1080p อยู่ที่ประมาณ 11 fps ส่วนที่ความละเอียด 768p ก็อยู่ที่ประมาณ 16 fps เท่านั้น

Battery / Heat / Noise

อีกสิ่งที่มาควบคู่กับความบางเบาของ ASUS ZenBook 13 UX331UAL ก็คือแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน โดยผมได้นำเจ้า ZenBook 13 เครื่องนี้ออกไปใช้งานจริงจังนอกสถานที่ รูปแบบการใช้งานก็ได้แก่

  • ปรับความสว่างหน้าจอประมาณ 80%
  • ปรับความสว่างไฟคีย์บอร์ดประมาณ 60%
  • เชื่อมต่อ WiFi สาธารณะตลอดเวลา
  • เปิดใช้งานโปรแกรม Google Chrome ประมาณ 4-6 แท็บตลอดเวลา
  • แต่งรูปด้วยโปรแกรม Adobe Lightroom ประมาณ 30 กว่ารูป
  • ฟังเพลงผ่าน Spotify ตลอดเวลา

ผลที่ได้จากทั้งโปรแกรม BatteryMon และการคำนวณของ Windows 10 เอง ต่างระบุว่าแบตเตอรี่ในเครื่องสามารถใช้ได้นานราว ๆ 8 ชั่วโมง มีแกว่งบ้างตามการทำงานของเครื่องในแต่ละช่วง ซึ่งก็ถือว่าครอบคลุมการใช้งานทั่วไปในช่วงเวลาทำงานได้พอดี แถมถ้าหากงานที่ทำ มีอัตราการใช้พลังงานที่น้อยกว่านี้ ก็น่าจะยืดระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ออกไปได้อีกด้วย

มาที่ความร้อนกันบ้างครับ จากที่ทางเราทดสอบมา ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานหนักหรือเบา ตำแหน่งที่วางมือก็ยังมีอุณหภูมิปกติ ไม่ได้ร้อนขึ้นมาจนทำให้ใช้งานลำบากแต่อย่างใด ส่วนเมื่อทำงานแบบฟูลโหลดในห้องแอร์ ความร้อนสูงสุดจากโปรแกรม HWMonitor ก็แจ้งว่าอยู่ที่ประมาณ 89 องศาครับ

โดยการระบายความร้อนของตัวเครื่อง ลมร้อนจะถูกเป่าออกตรงช่องระบายอากาศที่ซ่อนอยู่ตรงสันข้างเครื่องตามในภาพด้านล่าง โดยมีช่องระบายลมเข้าอยู่ที่ด้านล่างของเครื่อง

แต่ถ้าหากใครคิดว่างานที่จะทำ มันไม่ได้กินแรงเครื่องมากนัก เลยอยากลดเสียงรบกวนของพัดลมระบายอากาศ ZenBook 13 UX331UAL ก็มีซอฟต์แวร์ Quiet Fan ให้ผู้ใช้สามารถเปิด/ปิดฟังก์ชันนี้ได้ หากเปิด ระบบก็จะเข้าไปควบคุมรอบการหมุนของพัดลมให้อยู่ในระดับปกติ มีเสียงรบกวนต่ำ ซึ่งจากที่ทดสอบมา ผมแทบจะไม่ได้ยินเสียงพัดลมเลย

Conclusion / Award

ASUS ZenBook 13 UX331UAL เป็นโน้ตบุ๊กสายอัลตร้าบุ๊กที่โดดเด่นในด้านของความบางเบา ด้วยน้ำหนักไม่ถึง 1 กิโลกรัม แต่ยังคงความแข็งแกร่ง และความเรียบหรูเอาไว้ เมื่อผสมกับแบตเตอรี่ที่ใช้ได้ยาวนาน ทำให้รุ่นนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานเครื่องนอกสถานที่ จำเป็นที่จะต้องพกเครื่องไปมาอยู่บ่อยครั้ง ด้านประสิทธิภาพ ก็ตอบโจทย์การทำงานในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ด้วยพลังของชิปประมวลผล Intel Core i Gen 8 ที่มีอัตราของประสิทธิภาพ:การใช้พลังงานที่ลงตัว

นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีพอร์ตการใช้งานที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น USB แบบปกติสำหรับใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมที่มีอยู่ USB-C สำหรับใช้ร่วมกับอุปกรณ์ยุคใหม่ HDMI สำหรับเชื่อมต่อกับจอมอนิเตอร์ หรือโปรเจคเตอร์ได้แบบไม่ต้องใช้ตัวแปลง จึงทำให้ ASUS ZenBook 13 UX331UAL เป็นโน้ตบุ๊กอีกรุ่นที่น่าสนใจสำหรับการใช้งานในกลุ่มลักษณะงานที่กล่าวไปในข้างต้นได้เป็นอย่างดี

 

จุดเด่น

  • น้ำหนักเครื่องเพียงแค่ 985 กรัม พกพาสะดวก
  • เครื่องบาง พอร์ตครบครัน
  • เลือกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i Gen 8 ที่มีอัตราประสิทธิภาพ : การใช้พลังงานที่ดี ทำให้ใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนาน
  • จอความละเอียดระดับ Full HD 13.3 นิ้ว ขอบจอบาง แสดงสีสันได้ดี อยู่ในระดับที่ใช้งานกราฟิกได้
  • พื้นที่เก็บข้อมูลในเครื่องเป็น SSD ช่วยให้การทำงานต่าง ๆ ไหลลื่น
  • มาพร้อม Windows 10
  • มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ รองรับฟีเจอร์ Windows Hello

ข้อสังเกต

  • ราคารุ่น Core i3 อาจจะสู้กับคู่แข่งแบรนด์อื่นในช่วงเดียวกันได้ยากหน่อย

 

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับโน้ตบุ๊คในกลุ่มเครื่องบางเบา ขนาดหน้าจอ 13 นิ้ว ซึ่ง ASUS ZenBook 13 UX331UAL ได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Thin & Light

ถือเป็นจุดเด่นที่สุดของ ASUS ZenBook 13 UX331UAL เลย กับความบางเบา ด้วยตัวเครื่องมีความหนาเพียง 13.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 985 กรัม เรียกว่าหาได้ยากมาก ๆ ที่จะมีโน้ตบุ๊กน้ำหนักไม่ถึงหนึ่งกิโลกรัม ซึ่งสิ่งที่ทำให้ ASUS สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหนักเบามาได้ขนาดนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากการเลือกใช้วัสดุเป็นแมกนีเซียม-อลูมินัมอัลลอย ที่มีคุณสมบัติอันยอดเยี่ยมในด้านน้ำหนักที่เบา และความแข็งแกร่ง ดังนั้นจึงทำให้รางวัลนี้ ตกเป็นของ UX331UAL ไปโดยปริยาย

Best Mobility

สืบเนื่องจากรางวัล Best Thin & Light ครับ เมื่อตัวเครื่องทั้งบางและเบา แถมยังมีการใช้ขอบจอแบบ NanoEdge ซึ่งบางกว่าโน้ตบุ๊กทั่วไป จึงทำให้ตัวเครื่อง ASUS ZenBook 13 UX331UAL มีขนาดกะทัดรัด พกพาได้สะดวกขึ้นไปอีก รวมถึงระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ ที่ถึงแม้ทางเราจะทดสอบด้วยการใช้งานที่จัดได้ว่ามีโหลดตลอดเวลา แต่ก็ยังทำได้ถึง 8 ชั่วโมง ซึ่งการันตีได้ว่าจะสามารถใช้งานแบบทั่ว ๆ ไปได้เต็มวันอย่างแน่นอน จึงทำให้รางวัล Best Mobility ตกเป็นของ ASUS ZenBook 13 UX331UAL ด้วยเช่นกัน

Best Ultrabook

ถ้ามองว่าคอนเซ็ปท์ของอัลตร้าบุ๊กคือโน้ตบุ๊กที่มีความบางเบา แต่สามารถรับมือกับงานทั่วไปได้สบาย ASUS ZenBook 13 UX331UAL ก็เข้าข่าย และเหมาะสมกับการได้รับรางวัลอย่างแน่นอน ด้วยน้ำหนักสุดเบา ตัวเครื่องกะทัดรัด พกพาสะดวก ประสิทธิภาพในการทำงานที่ลงตัวกับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ทั้งในแง่ประสิทธิภาพการประมวลผล การเขียนอ่านข้อมูลของ SSD ทั้งยังมาพร้อม Windows 10 และทูลช่วยเสริมการใช้งานให้มีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น จึงทำให้ ASUS ZenBook 13 UX331UAL เหมาะสมกับรางวัล Best Ultrabook จากเราครับ

© Copyright - Notebookspec.com All Rights