Connect with us

Hi, what are you looking for?

Notebookspec
632 309 632 309

PR-News

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — ASUS (เอซุส) ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลก นำเสนอ ASUS Agent Computer ภายใต้แนวคิด “Powering Every AI Choice” ระบบนิเวศด้านฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของ AI Agent ครอบคลุมตั้งแต่โน้ตบุ๊ก NUC และมินิพีซี เดสก์ท็อปพีซีที่ปรับแต่งได้ ไปจนถึงเวิร์กสเตชันระดับมืออาชีพและ AI...

PR-News

บริษัท เอสเซนตี้ รีซอร์สเซส จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และสินค้าไอทีชั้นนำในประเทศไทย นำเข้า SCUF Gaming อย่างเป็นทางการ เปิดตัว SCUF OMEGA Controller สาย E-Sport Officially Licensed สำหรับ PS5® จัดเต็ม 11 ปุ่มเสริม และ TMR Thumbsticks พร้อม...

PR-News

บทความโดย Steven Fong, Corporate Vice President, APJ Embedded Business ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งขยายขอบเขตจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัล ไปสู่การใช้งานจริงในโลกทางกายภาพ  ช่วงหลายปีที่ผ่านมา AI มักถูกตีกรอบอยู่แค่ระบบที่ทำความเข้าใจ สร้าง และแนะนำข้อมูลได้ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs), AI Assistant และ Copilot ได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานที่ใช้ความรู้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยช่วยให้เราค้นหา สรุปผล สร้างคอนเทนต์ และตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น คลื่นลูกแรกของ AI นี้ถือเป็นการปฏิวัติประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัลอย่างแท้จริงAdvertisement แต่ทว่า คลื่นลูกถัดไปของ AI จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ทำหน้าที่เพียงทำความเข้าใจข้อมูล ปัจจุบัน AI ถูกคาดหวังให้สามารถโต้ตอบกับโลกทางกายภาพได้มากขึ้น เราจะได้เห็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ในโรงงาน ยานยนต์อัตโนมัติที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ตลอดเวลา ระบบทางการแพทย์ที่ช่วยแพทย์วินิจฉัยและตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบ ปรับแต่ง และตอบสนองได้เองโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์คอยสั่งการตลอดเวลา การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มแอปพลิเคชัน AI รูปแบบใหม่ แต่คือการพลิกโฉมความคาดหวังพื้นฐานที่เรามีต่อขีดความสามารถของ AI  เมื่อ AI ขยายตัวจากคลาวด์และสภาพแวดล้อมดิจิทัลเข้าสู่ระบบทางกายภาพ ความอัจฉริยะจึงไม่สามารถหยุดอยู่แค่คำว่า “รู้” ได้อีกต่อไป ระบบ Physical AI (AI ทางกายภาพ) เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติ จะต้องรับรู้ข้อมูล ตัดสินใจ และลงมือทำได้แบบเรียลไทม์ โดยต้องมีความปลอดภัยในการใช้งาน (Functional safety) และสามารถทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งเรื่องพลังงาน ความร้อน และพื้นที่ ความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกด้วย  และนี่คือจุดเริ่มต้นของยุค Physical AI อย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้ามาพลิกโฉมหลากหลายอุตสาหกรรม และ AMD เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ AI ในทศวรรษหน้า นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่แค่ “รู้” ไปสู่ระบบที่ “ลงมือทำ”  “การลงมือทำ” พลิกโฉมโจทย์ด้านการประมวลผลขั้นพื้นฐาน เมื่อ AI เริ่มโต้ตอบกับโลกทางกายภาพ โจทย์ของการประมวลผลย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แตกต่างจาก Cloud AI ที่มักถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการขยายสเกล การรับส่งข้อมูลปริมาณมาก และการประมวลผลแบบรวมศูนย์ เพราะ Physical AI มาพร้อมกับข้อกำหนดใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง  แชตบอตอาจมีอาการหน่วงบ้างในบางครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นไม่สามารถเกิดความล่าช้าได้เลย ยานยนต์อัตโนมัติก็ไม่สามารถปล่อยให้ระบบทำงานไม่เสถียรได้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่สามารถใช้วิธี “ลองตัดสินใจใหม่” ได้เมื่อทุกวินาทีมีผลต่อชีวิต  ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ:  ในโลกทางกายภาพ ความอัจฉริยะจะมีความหมายก็ต่อเมื่อระบบสามารถตอบสนองและลงมือทำได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด ดังนั้น ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดกันที่ประสิทธิภาพของโมเดล AI เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป  ขอบเขตของ Physical AI ก้าวไปไกลกว่าแค่การรันโมเดล AI เพราะความอัจฉริยะจะต้องทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการประมวลผล (Inference) การวางแผน การควบคุม และนำไปสู่การลงมือทำในโลกจริง ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่การสร้างโมเดล AI ให้ฉลาดขึ้น แต่คือการสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถโต้ตอบกับโลกความเป็นจริงได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ต่างหาก  และนี่คือเหตุผลที่ AMD เชื่อมั่นว่า แท้จริงแล้ว Physical AI คือความท้าทายด้าน “วิศวกรรมระบบ” ไม่ใช่แค่ความท้าทายด้านการสร้าง “โมเดล AI”  ไม่มีโปรเซสเซอร์ใดเพียงชนิดเดียวที่ขับเคลื่อน Physical AI ได้ทั้งหมด เราจะเข้าใจแนวคิดของ Physical AI ได้ง่ายขึ้น หากลองเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์  สมองของเราทำหน้าที่คิด วิเคราะห์หาเหตุผล และตัดสินใจ ระบบประสาทช่วยให้เรารับรู้และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กล้ามเนื้อและข้อต่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทางกายภาพอย่างแม่นยำ  ระบบ Physical AI ก็ทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน การคิดวิเคราะห์และการรับรู้ที่ซับซ้อนต้องอาศัยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง การตอบสนองแบบเรียลไทม์ต้องใช้การประมวลผลที่มีความหน่วงต่ำ (Low-latency) ณ จุดที่ต้องทำการตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวที่แม่นยำก็ต้องการระบบควบคุมที่ถูกต้องและคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ จึงไม่มีสถาปัตยกรรมโปรเซสเซอร์เพียงรูปแบบเดียวที่สามารถจัดการทุกกระบวนการเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหน่วยประมวลผลหลากหลายประเภท ...

PR-News

บริษัท เอสเซนตี้ รีซอร์สเซส จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย HAVN ผู้นำด้านเคสคอมพิวเตอร์ระดับพรีเมี่ยม Ascenti เปิดตัว HAVN HS360 และ HS360 VGPU เคสรุ่นใหม่จากงาน Computex สู่ตลาดประเทศไทย นับตั้งแต่เปิดตัว HS 420 ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ใช้งานจริง ยอดขายถล่มทลาย และรับฟังความเห็นจากผู้ใช้งานอยากให้เคสตระกูล HS ที่มีขนาดเล็กลง  จึงพัฒนาเคสรุ่นใหม่ HAVN...

Other News

"Next is now" Samsung Galaxy S6 ดีไซน์สุดล้ำ ระดับไฮเอนด์ และ S6 edge สุดยอดแห่งการดีไซน์ สะกดทุกสายตา พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้ววันนี้ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ให้คุณเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นกับ

Game News

GTA V เวอร์ชั่น PC ก็ได้วางจำหน่ายให้เกมเมอร์ได้เล่นไปสักพักหนึ่งแล้ว ในวันนี้ก็ได้มีผู้เล่นรายหนึ่งทำการตัดต่อคลิปภาพยนตร์สั้นในเกมและเผยแพร่ลงบน Youtube ที่ต้องบอกว่ามีความมันส์และเท่ไปในตัว

Other News

หลายๆครั้ง ที่เหล่าผู้ผลิตอุปกรณ์ IT ต่างๆ พยายามใช้เหล่าดาราเซเล็บทั้งหลาย มาช่วยโปรโมทสินค้าของตัวเองให้เหล่าผู้บริโภคเห็นและเป็นแรงบันดาลใจให้อยากซื้อมาใช้ตามดาราที่ชื่นชอบบ้าง

Other News

มีเปิดตัวออกไปแล้วสำหรับเครื่อง Galaxy S6 และ S6 Edge จากนั้นก็ตามมาด้วยโฆษณาทีวีสำหรับช่วยผลักดันยอดขายให้มากยิ่งขึ้น และยังมีพวกเหล่าวีดีโอแกะกล่องดูภายเมื่อซื้อมาครั้งแรกอีกหลายตัว

AMD

แฟนๆ การ์ดจอแดงที่ชอบของแรงต้องตามข่าวนี้ครับ เมื่อล่าสุดทาง Fudzilla ได้รายงานยืนยันว่า AMD จะทำการเปิดตัวกราฟิกการ์ดที่ใช้ GPU ภายใต้สถาปัตยกรรมใหม่อย่าง Fiji ในช่วงเดือนมิถุนายน

Other News

ใครจะไปคิดครับว่าเราจะสามารถนำเอาเครื่องดนตรีอย่างเครื่องเป่ามารวมเข้ากับสมาร์ทโฟนเพื่อสร้างอุปกรณ์อัจฉริยะที่ฉลาดมากขึ้นกว่าเดิมขึ้นมาได้ แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อหล่ะครับเพราะนักวิจัยจาก Carnegie Mellon University และ Disney Research ได้ร่วมมือกันสร้างสรรค์ให้การผสมผสานดังกล่าวเป็นจริงขึ้นมาแล้ว โดยการสร้างขึ้นมาเป็นแนวคิดที่มีชื่อว่า ‘Acoustruments’ ครับ Advertisement ด้วยการใช้แนวคิด ‘Acoustruments’ รวมเข้ากับอุปกรณ์ที่มีลำโพงและไมค์ เช่นใช้เคสพลาสติกมีหลอดนำเสียงเป็นต้น แล้วใช้หลักการที่ว่าเมื่อเสียงผ่านหลอดนำเสียงนั้นไปยังสมาร์ทโฟนแล้วทำการเปลี่ยนสัญญาณเสียงนั้นๆ เป็นความหมายต่างๆ ครับ แนวคิดนั้นเหมือนกับการที่นักดนตรีใช้นิ้วเปลี่ยนตำแหน่งบนเครื่องเป่าเพื่อที่จะทำการเปลี่ยนเสียงตัวโน๊ตที่ออกมาครับ ตัวสมาร์ทโฟนก็จะตอบสนองด้วยวิธีการที่หลอดนำเสียงเปลี่ยนรูปไปตามลักษณะเสียงเหมือนกัน และด้วยความที่ลำโพงของสมาร์ทโฟนนั้นสามารถที่จะทำการสร้างคลื่นความถี่อัลตร้าโซนิคได้อย่างต่อเนื่องทำให้เราสามารถที่จะกำหนดให้ตัวสมาร์ทโฟนนั้นสามารถที่จะทำการรับเสียงที่แตกต่างกันเพื่อที่จะทำงานในลักษณะต่างๆ กันไปได้ตามต้องการครับ นอกไปจากนั้นนักวิจัยยังได้ทำการขยายวิสัยทัศน์ในการใช้งานเครื่องเป่ากับสมาร์ทโฟนให้ไปไกลกว่านั้นด้วยหลักการและวิธีเดียวกันในการสร้างกลยุทธ์ที่ทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นที่จะต้องแตะกับหน้าจอเพื่อทำการสั่งการได้อีกด้วยครับ สิ่งที่น่าสนใจของหลักการดังกล่าวก็คือความสามารถในการสร้างการตอบสนองต่อเสียงได้โดยไม่จำเป็นที่จะต้องทำการเพิ่มวงจรใดๆ เข้าไปบนตัวสมาร์ทโฟนนั่นเองครับ ซึ่งนั่นจะทำให้ผู้ใช้สามารถที่จะทำการใช้งานตัวสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อัจฉริยะได้ด้วยวิธีการที่มากขึ้นกว่าเดิมโดยที่ไม่มีความจำเป็นเพิ่มเติมในเรื่องของการสูญเสียพลังงานเข้ามาเกี่ยวข้องครับ หมายเหตุ...

Other News

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เรียนสายคอมพิวเตอร์หรือติดตามเรื่องราวการพัฒนาของคอมพิวเตอร์อยู่แล้วหล่ะก็คงต้องเคยรู้จักกับกฎของมัวร์มาก่อนแน่นอนครับ เมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมานั้นพึ่งจะครบรอบ 50 ปี

Other News

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ เพราะถึงแม้ว่า Microsoft จะเลิกสนับสนุน Windows XP อย่างเป็นทางการไปตั้งแต่เมื่อปี 2014 ที่แล้วมา แต่เวลาผ่านมาได้เกือบจะปีแล้วระบบปฏิบัติการ Windows XP ก็ยังคงได้รับความนิยม

Other News

ถ้าคุณเป็นแฟนของ Jawbone อยู่หล่ะก็ต้องไม่พลาดกับข่าวนี้ครับ เพราะหลังจากที่ไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้(เดือนพฤศจิกายน 2014) ทาง Jawbone ได้ทำการเปิดตัวสมาร์ทแบนด์ Up3 ที่มีราคาอยู่ที่ $180

Other News

ในการใช้งานการค้นหาของ Google ผ่านทางอุปกรณ์เคลื่อนที่นั้น แตกต่างกับการค้นหาผ่านทาง PC Desktop มากครับ ด้วยข้อจำกัดจากขนาดหน้าจอที่เล็กกว่าของอุปกรณืเคลื่อนที่ทำให้การค้นหานั้นเวลา

Advertisement

Trending

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึก