Hi, what are you looking for?
บทความโดย Steven Fong, Corporate Vice President, APJ Embedded Business ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ ซึ่งขยายขอบเขตจากการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัล ไปสู่การใช้งานจริงในโลกทางกายภาพ ช่วงหลายปีที่ผ่านมา AI มักถูกตีกรอบอยู่แค่ระบบที่ทำความเข้าใจ สร้าง และแนะนำข้อมูลได้ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs), AI Assistant และ Copilot ได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานที่ใช้ความรู้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยช่วยให้เราค้นหา สรุปผล สร้างคอนเทนต์ และตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น คลื่นลูกแรกของ AI นี้ถือเป็นการปฏิวัติประสิทธิภาพการทำงานบนโลกดิจิทัลอย่างแท้จริงAdvertisement แต่ทว่า คลื่นลูกถัดไปของ AI จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ทำหน้าที่เพียงทำความเข้าใจข้อมูล ปัจจุบัน AI ถูกคาดหวังให้สามารถโต้ตอบกับโลกทางกายภาพได้มากขึ้น เราจะได้เห็นหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ในโรงงาน ยานยนต์อัตโนมัติที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ตลอดเวลา ระบบทางการแพทย์ที่ช่วยแพทย์วินิจฉัยและตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่สามารถตรวจสอบ ปรับแต่ง และตอบสนองได้เองโดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์คอยสั่งการตลอดเวลา การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มแอปพลิเคชัน AI รูปแบบใหม่ แต่คือการพลิกโฉมความคาดหวังพื้นฐานที่เรามีต่อขีดความสามารถของ AI เมื่อ AI ขยายตัวจากคลาวด์และสภาพแวดล้อมดิจิทัลเข้าสู่ระบบทางกายภาพ ความอัจฉริยะจึงไม่สามารถหยุดอยู่แค่คำว่า “รู้” ได้อีกต่อไป ระบบ Physical AI (AI ทางกายภาพ) เช่น หุ่นยนต์อัตโนมัติ จะต้องรับรู้ข้อมูล ตัดสินใจ และลงมือทำได้แบบเรียลไทม์ โดยต้องมีความปลอดภัยในการใช้งาน (Functional safety) และสามารถทำงานภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวด ทั้งเรื่องพลังงาน ความร้อน และพื้นที่ ความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแค่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกด้วย และนี่คือจุดเริ่มต้นของยุค Physical AI อย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันกำลังเข้ามาพลิกโฉมหลากหลายอุตสาหกรรม และ AMD เชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ AI ในทศวรรษหน้า นั่นคือการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่แค่ “รู้” ไปสู่ระบบที่ “ลงมือทำ” “การลงมือทำ” พลิกโฉมโจทย์ด้านการประมวลผลขั้นพื้นฐาน เมื่อ AI เริ่มโต้ตอบกับโลกทางกายภาพ โจทย์ของการประมวลผลย่อมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แตกต่างจาก Cloud AI ที่มักถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการขยายสเกล การรับส่งข้อมูลปริมาณมาก และการประมวลผลแบบรวมศูนย์ เพราะ Physical AI มาพร้อมกับข้อกำหนดใหม่ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง แชตบอตอาจมีอาการหน่วงบ้างในบางครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่สำหรับหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นไม่สามารถเกิดความล่าช้าได้เลย ยานยนต์อัตโนมัติก็ไม่สามารถปล่อยให้ระบบทำงานไม่เสถียรได้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ไม่สามารถใช้วิธี “ลองตัดสินใจใหม่” ได้เมื่อทุกวินาทีมีผลต่อชีวิต ระบบเหล่านี้จำเป็นต้องมีคุณสมบัติ: ในโลกทางกายภาพ ความอัจฉริยะจะมีความหมายก็ต่อเมื่อระบบสามารถตอบสนองและลงมือทำได้ภายในกรอบเวลาที่จำกัด ดังนั้น ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดกันที่ประสิทธิภาพของโมเดล AI เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ขอบเขตของ Physical AI ก้าวไปไกลกว่าแค่การรันโมเดล AI เพราะความอัจฉริยะจะต้องทำงานสอดประสานกันอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ ตั้งแต่การรับรู้ข้อมูลผ่านเซ็นเซอร์ ไปจนถึงการประมวลผล (Inference) การวางแผน การควบคุม และนำไปสู่การลงมือทำในโลกจริง ท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่การสร้างโมเดล AI ให้ฉลาดขึ้น แต่คือการสร้างระบบอัจฉริยะที่สามารถโต้ตอบกับโลกความเป็นจริงได้อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ต่างหาก และนี่คือเหตุผลที่ AMD เชื่อมั่นว่า แท้จริงแล้ว Physical AI คือความท้าทายด้าน “วิศวกรรมระบบ” ไม่ใช่แค่ความท้าทายด้านการสร้าง “โมเดล AI” ไม่มีโปรเซสเซอร์ใดเพียงชนิดเดียวที่ขับเคลื่อน Physical AI ได้ทั้งหมด เราจะเข้าใจแนวคิดของ Physical AI ได้ง่ายขึ้น หากลองเปรียบเทียบกับร่างกายมนุษย์ สมองของเราทำหน้าที่คิด วิเคราะห์หาเหตุผล และตัดสินใจ ระบบประสาทช่วยให้เรารับรู้และตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่กล้ามเนื้อและข้อต่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวทางกายภาพอย่างแม่นยำ ระบบ Physical AI ก็ทำงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน การคิดวิเคราะห์และการรับรู้ที่ซับซ้อนต้องอาศัยหน่วยประมวลผลประสิทธิภาพสูง การตอบสนองแบบเรียลไทม์ต้องใช้การประมวลผลที่มีความหน่วงต่ำ (Low-latency) ณ จุดที่ต้องทำการตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวที่แม่นยำก็ต้องการระบบควบคุมที่ถูกต้องและคาดการณ์ผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ จึงไม่มีสถาปัตยกรรมโปรเซสเซอร์เพียงรูปแบบเดียวที่สามารถจัดการทุกกระบวนการเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหน่วยประมวลผลหลากหลายประเภท ...
บริษัท เอสเซนตี้ รีซอร์สเซส จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย HAVN ผู้นำด้านเคสคอมพิวเตอร์ระดับพรีเมี่ยม Ascenti เปิดตัว HAVN HS360 และ HS360 VGPU เคสรุ่นใหม่จากงาน Computex สู่ตลาดประเทศไทย นับตั้งแต่เปิดตัว HS 420 ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ใช้งานจริง ยอดขายถล่มทลาย และรับฟังความเห็นจากผู้ใช้งานอยากให้เคสตระกูล HS ที่มีขนาดเล็กลง จึงพัฒนาเคสรุ่นใหม่ HAVN...
Prestige N16 Flip AI+ ประสิทธิภาพ AI สูงสุดระดับ 1 petaflop และ Unified Memory สูงสุด 128GB จับคู่กับหน้าจอสัมผัส 16 นิ้ว UHD+ Tandem OLED พร้อม MSI Nano Pen ตัวช่วยเสริมในการใช้งาน MSI ผู้นำระดับโลกด้านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อุตสาหกรรม AI ระดับไฮเอนด์ประกาศในวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ว่า Prestige N16 Flip AI+ พร้อมเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าผ่านตัวแทนจัดจำหน่ายที่ได้รับการรับรองจาก MSI แล้ว Prestige N16 Flip AI+ ขับเคลื่อนด้วย NVIDIA RTX Spark™ ซึ่งผสาน NVIDIA AI, RTX graphics และ Unified...
กล้องระดับโปรสำหรับติดตั้งร่วมกับ สมาร์ทโฟน Moto Z Series โดยเป็นกล้องที่ทาง Motorola และ Hasselblad(ฮาสเซลบลาด) บริษัทกล้องจากสวีเดน มีข่าวลือว่าจะมีการเปิดตัวมาอย่างยาวนาน ซึ่งในตอนนี้ได้มีการปล่อยภาพ
ต้องบอกว่าเราได้ก้าวเข้าสู่ยุคของ IoT กันแล้ว กับ Internet of Things ที่อุปกรณ์อะไรๆ ก็จะเชื่อมต่อผ่านอินเตอร์เน็ตไปเสียหมด แน่นอนว่ามาพร้อมกับความสมาร์ทด้วย ซึ่งล่าสุดภายในงาน IFA 2016
หลายๆ คนอาจจะอยากได้หรือต้องการเครื่อง Mac มาใช้งานระบบปฏิบัติการ OS X เพื่อใช้งานต่างๆ แต่ก็เป็นข้อจำกัดอยู่เพราะตัวเครื่อง Mac นั้นมีราคาค่อนข้างสูงหลากเทียบกับเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป
พลาดไม่ได้เลยละครับกับโปรโมชั่น IT CITY และ IT CITY Online หน้าจอแสดงผล หรือ Monitor สำหรับเพื่อนๆ
ถึงแม้โน๊ตบุ๊คในกลุ่ม Series 10 อย่าง GeForce GTX1060 / GTX1070 และ GTX 1080 ฝั่ง Gaminh Notebook จะก้าวเข้ามา
เหมือนว่าทางผู้พัฒนาเกม Quantum Break จะไม่ทำตามอย่างที่พูดแต่แรกเสียแล้วว่าจะปล่อยเกมในเวอร์ชั่น Steam กับเวอร์ชั่นเกมกล่องออกมาในวันที่ 14 กันยายนเพราะล่าสุดพวกเขาได้ออกมาประกาศว่าจะเลื่อนวันวางจำหน่ายเกม
เป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากมายในเรื่องประสิทธิภาพของการ์ดค่ายเขียวและค่ายแดง คู่กัดที่ต่างก็กินกันไม่ลง ทั้งในเรื่องประสิทธิภาพและราคาที่ไกล้เคียงกัน ทำให้การ์ดทั้ง 2 รุ่นนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก
Wacom นั้นถือได้ว่าเป็นหนึ่งในวงการปากกาสไตลัสเลยก็ว่าได้ครับ ล่าสุดนั้นทาง Wacom ได้เปิดตัวสไตลัสรุ่นใหม่อย่าง Bamboo Omni ที่จะสามารถใช้งานกับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตระบบปฎิบัติการ Android และ iOS ได้อย่างสบายๆ
ในงาน IFA 2016 นั้นโน๊ตบุ๊ค 2-in-1 ที่สามารถใช้งานได้ทั้งแบบแท็บเล็ตและโน๊ตบุ๊คอย่าง Surface ยังคงมีเปิดตัวกันพอสมควรครับ สำหรับทาง Lenovo นั้นได้ทำการเปิดตัว Lenovo Miix 510 รุ่นใหม่ออกมาซึ่งหากดูรูปลักษณ์ภายนอก
เมื่อวานที่ผ่านมานี้ทาง HP ได้ทำการเปิดตัวคอมพิวเตอร์ Desktop แบบตั้งโต๊ะในดีไซน์สุดแปลกที่เหมือนลำโพงโดยใช้ชื่อว่า "HP Pavilion Wave" ออกมาครับ ทาง HP ได้บอกเอาไว้ว่าเป้าหมายของ "HP Pavilion Wave"
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว